Short
แด่เธอผู้ถูกลืม โลกกว้างใบใหม่กำลังรออยู่

แด่เธอผู้ถูกลืม โลกกว้างใบใหม่กำลังรออยู่

By:  เถียนฉานีนีCompleted
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
10Chapters
540views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ตอนที่เลือกคณะเรียนต่อ ทุกคนต่างก็รุมล้อมพูดคุยอยู่กับน้องสาวฝาแฝด พี่ชายชี้ไปที่รหัสสถาบันในบรรทัดแรก “ก็ต้องยื่นชิงต๋าอยู่แล้ว มาเป็นรุ่นน้องมหา'ลัยเดียวกับพี่ เดี๋ยวพี่ชายคนนี้ดูแลเราเอง” เพื่อนสมัยเด็กดันโบรชัวร์ของเป่ยต้าไปตรงหน้าน้องสาว “อย่าไปบ้าจี้ตามพี่ชายเธอเลย เราไปเข้าเป่ยต้าด้วยกันดีกว่า จะได้เป็นเพื่อนร่วมชั้นกันต่ออีกตั้งสี่ปี” พ่อกับแม่หัวเราะร่าพร้อมกับเออออตามน้ำ “ไปเรียนเมืองหลวงก็ดีนะลูก มีคนคอยดูแล พ่อกับแม่จะได้หมดห่วง” ผ่านไปตั้งนาน กว่าพวกเขาจะนึกขึ้นได้ว่าฉันเองก็เพิ่งจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยเสร็จเหมือนกัน “ซิงซิง แกเรียนไม่ค่อยเก่ง สมัครมหา'ลัยอะไรก็ได้ในปักกิ่งส่งๆ ไปก็พอ” พี่ชายพูดแทรกขึ้นมาโดยที่ไม่แม้แต่จะเงยหน้ามอง “ใช่ ถึงตอนนั้นทั้งสี่คนก็จะได้อยู่ในเมืองเดียวกัน สะดวกนัดเจอกันตอนเสาร์อาทิตย์ด้วยไง” เพื่อนสมัยเด็กบ่นฉันอย่างติดเป็นนิสัย “เหลือเวลาอีกแค่ครึ่งชั่วโมงก็จะหมดเขตยื่นใบสมัครแล้ว เธอก็อย่ามัวแต่ทำตัวสะเพร่าลืมโน่นลืมนี่อีกล่ะ” ฉันกำคู่มือการสมัครเรียนต่อในมือแน่นขึ้นทีละนิด

View More

Chapter 1

บทที่ 1

ตอนเด็กๆ ที่เล่นขายของ น้องสาวคือเจ้าหญิงที่มีแต่คนแย่งกันปกป้อง

พี่ชายคืออัศวินผู้ซื่อสัตย์ยอมถวายหัว ส่วนเพื่อนสมัยเด็กก็คือเจ้าชายผู้ฝ่าฟันขวากหนาม

ส่วนฉัน เป็นได้แค่นางแม่มดใจร้ายที่ทุกคนรังเกียจมาตลอด

ที่แท้โตมามันก็เหมือนเดิม

ในเมื่อไม่มีใครชอบฉัน งั้นฉันก็จะเลือกมหา'ลัยที่ไกลบ้านที่สุด

นับจากนี้ไป หนทางยาวไกล ไม่มีความจำเป็นต้องอาลัยอาวรณ์อีก

……

เมื่อเห็นฉันเอาแต่เงียบไม่ตอบกลับสักที ลู่กวานหลานที่เป็นเพื่อนสมัยเด็กก็เอ่ยปากเร่ง

“ฉันกับจาวจาวเลือกชิงต๋ากันหมดแล้ว เธอรีบๆ เลือกมหา'ลัยในปักกิ่งสักที่สิ”

ฉันจ้องมองคะแนนเก้าสิบเอ็ดคะแนนบนหน้าจอ โดยที่ไม่มีความรู้สึกดีใจเลยสักนิด

การสอบเข้ามหาลัยครั้งนี้ฉันทำได้ดีเกินคาด คะแนนพุ่งสูงกว่าตอนสอบซ้อมทุกครั้งที่ผ่านมา

