All Chapters of ยิ่งรักเท่าไร ยิ่งเจ็บเท่านั้น: Chapter 1 - Chapter 9

9 Chapters

บทที่ 1

ผมเพิ่งจะเตรียมตัวกลับ ก็มีคนตบโต๊ะส่งเสียงเชียร์ขึ้นมาอีก“อย่าเพิ่งไปสิจือหยวน รอบสุดท้ายแล้ว”“ครั้งนี้มาเล่นอะไรตื่นเต้น ๆ กันดีกว่า มาดูกันว่าประวัติแชตกับใครเยอะที่สุด”เวินเยี่ยนโจวหัวเราะพลางดันโทรศัพท์มือถือไปกลางโต๊ะ“ได้สิ ฉันไม่มีอะไรต้องปิดบังอยู่แล้ว”แต่ตอนที่ผลสถิติเด้งขึ้นมา ภายในห้องวีไอพีพลันเงียบกริบไปชั่วอึดใจคนที่เสิ่นชิงถังคุยด้วยมากที่สุด ไม่ใช่ผมแต่เป็นเวินเยี่ยนโจวมีคนหัวเราะแห้ง ๆ ออกมาสองเสียง“นี่...ชิงถังกับเยี่ยนโจวคุยกันเยอะเหมือนกันนะเนี่ย”เวินเยี่ยนโจวกะพริบตา น้ำเสียงร่าเริง“ช่วยไม่ได้นี่นา จือหยวนเป็นผู้ใหญ่เกินไป มีอะไรก็แบกรับไว้คนเดียวหมด”“บางทีชิงถังก็เครียด เลยต้องหาคนคุยด้วยบ้างไม่ใช่เหรอ”พูดจบ เขาก็กดเข้าไปในประวัติการแชตช่วงหนึ่งเหมือนไม่ได้ตั้งใจบนหน้าจอเด้งข้อความที่เสิ่นชิงถังส่งหาเขา“จือหยวนถามเรื่องลำดับพิธีแต่งงานอีกแล้ว”“เขาจริงจังเกินไปจริง ๆ”เวินเยี่ยนโจวตอบเธอ “เขาก็ตึงเครียดเกินไป ไม่เหมือนฉัน เรื่องแต่งงานอะไรแบบนี้แค่มีความสุขก็พอแล้ว”เสิ่นชิงถังส่งสติกเกอร์หัวเราะกลับไป“ฉันถึงบอกไงว่าคุยกับเวินเยี
Read more

บทที่ 2

ผมลุกขึ้นยืน เอ่ยเสียงแผ่วเบา“ฉันเหนื่อยแล้ว ขอตัวกลับก่อนนะ”ตอนเดินมาถึงประตูถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลืมเสื้อคลุมไว้บนพนักโซฟาตอนที่เดินกลับไปเอา ประตูห้องปิดไม่สนิทด้านในมีคนกดเสียงต่ำเอ่ยเกลี้ยกล่อม“เสิ่นชิงถัง เธอจะไม่ตามไปจริง ๆ เหรอ”“เมื่อกี้จือหยวนหน้าซีดไปหมดแล้วนะ”เสิ่นชิงถังเงียบไปอึดใจหนึ่ง ทว่าน้ำเสียงกลับหนักแน่น“จือหยวนไม่โกรธจริงหรอก”“เขาเป็นคนซื่อจะตาย นอนตื่นหนึ่งก็หายแล้ว”มือของผมชะงักอยู่บนลูกบิดประตูชั่ววินาทีต่อมา เธอก็พูดขึ้นอีกว่า“เยี่ยนโจวต่างหากล่ะ เมื่อกี้โดนพวกนายโห่แซวซะจนทำตัวไม่ถูกแล้ว”“ฉันต้องง้อเขาสักหน่อย”ผมกำลูกบิดประตูไว้แน่น ปลายนิ้วค่อย ๆ เย็นเฉียบคำว่า 'รู้ความ' เหมือนกับมีดทื่อ ๆ เล่มหนึ่งฟันไม่เลือดตกยางออก แต่กลับค่อย ๆ กรีดเฉือนหัวใจทีละนิดผมไม่ได้เดินกลับเข้าไปอีก จังหวะนั้นเองโทรศัพท์มือถือก็สั่นเตือนขึ้นมาเป็นข้อความจากออร์แกไนเซอร์จัดงานแต่ง“คุณเจียงคะ ยืนยันที่จะยกเลิกงานแต่งงานใช่ไหมคะ”“คุณอุตส่าห์เตรียมการแผนงานแต่งนี้มากว่าครึ่งปีเลยนะคะ”“ตั้งแต่ดอกไม้ไปจนถึงแสงสี ตั้งแต่การ์ดเชิญไปจนถึงป้ายชื่อตั้
Read more

