Share

บทที่ 3

Author: จนกว่าจะผ่านพ้น
พอกลับมาถึงเรือนหอ ผมก็เริ่มจัดกระเป๋าเดินทาง

บ้านหลังนี้ เป็นบ้านที่ผมกับเสิ่นชิงถังช่วยกันเลือก

เธอบอกว่าวันข้างหน้าหลังเลิกงานกลับมา ไฟตรงโถงทางเข้าจะเปิดสว่าง ในครัวจะมีซุปร้อน ๆ ส่วนตรงระเบียงจะปลูกดอกคามิลเลียที่ผมชอบเอาไว้

แค่คิดก็มีความสุขมากแล้ว

ทว่าตอนนี้ผมถึงเพิ่งตระหนักได้

ภายในบ้านหลังนี้ เต็มไปด้วยร่องรอยของเวินเยี่ยนโจวอยู่ทุกหนทุกแห่ง

ในตู้เย็นอัดแน่นไปด้วยน้ำอัดลมรสพีชขาวที่เขาชอบดื่ม

บนโซฟามีเสื้อคลุมที่เขาลืมทิ้งไว้พาดอยู่

แม้กระทั่งชุดสูทเพื่อนเจ้าบ่าวที่แขวนอยู่ข้างชุดของผม ยังดูประณีตกว่าชุดเจ้าบ่าวของผมเสียอีก

ผมยืนอยู่ตรงห้องแต่งตัว มองเสื้อผ้าสองชุดนั้น

ในใจพลันรู้สึกปวดหนึบขึ้นมา

ที่แท้งานแต่งงานนี้ยังไม่ทันจะได้เริ่มต้น

ทว่าพื้นที่ในใจของเสิ่นชิงถังที่เป็นของผม กลับถูกเวินเยี่ยนโจวแย่งชิงไปทีละนิดจนเต็มพื้นที่เสียแล้ว

ผมไม่ได้ร้องไห้

เพียงแค่เก็บเอกสารสำคัญ พาสปอร์ต และเสื้อผ้าที่ใส่ประจำสองสามชุดลงในกระเป๋าเดินทาง

จัดกระเป๋าไปได้ครึ่งทาง เสียงปลดล็อกประตูก็ดังขึ้น

เสิ่นชิงถังกลับมาแล้ว

ในมือของเธอหิ้วถุงเครื่องประดับ น้ำเสียงเจือความง้องอนอยู่เล็กน้อย

“ที่รัก อย่าโกรธเลยนะ”

“ตอนเดินผ่านร้าน ฉันเห็นกระดุมข้อมือคู่นี้ จำได้ว่านายเคยบอกว่าชอบหินออบซิเดียน”

เสิ่นชิงถังเปิดกล่องออก ด้านในคือกระดุมข้อมือหินออบซิเดียนหนึ่งคู่

ผมชอบหินออบซิเดียนจริง ๆ นั่นแหละ

ตอนนั้นผมเดินผ่านตู้โชว์ ยืนมองอยู่นานมาก แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ซื้อเพราะราคาแพงเกินไป

ตอนนั้นเสิ่นชิงถังกุมมือผมไว้แล้วพูดเจือรอยยิ้มว่า

“รอให้พวกเราแต่งงานกันก่อน ฉันจะซื้อของที่ดีกว่านี้ให้นายนะ”

มาตอนนี้เธอซื้อกลับมาให้แล้วจริง ๆ แต่ของที่ซื้อมากลับเป็นกระดุมข้อมือ

ทั้งที่ผมไม่เคยใส่เสื้อเชิ้ตสไตล์ฝรั่งเศสที่ต้องกลัดกระดุมข้อมือเลยสักครั้ง

คนที่ใส่เชิ้ตสไตล์ฝรั่งเศส คือเวินเยี่ยนโจวต่างหาก

เสิ่นชิงถังสวมกอดผมไว้

“เรื่องคืนนี้ก็ให้มันผ่านไปเถอะนะ ดีไหม”

ผมก้มหน้ามองกระดุมข้อมือคู่นั้น

ยังไม่ทันจะได้พูดอะไร ใบเสร็จอีกใบกลับร่วงหล่นลงมาจากถุงของขวัญ

ตัวเลขจำนวนเงินบนนั้นช่างบาดตาเหลือเกิน

มันคือเนกไทหนึ่งเส้น ที่มีราคาสูงกว่ากระดุมข้อมือคู่นี้ถึงสิบเท่า

ผมจำแบรนด์นั้นได้

เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน เวินเยี่ยนโจวเพิ่งจะโพสต์ลงโซเชียล

