All Chapters of แด่เธอผู้ถูกลืม โลกกว้างใบใหม่กำลังรออยู่: Chapter 1 - Chapter 10

10 Chapters

บทที่ 1

ตอนเด็กๆ ที่เล่นขายของ น้องสาวคือเจ้าหญิงที่มีแต่คนแย่งกันปกป้องพี่ชายคืออัศวินผู้ซื่อสัตย์ยอมถวายหัว ส่วนเพื่อนสมัยเด็กก็คือเจ้าชายผู้ฝ่าฟันขวากหนามส่วนฉัน เป็นได้แค่นางแม่มดใจร้ายที่ทุกคนรังเกียจมาตลอดที่แท้โตมามันก็เหมือนเดิมในเมื่อไม่มีใครชอบฉัน งั้นฉันก็จะเลือกมหา'ลัยที่ไกลบ้านที่สุดนับจากนี้ไป หนทางยาวไกล ไม่มีความจำเป็นต้องอาลัยอาวรณ์อีก……เมื่อเห็นฉันเอาแต่เงียบไม่ตอบกลับสักที ลู่กวานหลานที่เป็นเพื่อนสมัยเด็กก็เอ่ยปากเร่ง“ฉันกับจาวจาวเลือกชิงต๋ากันหมดแล้ว เธอรีบๆ เลือกมหา'ลัยในปักกิ่งสักที่สิ”ฉันจ้องมองคะแนนเก้าสิบเอ็ดคะแนนบนหน้าจอ โดยที่ไม่มีความรู้สึกดีใจเลยสักนิดการสอบเข้ามหาลัยครั้งนี้ฉันทำได้ดีเกินคาด คะแนนพุ่งสูงกว่าตอนสอบซ้อมทุกครั้งที่ผ่านมามหาวิทยาลัยชื่อดังสองแห่งที่พวกเขาเพิ่งจะเถียงกันไป ฉันเองก็เข้าได้เหมือนกันทว่าหลังสอบเสร็จ กลับไม่มีใครถามฉันเลยสักคำว่าทำข้อสอบได้ไหมพอคะแนนออก ก็ไม่มีใครสนใจว่าฉันได้คะแนนเท่าไหร่นั่นก็เพราะทันทีที่เสิ่นจาวหยวนเดินออกจากห้องสอบ เธอก็ร้องไห้น้ำตาอาบแก้มราวกับดอกหลีต้องหยาดฝน“หนูรู้สึกว่าครั้งนี้ทำได้ไม
Read more

บทที่ 2

หลังจากเลือกคณะเสร็จ พ่อกับแม่ก็โอนเงินให้ฉันกับเสิ่นจาวหยวนคนละก้อนพอเสิ่นจาวหยวนกดเข้าไปดู เธอก็ควงแขนแม่เข้าไปออดอ้อนอย่างสนิทสนม“หนูรู้ว่าแม่รักหนูที่สุดเลย”เธอหันมาถามฉันอย่างติดเป็นนิสัย “พ่อโอนให้พี่เท่าไหร่เหรอคะ?”หลังจากกดเปิดซองแดง ฉันก็ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “หนึ่งพันบาท”เสิ่นจาวหยวนหน้าบานขึ้นมาทันทีแต่ก็ยังแสร้งทำตัวเป็นน้องสาวที่แสนดี“พ่อกับแม่คงกลัวว่าพี่จะใช้เงินสุรุ่ยสุร่าย ก็เลยโอนเงินหนึ่งแสนบาทมาให้หนูหมดเลย”“วันหลังถ้าพี่อยากได้อะไรก็บอกหนูมาตรงๆ ได้เลยนะ”แม่บีบจมูกเธออย่างเอ็นดู“เงินก้อนนี้แม่ตั้งใจให้เป็นรางวัลที่ลูกสอบได้แปดสิบเจ็ดคะแนน ลูกเอาไปใช้เองเถอะ!”เธอหันหน้ามามองฉัน“ส่วนแก ไอ้คะแนนหกสิบกว่าๆ นั่นฉันขี้เกียจจะพูดถึง”“ปกติก็สู้แฝดน้องไม่ได้อยู่แล้ว พอขึ้นมหา'ลัยก็อย่ามัวแต่ทำตัวเหลวไหลล่ะ!”พอเสิ่นจาวหยวนได้ยินแบบนั้น ก็รีบเขย่าแขนแม่ทันที“แม่คะ ซิงซิงได้สอบเข้ามหาวิทยาลัยภายในหนึ่งพันอันดับแรกของ QS ก็เก่งมากแล้วนะ ห้ามบ่นพี่เขาแล้วนะ!”ฉันควรจะเกลียดเสิ่นจาวหยวนสิเธอช่างเปล่งประกาย เปล่งประกายเสียจนใครๆ ก็ต่างลำเอี
Read more