บทที่ 3

พอกลับมาถึงเรือนหอ ผมก็เริ่มจัดกระเป๋าเดินทางบ้านหลังนี้ เป็นบ้านที่ผมกับเสิ่นชิงถังช่วยกันเลือกเธอบอกว่าวันข้างหน้าหลังเลิกงานกลับมา ไฟตรงโถงทางเข้าจะเปิดสว่าง ในครัวจะมีซุปร้อน ๆ ส่วนตรงระเบียงจะปลูกดอกคามิลเลียที่ผมชอบเอาไว้แค่คิดก็มีความสุขมากแล้วทว่าตอนนี้ผมถึงเพิ่งตระหนักได้ภายในบ้านหลังนี้ เต็มไปด้วยร่องรอยของเวินเยี่ยนโจวอยู่ทุกหนทุกแห่งในตู้เย็นอัดแน่นไปด้วยน้ำอัดลมรสพีชขาวที่เขาชอบดื่มบนโซฟามีเสื้อคลุมที่เขาลืมทิ้งไว้พาดอยู่แม้กระทั่งชุดสูทเพื่อนเจ้าบ่าวที่แขวนอยู่ข้างชุดของผม ยังดูประณีตกว่าชุดเจ้าบ่าวของผมเสียอีกผมยืนอยู่ตรงห้องแต่งตัว มองเสื้อผ้าสองชุดนั้นในใจพลันรู้สึกปวดหนึบขึ้นมาที่แท้งานแต่งงานนี้ยังไม่ทันจะได้เริ่มต้นทว่าพื้นที่ในใจของเสิ่นชิงถังที่เป็นของผม กลับถูกเวินเยี่ยนโจวแย่งชิงไปทีละนิดจนเต็มพื้นที่เสียแล้วผมไม่ได้ร้องไห้เพียงแค่เก็บเอกสารสำคัญ พาสปอร์ต และเสื้อผ้าที่ใส่ประจำสองสามชุดลงในกระเป๋าเดินทางจัดกระเป๋าไปได้ครึ่งทาง เสียงปลดล็อกประตูก็ดังขึ้นเสิ่นชิงถังกลับมาแล้วในมือของเธอหิ้วถุงเครื่องประดับ น้ำเสียงเจือความง้องอนอย
Read more

บทที่ 4

วันรุ่งขึ้น ตอนที่ผมลากกระเป๋าเดินทางผ่านห้องหนังสือ ประตูห้องปิดไม่สนิทด้านในมีเสียงหัวเราะแผ่วเบาของเสิ่นชิงถังดังลอดออกมาหน้าจอคอมพิวเตอร์กำลังเปิดวิดีโอคอลอยู่เวินเยี่ยนโจวในชุดนอนเอนกายพิงหัวเตียง ในมือถือเอกสารคำปฏิญาณในงานแต่งงานเอาไว้“ชิงถัง ท่อนนี้เธอเขียนดูเป็นทางการเกินไปหน่อยนะ”“จือหยวน ขอบคุณที่คอยอยู่เคียงข้างกันมาตลอดเจ็ดปี”พอเขาอ่านจบ ก็หัวเราะออกมาเบา ๆ“เหมือนเจ้านายขึ้นกล่าวสุนทรพจน์เลย”เสิ่นชิงถังก็หัวเราะออกมาเช่นกัน“ฉันไม่ถนัดเขียนอะไรพวกนี้นี่นา”เวินเยี่ยนโจวเท้าคางมองเธอ“เธอเขียนประมาณว่านายเหมือนกับฤดูใบไม้ผลิ ที่ทำให้ฉันรู้สึกผ่อนคลายก็ได้นี่”“แบบนี้ดูโรแมนติกขึ้นมาหน่อยไหม”เสิ่นชิงถังเงียบไปหลายวินาที น้ำเสียงอ่อนลง“ประโยคนี้เหมือนหมายถึงนายมากกว่านะ”ปลายสายฝั่งนั้นเงียบไปชั่วครู่เวินเยี่ยนโจวเอ่ยถามเสียงเบา “งั้นเธอยืนยันจะเขียนให้จือหยวนเหรอ”เสิ่นชิงถังไม่ได้ตอบกลับในทันทีผ่านไปพักใหญ่ เธอถึงเอ่ยปาก“ตอนอยู่ในงานแต่ง จะอ่านให้ใครฟังก็เหมือนกันนั่นแหละ”“คิดซะว่าฉันแอบอ่านให้นายฟังก็แล้วกัน”ผมยืนอยู่หน้าประตู กลางอกคล้า
Read more

