Share

บทที่ 3

Author: ขู่จวี๋
พอขึ้นนั่งบนรถแท็กซี่ ฉันก็บอกที่อยู่ออกไป

คนขับหันกลับมามองสภาพชุมชนอันทรุดโทรม พลางทำหน้าทำตาหลุกหลิกแล้วเอ่ยขึ้นว่า

“น้องสาว ย้ายบ้านคราวนี้ยกระดับฐานะต่างกันลิบลับเลยนะเนี่ย”

ฉันกวาดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเรียบเฉย จากนั้นจึงก้มหน้าตอบข้อความต่อ

“ค่ะ ย้ายไปเตรียมงานแต่งงานกับคู่หมั้น”

“งั้นต้องยินดีด้วยจริงๆ นะ! คนที่อาศัยอยู่สถานที่แบบนั้นล้วนแต่เป็นบิ๊กบอสทั้งนั้นเลย”

ฉันไม่ได้ต่อบทสนทนาอีก เพียงแต่ปรับแก้ไขกำหนดการที่พิธีกรงานแต่งส่งมาให้

แล้วกดส่งต่อออกไปอีกครั้ง

หลังลงจากรถ ฉันลากกระเป๋าเดินทางเดินอยู่ในหมู่บ้านวิลล่าอยู่พักหนึ่ง

ทางด้านหลังพลันมีเสียงเหยียบเบรกกะทันหันและเสียงตวาดลั่นดังขึ้น

“เฉิงซือเยี่ยน เธอรู้ได้ยังไงว่าบ้านฉันอยู่ที่นี่? เธอสืบเรื่องของฉันเหรอ?”

พอเห็นกระเป๋าเดินทางของฉัน ก็ยิ่งโกรธจนหน้ามืดตามัวเข้าไปอีก

“เธอถึงขนาดกล้าบุกมาทวงสถานะกับพ่อแม่ฉันถึงบ้านเลยเหรอ? เธอเป็นบ้าไปแล้วหรือไง!”

ฉันส่ายหัวไปมา

“เปล่าเลย ฉันไม่รู้ว่าคุณอยู่ที่นี่”

สีหน้าของเขาบูดบึ้งลงทีละนิด ก่อนจะบีบข้อมือฉันแน่นแล้วลากไปบนรถ

“เสแสร้งอะไรอีก! ทำไมเมื่อก่อนฉันถึงไม่รู้ว่าเธอเป็นคนเจ้าแผนการขนาดนี้กันนะ?”

ฉันอดรู้สึกขำไม่ได้

“ก่อนหน้านี้บอกว่าฉันโง่เขลา ตอนนี้กลับหาว่าฉันเจ้าแผนการ ลู่เจวี๋ย ในสายตาคุณ แท้จริงแล้วฉันเป็นตัวอะไรกันแน่?”

วินาทีที่ประตูรถปิดลง เขาก็กดฉันตรึงกับกระจกหน้าต่างรถแล้วบดจูบทันที

รสคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วริมฝีปาก อบอวลไปด้วยกลิ่นคาวสนิมเหล็กอย่างรุนแรง

เขาหลุบสายตาลงต่ำ

“อาเยี่ยน เธอคือคนที่ฉันชอบนะ”

“แต่เรื่องแต่งงานมันต้องค่อยเป็นค่อยไป อย่างน้อย ฉันต้องรอให้เหยาเหยาแต่งงานก่อน ฉันต้องมั่นใจว่ายัยนั่นมีความสุข...”

ฉันหลุดเสียงหัวเราะออกมา น้ำตาหยดลงบนนิ้วมือของเขา

“ฉันรอไม่ไหวแล้ว”

ทันทีที่จดทะเบียนสมรส ฉันก็บอกข่าวนี้กับคุณย่าเป็นคนแรก

ผู้เฒ่าผู้แก่สุขภาพจิตดีขึ้นมาก

เอาแต่เฝ้ารอที่จะมาร่วมงานแต่งงานของฉัน

แล้วตอนนี้ล่ะ จะให้ฉันบอกท่านว่าอย่างไร

ว่าหลานสาวของท่านถูกคนอื่นหลอกปั่นหัวเหมือนสุนัขมาตลอดเจ็ดปีงั้นเหรอ?