บทที่ 3

หลังจากกินมื้อเย็นที่รสชาติจืดชืดไร้ความอร่อยจบลงลู่กวานหลานก็หิ้วชานมสองแก้วมาปรากฏตัวอยู่ที่หน้าประตูบ้านสาคูมะม่วงส้มโอใส่น้ำแข็งสองแก้วแก้วหนึ่งเป็นของเสิ่นจาวหยวน ส่วนอีกแก้วเป็นของฉันเสิ่นจาวหยวนดูดไปอึกหนึ่ง ก็ยกนิ้วโป้งให้เขา“นายเนี่ยรู้ใจฉันที่สุดเลย ฤดูร้อนแบบนี้มันก็ต้องกินของเย็นๆ สิถึงจะชื่นใจ!”ฉันประคองชานมแก้วนั้นไว้ ความเย็นเฉียบซึมซาบจากฝ่ามือลามเข้าไปถึงขั้วหัวใจทีละนิดก่อนที่จะได้เจอเสิ่นจาวหยวน ลู่กวานหลานเคยบอกว่าเขาก็มีพี่ชายอยู่คนหนึ่งเหมือนกันเป็นพี่ชายที่แสนจะเพอร์เฟกต์จนคนที่บ้านมองเห็นแค่พี่ชายคนนั้น ฉันเคยคิดไปเองอย่างซื่อบื้อว่าฉันกับเขาเป็นคนประเภทเดียวกันแต่หลังจากที่ได้รู้จักกับเสิ่นจาวหยวน ลู่กวานหลานกลับพูดว่า“น้องสาวเธอเนี่ยน่ารักน่าเอ็นดูกว่าเธอจริงๆ ด้วย”แต่ถึงอย่างนั้น ฉันก็ยังชอบลู่กวานหลานอยู่ดีเขาเป็นคนเดียวที่เวลาคิดถึงเสิ่นจาวหยวนแล้วยังจำได้ว่ามีฉันอยู่อีกคนของที่ซื้อมาฝากก็มักจะเป็นของที่เหมือนกันเป๊ะสองชิ้นเสมอแต่ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่ของขวัญสองชิ้นนั้น กลายเป็นของที่เสิ่นจาวหยวนชอบเพียงคนเดียว“ซิงซิง
Read more

บทที่ 4

แม่โกรธจนหน้าดำหน้าแดงแล้วสวนกลับมาทันควัน“อะไรที่เรียกว่าเงินของแกล่ะ? ข้าวแกก็กินของฉัน น้ำแกก็ดื่มของฉัน แค่เอาเงินแกมาใช้นิดหน่อยทำเป็นรับไม่ได้หรือไง? เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ!”มันไม่เหมือนกันสักหน่อยถ้าที่บ้านมีปัญหาเรื่องเงินจริงๆ ฉันก็ยินดีเอาเงินออกมาให้ใช้ฉุกเฉินอยู่แล้วแต่แม่เอาไปเพื่อซื้อของฟุ่มเฟือยที่ไม่มีความจำเป็นอะไรให้เสิ่นจาวหยวนต่างหากฉันขึ้นเสียงดังลั่น“เอาของคนอื่นไปโดยไม่บอกกล่าวก็คือขโมย! แม่กำลังทำผิดกฎหมายอยู่นะ!”พี่ชายผุดลุกพรวดจากเก้าอี้ ชี้หน้าด่าฉันอย่างเกรี้ยวกราด“เสิ่นฝานซิง หุบปากเน่าๆ ของแกเดี๋ยวนี้นะ!”“ขโมยบ้าอะไร นั่นแม่แท้ๆ ของพวกเรานะ!”ลู่กวานหลานขมวดคิ้ว น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเคยชินกับการสั่งสอน“ซิงซิง เธอจะมองโลกในแง่ร้ายเกินไปแล้วนะ คนครอบครัวเดียวกันจะมาพูดเรื่องขโมยอะไรกัน?”“ที่คุณน้าเอาเงินเธอไป ก็คงเพราะเห็นว่าเด็กผู้หญิงอย่างเธอเก็บเงินสดไว้เยอะๆ มันไม่ปลอดภัยล่ะมั้ง”“อีกอย่าง จาวจาวสอบติดชิงต๋า เธอเป็นพี่สาว ซื้อของขวัญฉลองให้น้องสาวมันก็เป็นเรื่องสมควรอยู่แล้วนี่!”แต่นั่นมันคือเงินแต๊ะเอียที่ฉันประหยัดอดออม ไม่กล
Read more