ในรูปถ่าย เขาสวมเนกไทเส้นนั้นพร้อมกับยิ้มอย่างสดใส

พร้อมแคปชันว่า “ของขวัญที่ใครบางคนเป็นสปอนเซอร์ให้ สัปดาห์หน้าจะเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวที่หล่อที่สุดของเธอเลย”

ผมมองใบเสร็จใบนั้น น้ำตาร่วงหล่นอย่างไม่อาจควบคุมได้

ความอดทนบนใบหน้าของเสิ่นชิงถังพลันเจือจางลงไปหลายส่วน

“ทำไมนายถึงร้องไห้อีกแล้ว”

“จือหยวน นายทำตัวแบบนี้ ฉันเหนื่อยมากจริง ๆ นะ”

ชั่วอึดใจที่ประโยคนี้หลุดออกมา ผมก็ชะงักไปทันที

เมื่อก่อนตอนที่ผมร้องไห้ เสิ่นชิงถังจะลุกลี้ลุกลน

เธอจะคอยเช็ดน้ำตาให้ผมด้วยท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ

จะดึงผมเข้าไปกอดไว้ในอ้อมอก แล้วคอยปลอบโยนซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“จือหยวน อย่าร้องไห้เลยนะ”

“พอนายร้องไห้ ใจฉันก็ว้าวุ่นไปหมดแล้ว”

มีอยู่ครั้งหนึ่งผมฝันร้าย จนร้องไห้สะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก

เธอขับรถข้ามถนนไปถึงสามสาย เพื่อซื้อเกี๊ยวน้ำร้อน ๆ มาให้ผมหนึ่งชาม

เธอบอกว่า “จือหยวนของพวกเราตอนเด็ก ๆ ไม่มีคนคอยโอ๋”

“วันข้างหน้านายร้องไห้เมื่อไหร่ ฉันก็จะคอยโอ๋นายเอง”

เสิ่นชิงถังในตอนนั้น ใส่ใจน้ำตาของผมจริง ๆ

ทว่ามาตอนนี้ กลับแลกมาได้เพียงแค่ประโยคเดียวของเธอ

ว่าฉันเหนื่อยมากจริง ๆ

ที่แท้ช่วงเวลาที่น้ำตาไม่อาจสั่นคลอนหัวใจของใครคนหนึ่งได้อีก

ก็ถึงเวลาที่ต้องเก็บมันเอาไว้แล้ว

ผมยกมือขึ้นเช็ดน้ำตา น้ำเสียงแผ่วเบา

“ฉันไม่เป็นไร”

เสิ่นชิงถังคล้ายกับถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

เธอเดินเข้ามาหา ก้มหน้าลงหมายจะจูบผม

ผมเบือนหน้าหนีตามสัญชาตญาณ

ในที่สุดสีหน้าของเสิ่นชิงถังก็เย็นชาลง

เธอขยี้ผมตัวเองด้วยความหงุดหงิด

“ช่างเถอะ”

“นายใจเย็นก่อนก็แล้วกัน”

พูดจบ เธอก็หมุนตัวเดินเข้าไปในห้องหนังสือ

ตกดึก ตอนที่ผมเตรียมจะปิดไฟ หน้าจอแท็บเล็ตบนหัวเตียงพลันสว่างวาบขึ้นมา

โปรแกรมแชตของเสิ่นชิงถังยังคงล็อกอินค้างไว้อยู่ในเครื่อง

เดิมทีผมแค่คิดจะกดปิดหน้าจอให้เธอ

แต่ในหน้าต่างแชตที่เด้งขึ้นมา ชื่อของเวินเยี่ยนโจวกลับทิ่มแทงจนผมปวดตาไปหมด

เวินเยี่ยนโจวถาม “ง้อสำเร็จหรือยัง”

เสิ่นชิงถังตอบ “ยัง”

“เดี๋ยวนี้เขายิ่งง้อยากขึ้นทุกที”

เวินเยี่ยนโจวส่งอีโมจิหน้ายิ้ม

“แล้วคืนนี้เธอได้ชดเชยให้เขาดี ๆ หรือเปล่าล่ะ”

ทิ้งช่วงครู่หนึ่ง เสิ่นชิงถังก็ตอบกลับมา

“อย่าพูดถึงเลย เขาปฏิเสธน่ะ”

