LOGINในงานปาร์ตี้ แฟนสาวของผมเล่นเกมจริงหรือกล้าแพ้ มีคนส่งเสียงเชียร์ให้เธอบอกข้อดีของเพื่อนสนิทวัยเด็กของผมมาสิบข้อ เสิ่นชิงถังแทบจะไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย “ร่าเริง หล่อ หุ่นดี เอาใจเก่ง” “ยิ้มเก่ง อีคิวสูง มีความสามารถ รสนิยมดี” “แล้วก็...เขาทำให้คนอื่นมีความสุขเก่งมาก” รอบต่อมา เวินเยี่ยนโจวหัวเราะพลางโยนคำถามกลับมา “งั้นเธอลองบอกหน่อยสิว่าจือหยวนมีข้อดีอะไรบ้าง” เสิ่นชิงถังหันมามองผม เธอชะงักไปหลายวินาที สุดท้ายกลับเอ่ยออกมาสั้น ๆ แค่ว่า “เป็นคนซื่อ” มีคนหัวเราะช่วยแก้สถานการณ์ “แล้วมีอะไรอีกไหม” เสิ่นชิงถังขมวดคิ้ว คล้ายกับพยายามนึกอย่างจริงจังอยู่นาน แต่กลับนึกข้อที่สองไม่ออกอีกเลย ท่ามกลางความเงียบอันน่าอึดอัด จู่ ๆ ผมก็รู้สึกเหนื่อยล้าขึ้นมา ผมกับเสิ่นชิงถังคบกันมาเจ็ดปี กำหนดการแต่งงานของเราคือสัปดาห์หน้า แต่เธอที่อุตส่าห์คิดอย่างจริงจังตั้งนาน กลับหาข้อดีจากตัวผมได้แค่คำว่าเป็นคนซื่อ ครั้งนี้ผมไม่อยากเป็นคนซื่อคนนั้นอีกต่อไปแล้ว
View Moreวันนั้นที่ไอซ์แลนด์หิมะกำลังตกผมเพิ่งจะถ่ายวิดีโอไทม์แลปส์แสงเหนือเสร็จเซ็ตหนึ่ง นิ้วมือแข็งชาไปหมดเพราะความหนาวเหน็บปลายสายฝั่งนั้น น้ำเสียงของเธอแหบพร่า“จือหยวน ฉันรู้ว่าตอนนี้ฉันจะพูดอะไรมันก็สายไปแล้ว”“แต่ฉันเสียใจจริง ๆ”“ฉันเอาแต่คิดทุกวันว่าถ้าในงานปาร์ตี้วันนั้น ฉันไม่ได้บอกว่านายแค่เป็นคนรู้ความแล้ว”“ถ้าฉันวิ่งตามนายออกไป”“ถ้าฉันไม่ได้ลบกำแพงรูปถ่ายทิ้ง”“ถ้าฉันรับรู้ถึงความเสียใจของนายให้เร็วกว่านี้...”ตอนที่พูดประโยคสุดท้าย น้ำเสียงของเธอสั่นเครือจนแทบไม่เป็นคำ“พวกเราก็จะไม่มีวันเดินมาถึงจุดนี้ใช่ไหม”ผมทอดสายตามองลานหิมะที่อยู่ไกลออกไป ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา“เสิ่นชิงถัง”“มันไม่มีคำว่าถ้าหรอกนะ”ปลายสายฝั่งนั้นเงียบเสียงลงผมพูดต่อ“เธอไม่ได้ทำร้ายจิตใจฉันแค่ครั้งเดียว”“มันหลายต่อหลายครั้งแล้ว”“และฉันก็ไม่ได้เลิกรักเธอในชั่วอึดใจ”“แต่มันเป็นความผิดหวังที่สะสมมาครั้งแล้วครั้งเล่า”“ดังนั้นการที่เธอมานั่งเสียใจในตอนนี้ มันก็เป็นแค่เรื่องของเธอ”“ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับฉันอีกต่อไป”เสิ่นชิงถังสะอื้นไห้พลางเรียกชื่อผม“จือหยวน...”ผมกดตัดสายทิ้งหลั
ต่อมาชื่อเสียงของเวินเยี่ยนโจวในแวดวงเพื่อนก็ป่นปี้ไม่มีชิ้นดีตอนแรกแค่มีคนปล่อยคลิปวิดีโองานปาร์ตี้คืนนั้นออกมาเสิ่นชิงถังบอกข้อดีของเขาสิบข้อเสิ่นชิงถังคุยแชตกับเขามากที่สุดเสิ่นชิงถังค่อย ๆ เปลี่ยนงานแต่งงานของผม ให้กลายเป็นรูปแบบที่เขาชอบทีละนิดเรื่องพวกนี้ถ้าแยกพูดทีละเรื่อง บางทีอาจจะยังใช้คำว่า “เพื่อนสนิทกัน” มาบังหน้าได้แต่พอมารวมกันแล้ว กลับกลายเป็นความน่าสะอิดสะเอียนอย่างชัดเจนมีคนพูดจาประชดประชันในกลุ่ม“สนิทกันขนาดนี้ ทำไมถึงยังแทงข้างหลังแย่งแฟนคนอื่นได้อีกล่ะ”“เขาใกล้จะแต่งงานกันอยู่แล้ว