บทที่ 5

อีกด้านหนึ่ง ณ โรงแรมอวิ๋นจิ่งภายในห้องจัดเลี้ยงบนชั้นดาดฟ้าตกแต่งอย่างหรูหราโอ่อ่า แขกเหรื่อต่างดื่มด่ำชนแก้วกันอย่างสนุกสนาน ญาติสนิทมิตรสหายแทบทุกคนต่างก็มาร่วมงานกันอย่างพร้อมหน้าแม่สวมชุดกี่เพ้าสีแดงเข้ม เดินทักทายแขกเหรื่อในงานด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสส่วนพ่อก็ถือแก้วไวน์ พูดคุยหัวเราะร่าอยู่กับบรรดาพาร์ตเนอร์ธุรกิจเจอใครก็เอาแต่โอ้อวดว่าลูกสาวคนเล็กของตัวเองเก่งกาจได้ดั่งใจแค่ไหน“เหล่าเสิ่น ลูกจาวหยวนบ้านนายเนี่ย เป็นแบบอย่างของลูกบ้านอื่นมาตั้งแต่เด็กเลยนะ ครั้งนี้ยิ่งเก่งเข้าไปใหญ่ สอบติดชิงต๋าได้ อนาคตข้างหน้าต้องรุ่งโรจน์สดใสแน่นอน!”คุณลุงพุงพลุ้ยคนหนึ่งชูแก้วขึ้นกล่าวเยินยอพ่อเชิดหน้าขึ้นกระดกเหล้าในแก้วจนหมดด้วยความภาคภูมิใจ“ที่ไหนกันเล่า ก็แค่ตัวเด็กมันใฝ่ดีรักเรียนเอง คนเป็นพ่อเป็นแม่อย่างพวกเราไม่ได้ต้องมานั่งปวดหัวอะไรเลย ก็แค่พยายามซัพพอร์ตมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเขาก็แค่นั้นแหละ!”แม่ที่อยู่ข้างๆ หัวเราะจนหุบปากไม่ลง ควงแขนเสิ่นจาวหยวนด้วยความรักใคร่เอ็นดู“จาวหยวน กำไลวงนี้สวยจังเลย ซื้อมาใหม่ล่ะสิ?”คุณป้าตาไวคนหนึ่งสังเกตเห็นเสิ่นจาวหยวนยังไม
Read more

บทที่ 6

แม่คว้ากระดาษแผ่นนั้นมาเมื่อสายตาปะทะเข้ากับคะแนนสูงลิ่วที่แทงตาและเลขบัตรประชาชนที่คุ้นเคย ก็รู้สึกหน้ามืดทะมึน ร่างกายโอนเอนแทบจะล้มลงเป็นเรื่องจริงลูกสาวที่เธอเพิ่งจะพูดจาด้อยค่าไปหยกๆ ว่า “สอบได้แค่ห้าร้อยกว่าคะแนน” คนนั้นลูกสาวที่เธอเพิ่งจะชี้หน้าด่าว่า “สู้อะไรน้องสาวไม่ได้เลยสักอย่าง” คนนั้นกลับกลายเป็นอันดับหนึ่งสายวิทย์ของทั้งเมือง!และคะแนนสอบเข้ามหาลัยของลูกสาวคนเล็กที่เธอแสนจะภาคภูมิใจนักหนา เมื่อมาอยู่ต่อหน้าคะแนนรวม 91 คะแนนแล้ว กลับดูจืดชืดธรรมดาไปเลยที่แย่ไปกว่านั้นคือ เมื่อกี้เธอเพิ่งจะประกาศกร้าวต่อหน้าญาติพี่น้องนับร้อยคน ว่าถ้ารู้อย่างนี้ตอนนั้นตั้งท้องแค่ลูกสาวคนเล็กมาคนเดียวก็ดีหรอกเสียงซุบซิบนินทารอบด้านในตอนนี้แปรเปลี่ยนเป็นคำเยาะเย้ยถากถางที่บาดหู“คนเป็นแม่ก็ลำเอียงเกิ๊น ลูกสอบได้ที่หนึ่งของเมืองทั้งคนกลับไม่เห็นหัวซะงั้น?”“ฉันว่านะ ยัยนี่จงใจเหยียบลูกคนโตเพื่อดันลูกคนเล็กชัดๆ ผลสุดท้ายรอบนี้เป็นไงล่ะ เตะโดนตอเข้าให้แล้วสิ!”สีหน้าของเสิ่นจาวหยวนซีดเผือดลงในพริบตา เธอพยายามจะซ่อนกำไลทองที่ข้อมือไว้ข้างหลังตามสัญชาตญาณ“มะ ไม่มีทางเป็นไปได้ห
Read more

