Masukเสด็จพ่อได้ให้กำเนิดข้า แล้วถูกวินิจฉัยว่าจะไร้ผู้สืบสกุล เพื่อความมั่นคงของแผ่นดิน พระองค์จึงทรงเลี้ยงดูข้าอย่างโอรสมาตลอดสิบแปดปี หลังจากเสด็จพ่อสวรรคต ข้าจึงขึ้นครองราชย์เป็นองค์ฮ่องเต้ เหล่าขุนนางหมอบกราบข้า เหล่าเจ้าเมืองครั่นคร้ามข้า ราษฎรต่างสรรเสริญว่าข้าทรงปรีชา ทว่าทั่วทั้งนครจิงเฉิงกลับไม่มีผู้ใดรู้เลยว่า ฝ่าบาทที่พวกเขากล่าวขวัญถึงนั้น แท้จริงแล้วเป็นสตรี วันนี้ข้าปลอมตัวออกนอกวัง ประทับดื่มชาอยู่ในห้องหรูของหอไท่ผิง ทว่าคุณหนูใหญ่แห่งจวนเจิ้นกั๋วกง นามว่า เสิ่นฝูจู กลับพาคนบุกรุกเข้ามา เพียงเพราะนางเกิดถูกใจตำแหน่งอันยอดเยี่ยมนี้ นางกวาดสายตามองข้าตั้งแต่หัวจรดเท้า เห็นข้ามีเค้าหน้าเย็นชา จึงใช้ด้ามพัดเคาะที่ไหล่ของข้าเบา ๆ พลางเอ่ยเยาะหยันขึ้นว่า “มองอะไร?” “แต่งชายก็ไม่อย่างชาย รูปร่างหน้าตาคล้ายหญิงก็ไม่อย่างหญิง” “ไร้เพศไม่สมประกอบเช่นนี้ คู่ควรกับการครองที่นั่งของข้าด้วยหรือ?” ข้าวางจอกชาลง สายตาจับจ้องไปที่คิ้วและตาอันจองหองของนาง ชายังไม่ทันเย็น ทว่าบรรดาศักดิ์ของตระกูลนาง เห็นทีคงถึงเวลาต้องเย็นเหยียบได้แล้ว
Lihat lebih banyakในวันที่หอไท่ผิงเปิดกิจการใหม่อีกครั้ง เถ้าแก่ก็นำเทียบเชิญมาส่งด้วยตนเองเสวียนชิงไม่อนุญาตให้ข้าไปเขากล่าวว่า “ฝ่าบาท คราวก่อนเสด็จไปดื่มชา ดื่มจนได้กบฏท่านอ๋องฉู่ขึ้นมาคนหนึ่งพ่ะย่ะค่ะ”ข้ามองหน้าเขา“เช่นนั้นจึงยิ่งต้องไป”สีหน้าของเขาตายด้านไปในทันที“กระหม่อมบังชาทูลถามสักคำ ฝ่าบาทคราวนี้ทรงอยากดื่มให้ได้สิ่งใดกลับมาอีกพ่ะย่ะค่ะ?”ข้าคิดครู่หนึ่ง“ดื่มให้ได้ความสงบสุขร่มเย็นมาสักหน่อย”เสวียนชิงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ราวกับรู้สึกว่าความปรารถนานี้ดูจะไม่ค่อยสมจริงสักเท่าไรนักท้ายที่สุด เขาก็ยังคงตามข้าไปอยู่ดีเบื้องหน้าหอไท่ผิงแขวนป้ายชื่อแผ่นใหม่มิใช่ลายมือที่ข้าเขียนหากแต่เป็นเถ้าแก่ลงมือเขียนเอง【ผู้มาเยือนล้วนเป็นแขก อย่าได้ถามไถ่ฐานะและอาภรณ์ 】ตัวอักษรอาจไม่ได้งดงามนัก ทว่าความหมายนั้นยอดเยี่ยมไม่น้อยข้ากลับไปนั่งยังห้องเดิมเมื่อคราวก่อน สั่งชามาหนึ่งกา นักเล่านิทานกำลังบรรยายคดีกบฏท่านอ๋องฉู่อยู่ชั้นล่าง พอเล่ามาถึงประโยคที่ข้ากล่าวหน้าศาลบรรพชนว่า “ข้าไม่เหมือนบุรุษ แต่ข้าเป็นดั่งเช่นฮ่องเต้พระองค์หนึ่ง” เสียงปรบมือและเฮฮาก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งโรง
ภายหลังจากที่ท่านอ๋องฉู่ถูกประหารชีวิต นครจิงเฉิงกลับยิ่งเงียบสงบลงความเงียบสงบนั้นมิใช่ความสงบสุขหากแต่ทุกคนต่างกำลังเฝ้ารอรอว่าข้าจะยอมถอยเพราะความจริงเรื่องการเป็นสตรีถูกเปิดเผยหรือไม่ รอว่าราชสกุลจะก่อเรื่องวุ่นวายขึ้นอีกไหม รอว่าขุนนางในราชสำนักจะบีบบังคับให้สละบัลลังก์หรือเปล่า และรอว่าราษฎรจะตื่นตระหนกตกใจกันหรือไม่ข้าไม่ได้ปล่อยให้พวกเขาต้องรอนานจนเกินไปนักการประชุมขุนนางเช้าวันรุ่งขึ้น ข้าออกว่าราชการตามปกติเพียงแต่ในครั้งนี้ ข้ามิได้สวมพระมาลาเก้าแถวประดับมุกที่บังใบหน้าไปจนเกือบหมดข้าสวมฉลองพระองค์มังกร