มหาวิทยาลัยชื่อดังสองแห่งที่พวกเขาเพิ่งจะเถียงกันไป ฉันเองก็เข้าได้เหมือนกัน

ทว่าหลังสอบเสร็จ กลับไม่มีใครถามฉันเลยสักคำว่าทำข้อสอบได้ไหม

พอคะแนนออก ก็ไม่มีใครสนใจว่าฉันได้คะแนนเท่าไหร่

นั่นก็เพราะทันทีที่เสิ่นจาวหยวนเดินออกจากห้องสอบ เธอก็ร้องไห้น้ำตาอาบแก้มราวกับดอกหลีต้องหยาดฝน

“หนูรู้สึกว่าครั้งนี้ทำได้ไม่ค่อยดีเลย ทำยังไงดีคะ?”

พ่อกับแม่ปลอบว่าการสอบเข้ามหาลัยไม่ได้สำคัญอะไร จ่ายเงินส่งเธอไปเรียนเมืองนอกก็ยังได้

พี่ชายโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ

“จะกลัวอะไร เดี๋ยวพี่หาเงินเลี้ยงแกเอง”

ส่วนลู่กวานหลานเพื่อนสมัยเด็กก็คอยปลอบโยนเสียงนุ่ม

“จาวจาว ต่อให้เธอสอบได้คะแนนแย่แค่ไหน ยังไงก็ต้องได้มากกว่าซิงซิงอยู่แล้วล่ะ”

“ถ้าไม่ไหวจริงๆ เราสามคนก็ซิ่วไปเรียนซ้ำชั้นด้วยกันนี่แหละ ถือซะว่าได้ติวให้ซิงซิงไปด้วยในตัว”

ในสายตาของพวกเขา ฉันก็เป็นได้แค่ตัวประกอบของเสิ่นจาวหยวนเสมอ

เพราะเธอหน้าตาสะสวยจิ้มลิ้ม รวมเอาข้อดีทั้งหมดของพ่อกับแม่มาไว้ที่ตัวเอง

ทุกคนที่ได้เจอเสิ่นจาวหยวน ต่างก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากชม กอด และหอมแก้มเธอ

ผิดกับคนเป็นพี่สาวอย่างฉันที่หน้าตาแสนจะธรรมดา ไม่ได้โดดเด่น แล้วก็ไม่ได้สะสวยอะไร

ต่อให้เป็นญาติสนิทมิตรสหาย ก็ทำได้แค่ฝืนเอ่ยชมฉันมาประโยคหนึ่งว่า

เด็กคนนี้ดูท่าทางว่านอนสอนง่ายนะ

ตอนเด็กๆ ฉันเคยคิดว่าคำว่าว่านอนสอนง่ายคือคำชม

ดังนั้นตอนที่พ่อกับแม่ซื้อชุดเจ้าหญิงแสนสวยให้แค่เสิ่นจาวหยวน ฉันก็เลยไม่โวยวายว่าอยากจะใส่บ้าง

ตอนที่พี่ชายเลิกเรียนกลับมาแล้วซื้อขนมมาฝากแค่เสิ่นจาวหยวน ฉันก็ไม่เคยแย่งกิน

แม้แต่ตอนฤดูร้อนที่เสิ่นจาวหยวนได้กินแตงโมชิ้นตรงกลางที่หวานฉ่ำ ส่วนฉันได้กินแค่เนื้อติดเปลือก ฉันก็ไม่เคยก่อเรื่องงอแง

เพราะทุกครั้งที่เป็นแบบนี้ พ่อกับแม่จะหันมาให้ความสนใจฉันเพิ่มขึ้นอีกนิด

พวกเขาจะบอกว่า “ซิงซิงเป็นเด็กดีจัง รู้จักรักน้องด้วย”

พอโตขึ้น เสิ่นจาวหยวนกับลู่กวานหลานก็ผลัดกันสอบได้ที่หนึ่งของโรงเรียน

ส่วนฉันมันหัวทึบ เรียนรู้อะไรก็ช้า อันดับเลยป้วนเปี้ยนอยู่แค่ท็อปร้อยแบบครึ่งๆ กลางๆ มาตลอด

