All Chapters of บัลลังก์มังกรหลังม่านสตรี: Chapter 1 - Chapter 10

10 Chapters

บทที่ 1

เสด็จพ่อได้ให้กำเนิดข้า แล้วถูกวินิจฉัยว่าจะไร้ผู้สืบสกุล เพื่อความมั่นคงของแผ่นดิน พระองค์จึงทรงเลี้ยงดูข้าอย่างโอรสมาตลอดสิบแปดปีหลังจากเสด็จพ่อสวรรคต ข้าจึงขึ้นครองราชย์เป็นองค์ฮ่องเต้เหล่าขุนนางหมอบกราบข้า เหล่าเจ้าเมืองครั่นคร้ามข้า ราษฎรต่างสรรเสริญว่าข้าทรงปรีชาทว่าทั่วทั้งนครจิงเฉิงกลับไม่มีผู้ใดรู้เลยว่า ฝ่าบาทที่พวกเขากล่าวขวัญถึงนั้น แท้จริงแล้วเป็นสตรีวันนี้ข้าปลอมตัวออกนอกวัง ประทับดื่มชาอยู่ในห้องหรูของหอไท่ผิงทว่าคุณหนูใหญ่แห่งจวนเจิ้นกั๋วกง นามว่า เสิ่นฝูจู กลับพาคนบุกรุกเข้ามา เพียงเพราะนางเกิดถูกใจตำแหน่งอันยอดเยี่ยมนี้นางกวาดสายตามองข้าตั้งแต่หัวจรดเท้า เห็นข้ามีเค้าหน้าเย็นชา จึงใช้ด้ามพัดเคาะที่ไหล่ของข้าเบา ๆ พลางเอ่ยเยาะหยันขึ้นว่า“มองอะไร?”“แต่งชายก็ไม่อย่างชาย รูปร่างหน้าตาคล้ายหญิงก็ไม่อย่างหญิง”“ไร้เพศไม่สมประกอบเช่นนี้ คู่ควรกับการครองที่นั่งของข้าด้วยหรือ?”ข้าวางจอกชาลง สายตาจับจ้องไปที่คิ้วและตาอันจองหองของนางชายังไม่ทันเย็นทว่าบรรดาศักดิ์ของตระกูลนาง เห็นทีคงถึงเวลาต้องเย็นเหยียบได้แล้ว...ขณะที่ด้ามพัดจดลงบนไหล่ของข้านั้น ข้าไ
Read more

บทที่ 2

เสิ่นไหวเยี่ยนมาถึงอย่างรวดเร็วเขาสวมชุดข้าราชการตำแหน่งรองแม่ทัพองครักษ์หลวง ที่เอวคาดกระบี่ ด้านหลังติดตามมาด้วยกองกำลังองครักษ์หลวงนับสิบ ราษฎรนอกหอไท่ผิงพอได้เห็นขบวนนี้ต่างพากันถอยร่นไปหลบอยู่ริมถนนทันทีทันทีที่เสิ่นฝูจูเห็นพี่ชาย เบ้าตาก็แดงก่ำขึ้นมาทันที“พี่!”นางพุ่งเข้าไปหาด้วยความเร็ว น้ำเสียงสอพลอคับแค้นราวกับได้รับความอยุติธรรมครั้งใหญ่ในใต้หล้า“คนผู้นี้หยามหมิ่นตระกูลเสิ่นของพวกเรา แถมยังให้บ่าวไพร่ลงมือทำร้ายข้าด้วย”สายตาของเสิ่นไหวเยี่ยนตกลงบนร่างของข้าและเสวียนชิงเขามองที่เสวียนชิงก่อนวันนี้เสวียนชิงไม่ได้สวมชุดข้าราชการ สวมเพียงชุดยาวผ้าสีเขียวคราม ร่างกายเย็นชาเยือกเย็น มองอย่างไรก็ไม่เหมือนผู้ติดตามสามัญชนที่พูดคุยด้วยง่ายเสิ่นไหวเยี่ยนขมวดคิ้ว“เจ้าลงมือทำร้ายน้องสาวข้าหรือ?”เสวียนชิงมิได้เอ่ยตอบข้าเป็นผู้กล่าวขึ้นแทน “นางลงมือก่อน”“อย่างไรกัน หรือว่าการตัดสินคดีของรองแม่ทัพองครักษ์หลวง ไร้ซึ่งต้นสายปลายเหตุ มีเพียงความใกล้ชิดสนิทสนมเป็นที่ตั้งกระนั้นหรือ?”ในที่สุดเสิ่นไหวเยี่ยนก็เบนสายตามองมาที่ข้าสายตาของเขาเคลื่อนผ่านใบหน้าของข้าอย่างร
Read more