บทที่ 5

เสิ่นชิงถังกำโทรศัพท์มือถือไว้ สีหน้าค่อย ๆ เคร่งเครียดขึ้น“เขาไปไอซ์แลนด์เหรอ”“ตั้งแต่เมื่อไหร่”ออร์แกไนเซอร์จัดงานแต่งที่อยู่ปลายสายลังเลไปชั่วครู่“คุณเจียงบอกว่าเป็นออฟเฟอร์ที่ได้รับมาก่อนหน้านี้ตั้งนานแล้วค่ะ”“แต่เพิ่งจะตัดสินใจตอบรับวันนี้”“เขายังบอกอีกว่า ค่าเสียหายทั้งหมดของงานแต่งเขาจะรับผิดชอบเอง ไม่จำเป็นต้องให้คุณเสิ่นออกหน้าค่ะ”เสิ่นชิงถังราวกับได้ยินเรื่องเหลวไหลอะไรทำนองนั้น“ไม่จำเป็นต้องให้ฉันออกหน้าเหรอ”“สิ่งที่เขายกเลิกคืองานแต่งของพวกเรานะ!”ออร์แกไนเซอร์เอ่ยอย่างระมัดระวัง“คุณเสิ่นคะ เมื่อคืนคุณเจียงยืนยันชัดเจนมากเลยค่ะ”“เขาบอกว่า งานแต่งงานครั้งนี้ไม่ใช่รูปแบบที่เขาต้องการอีกต่อไปแล้ว”ประโยคนี้เปรียบเสมือนเข็มเล่มหนึ่ง ที่ทิ่มแทงเข้าไปในหัวใจของเสิ่นชิงถังเธอหันขวับกลับไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ตามสัญชาตญาณเวินเยี่ยนโจวยังคงออนไลน์อยู่เขายีผมตัวเองอย่างกลัดกลุ้ม นัยน์ตาแดงก่ำ“ชิงถัง จือหยวนโกรธเพราะฉันหรือเปล่า”“หรือว่าฉันไปอธิบายให้เขาฟังดีไหม”เมื่อก่อนขอเพียงแค่เวินเยี่ยนโจวพูดแบบนี้ เสิ่นชิงถังก็จะคอยปลอบโยนเขาทันทีทว่าในเวลานี
Read more