แม้แต่คุณสมบัติที่จะได้มีชื่ออยู่บนใบประกาศคะแนนแผ่นเดียวกับพวกเขาก็ยังไม่มี

ทว่าครั้งนี้ ฉันอุตส่าห์พยายามตามพวกเขาจนทันแล้วเชียว

แต่พวกเขากลับยังคิดเอาเองว่าฉันคือเสิ่นฝานซิงคนที่ไม่ได้เรื่องคนเดิม

ฉันอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถามออกไป

“ก่อนหน้านี้นายเคยบอกว่าเป่ยต้าคือมหา'ลัยในฝันไม่ใช่เหรอ จะไม่ไปจริงๆ หรอ?”

ลู่กวานหลานชะงักไปนิดนึง ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาอย่างมั่นหน้า

“ชิงต๋ากับเป่ยต้ามันต่างกันตรงไหนล่ะ? ที่สำคัญคือจาวจาวอยากไปเรียนที่ไหนต่างหาก”

ลู่กวานหลานเคยบอกฉันมาตั้งหลายครั้ง ว่ามหา'ลัยในฝันของเขาคือเป่ยต้า

แต่มาตอนนี้ เพียงเพราะเสิ่นจาวหยวนเอ่ยปากว่าจะเข้าชิงต๋า เขาก็ยอมเปลี่ยนใจอย่างง่ายดาย