บทที่ 3

ความชะงักงันของเสิ่นไหวเยี่ยนเกิดขึ้นเพียงชั่วอึดใจเดียวเท่านั้นไม่นานนัก เขาก็กลับคืนสู่สีหน้ายโสโอหังดังเดิม“จับกุมสายลับพรรคพวกกบฏ ตัวข้ามีอำนาจประหารก่อนแล้วค่อยทูลรายงานได้”ข้าเอนกายพิงพนักเก้าอี้เล็กน้อย “เช่นนั้นหลักฐานว่าข้าเป็นกบฏเล่าอยู่ที่ใด?”เสิ่นฝูจูรีบโพล่งขึ้นทันที “เจ้าหยามหมิ่นตระกูลเสิ่น ทั้งยังสวมชุดบุรุษด้วยท่าทางน่าขยะแขยง เพียงเท่านี้ยังน่าสงสัยไม่พออีกหรือ?”ข้าเหลือบมองนาง แล้วแค่นเสียงหัวเราะเยาะออกมาเบา ๆ “พวกเจ้าตระกูลเสิ่นตัดสินคนเป็นกบฏ ดูจากหน้าตาหรือ? ผู้ใดหน้าตาไม่ถูกใจพวกเจ้า ก็คือพรรคพวกกบฏหมดอย่างนั้นสินะ?”ภายในโรงชา มีผู้คนหลุดเสียงหัวเราะออกมาอีกครั้งทว่าเสียงหัวเราะครานี้สั้นยิ่งนัก ถูกสายตาของเสิ่นไหวเยี่ยนกวาดตามองจนต้องเงียบเสียงลงอย่างรวดเร็วสีหน้าของเขาบึ้งตึงน่าเกลียด ชักกระบี่ที่คาดเอวออกมาทันที“ฝีปากกล้าดีนี่”“พาตัวไป”ในที่สุดเสวียนชิงก็ทนไม่ไหว เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “เสิ่นไหวเยี่ยน เจ้ารู้ตัวหรือไม่ว่ากำลังทำอะไรอยู่?”เสิ่นไหวเยี่ยนขมวดคิ้ว“เจ้ารู้จักข้าด้วยหรือ?”เสวียนชิงนิ่งเงียบไปข้ารู้ดีว่าเขาไม่กล้าเปิ
Read more

บทที่ 4

ยามที่เจิ้นกั๋วกง นามว่า เสิ่นซิ่วอี๋ ก้าวเท้าเข้ามาภายในประตู ราวกับบรรยากาศทั่วทั้งหอไท่ผิงต่ำลงไปฮวบหนึ่งเขามีอายุใกล้เคียงหกสิบปีแล้ว รูปร่างสูงใหญ่และนัยน์ตาพกพาความคมกริบของแม่ทัพนักรบติดตัว ยี่สิบปีก่อน เขาร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับอดีตจักรพรรดิและสร้างผลงานความดีความชอบไว้จริง ๆ เพียงแต่คุณงามความดีเช่นนี้ หากถูกลูกหลานหยิบยกขึ้นมาข่มเหงผู้อื่นอยู่ทุกวัน ไม่ช้าก็เร็วย่อมแปรเปลี่ยนรสชาติไปเสิ่นฝูจูพุ่งเข้าไปซบอยู่ข้างกายเขา“ท่านพ่อ พวกเขารังแกข้าเจ้าค่ะ”นางใช้นิ้วชี้ตรงมาที่ข้า ร่ำไห้จนน้ำตาเปรอะเปื้อนใบหน้าราวกับดอกไม้ต้องหยาดน้ำค้าง “คือคนผู้นี้ เขาด่าทอตระกูลเสิ่น ทั้งยังปล่อยให้คนลงมือทำร้ายข้า พี่ใหญ่ช่วยทวงความยุติธรรมให้ข้า แต่ใต้เท้าเซี่ยกลับจะจับกุมตัวพี่ใหญ่อีก”เสิ่นซิ่วอี๋เบนสายตามองไปยังเซี่ยกวนหนาน“ใต้เท้าเซี่ย”น้ำเสียงของเขามิได้ดังนัก ทว่ากลับกดทับหัวใจของผู้คนจนรู้สึกอึดอัดหนักอึ้ง“บุตรสาวของข้ายังเยาว์วัย หากมีสิ่งใดล่วงเกินไป ข้าในฐานะบิดากลับจวนไปจะสั่งสอนนางเอง ส่วนเรื่องของไหวเยี่ยน เขาแบกรับหน้าที่องครักษ์หลวง การจับกุมตัวบุคคลต้องสงสัย ย่
Read more