พอเห็นฉันไม่ยอมผ่อนปรน

เขาพลันบันดาลโทสะ ชกหมัดลงข้างหูฉันเต็มแรงจนกระจกหน้าต่างสั่นสะเทือนครางหึ่ง

“เฉิงซือเยี่ยน มิน่าล่ะพ่อแม่เธอถึงไม่มีใครต้องการเธอเลย! นิสัยแบบเธอใครมันจะไปทนไหว!”

“เธออยากจัดงานแต่งงาน แล้วฝั่งเธอมีปัญญาเชิญใครมาได้สักคนไหม?”

ทรวงอกของฉันกระเพื่อมขึ้นลง หายใจกระชั้นถี่

ครั้งหนึ่งผู้ชายคนนี้เคยกอดฉันไว้ ค่อยๆ พรมจูบบนรอยแผลเป็นของฉันทีละนิด

“อาเยี่ยน เธอไม่ผิด เธอไม่ได้ทำอะไรผิดเลยสักนิด”

“เลิกคิดถึงคนพวกนั้นที่รังแกและทอดทิ้งเธอได้แล้ว คิดถึงฉันให้มากๆ คิดถึงอนาคตของพวกเราสิ”

ฉันสะบัดมือตบหน้าเขาฉาดหนึ่ง

“ไสหัวไปให้พ้น!”

สายตาของเขาแปรเปลี่ยนเป็นถมึงทึง ก่อนจะเปิดประตูรถแล้วผลักฉันร่วงลงไป

“ให้เกียรติแล้วไม่ชอบ งั้นก็เลิกกันไปเลย!”

ฉันล้มกระแทกลงบนพื้น

ล้อรถของเขาบดเฉียดนิ้วมือฉันไปอย่างหวุดหวิดด้วยซ้ำ

ฉันวิ่งไล่ตามไปสองก้าว ก่อนจะเสียหลักล้มลงอีกครั้ง

พลางตะโกนเรียกชื่อเขาไม่หยุด

ลู่เจวี๋ยจ้องมองกระจกมองหลังพลางยิ้มเย็น

“ปากไม่ตรงกับใจ”

รถสปอร์ตไม่ชะลอความเร็วลงเลยแม้แต่น้อย

เขาตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าต้องมอบบทลงโทษ เพื่อให้ฉันยอมก้มหัวให้

ทว่าฉันเพียงแค่ต้องการเอากระเป๋าเดินทางของฉันคืนมา

บัตรประชาชนอยู่ในนั้น

พรุ่งนี้ต้องใช้มันจดทะเบียนสมรส

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เมื่อวันวานเลือนหาย   บทที่ 10

    ในที่สุดหมอที่รออยู่ก็มาถึงภายในวิลล่าหลังจากฉีดยาสลบให้ฉันเสร็จภาพเบื้องหน้าของฉันพร่าเลือน แต่กลับเห็นเธอกระชากหน้ากากอนามัยลงอย่างกะทันหันเผยให้เห็นใบหน้าที่คลุ้มคลั่งไร้สติอี้เหยาถือมีดผ่าตัด เงื้อง่าจะแทงลงบนคอของฉัน“เฉิงซือเยี่ยน นึกไม่ถึงล่ะสิ ต่อให้ชีวิตฉันพังพินาศ แกก็อย่าหวังว่าจะอยู่อย่างเป็นสุขเลย!”ฉันอยากจะร้องขอความช่วยเหลือ แต่กลับไม่มีเรี่ยวแรงเลยแม้แต่นิดเดียวในวินาทีที่กำลังจะถูกแทง เงาร่างของชายคนหนึ่งก็โผเข้ามาตรงหน้าฉันมีดแทงเข้าใส่ร่างของเขาอย่างจังเลือดอุ่นๆ หยดลงบนตัวฉัน แต่เขากลับใช้หลังมือเช็ดเลือดที่มุมปากออกอย่างระมัดระวังเอ่ยกับฉันด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาและอ่อนโยนว่า“อาเยี่ยน หากว่าสามารถย้อนกลับไปในอดีตได้จริงๆ ก็ดีสินะ”“ตอนที่เธอถูกพวกเขารังแก ฉันจะช่วยเธอไว้ เหมือนอย่างตอนนี้”ฉันหน้าซีดเผือด เรียกเขาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า“ลู่เจวี๋ย...”อี้เหยายังคงเหมือนคนบ้า เงื้อมีดขึ้นแทงลงมาทีละครั้ง หมายจะแทงลงบนตัวฉันโชคดีที่บอดี้การ์ดมาถึงที่เกิดเหตุ และลากตัวเธอออกไปแล้วไม่นานนักรถตำรวจและรถพยาบาลก็มาถึงพร้อมกันลู่เจวี๋ยนอนอยู่บนพื้น พ