จู่ๆ ฉันก็รู้สึกว่าความอาลัยอาวรณ์หยดสุดท้ายที่เหลืออยู่มันช่างน่าขันสิ้นดี

ฉันเลื่อนเมาส์ไปที่ด้านบนสุดอย่างเงียบๆ

แล้วพิมพ์อักษรคำว่ามหาวิทยาลัยหนานเฉิงลงในช่องค้นหา

มันคือมหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของประเทศ

ห่างจากบ้านตั้งหนึ่งพันสองร้อยกิโลเมตร

คลิก ส่ง ยืนยัน

เสร็จสิ้นรวดเดียวในคราวเดียว

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
10 Chapters
บทที่ 1
ตอนเด็กๆ ที่เล่นขายของ น้องสาวคือเจ้าหญิงที่มีแต่คนแย่งกันปกป้องพี่ชายคืออัศวินผู้ซื่อสัตย์ยอมถวายหัว ส่วนเพื่อนสมัยเด็กก็คือเจ้าชายผู้ฝ่าฟันขวากหนามส่วนฉัน เป็นได้แค่นางแม่มดใจร้ายที่ทุกคนรังเกียจมาตลอดที่แท้โตมามันก็เหมือนเดิมในเมื่อไม่มีใครชอบฉัน งั้นฉันก็จะเลือกมหา'ลัยที่ไกลบ้านที่สุดนับจากนี้ไป หนทางยาวไกล ไม่มีความจำเป็นต้องอาลัยอาวรณ์อีก……เมื่อเห็นฉันเอาแต่เงียบไม่ตอบกลับสักที ลู่กวานหลานที่เป็นเพื่อนสมัยเด็กก็เอ่ยปากเร่ง“ฉันกับจาวจาวเลือกชิงต๋ากันหมดแล้ว เธอรีบๆ เลือกมหา'ลัยในปักกิ่งสักที่สิ”ฉันจ้องมองคะแนนเก้าสิบเอ็ดคะแนนบนหน้าจอ โดยที่ไม่มีความรู้สึกดีใจเลยสักนิดการสอบเข้ามหาลัยครั้งนี้ฉันทำได้ดีเกินคาด คะแนนพุ่งสูงกว่าตอนสอบซ้อมทุกครั้งที่ผ่านมามหาวิทยาลัยชื่อดังสองแห่งที่พวกเขาเพิ่งจะเถียงกันไป ฉันเองก็เข้าได้เหมือนกันทว่าหลังสอบเสร็จ กลับไม่มีใครถามฉันเลยสักคำว่าทำข้อสอบได้ไหมพอคะแนนออก ก็ไม่มีใครสนใจว่าฉันได้คะแนนเท่าไหร่นั่นก็เพราะทันทีที่เสิ่นจาวหยวนเดินออกจากห้องสอบ เธอก็ร้องไห้น้ำตาอาบแก้มราวกับดอกหลีต้องหยาดฝน“หนูรู้สึกว่าครั้งนี้ทำได้ไม
Read more
บทที่ 2
หลังจากเลือกคณะเสร็จ พ่อกับแม่ก็โอนเงินให้ฉันกับเสิ่นจาวหยวนคนละก้อนพอเสิ่นจาวหยวนกดเข้าไปดู เธอก็ควงแขนแม่เข้าไปออดอ้อนอย่างสนิทสนม“หนูรู้ว่าแม่รักหนูที่สุดเลย”เธอหันมาถามฉันอย่างติดเป็นนิสัย “พ่อโอนให้พี่เท่าไหร่เหรอคะ?”หลังจากกดเปิดซองแดง ฉันก็ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “หนึ่งพันบาท”เสิ่นจาวหยวนหน้าบานขึ้นมาทันทีแต่ก็ยังแสร้งทำตัวเป็นน้องสาวที่แสนดี“พ่อกับแม่คงกลัวว่าพี่จะใช้เงินสุรุ่ยสุร่าย ก็เลยโอนเงินหนึ่งแสนบาทมาให้หนูหมดเลย”“วันหลังถ้าพี่อยากได้อะไรก็บอกหนูมาตรงๆ ได้เลยนะ”แม่บีบจมูกเธออย่างเอ็นดู“เงินก้อนนี้แม่ตั้งใจให้เป็นรางวัลที่ลูกสอบได้แปดสิบเจ็ดคะแนน ลูกเอาไปใช้เองเถอะ!”เธอหันหน้ามามองฉัน“ส่วนแก ไอ้คะแนนหกสิบกว่าๆ นั่นฉันขี้เกียจจะพูดถึง”“ปกติก็สู้แฝดน้องไม่ได้อยู่แล้ว พอขึ้นมหา'ลัยก็อย่ามัวแต่ทำตัวเหลวไหลล่ะ!”พอเสิ่นจาวหยวนได้ยินแบบนั้น ก็รีบเขย่าแขนแม่ทันที“แม่คะ ซิงซิงได้สอบเข้ามหาวิทยาลัยภายในหนึ่งพันอันดับแรกของ QS ก็เก่งมากแล้วนะ ห้ามบ่นพี่เขาแล้วนะ!”ฉันควรจะเกลียดเสิ่นจาวหยวนสิเธอช่างเปล่งประกาย เปล่งประกายเสียจนใครๆ ก็ต่างลำเอี