บทที่ 5

ภายในหอไท่ผิงพลันเงียบงันรอยยิ้มบนใบหน้าของเสิ่นฝูจูแข็งค้างอยู่ในวินาทีที่นางลำพองใจที่สุดหลังจากที่เสิ่นซิ่วอี๋คุกเข่า ความเงียบสงบก็ปกคลุมทั่วหอไท่ผิง จนกระทั่งเสียงลมปะทะโคมไฟนอกหน้าต่างยังได้ยินอย่างชัดเจนเสิ่นฝูจูยืนนิ่งอยู่ที่เดิม สีหน้าขาวซีดลงเรื่อย ๆ จนไร้สีเลือดนางสลับมองหน้าข้าที มองบิดาที่คุกเข่าอยู่กับพื้นที ริมฝีปากสั่นระริกอยู่เนิ่นนาน“เป็นไปไม่ได้”น้ำเสียงของนางแหบพร่าและสั่นเครือ“ท่านพ่อ ท่านจำคนผิดแล้วกระมัง?”“เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะเป็น...”คำสองคำสุดท้าย นางหวาดกลัวเกินกว่าจะเอ่ยมันออกมาเสิ่นไหวเยี่ยนเองก็ยืนแข็งทื่ออยู่ตรงปากบันได กระบี่ยังคงค้างอยู่ในมือ เขาจ้องมองป้ายหยกในมือข้า สีเลือดบนใบหน้าเลือนหายไปจนหมดเกลี้ยงในพริบตาในที่สุดเสวียนชิงก็ไม่ต้องอดกลั้นอีกต่อไป เขาก้าวขึ้นไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ชูตราสัญลักษณ์แม่ทัพองครักษ์หลวงขึ้นแสดง“เสวียนชิง แม่ทัพองครักษ์หลวง อารักขาช้าไป ขอฝ่าบาททรงลงอาญา”เซี่ยกวนหนานทรุดกายคุกเข่าลงตามด้วยความรวดเร็ว“กระหม่อม เซี่ยกวนหนาน ผู้ว่าการนครจิงเฉิง ถวายบังคมฝ่าบาท”เสียงคำว่า ฝ่าบาท ดังระงมขึ้นราวกับปลุกผ
Read more

บทที่ 6

ยามที่สองพ่อลูกตระกูลเสิ่นถูกคุมตัวออกไป ด้านนอกหอไท่ผิงก็เนืองแน่นไปด้วยราษฎรที่พากันมามุงดูจนแน่นขนัดข้ายืนอยู่ริมระเบียงชั้นสอง ทอดสายตามองเสิ่นซิ่วอี๋ที่ถูกเจ้าหน้าที่ศาลาว่าการนครจิงเฉิงควบคุมตัวขึ้นรถม้าตลอดชีวิตของเขามีเกียรติยศชื่อเสียงเกรียงไกร สิ่งที่เขาให้ความสำคัญที่สุดคือหน้าตาและศักดิ์ศรีทว่าศักดิ์ศรีอันน้อยนิดในวันนี้ กลับถูกเขาใช้เข่าของตนเองโขกกระแทกส่วนเสิ่นฝูจูถูกควบคุมตัวไว้ชั่วคราวภายในหอ เพื่อรอให้นางกำนัลจากในวังมารับตัวไป ดวงตาของนางบวมเป่งจนแดงก่ำ ทว่าก็ยังคงไม่อาจทำใจเชื่อได้ว่าเรื่องราวทั้งหมดนี้คือความจริงเซี่ยกวนหนานก้าวเข้าไปใกล้ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “ฝ่าบาท เรื่องนี้สมควรปิดข่าวให้เงียบหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”ข้าปรายตามองเขาแววหนึ่ง“เหตุใดต้องปิดข่าว?”เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “เรื่องที่ฝ่าบาททรงเป็นสตรี แม้ว่าเหล่าขุนนางชราในราชสำนักจะล่วงรู้กันดี ทว่าราษฎรสามัญชนทั่วไปยังคงไม่ล่วงรู้ ทว่าวันนี้ผู้คนในหอไท่ผิงพลุกพล่านปากหอยปากปู เกรงว่า...”ข้าย่อมเข้าใจความหมายของเขาดีตลอดหลายปีที่ผ่านมา เหล่าขุนนางอาวุโสในราชสำนักช่วยกันปกปิดความลับนี้
Read more