บทที่ 6

โทรศัพท์มือถือดังขึ้นมาอีกครั้งครั้งนี้เป็นเอกสารที่ออร์แกไนเซอร์จัดงานแต่งส่งมา“คุณเสิ่นคะ นี่แผนสรุปสุดท้ายที่คุณเจียงยืนยันก่อนจะยกเลิกงานแต่งค่ะ”“เขาบอกว่า หากคุณเสิ่นต้องการ ก็เก็บไว้เป็นที่ระลึกได้ค่ะ”เสิ่นชิงถังกดเปิดดูหน้าแรก คืองานแต่งดอกคามิลเลียสีขาวในตอนเริ่มต้นหน้าที่สอง คือเวอร์ชันที่ถูกเปลี่ยนเป็นดอกกุหลาบสีแดงในภายหลังในหมายเหตุการแก้ไขแต่ละข้อที่อยู่ด้านข้าง ล้วนระบุเอาไว้ว่า“คุณเสิ่นบอกว่า คุณเวินเสนอ”“คุณเสิ่นบอกว่า คุณเวินชอบ”“คุณเสิ่นบอกว่า ให้เชื่อคุณเวิน”ข้อแล้วข้อเล่าเปรียบเสมือนการตบหน้าฉาดแล้วฉาดเล่าในที่สุดเสิ่นชิงถังก็เข้าใจไม่ใช่ว่าจู่ ๆ ผมก็ไม่อยากได้งานแต่งครั้งนี้ขึ้นมาแต่เป็นเธอต่างหากที่ค่อย ๆ เปลี่ยนตัวผมออกจากงานแต่งครั้งนี้ไปทีละนิดตั้งนานแล้วส่วนผมก็แค่ไม่อยากยืนอยู่ในที่ที่ไม่ใช่ของตัวเองอีกต่อไปแล้วเธอยกมือขึ้นปิดบังดวงตาทว่าน้ำตากลับยังคงร่วงหล่นลงมาตามง่ามนิ้วอีกด้านหนึ่งตอนเครื่องบินทะยานผ่านชั้นเมฆ เส้นขอบฟ้าพลันปรากฏแสงจาง ๆ อาบไล้ไปทั่วผมนั่งอยู่ตรงที่นั่งริมหน้าต่าง ทอดสายตามองเมืองด้านล่างที่ห่างไ
Read more

บทที่ 7

สิ้นประโยคนี้ จู่ ๆ เสิ่นชิงถังก็คุกเข่าลงพื้นหิมะเย็นมากตอนหัวเข่าของเธอกระแทกลงไป มีเสียงดังทึบ ๆ ดังขึ้น“จือหยวน ฉันผิดไปแล้ว”“ต่อไปฉันจะไม่ไปเจอเวินเยี่ยนโจวอีก”“ฉันจะลบประวัติแชตทั้งหมดทิ้ง”“งานแต่งก็จัดใหม่ได้”“นายต้องการอะไร ฉันจะให้ทุกอย่างเลย”“นายกลับมาเถอะนะ ได้ไหม”เพื่อนร่วมงานรอบข้างมองมาจากที่ไกล ๆมีคนคิดจะเดินเข้ามา แต่ผมก็ส่ายหน้าห้ามเอาไว้ผมมองเสิ่นชิงถังที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าภายในใจพลันไร้ซึ่งความเกลียดชังและไม่มีความเจ็บปวดมีเพียงความสงบนิ่งหลังจากทุกอย่างคลี่คลายลงแล้วเท่านั้น“เสิ่นชิงถัง”“สิ่งที่ฉันต้องการ เมื่อก่อนเธอให้ไม่ได้”“ตอนนี้ฉันไม่ต้องการแล้ว เธอก็ไม่ต้องให้แล้วละ”เธอเงยหน้าขึ้น แววตาเต็มไปด้วยความพังทลาย“แต่ฉันรักนายนะ”“ฉันรักนายจริง ๆ ...”“งั้นก็ถือซะว่าเคยรักก็แล้วกัน”ผมเอ่ยเสียงเบา“ฉันก็เคยรักเหมือนกัน”“แต่เราคงต้องจบลงแค่นี้แหละ”พูดจบ ผมก็เดินเบี่ยงหลบเธอเข้าไปในโรงแรมเสิ่นชิงถังยื่นมือมาหมายจะคว้าตัวผมไว้แต่กลับถูกเพื่อนร่วมงานในทีมโปรเจกต์ขวางเอาไว้เธอคุกเข่าอยู่บนลานหิมะ ตะโกนเรียกชื่อผมซ้ำแล้ว
Read more