บทที่ 7

รถไฟขบวนสีเขียวโยกเยกสั่นคลอนมุ่งหน้าลงสู่ทางใต้ที่ราบทางตอนเหนือ นอกหน้าต่างค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยเนินเขาที่ทอดยาวและพื้นที่สีเขียวชอุ่มฉันเอนหลังพิงพนักเก้าอี้แข็งๆ มองดูทิวทัศน์นอกหน้าต่างที่พุ่งทะยานผ่านไป สัมผัสได้ถึงความผ่อนคลายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนราวกับได้ดึงหนามที่ทิ่มแทงอยู่ในใจมาตลอดสิบแปดปีออกไปถึงแม้จะมีเลือดไหลออกมานิดหน่อย แต่ในที่สุดมันก็จะไม่กลัดหนองอักเสบอีกต่อไปแล้วเดือนสิงหาคมในหนานเฉิง อากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นอายชื้นๆ ของลมทะเลตอนที่ฉันลากกระเป๋าสัมภาระเดินออกจากสถานีรถไฟ รุ่นพี่ที่รับผิดชอบต้อนรับนักศึกษาใหม่ก็มารออยู่ก่อนแล้ว“น้องครับ เป็นเด็กปีหนึ่งหรือเปล่า? อยู่คณะอะไรครับ?”รุ่นพี่เดินเข้ามาต้อนรับอย่างกระตือรือร้น“คณะเคมีค่ะ”“ว้าว คณะของเด็กหัวกะทินี่นา! มาเลย รถของมหา'ลัยจอดอยู่ทางนี้ครับ!”เพราะเดินทางมาถึงมหา'ลัยล่วงหน้าครึ่งเดือน ฉันก็เลยทำเรื่องขอเข้าพักก่อนกำหนดได้สำเร็จห้องพักแบบสี่คน เตียงชั้นบนติดหน้าต่างรูมเมตคนอื่นๆ ยังไม่มีใครมา ในหอพักที่ว่างเปล่ามีเพียงเสียงลมพัดผ่านระเบียงเข้ามาเท่านั้นฉันใช้เวลาทั้งช่วงบ่ายเก็บกวาดหอพัก
Read more

บทที่ 8

คนที่ตามหาฉันเจอเป็นคนแรกก็คือพ่อเขาไปขอตารางเรียนของฉันมาจากอาจารย์ที่ปรึกษาคณะทันทีที่กริ่งเลิกเรียนดังขึ้น ฉันเดินออกจากห้องเรียน ก็เห็นพ่อยืนอยู่ตรงระเบียงทางเดินแล้วไม่ได้เจอกันแค่สองเดือน เขาดูแก่ลงไปตั้งสิบปีผมหงอกขาวไปครึ่งหัว แผ่นหลังก็ไม่ได้ตั้งตรงสง่าผ่าเผยเหมือนเมื่อก่อนวินาทีที่เห็นฉัน ขอบตาของเขาก็แดงก่ำ รีบสาวเท้าเข้ามาหา หวังจะคว้ามือฉันเอาไว้“ฝานซิง! ในที่สุดพ่อก็ตามหาลูกจนเจอ!”ฉันก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว เบี่ยงตัวหลบสัมผัสของเขา“พ่อมาทำไม?”ท่าทางของพ่อชะงักค้างอยู่กลางอากาศ บนใบหน้าฝืนปั้นรอยยิ้มเอาใจ“ฝานซิง กลับบ้านกับพ่อเถอะนะลูก”“แม่เขาร้องไห้อยู่บ้านทุกวันจนตาแทบจะบอดอยู่แล้ว”“จาวจาวก็เอาแต่เหม่อลอยไม่มีสติ ที่บ้านตอนนี้วุ่นวายเละเทะไปหมดแล้ว”ฉันจ้องมองเขาด้วยสายตาเย็นชา “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับหนูด้วยล่ะ?“ทำไมลูกถึงพูดจาแบบนี้ล่ะ!”พ่อเริ่มร้อนรน เสียงดังขึ้นมาทันที“นั่นมันบ้านของลูกนะ! ลูก…ลูกรีบหนีออกมา ทะเบียนบ้านก็ไม่ได้หยิบติดมือมาด้วย ยังไงก็ต้องกลับไปเอาไม่ใช่เหรอ?”ฉันแค่นยิ้ม“หนูไม่จำเป็นต้องใช้หรอก พ่อเก็บไว้ให้เสิ่นจาวหยวนใ
Read more