  • เมื่อวันวานเลือนหาย   บทที่ 9

    หลังสิ้นสุดการฮันนีมูนลู่เฉินจูบลาฉันก่อนออกไปทำงาน ส่วนฉันอยู่บ้านรอหมอศัลยกรรมความงามที่นัดไว้มาหาเมื่อเสียงกริ่งประตูบ้านดังขึ้น ฉันจึงเดินไปเปิดประตูคนที่ยืนอยู่ตรงประตูกลับไม่ใช่คุณหมอ แต่เป็นลู่เจวี๋ยเขาผลักฉันกระแทกผนังทันที ก่อนจะขบกัดรอยรักบนคอฉันราวกับเป็นบ้าไปแล้วฉันสะบัดฝ่ามือตบหน้าเขาไปฉาดใหญ่ พลางตัวสั่นเทิ้ม“ลู่เจวี๋ย นายมันบ้าไปแล้ว!”เขาดวงตาแดงก่ำและเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย“อยู่กับเขาแล้วมีความสุขมากไหม? หืม? เธอรู้บ้างหรือเปล่าว่าฉันคิดถึงเธอทุกวัน คิดถึงจนนอนไม่หลับ!”ฉันพยายามผลักเขาออกไปสุดแรง แต่ก็สู้แรงของเขาไม่ได้เลยฉันจึงทำได้เพียงกัดลงบนหัวไหล่ของเขาเต็มแรง“ลู่เจวี๋ย ในตอนที่หลอกปั่นหัวฉัน ก็ควรจะคิดได้แล้วว่าเราต้องจบลงแบบนี้”หมัดของเขาฟาดลงบนกำแพงอย่างไร้เรี่ยวแรงลู่เจวี๋ยเลิกแขนเสื้อขึ้น บนท่อนแขนมีรอยแผลเป็นแนวยาวจากการโดนลวกอยู่มากมาย“เธอดูสิ ทั้งหมดสามสิบเอ็ดแผล ในที่สุดฉันก็เข้าใจความเจ็บปวดในอดีตของเธอแล้ว ยกโทษให้ฉันเถอะนะ”ฉันเบือนหน้าหนี ไม่ยอมสบตาเขา“ฉันแต่งงานแล้วนะ ลู่เจวี๋ย”“ได้ยินว่าอี้เหยาถูกถอนหมั้นแล้ว ในที่สุดต