Read more
บทที่ 3
หลังจากกินมื้อเย็นที่รสชาติจืดชืดไร้ความอร่อยจบลงลู่กวานหลานก็หิ้วชานมสองแก้วมาปรากฏตัวอยู่ที่หน้าประตูบ้านสาคูมะม่วงส้มโอใส่น้ำแข็งสองแก้วแก้วหนึ่งเป็นของเสิ่นจาวหยวน ส่วนอีกแก้วเป็นของฉันเสิ่นจาวหยวนดูดไปอึกหนึ่ง ก็ยกนิ้วโป้งให้เขา“นายเนี่ยรู้ใจฉันที่สุดเลย ฤดูร้อนแบบนี้มันก็ต้องกินของเย็นๆ สิถึงจะชื่นใจ!”ฉันประคองชานมแก้วนั้นไว้ ความเย็นเฉียบซึมซาบจากฝ่ามือลามเข้าไปถึงขั้วหัวใจทีละนิดก่อนที่จะได้เจอเสิ่นจาวหยวน ลู่กวานหลานเคยบอกว่าเขาก็มีพี่ชายอยู่คนหนึ่งเหมือนกันเป็นพี่ชายที่แสนจะเพอร์เฟกต์จนคนที่บ้านมองเห็นแค่พี่ชายคนนั้น ฉันเคยคิดไปเองอย่างซื่อบื้อว่าฉันกับเขาเป็นคนประเภทเดียวกันแต่หลังจากที่ได้รู้จักกับเสิ่นจาวหยวน ลู่กวานหลานกลับพูดว่า“น้องสาวเธอเนี่ยน่ารักน่าเอ็นดูกว่าเธอจริงๆ ด้วย”แต่ถึงอย่างนั้น ฉันก็ยังชอบลู่กวานหลานอยู่ดีเขาเป็นคนเดียวที่เวลาคิดถึงเสิ่นจาวหยวนแล้วยังจำได้ว่ามีฉันอยู่อีกคนของที่ซื้อมาฝากก็มักจะเป็นของที่เหมือนกันเป๊ะสองชิ้นเสมอแต่ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่ของขวัญสองชิ้นนั้น กลายเป็นของที่เสิ่นจาวหยวนชอบเพียงคนเดียว“ซิงซิง
Read more
บทที่ 4
แม่โกรธจนหน้าดำหน้าแดงแล้วสวนกลับมาทันควัน“อะไรที่เรียกว่าเงินของแกล่ะ? ข้าวแกก็กินของฉัน น้ำแกก็ดื่มของฉัน แค่เอาเงินแกมาใช้นิดหน่อยทำเป็นรับไม่ได้หรือไง? เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ!”มันไม่เหมือนกันสักหน่อยถ้าที่บ้านมีปัญหาเรื่องเงินจริงๆ ฉันก็ยินดีเอาเงินออกมาให้ใช้ฉุกเฉินอยู่แล้วแต่แม่เอาไปเพื่อซื้อของฟุ่มเฟือยที่ไม่มีความจำเป็นอะไรให้เสิ่นจาวหยวนต่างหากฉันขึ้นเสียงดังลั่น“เอาของคนอื่นไปโดยไม่บอกกล่าวก็คือขโมย! แม่กำลังทำผิดกฎหมายอยู่นะ!”พี่ชายผุดลุกพรวดจากเก้าอี้ ชี้หน้าด่าฉันอย่างเกรี้ยวกราด“เสิ่นฝานซิง หุบปากเน่าๆ ของแกเดี๋ยวนี้นะ!”“ขโมยบ้าอะไร นั่นแม่แท้ๆ ของพวกเรานะ!”ลู่กวานหลานขมวดคิ้ว น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเคยชินกับการสั่งสอน“ซิงซิง เธอจะมองโลกในแง่ร้ายเกินไปแล้วนะ คนครอบครัวเดียวกันจะมาพูดเรื่องขโมยอะไรกัน?”“ที่คุณน้าเอาเงินเธอไป ก็คงเพราะเห็นว่าเด็กผู้หญิงอย่างเธอเก็บเงินสดไว้เยอะๆ มันไม่ปลอดภัยล่ะมั้ง”“อีกอย่าง จาวจาวสอบติดชิงต๋า เธอเป็นพี่สาว ซื้อของขวัญฉลองให้น้องสาวมันก็เป็นเรื่องสมควรอยู่แล้วนี่!”แต่นั่นมันคือเงินแต๊ะเอียที่ฉันประหยัดอดออม ไม่กล