บทที่ 7

วันเปิดประตูศาลบรรพชน ท้องฟ้ามืดครึ้มไร้ประกายแสงขุนนางน้อยใหญ่ทั่วราชสำนักคุกเข่าอยู่เบื้องล่างลานประกอบพิธี เหล่าพระราชวงศ์และท่านอ๋องทั้งหลายยืนอยู่แถวหน้า สีหน้าของแต่ละคนย่ำแย่เสียยิ่งกว่าท้องฟ้าในยามนี้พวกเขาคงจะได้ยินกระแสลมปากมาล่วงหน้าแล้วท้ายที่สุด เรื่องราวในวันนั้น ณ หอไท่ผิง ก็แพร่สะพัดไปทั่วทั้งนครจิงเฉิงบ้างก็ว่าฝ่าบาททรงเป็นสตรีบ้างก็ว่าเมื่อครั้งอดีตฮ่องเต้ทรงไร้รัชทายาทสืบสกุล เพื่อความมั่นคงของบ้านเมือง จึงได้ปลอมแปลงองค์หญิงให้กลายเป็นองค์รัชทายาทและบ้างก็ว่า นี่คือภูตผีปีศาจปั่นป่วนราชสำนัก ฟ้าดินย่อมไม่อาจอดกลั้นข้าสวมชุดฉลองพระองค์ลายมังกรสีดำสนิท ยืนอยู่เบื้องหน้าประตูหอพระราชวงศ์อาภรณ์ชุดนี้ ข้าสวมใส่มาหลายปีแล้วทว่าวันนี้กลับไม่เหมือนเดิมวันนี้ข้าไม่ได้สวมพระเกี้ยวสูง ทั้งไม่ได้จงใจกดเสียงให้ต่ำลง ปล่อยให้เส้นผมยาวถูกมัดรวบไว้ด้วยปิ่นหยก เผยให้เห็นรูปคิ้วและดวงตาชัดเจนต่อหน้าผู้คนทั้งปวงท่ามกลางเครือญาติราชวงศ์ มีคนสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกตะตึงเสนาบดีกระทรวงพิธีการคุกเข่าอยู่กับพื้น พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเทา “ฝ่าบาท หากพระราชโองกา
Read more

บทที่ 8

นอกประตูเฉิงเทียนเหมิน เสียงกลองดังสะท้อนทุ้มต่ำกองกำลังส่วนตัวของจวนท่านอ๋องฉู่สวมเกราะพร้อมรบยกพลเข้ามา โดยชูธงประกาศก้องว่าเพื่อ “ความถูกต้องชอบธรรม”ข้ายืนอยู่เบื้องหน้าศาลบรรพชน มองใบหน้าที่ในที่สุดก็เผยธาตุแท้ออกมาของท่านอ๋องฉู่เขารอคอยวันนี้ คงจะรอมานานแสนนานเช่นกันเหล่าขุนนางน้อยใหญ่ทั่วท้องพระโรงต่างแตกตื่นวุ่นวายบางคนตะโกนร้องขอให้คุ้มกันฝ่าบาท บางคนถอยร่นไปด้านหลัง บางคนแอบเหลือบมองท่านอ๋องฉู่ราวกับกำลังคำนวณว่าหากจะแปรพักตร์มาเข้าข้างตอนนี้ยังจะทันอยู่หรือไม่ท่านอ๋องฉู่มองมาที่ข้า น้ำเสียงเต็มไปด้วยความมั่นอกมั่นใจราวกับถือชัยชนะไว้ในกำมือ“เซี่ยจ้าว เจ้าแพ้แล้ว”“หากเจ้าเป็นบุรุษ ข้าอาจจะยังต้องเกรงกลัวอยู่บ้าง”“แต่ไฉนเจ้าจึงดันเกิดมาเป็นสตรีเล่า”“ผู้คนใต้หล้าไม่มีวันยอมสยบให้เจ้า”ข้าเอ่ยถาม “ผู้คนใต้หล้า หรือว่าตัวเจ้ากันแน่?”เขาแค่นหัวเราะ“มีอันใดแตกต่างกันด้วยหรือ?”ข้าพยักหน้า“มี”“สิ่งที่ผู้คนใต้หล้าต้องการคือวันเวลาที่สงบสุข มิใช่ทายาทบุรุษจากจวนท่านอ๋องฉู่ของเจ้า”สีหน้าของท่านอ๋องฉู่มืดลงในทันที“ความตายมาจ่ออยู่ตรงหน้าแล้ว ปากคอยังแข็ง
Read more