“ก็ดีเหมือนกัน เจ็ดปีแล้ว ฉันไม่ได้รู้สึกอะไรกับร่างกายของเขามาตั้งนานแล้ว”

“โชคดีที่เขาผลักฉันออก ไม่งั้นฉันคงต้องฝืนใจแนบชิดกับเขาอีก”

ผมจ้องมองตัวอักษรสองสามบรรทัดนั้น

ตาแสบไปหมด แต่กลับไม่มีน้ำตาให้ไหลอีกแล้ว

ที่แท้แม้กระทั่งการใกล้ชิดกับผม

สำหรับเสิ่นชิงถังแล้ว ก็กลายเป็นเรื่องที่ต้องฝืนใจทำไปเสียแล้ว

ผมกดปิดแท็บเล็ต

หยิบกระดุมข้อมือหินออบซิเดียนคู่นั้นเก็บกลับลงไปในถุงเครื่องประดับตามเดิม

จากนั้นก็นำไปวางไว้บนตู้ตรงโถงทางเข้าพร้อมกับแหวนแต่งงาน

ราวกับเป็นการส่งคืนความฝันที่ในที่สุดก็ต้องตื่นขึ้นมาเสียที

จังหวะนั้นเอง โทรศัพท์มือถือก็เด้งการแจ้งเตือนจองตั๋วเครื่องบินสำเร็จพอดี

พรุ่งนี้เวลาตีสาม บินตรงสู่ไอซ์แลนด์

นับจากนี้ไป ผมจะบินไปทุกเมืองที่อยากไป

และจะไม่มีวันร่อนลงจอดข้างกายเสิ่นชิงถังอีกต่อไป

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ยิ่งรักเท่าไร ยิ่งเจ็บเท่านั้น   บทที่ 9

    วันนั้นที่ไอซ์แลนด์หิมะกำลังตกผมเพิ่งจะถ่ายวิดีโอไทม์แลปส์แสงเหนือเสร็จเซ็ตหนึ่ง นิ้วมือแข็งชาไปหมดเพราะความหนาวเหน็บปลายสายฝั่งนั้น น้ำเสียงของเธอแหบพร่า“จือหยวน ฉันรู้ว่าตอนนี้ฉันจะพูดอะไรมันก็สายไปแล้ว”“แต่ฉันเสียใจจริง ๆ”“ฉันเอาแต่คิดทุกวันว่าถ้าในงานปาร์ตี้วันนั้น ฉันไม่ได้บอกว่านายแค่เป็นคนรู้ความแล้ว”“ถ้าฉันวิ่งตามนายออกไป”“ถ้าฉันไม่ได้ลบกำแพงรูปถ่ายทิ้ง”“ถ้าฉันรับรู้ถึงความเสียใจของนายให้เร็วกว่านี้...”ตอนที่พูดประโยคสุดท้าย น้ำเสียงของเธอสั่นเครือจนแทบไม่เป็นคำ“พวกเราก็จะไม่มีวันเดินมาถึงจุดนี้ใช่ไหม”ผมทอดสายตามองลานหิมะที่อยู่ไกลออกไป ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา“เสิ่นชิงถัง”“มันไม่มีคำว่าถ้าหรอกนะ”ปลายสายฝั่งนั้นเงียบเสียงลงผมพูดต่อ“เธอไม่ได้ทำร้ายจิตใจฉันแค่ครั้งเดียว”“มันหลายต่อหลายครั้งแล้ว”“และฉันก็ไม่ได้เลิกรักเธอในชั่วอึดใจ”“แต่มันเป็นความผิดหวังที่สะสมมาครั้งแล้วครั้งเล่า”“ดังนั้นการที่เธอมานั่งเสียใจในตอนนี้ มันก็เป็นแค่เรื่องของเธอ”“ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับฉันอีกต่อไป”เสิ่นชิงถังสะอื้นไห้พลางเรียกชื่อผม“จือหยวน...”ผมกดตัดสายทิ้งหลั