Read more
บทที่ 5
อีกด้านหนึ่ง ณ โรงแรมอวิ๋นจิ่งภายในห้องจัดเลี้ยงบนชั้นดาดฟ้าตกแต่งอย่างหรูหราโอ่อ่า แขกเหรื่อต่างดื่มด่ำชนแก้วกันอย่างสนุกสนาน ญาติสนิทมิตรสหายแทบทุกคนต่างก็มาร่วมงานกันอย่างพร้อมหน้าแม่สวมชุดกี่เพ้าสีแดงเข้ม เดินทักทายแขกเหรื่อในงานด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสส่วนพ่อก็ถือแก้วไวน์ พูดคุยหัวเราะร่าอยู่กับบรรดาพาร์ตเนอร์ธุรกิจเจอใครก็เอาแต่โอ้อวดว่าลูกสาวคนเล็กของตัวเองเก่งกาจได้ดั่งใจแค่ไหน“เหล่าเสิ่น ลูกจาวหยวนบ้านนายเนี่ย เป็นแบบอย่างของลูกบ้านอื่นมาตั้งแต่เด็กเลยนะ ครั้งนี้ยิ่งเก่งเข้าไปใหญ่ สอบติดชิงต๋าได้ อนาคตข้างหน้าต้องรุ่งโรจน์สดใสแน่นอน!”คุณลุงพุงพลุ้ยคนหนึ่งชูแก้วขึ้นกล่าวเยินยอพ่อเชิดหน้าขึ้นกระดกเหล้าในแก้วจนหมดด้วยความภาคภูมิใจ“ที่ไหนกันเล่า ก็แค่ตัวเด็กมันใฝ่ดีรักเรียนเอง คนเป็นพ่อเป็นแม่อย่างพวกเราไม่ได้ต้องมานั่งปวดหัวอะไรเลย ก็แค่พยายามซัพพอร์ตมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเขาก็แค่นั้นแหละ!”แม่ที่อยู่ข้างๆ หัวเราะจนหุบปากไม่ลง ควงแขนเสิ่นจาวหยวนด้วยความรักใคร่เอ็นดู“จาวหยวน กำไลวงนี้สวยจังเลย ซื้อมาใหม่ล่ะสิ?”คุณป้าตาไวคนหนึ่งสังเกตเห็นเสิ่นจาวหยวนยังไม
Read more
บทที่ 6
แม่คว้ากระดาษแผ่นนั้นมาเมื่อสายตาปะทะเข้ากับคะแนนสูงลิ่วที่แทงตาและเลขบัตรประชาชนที่คุ้นเคย ก็รู้สึกหน้ามืดทะมึน ร่างกายโอนเอนแทบจะล้มลงเป็นเรื่องจริงลูกสาวที่เธอเพิ่งจะพูดจาด้อยค่าไปหยกๆ ว่า “สอบได้แค่ห้าร้อยกว่าคะแนน” คนนั้นลูกสาวที่เธอเพิ่งจะชี้หน้าด่าว่า “สู้อะไรน้องสาวไม่ได้เลยสักอย่าง” คนนั้นกลับกลายเป็นอันดับหนึ่งสายวิทย์ของทั้งเมือง!และคะแนนสอบเข้ามหาลัยของลูกสาวคนเล็กที่เธอแสนจะภาคภูมิใจนักหนา เมื่อมาอยู่ต่อหน้าคะแนนรวม 91 คะแนนแล้ว กลับดูจืดชืดธรรมดาไปเลยที่แย่ไปกว่านั้นคือ เมื่อกี้เธอเพิ่งจะประกาศกร้าวต่อหน้าญาติพี่น้องนับร้อยคน ว่าถ้ารู้อย่างนี้ตอนนั้นตั้งท้องแค่ลูกสาวคนเล็กมาคนเดียวก็ดีหรอกเสียงซุบซิบนินทารอบด้านในตอนนี้แปรเปลี่ยนเป็นคำเยาะเย้ยถากถางที่บาดหู“คนเป็นแม่ก็ลำเอียงเกิ๊น ลูกสอบได้ที่หนึ่งของเมืองทั้งคนกลับไม่เห็นหัวซะงั้น?”“ฉันว่านะ ยัยนี่จงใจเหยียบลูกคนโตเพื่อดันลูกคนเล็กชัดๆ ผลสุดท้ายรอบนี้เป็นไงล่ะ เตะโดนตอเข้าให้แล้วสิ!”สีหน้าของเสิ่นจาวหยวนซีดเผือดลงในพริบตา เธอพยายามจะซ่อนกำไลทองที่ข้อมือไว้ข้างหลังตามสัญชาตญาณ“มะ ไม่มีทางเป็นไปได้ห