บทที่ 9

ภายหลังจากที่ท่านอ๋องฉู่ถูกประหารชีวิต นครจิงเฉิงกลับยิ่งเงียบสงบลงความเงียบสงบนั้นมิใช่ความสงบสุขหากแต่ทุกคนต่างกำลังเฝ้ารอรอว่าข้าจะยอมถอยเพราะความจริงเรื่องการเป็นสตรีถูกเปิดเผยหรือไม่ รอว่าราชสกุลจะก่อเรื่องวุ่นวายขึ้นอีกไหม รอว่าขุนนางในราชสำนักจะบีบบังคับให้สละบัลลังก์หรือเปล่า และรอว่าราษฎรจะตื่นตระหนกตกใจกันหรือไม่ข้าไม่ได้ปล่อยให้พวกเขาต้องรอนานจนเกินไปนักการประชุมขุนนางเช้าวันรุ่งขึ้น ข้าออกว่าราชการตามปกติเพียงแต่ในครั้งนี้ ข้ามิได้สวมพระมาลาเก้าแถวประดับมุกที่บังใบหน้าไปจนเกือบหมดข้าสวมฉลองพระองค์มังกร รวบผมขึ้นสูง ประทับนั่งนิ่งอยู่บนบัลลังก์มังกรของผู้เป็นใหญ่เหนือเก้าทิศ กวาดสายตามองผ่านเหล่าขุนนาง“มีฎีกาให้กราบทูล หากไม่มีก็เลิกการประชุม”ขุนนางทั่วท้องพระโรงคุกเข่าอยู่เบื้องล่าง เงียบงันยิ่งกว่าในยามวันวานในที่สุด เซี่ยกวนหนานก็เป็นคนแรกที่ก้าวออกมาจากแถว“กระหม่อมมีฎีกากราบบังคมทูลพ่ะย่ะค่ะ”เขากล่าวว่า “เจิ้นกั๋วกง นามเสิ่นซิ่วอี๋ ปล่อยปละละเลยบุตรธิดา สมคบคิดกับท่านอ๋องฉู่ ซุกซ่อนบัญชีรายชื่อกองกำลังส่วนตัว ทูลขอฝ่าบาททรงลงทัณฑ์ตามกฎหมายอย่างเด็
Read more

บทที่ 10

ในวันที่หอไท่ผิงเปิดกิจการใหม่อีกครั้ง เถ้าแก่ก็นำเทียบเชิญมาส่งด้วยตนเองเสวียนชิงไม่อนุญาตให้ข้าไปเขากล่าวว่า “ฝ่าบาท คราวก่อนเสด็จไปดื่มชา ดื่มจนได้กบฏท่านอ๋องฉู่ขึ้นมาคนหนึ่งพ่ะย่ะค่ะ”ข้ามองหน้าเขา“เช่นนั้นจึงยิ่งต้องไป”สีหน้าของเขาตายด้านไปในทันที“กระหม่อมบังชาทูลถามสักคำ ฝ่าบาทคราวนี้ทรงอยากดื่มให้ได้สิ่งใดกลับมาอีกพ่ะย่ะค่ะ?”ข้าคิดครู่หนึ่ง“ดื่มให้ได้ความสงบสุขร่มเย็นมาสักหน่อย”เสวียนชิงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ราวกับรู้สึกว่าความปรารถนานี้ดูจะไม่ค่อยสมจริงสักเท่าไรนักท้ายที่สุด เขาก็ยังคงตามข้าไปอยู่ดีเบื้องหน้าหอไท่ผิงแขวนป้ายชื่อแผ่นใหม่มิใช่ลายมือที่ข้าเขียนหากแต่เป็นเถ้าแก่ลงมือเขียนเอง【ผู้มาเยือนล้วนเป็นแขก อย่าได้ถามไถ่ฐานะและอาภรณ์ 】ตัวอักษรอาจไม่ได้งดงามนัก ทว่าความหมายนั้นยอดเยี่ยมไม่น้อยข้ากลับไปนั่งยังห้องเดิมเมื่อคราวก่อน สั่งชามาหนึ่งกา นักเล่านิทานกำลังบรรยายคดีกบฏท่านอ๋องฉู่อยู่ชั้นล่าง พอเล่ามาถึงประโยคที่ข้ากล่าวหน้าศาลบรรพชนว่า “ข้าไม่เหมือนบุรุษ แต่ข้าเป็นดั่งเช่นฮ่องเต้พระองค์หนึ่ง” เสียงปรบมือและเฮฮาก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งโรง
Read more
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status