บทที่ 9

ฉันทำหูทวนลม ย่อตัวลงนั่งยองๆ แล้วเก็บส้มบนพื้นใส่กลับลงไปในถุงทีละลูกจากนั้น ฉันก็เงยหน้าขึ้นมองเขา“เห็นใจเรื่องอะไร? ฉันเป็นลูกสาวที่แสนดีมาตั้งสิบแปดปี ตอนนี้ก็แค่เลือกมหา'ลัยที่ตัวเองชอบ มันผิดตรงไหนไม่ทราบ?”เสิ่นหวยอันถูกฉันตอกกลับจนเถียงไม่ออก เขาชี้หน้าฉันด้วยความโกรธจัดที่ถูกหักหน้า“แกมันเห็นแก่ตัว! เลือดเย็น! ฉันรู้อยู่แล้วเชียว ว่าตั้งแต่เล็กจนโตแกมันเป็นพวกน่ารังเกียจ ตอนนี้ยิ่งทำตัวกำเริบเสิบสานเข้าไปใหญ่!”“จาวจาวเครียดเรื่องของแก จนไม่มีอารมณ์เตรียมตัวเปิดเทอมที่ชิงต๋าแล้ว แกยังจะมีความสุขลงอีกเหรอ!”“นั่นมันก็เรื่องของเธอ”ฉันหิ้วถุงผลไม้ เดินขึ้นตึกไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง“อ้อ คราวหน้าถ้ามากระชากของฉันอีก ฉันแจ้งความแน่”เสิ่นหวยอันแผดเสียงคำรามลั่นอยู่ข้างหลัง แต่ท้ายที่สุดก็ไม่กล้าตามขึ้นมาอยู่ดีคนที่สาม คือลู่กวานหลานในวันหยุดสุดสัปดาห์ที่มีฝนตกปรอยๆฉันเดินกางร่มออกมาจากห้องสมุด แต่กลับเห็นใครคนหนึ่งยืนตากฝนอยู่ลู่กวานหลานเปียกปอนไปทั้งตัว เส้นผมยุ่งเหยิงลู่แนบไปกับหน้าผากดวงตาคู่นั้นที่เคยทำให้ฉันใจเต้นแรง บัดนี้แดงก่ำ และกำลังจ้องมองมาที
Read more

บทที่ 10

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว สี่ปีให้หลังบนบอร์ดประกาศรายชื่อนักศึกษาที่ได้รับโควตาเรียนต่อปริญญาโทของมหาวิทยาลัยหนานเฉิง ชื่อของฉันปรากฏหราเป็นอันดับหนึ่งของคณะเคมีตลอดสามปีที่เรียนปริญญาโท ฉันกวาดรางวัลที่สามารถคว้ามาได้ของมหาวิทยาลัยมาจนหมดเกลี้ยงแถมยังได้ตีพิมพ์ผลงานวิจัยระดับ SCI ในฐานะผู้แต่งชื่อแรกถึงสามฉบับ และได้เข้าร่วมทำโปรเจกต์สำคัญระดับชาติกับอาจารย์ที่ปรึกษาอีกด้วยฉันไม่ใช่ลูกเป็ดขี้เหร่ที่ต้องหดหัวอยู่ในห้องเก็บของ และทำได้แค่กินเนื้อแตงโมติดเปลือกเพื่อขอเศษเสี้ยวความสนใจจากพ่อแม่อีกต่อไปแล้วฉันสยายปีกที่แข็งแกร่ง บินข้ามน้ำข้ามทะเล จนค้นพบท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ที่เป็นของตัวเองรายได้จากงานพาร์ตไทม์ในตอนนี้ มากพอที่จะจ่ายทั้งค่าเทอมและค่าครองชีพทั้งหมดของฉันได้สบายๆแถมยังเหลือพอให้ฉันไปกินอาหารทะเลมื้อหรูริมชายหาดได้เป็นครั้งคราวด้วยฉันเปลี่ยนมือถือเป็นรุ่นใหม่ล่าสุด และซื้อกระโปรงสวยๆ มาใส่ตั้งหลายตัวฉันใช้ชีวิตอย่างมีความสุข มีความสุขกว่าสิบแปดปีที่อยู่ในบ้านตระกูลเสิ่นรวมกันเป็นหมื่นเท่าพวกคนที่ได้ชื่อว่าเป็นครอบครัวและเพื่อนฝูงก่อนหน้านี้ ก็เคยแวะเวียนมาหาฉ
Read more
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status