Read more
บทที่ 7
รถไฟขบวนสีเขียวโยกเยกสั่นคลอนมุ่งหน้าลงสู่ทางใต้ที่ราบทางตอนเหนือ นอกหน้าต่างค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยเนินเขาที่ทอดยาวและพื้นที่สีเขียวชอุ่มฉันเอนหลังพิงพนักเก้าอี้แข็งๆ มองดูทิวทัศน์นอกหน้าต่างที่พุ่งทะยานผ่านไป สัมผัสได้ถึงความผ่อนคลายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนราวกับได้ดึงหนามที่ทิ่มแทงอยู่ในใจมาตลอดสิบแปดปีออกไปถึงแม้จะมีเลือดไหลออกมานิดหน่อย แต่ในที่สุดมันก็จะไม่กลัดหนองอักเสบอีกต่อไปแล้วเดือนสิงหาคมในหนานเฉิง อากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นอายชื้นๆ ของลมทะเลตอนที่ฉันลากกระเป๋าสัมภาระเดินออกจากสถานีรถไฟ รุ่นพี่ที่รับผิดชอบต้อนรับนักศึกษาใหม่ก็มารออยู่ก่อนแล้ว“น้องครับ เป็นเด็กปีหนึ่งหรือเปล่า? อยู่คณะอะไรครับ?”รุ่นพี่เดินเข้ามาต้อนรับอย่างกระตือรือร้น“คณะเคมีค่ะ”“ว้าว คณะของเด็กหัวกะทินี่นา! มาเลย รถของมหา'ลัยจอดอยู่ทางนี้ครับ!”เพราะเดินทางมาถึงมหา'ลัยล่วงหน้าครึ่งเดือน ฉันก็เลยทำเรื่องขอเข้าพักก่อนกำหนดได้สำเร็จห้องพักแบบสี่คน เตียงชั้นบนติดหน้าต่างรูมเมตคนอื่นๆ ยังไม่มีใครมา ในหอพักที่ว่างเปล่ามีเพียงเสียงลมพัดผ่านระเบียงเข้ามาเท่านั้นฉันใช้เวลาทั้งช่วงบ่ายเก็บกวาดหอพัก
Read more
บทที่ 8
คนที่ตามหาฉันเจอเป็นคนแรกก็คือพ่อเขาไปขอตารางเรียนของฉันมาจากอาจารย์ที่ปรึกษาคณะทันทีที่กริ่งเลิกเรียนดังขึ้น ฉันเดินออกจากห้องเรียน ก็เห็นพ่อยืนอยู่ตรงระเบียงทางเดินแล้วไม่ได้เจอกันแค่สองเดือน เขาดูแก่ลงไปตั้งสิบปีผมหงอกขาวไปครึ่งหัว แผ่นหลังก็ไม่ได้ตั้งตรงสง่าผ่าเผยเหมือนเมื่อก่อนวินาทีที่เห็นฉัน ขอบตาของเขาก็แดงก่ำ รีบสาวเท้าเข้ามาหา หวังจะคว้ามือฉันเอาไว้“ฝานซิง! ในที่สุดพ่อก็ตามหาลูกจนเจอ!”ฉันก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว เบี่ยงตัวหลบสัมผัสของเขา“พ่อมาทำไม?”ท่าทางของพ่อชะงักค้างอยู่กลางอากาศ บนใบหน้าฝืนปั้นรอยยิ้มเอาใจ“ฝานซิง กลับบ้านกับพ่อเถอะนะลูก”“แม่เขาร้องไห้อยู่บ้านทุกวันจนตาแทบจะบอดอยู่แล้ว”“จาวจาวก็เอาแต่เหม่อลอยไม่มีสติ ที่บ้านตอนนี้วุ่นวายเละเทะไปหมดแล้ว”ฉันจ้องมองเขาด้วยสายตาเย็นชา “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับหนูด้วยล่ะ?“ทำไมลูกถึงพูดจาแบบนี้ล่ะ!”พ่อเริ่มร้อนรน เสียงดังขึ้นมาทันที“นั่นมันบ้านของลูกนะ! ลูก…ลูกรีบหนีออกมา ทะเบียนบ้านก็ไม่ได้หยิบติดมือมาด้วย ยังไงก็ต้องกลับไปเอาไม่ใช่เหรอ?”ฉันแค่นยิ้ม“หนูไม่จำเป็นต้องใช้หรอก พ่อเก็บไว้ให้เสิ่นจาวหยวนใ