  • เมื่อวันวานเลือนหาย   บทที่ 8

    ตอนนั้นฉันเพิ่งเข้าทำงานที่บริษัทใหม่ แล้วเกิดแพ้เกสรดอกไม้จนต้องเข้าโรงพยาบาลฉันไม่รู้เลยว่า คนที่มาเยี่ยมที่โรงพยาบาลในวันนั้นความจริงแล้วมีสองคนนอกจากลู่เจวี๋ยแล้ว ยังมีอาเล็กของลู่เจวี๋ยอีกคนลู่เฉินเขาคือเจ้านายที่บริษัทใหม่ของฉันนี่คือบริษัทแรกที่เขาแยกตัวออกจากตระกูลลู่มาสร้างเองจนสำเร็จตอนที่ฉันแพ้จนหมดสติคาออฟฟิศ เขากำลังติดประชุมอยู่กำลังจะอ้าปากถามว่าเกิดอะไรขึ้น ก็เห็นหลานชายตัวเองอุ้มฉันบึ่งไปโรงพยาบาลแล้วเขารู้สันดานของลู่เจวี๋ยดีวันๆ เอาแต่วิ่งตามตามยัยเด็กตระกูลอี้ถึงขั้นเคยขโมยความลับบริษัทไปประเคนให้ฝั่งนั้น เพียงเพื่อช่วยระดมทุนให้บริษัทตระกูลอี้พ่อตัวดีที่ยอมสร้างเรื่องบ้าๆ ได้ทุกอย่างเพื่ออี้เหยาตอนนี้แฟนสาวที่อยู่ในอ้อมอกกลับเปลี่ยนเป็นคนอื่นไปได้ด้วยความสงสัยและระแวดระวังเขาจึงตามมาที่โรงพยาบาล เพื่อดูว่าฉันเป็นตายร้ายดียังไงกันแน่แต่กลับบังเอิญไปได้ยินบทสนทนาระหว่างลู่เจวี๋ยกับอี้เหยาเข้าเดิมทีเรื่องนี้เขาจะไม่ยุ่งก็ได้ แต่เพราะความสามารถในการทำงานของฉันมันโดดเด่นมากจริงๆเขาไม่อยากเห็นฉันสติแตกจนเสียงานเสียการ ยามที่รู้ความจริงกะ

  • เมื่อวันวานเลือนหาย   บทที่ 7

    หลังพิธีแต่งงานสิ้นสุดลง ฉันกำลังเดินไล่ชนแก้วกับแขกเหรื่อทีละคนพลันมีเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากประตูทางเข้าพอเงยหน้ามองตามเสียง ลู่เจวี๋ยก็กำลังยกเท้าถีบพนักงานที่เข้ามาขวางจนกระเด็นชั่วพริบตาที่สบสายตากับฉัน เขาตะลึงค้างอยู่ตรงนั้น“เฉิงซือเยี่ยน เธอไม่คิดจะอธิบายหน่อยเหรอ? หลอกฉันมางานแต่ง แล้วปั่นหัวฉันเหมือนคนโง่คนหนึ่ง!”“บอกมาซิว่า ทำไมเธอถึงแต่งงานกับมัน!”ฉันวางแก้วเหล้าลงช้าๆ ก่อนจะเดินไปหยุดตรงหน้าเขาแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย“ก็ไม่นับว่าหลอกลวงหรอกมั้ง ฉันก็บอกนายมาตลอดไม่ใช่เหรอว่าสัปดาห์หน้าจะแต่งงาน?”“แต่นายไม่เชื่อเอง”เขาผงะถอยหลังด้วยความไม่อยากเชื่อ ร่างกายทุกส่วนสั่นสะท้านไปหมด“ฉันนึกว่า...”“นึกว่าอะไร? นึกว่าฉันต้องแต่งกับนายให้ได้งั้นเหรอ?”“ลู่เจวี๋ย นายเห็นรอยแผลเป็นบนตัวฉันอยู่เต็มตา แต่นายกลับเลือกทำเป็นมองไม่เห็น แล้วยังคอยช่วยอี้เหยาต่อ”“อีกอย่าง เดิมทีพวกนายก็วางแผนจะให้ฉันขายหน้าในงานแต่งอยู่แล้ว ตอนนี้คนที่ขายหน้าเปลี่ยนเป็นยัยนั่นแล้ว ทำไมเล่า ปวดใจงั้นเหรอ?”เขาแทบจะอ้อนวอน ขอร้องไม่ให้ฉันพูดต่อ“ไม่... ไม่ใช่แบบนั้น...”“ถ้าฉันร