รวบผมขึ้นสูง ประทับนั่งนิ่งอยู่บนบัลลังก์มังกรของผู้เป็นใหญ่เหนือเก้าทิศ กวาดสายตามองผ่านเหล่าขุนนาง“มีฎีกาให้กราบทูล หากไม่มีก็เลิกการประชุม”ขุนนางทั่วท้องพระโรงคุกเข่าอยู่เบื้องล่าง เงียบงันยิ่งกว่าในยามวันวานในที่สุด เซี่ยกวนหนานก็เป็นคนแรกที่ก้าวออกมาจากแถว“กระหม่อมมีฎีกากราบบังคมทูลพ่ะย่ะค่ะ”เขากล่าวว่า “เจิ้นกั๋วกง นามเสิ่นซิ่วอี๋ ปล่อยปละละเลยบุตรธิดา สมคบคิดกับท่านอ๋องฉู่ ซุกซ่อนบัญชีรายชื่อกองกำลังส่วนตัว ทูลขอฝ่าบาททรงลงทัณฑ์ตามกฎหมายอย่างเด็
นอกประตูเฉิงเทียนเหมิน เสียงกลองดังสะท้อนทุ้มต่ำกองกำลังส่วนตัวของจวนท่านอ๋องฉู่สวมเกราะพร้อมรบยกพลเข้ามา โดยชูธงประกาศก้องว่าเพื่อ “ความถูกต้องชอบธรรม”ข้ายืนอยู่เบื้องหน้าศาลบรรพชน มองใบหน้าที่ในที่สุดก็เผยธาตุแท้ออกมาของท่านอ๋องฉู่เขารอคอยวันนี้ คงจะรอมานานแสนนานเช่นกันเหล่าขุนนางน้อยใหญ่ทั่วท้องพระโรงต่างแตกตื่นวุ่นวายบางคนตะโกนร้องขอให้คุ้มกันฝ่าบาท บางคนถอยร่นไปด้านหลัง บางคนแอบเหลือบมองท่านอ๋องฉู่ราวกับกำลังคำนวณว่าหากจะแปรพักตร์มาเข้าข้างตอนนี้ยังจะทันอยู่หรือไม่ท่านอ๋องฉู่มองมาที่ข้า น้ำเสียงเต็มไปด้วยความมั่นอกมั่นใจราวกับถือชัยชนะไว้ในกำมือ“เซี่ยจ้าว เจ้าแพ้แล้ว”“หากเจ้าเป็นบุรุษ ข้าอาจจะยังต้องเกรงกลัวอยู่บ้าง”“แต่ไฉนเจ้าจึงดันเกิดมาเป็นสตรีเล่า”“ผู้คนใต้หล้าไม่มีวันยอมสยบให้เจ้า”ข้าเอ่ยถาม “ผู้คนใต้หล้า หรือว่าตัวเจ้ากันแน่?”เขาแค่นหัวเราะ“มีอันใดแตกต่างกันด้วยหรือ?”ข้าพยักหน้า“มี”“สิ่งที่ผู้คนใต้หล้าต้องการคือวันเวลาที่สงบสุข มิใช่ทายาทบุรุษจากจวนท่านอ๋องฉู่ของเจ้า”สีหน้าของท่านอ๋องฉู่มืดลงในทันที“ความตายมาจ่ออยู่ตรงหน้าแล้ว ปากคอยังแข็ง
วันเปิดประตูศาลบรรพชน ท้องฟ้ามืดครึ้มไร้ประกายแสงขุนนางน้อยใหญ่ทั่วราชสำนักคุกเข่าอยู่เบื้องล่างลานประกอบพิธี เหล่าพระราชวงศ์และท่านอ๋องทั้งหลายยืนอยู่แถวหน้า สีหน้าของแต่ละคนย่ำแย่เสียยิ่งกว่าท้องฟ้าในยามนี้พวกเขาคงจะได้ยินกระแสลมปากมาล่วงหน้าแล้วท้ายที่สุด เรื่องราวในวันนั้น ณ หอไท่ผิง ก็แพร่สะพัดไปทั่วทั้งนครจิงเฉิงบ้างก็ว่าฝ่าบาททรงเป็นสตรีบ้างก็ว่าเมื่อครั้งอดีตฮ่องเต้ทรงไร้รัชทายาทสืบสกุล เพื่อความมั่นคงของบ้านเมือง จึงได้ปลอมแปลงองค์หญิงให้กลายเป็นองค์รัชทายาทและบ้างก็ว่า นี่คือภูตผีปีศาจปั่นป่วนราชสำนัก ฟ้าดินย่อมไม่อาจอดกลั้นข้าสวมชุดฉลองพระองค์ลายมังกรสีดำสนิท ยืนอยู่เบื้องหน้าประตูหอพระราชวงศ์อาภรณ์ชุดนี้ ข้าสวมใส่มาหลายปีแล้วทว่าวันนี้กลับไม่เหมือนเดิมวันนี้ข้าไม่ได้สวมพระเกี้ยวสูง ทั้งไม่ได้จงใจกดเสียงให้ต่ำลง ปล่อยให้เส้นผมยาวถูกมัดรวบไว้ด้วยปิ่นหยก เผยให้เห็นรูปคิ้วและดวงตาชัดเจนต่อหน้าผู้คนทั้งปวงท่ามกลางเครือญาติราชวงศ์ มีคนสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกตะตึงเสนาบดีกระทรวงพิธีการคุกเข่าอยู่กับพื้น พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเทา “ฝ่าบาท หากพระราชโองกา