Read more
บทที่ 9
ฉันทำหูทวนลม ย่อตัวลงนั่งยองๆ แล้วเก็บส้มบนพื้นใส่กลับลงไปในถุงทีละลูกจากนั้น ฉันก็เงยหน้าขึ้นมองเขา“เห็นใจเรื่องอะไร? ฉันเป็นลูกสาวที่แสนดีมาตั้งสิบแปดปี ตอนนี้ก็แค่เลือกมหา'ลัยที่ตัวเองชอบ มันผิดตรงไหนไม่ทราบ?”เสิ่นหวยอันถูกฉันตอกกลับจนเถียงไม่ออก เขาชี้หน้าฉันด้วยความโกรธจัดที่ถูกหักหน้า“แกมันเห็นแก่ตัว! เลือดเย็น! ฉันรู้อยู่แล้วเชียว ว่าตั้งแต่เล็กจนโตแกมันเป็นพวกน่ารังเกียจ ตอนนี้ยิ่งทำตัวกำเริบเสิบสานเข้าไปใหญ่!”“จาวจาวเครียดเรื่องของแก จนไม่มีอารมณ์เตรียมตัวเปิดเทอมที่ชิงต๋าแล้ว แกยังจะมีความสุขลงอีกเหรอ!”“นั่นมันก็เรื่องของเธอ”ฉันหิ้วถุงผลไม้ เดินขึ้นตึกไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง“อ้อ คราวหน้าถ้ามากระชากของฉันอีก ฉันแจ้งความแน่”เสิ่นหวยอันแผดเสียงคำรามลั่นอยู่ข้างหลัง แต่ท้ายที่สุดก็ไม่กล้าตามขึ้นมาอยู่ดีคนที่สาม คือลู่กวานหลานในวันหยุดสุดสัปดาห์ที่มีฝนตกปรอยๆฉันเดินกางร่มออกมาจากห้องสมุด แต่กลับเห็นใครคนหนึ่งยืนตากฝนอยู่ลู่กวานหลานเปียกปอนไปทั้งตัว เส้นผมยุ่งเหยิงลู่แนบไปกับหน้าผากดวงตาคู่นั้นที่เคยทำให้ฉันใจเต้นแรง บัดนี้แดงก่ำ และกำลังจ้องมองมาที
Read more
บทที่ 10
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว สี่ปีให้หลังบนบอร์ดประกาศรายชื่อนักศึกษาที่ได้รับโควตาเรียนต่อปริญญาโทของมหาวิทยาลัยหนานเฉิง ชื่อของฉันปรากฏหราเป็นอันดับหนึ่งของคณะเคมีตลอดสามปีที่เรียนปริญญาโท ฉันกวาดรางวัลที่สามารถคว้ามาได้ของมหาวิทยาลัยมาจนหมดเกลี้ยงแถมยังได้ตีพิมพ์ผลงานวิจัยระดับ SCI ในฐานะผู้แต่งชื่อแรกถึงสามฉบับ และได้เข้าร่วมทำโปรเจกต์สำคัญระดับชาติกับอาจารย์ที่ปรึกษาอีกด้วยฉันไม่ใช่ลูกเป็ดขี้เหร่ที่ต้องหดหัวอยู่ในห้องเก็บของ และทำได้แค่กินเนื้อแตงโมติดเปลือกเพื่อขอเศษเสี้ยวความสนใจจากพ่อแม่อีกต่อไปแล้วฉันสยายปีกที่แข็งแกร่ง บินข้ามน้ำข้ามทะเล จนค้นพบท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ที่เป็นของตัวเองรายได้จากงานพาร์ตไทม์ในตอนนี้ มากพอที่จะจ่ายทั้งค่าเทอมและค่าครองชีพทั้งหมดของฉันได้สบายๆแถมยังเหลือพอให้ฉันไปกินอาหารทะเลมื้อหรูริมชายหาดได้เป็นครั้งคราวด้วยฉันเปลี่ยนมือถือเป็นรุ่นใหม่ล่าสุด และซื้อกระโปรงสวยๆ มาใส่ตั้งหลายตัวฉันใช้ชีวิตอย่างมีความสุข มีความสุขกว่าสิบแปดปีที่อยู่ในบ้านตระกูลเสิ่นรวมกันเป็นหมื่นเท่าพวกคนที่ได้ชื่อว่าเป็นครอบครัวและเพื่อนฝูงก่อนหน้านี้ ก็เคยแวะเวียนมาหาฉ
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status