ยังไปช่วยแก้คำปฏิญาณอีก ไม่รู้จักวางตัวเลยจริง ๆ”“เพื่อนบ้าอะไรกัน นี่มันตั้งใจหยามหน้ากันชัด ๆ”ไม่นานนัก ก็มีคนเริ่มขุดเรื่องเก่า ๆ ขึ้นมาปีที่เป็นวันเกิดผม เสิ่นชิงถังบอกว่าบริษัทมีธุระด่วน เลยมาทานข้าวเป็นเพื่อนผมไม่ได้แต่เวินเยี่ยนโจวกลับโพสต์รูปที่เห็นแค่มือครึ่งท่อนนาฬิกาข้อมือที่สวมอยู่บนมือนั้น คือของขวัญวันเกิดที่ผมซื้อให้เสิ่นชิงถังคืนที่ผมโรคกระเพาะกำเริบ เสิ่นชิงถังบอกว่าดึกเกินไปแล้ว ให้ผมเรียกแท็กซี่ไปโรงพยาบาลเองแต่กลับมีคนถ่ายรูปตอนที่เธอยืน
สิ้นประโยคนี้ จู่ ๆ เสิ่นชิงถังก็คุกเข่าลงพื้นหิมะเย็นมากตอนหัวเข่าของเธอกระแทกลงไป มีเสียงดังทึบ ๆ ดังขึ้น“จือหยวน ฉันผิดไปแล้ว”“ต่อไปฉันจะไม่ไปเจอเวินเยี่ยนโจวอีก”“ฉันจะลบประวัติแชตทั้งหมดทิ้ง”“งานแต่งก็จัดใหม่ได้”“นายต้องการอะไร ฉันจะให้ทุกอย่างเลย”“นายกลับมาเถอะนะ ได้ไหม”เพื่อนร่วมงานรอบข้างมองมาจากที่ไกล ๆมีคนคิดจะเดินเข้ามา แต่ผมก็ส่ายหน้าห้ามเอาไว้ผมมองเสิ่นชิงถังที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าภายในใจพลันไร้ซึ่งความเกลียดชังและไม่มีความเจ็บปวดมีเพียงความสงบนิ่งหลังจากทุกอย่างคลี่คลายลงแล้วเท่านั้น“เสิ่นชิงถัง”“สิ่งที่ฉันต้องการ เมื่อก่อนเธอให้ไม่ได้”“ตอนนี้ฉันไม่ต้องการแล้ว เธอก็ไม่ต้องให้แล้วละ”เธอเงยหน้าขึ้น แววตาเต็มไปด้วยความพังทลาย“แต่ฉันรักนายนะ”“ฉันรักนายจริง ๆ ...”“งั้นก็ถือซะว่าเคยรักก็แล้วกัน”ผมเอ่ยเสียงเบา“ฉันก็เคยรักเหมือนกัน”“แต่เราคงต้องจบลงแค่นี้แหละ”พูดจบ ผมก็เดินเบี่ยงหลบเธอเข้าไปในโรงแรมเสิ่นชิงถังยื่นมือมาหมายจะคว้าตัวผมไว้แต่กลับถูกเพื่อนร่วมงานในทีมโปรเจกต์ขวางเอาไว้เธอคุกเข่าอยู่บนลานหิมะ ตะโกนเรียกชื่อผมซ้ำแล้ว
โทรศัพท์มือถือดังขึ้นมาอีกครั้งครั้งนี้เป็นเอกสารที่ออร์แกไนเซอร์จัดงานแต่งส่งมา“คุณเสิ่นคะ นี่แผนสรุปสุดท้ายที่คุณเจียงยืนยันก่อนจะยกเลิกงานแต่งค่ะ”“เขาบอกว่า หากคุณเสิ่นต้องการ ก็เก็บไว้เป็นที่ระลึกได้ค่ะ”เสิ่นชิงถังกดเปิดดูหน้าแรก คืองานแต่งดอกคามิลเลียสีขาวในตอนเริ่มต้นหน้าที่สอง คือเวอร์ชันที่ถูกเปลี่ยนเป็นดอกกุหลาบสีแดงในภายหลังในหมายเหตุการแก้ไขแต่ละข้อที่อยู่ด้านข้าง ล้วนระบุเอาไว้ว่า“คุณเสิ่นบอกว่า คุณเวินเสนอ”“คุณเสิ่นบอกว่า คุณเวินชอบ”“คุณเสิ่นบอกว่า ให้เชื่อคุณเวิน”ข้อแล้วข้อเล่าเปรียบเสมือนการตบหน้าฉาดแล้วฉาดเล่าในที่สุดเสิ่นชิงถังก็เข้าใจไม่ใช่ว่าจู่ ๆ ผมก็ไม่อยากได้งานแต่งครั้งนี้ขึ้นมาแต่เป็นเธอต่างหากที่ค่อย ๆ เปลี่ยนตัวผมออกจากงานแต่งครั้งนี้ไปทีละนิดตั้งนานแล้วส่วนผมก็แค่ไม่อยากยืนอยู่ในที่ที่ไม่ใช่ของตัวเองอีกต่อไปแล้วเธอยกมือขึ้นปิดบังดวงตาทว่าน้ำตากลับยังคงร่วงหล่นลงมาตามง่ามนิ้วอีกด้านหนึ่งตอนเครื่องบินทะยานผ่านชั้นเมฆ เส้นขอบฟ้าพลันปรากฏแสงจาง ๆ อาบไล้ไปทั่วผมนั่งอยู่ตรงที่นั่งริมหน้าต่าง ทอดสายตามองเมืองด้านล่างที่ห่างไ