บทที่ 8

ต่อมาชื่อเสียงของเวินเยี่ยนโจวในแวดวงเพื่อนก็ป่นปี้ไม่มีชิ้นดีตอนแรกแค่มีคนปล่อยคลิปวิดีโองานปาร์ตี้คืนนั้นออกมาเสิ่นชิงถังบอกข้อดีของเขาสิบข้อเสิ่นชิงถังคุยแชตกับเขามากที่สุดเสิ่นชิงถังค่อย ๆ เปลี่ยนงานแต่งงานของผม ให้กลายเป็นรูปแบบที่เขาชอบทีละนิดเรื่องพวกนี้ถ้าแยกพูดทีละเรื่อง บางทีอาจจะยังใช้คำว่า “เพื่อนสนิทกัน” มาบังหน้าได้แต่พอมารวมกันแล้ว กลับกลายเป็นความน่าสะอิดสะเอียนอย่างชัดเจนมีคนพูดจาประชดประชันในกลุ่ม“สนิทกันขนาดนี้ ทำไมถึงยังแทงข้างหลังแย่งแฟนคนอื่นได้อีกล่ะ”“เขาใกล้จะแต่งงานกันอยู่แล้ว ยังไปช่วยแก้คำปฏิญาณอีก ไม่รู้จักวางตัวเลยจริง ๆ”“เพื่อนบ้าอะไรกัน นี่มันตั้งใจหยามหน้ากันชัด ๆ”ไม่นานนัก ก็มีคนเริ่มขุดเรื่องเก่า ๆ ขึ้นมาปีที่เป็นวันเกิดผม เสิ่นชิงถังบอกว่าบริษัทมีธุระด่วน เลยมาทานข้าวเป็นเพื่อนผมไม่ได้แต่เวินเยี่ยนโจวกลับโพสต์รูปที่เห็นแค่มือครึ่งท่อนนาฬิกาข้อมือที่สวมอยู่บนมือนั้น คือของขวัญวันเกิดที่ผมซื้อให้เสิ่นชิงถังคืนที่ผมโรคกระเพาะกำเริบ เสิ่นชิงถังบอกว่าดึกเกินไปแล้ว ให้ผมเรียกแท็กซี่ไปโรงพยาบาลเองแต่กลับมีคนถ่ายรูปตอนที่เธอยืน
Read more

บทที่ 9

วันนั้นที่ไอซ์แลนด์หิมะกำลังตกผมเพิ่งจะถ่ายวิดีโอไทม์แลปส์แสงเหนือเสร็จเซ็ตหนึ่ง นิ้วมือแข็งชาไปหมดเพราะความหนาวเหน็บปลายสายฝั่งนั้น น้ำเสียงของเธอแหบพร่า“จือหยวน ฉันรู้ว่าตอนนี้ฉันจะพูดอะไรมันก็สายไปแล้ว”“แต่ฉันเสียใจจริง ๆ”“ฉันเอาแต่คิดทุกวันว่าถ้าในงานปาร์ตี้วันนั้น ฉันไม่ได้บอกว่านายแค่เป็นคนรู้ความแล้ว”“ถ้าฉันวิ่งตามนายออกไป”“ถ้าฉันไม่ได้ลบกำแพงรูปถ่ายทิ้ง”“ถ้าฉันรับรู้ถึงความเสียใจของนายให้เร็วกว่านี้...”ตอนที่พูดประโยคสุดท้าย น้ำเสียงของเธอสั่นเครือจนแทบไม่เป็นคำ“พวกเราก็จะไม่มีวันเดินมาถึงจุดนี้ใช่ไหม”ผมทอดสายตามองลานหิมะที่อยู่ไกลออกไป ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา“เสิ่นชิงถัง”“มันไม่มีคำว่าถ้าหรอกนะ”ปลายสายฝั่งนั้นเงียบเสียงลงผมพูดต่อ“เธอไม่ได้ทำร้ายจิตใจฉันแค่ครั้งเดียว”“มันหลายต่อหลายครั้งแล้ว”“และฉันก็ไม่ได้เลิกรักเธอในชั่วอึดใจ”“แต่มันเป็นความผิดหวังที่สะสมมาครั้งแล้วครั้งเล่า”“ดังนั้นการที่เธอมานั่งเสียใจในตอนนี้ มันก็เป็นแค่เรื่องของเธอ”“ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับฉันอีกต่อไป”เสิ่นชิงถังสะอื้นไห้พลางเรียกชื่อผม“จือหยวน...”ผมกดตัดสายทิ้งหลั
Read more
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status