  • เมื่อวันวานเลือนหาย   บทที่ 6

    ตอนเรียนมัธยมปลาย เขาอยู่ต่างประเทศได้แต่รับรู้จากปากของอี้เหยาว่า มีเพื่อนนักเรียนหญิงคนหนึ่งคอยจ้องเล่นงานเธออยู่ทุกเรื่องชื่อว่าเฉิงซือเยี่ยนจนกระทั่งในโครงการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ เขาถึงได้พบกับผู้หญิงคนนั้นเป็นครั้งแรกเธอใช้ภาษาได้อย่างฉะฉาน แสดงทรรศนะของตนเองออกมาได้อย่างไม่นอบน้อมถ่อมตนเกินไปและไม่เย่อหยิ่งเกินไปเขาชื่นชมเธอมาก พอการบรรยายจบลงจึงคิดจะเข้าไปพูดคุยด้วยสักสองสามประโยคทว่าสายตากลับไปสะดุดเข้ากับป้ายชื่อที่เขียนชื่อของเธอเอาไว้ที่แท้ก็เป็นผู้หญิงคนนี้เองที่แย่งโควตาของอี้เหยาไปหลังจากอี้เหยารู้เรื่องนี้เข้า ก็วางแผนด้วยความยินดีปรีดา“ลู่เจวี๋ย นายไปจีบหล่อนเลยนะ! วันก่อนให้ตายก็ไม่ยอมรับผิด เห็นแล้วสะอิดสะเอียนชะมัด”“ฉันอยากจะรู้นักว่าถ้าโดนแฟนหลอกปั่นหัวแล้ว หล่อนยังจะทำเป็นใจเย็นอยู่ได้อีกไหม”“เป็นไง? มาเดิมพันกันหน่อยไหมล่ะ”ราวกับมีผีสางเทวดาดลใจ เขาจึงตอบรับข้อตกลงเดิมพันนี้ไปทว่าตลอดเวลาหลายปีที่อยู่ด้วยกัน ในอกเขากลับยิ่งหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆเกมเดิมพันก็เหมือนกับระเบิดเวลาที่อยู่บนศีรษะของเขา นับถอยหลังทีละวินาทีๆโดยที่ไม่รู้เลยว่า

  • เมื่อวันวานเลือนหาย   บทที่ 5

    สิ่งที่ปรากฏขึ้นในคลิปวิดีโอไม่ใช่บันทึกความทรงจำเรื่องความรักที่เตรียมไว้เป็นอย่างดีแต่กลับเป็นอี้เหยาในชุดนักเรียนมัธยมปลาย สีหน้าเต็มไปด้วยความหยิ่งยโสโอหัง“เฉิงซือเยี่ยน เธอไปฟ้องครูว่าฉันบูลลี่เธอใช่ไหม? จะเป็นได้ยังไงกันล่ะ? พวกเราก็แค่หยอกล้อเล่นกันตามประสาเพื่อนร่วมชั้นเท่านั้นเองนะ!”เด็กสาวที่มีรอยเขียวช้ำบนแก้มถูกต้อนจนมุมอยู่ข้างอ่างล้างหน้าในห้องน้ำดวงตาของเธอใสกระจ่างทว่าดื้อรั้นเด็ดเดี่ยวตอนที่เครื่องม้วนผมร้อนจัดนาบลงบนมือ เธอกัดริมฝีปากตัวเองแน่น ไม่ปริปากส่งเสียงเลยแม้แต่คำเดียวเลือดไหลทะลักซึมลงมาตามมุมปากลู่เจวี๋ยใจกระตุกวูบขึ้นมาหนหนึ่งอาเยี่ยนเขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าสิ่งที่เฉิงซือเยี่ยนต้องประสบพบเจอในช่วงมัธยมปลาย คือความรุนแรงที่สาหัสสากรรจ์ขนาดนี้จำได้เพียงแค่ยามที่เธอสะดุ้งตื่นขึ้นมาจากฝันร้ายแผ่นหลังอันบอบบางนั้นสั่นสะท้านอยู่ภายใต้ฝ่ามือของเขาฟันสั่นกระทบกันจนไม่สามารถเอ่ยคำพูดออกมาได้แม้แต่ประโยคเดียวเขาไม่เคยถามไถ่เธอเลยว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่เพียงแค่ปลอบประโลมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ด้วยถ้อยคำที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่เชื่อ“ไม่ใช่ค

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status