  • ยิ่งรักเท่าไร ยิ่งเจ็บเท่านั้น   บทที่ 8

    ต่อมาชื่อเสียงของเวินเยี่ยนโจวในแวดวงเพื่อนก็ป่นปี้ไม่มีชิ้นดีตอนแรกแค่มีคนปล่อยคลิปวิดีโองานปาร์ตี้คืนนั้นออกมาเสิ่นชิงถังบอกข้อดีของเขาสิบข้อเสิ่นชิงถังคุยแชตกับเขามากที่สุดเสิ่นชิงถังค่อย ๆ เปลี่ยนงานแต่งงานของผม ให้กลายเป็นรูปแบบที่เขาชอบทีละนิดเรื่องพวกนี้ถ้าแยกพูดทีละเรื่อง บางทีอาจจะยังใช้คำว่า “เพื่อนสนิทกัน” มาบังหน้าได้แต่พอมารวมกันแล้ว กลับกลายเป็นความน่าสะอิดสะเอียนอย่างชัดเจนมีคนพูดจาประชดประชันในกลุ่ม“สนิทกันขนาดนี้ ทำไมถึงยังแทงข้างหลังแย่งแฟนคนอื่นได้อีกล่ะ”“เขาใกล้จะแต่งงานกันอยู่แล้ว ยังไปช่วยแก้คำปฏิญาณอีก ไม่รู้จักวางตัวเลยจริง ๆ”“เพื่อนบ้าอะไรกัน นี่มันตั้งใจหยามหน้ากันชัด ๆ”ไม่นานนัก ก็มีคนเริ่มขุดเรื่องเก่า ๆ ขึ้นมาปีที่เป็นวันเกิดผม เสิ่นชิงถังบอกว่าบริษัทมีธุระด่วน เลยมาทานข้าวเป็นเพื่อนผมไม่ได้แต่เวินเยี่ยนโจวกลับโพสต์รูปที่เห็นแค่มือครึ่งท่อนนาฬิกาข้อมือที่สวมอยู่บนมือนั้น คือของขวัญวันเกิดที่ผมซื้อให้เสิ่นชิงถังคืนที่ผมโรคกระเพาะกำเริบ เสิ่นชิงถังบอกว่าดึกเกินไปแล้ว ให้ผมเรียกแท็กซี่ไปโรงพยาบาลเองแต่กลับมีคนถ่ายรูปตอนที่เธอยืน

  • ยิ่งรักเท่าไร ยิ่งเจ็บเท่านั้น   บทที่ 7

    สิ้นประโยคนี้ จู่ ๆ เสิ่นชิงถังก็คุกเข่าลงพื้นหิมะเย็นมากตอนหัวเข่าของเธอกระแทกลงไป มีเสียงดังทึบ ๆ ดังขึ้น“จือหยวน ฉันผิดไปแล้ว”“ต่อไปฉันจะไม่ไปเจอเวินเยี่ยนโจวอีก”“ฉันจะลบประวัติแชตทั้งหมดทิ้ง”“งานแต่งก็จัดใหม่ได้”“นายต้องการอะไร ฉันจะให้ทุกอย่างเลย”“นายกลับมาเถอะนะ ได้ไหม”เพื่อนร่วมงานรอบข้างมองมาจากที่ไกล ๆมีคนคิดจะเดินเข้ามา แต่ผมก็ส่ายหน้าห้ามเอาไว้ผมมองเสิ่นชิงถังที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าภายในใจพลันไร้ซึ่งความเกลียดชังและไม่มีความเจ็บปวดมีเพียงความสงบนิ่งหลังจากทุกอย่างคลี่คลายลงแล้วเท่านั้น“เสิ่นชิงถัง”“สิ่งที่ฉันต้องการ เมื่อก่อนเธอให้ไม่ได้”“ตอนนี้ฉันไม่ต้องการแล้ว เธอก็ไม่ต้องให้แล้วละ”เธอเงยหน้าขึ้น แววตาเต็มไปด้วยความพังทลาย“แต่ฉันรักนายนะ”“ฉันรักนายจริง ๆ ...”“งั้นก็ถือซะว่าเคยรักก็แล้วกัน”ผมเอ่ยเสียงเบา“ฉันก็เคยรักเหมือนกัน”“แต่เราคงต้องจบลงแค่นี้แหละ”พูดจบ ผมก็เดินเบี่ยงหลบเธอเข้าไปในโรงแรมเสิ่นชิงถังยื่นมือมาหมายจะคว้าตัวผมไว้แต่กลับถูกเพื่อนร่วมงานในทีมโปรเจกต์ขวางเอาไว้เธอคุกเข่าอยู่บนลานหิมะ ตะโกนเรียกชื่อผมซ้ำแล้ว

  • ยิ่งรักเท่าไร ยิ่งเจ็บเท่านั้น   บทที่ 6

    โทรศัพท์มือถือดังขึ้นมาอีกครั้งครั้งนี้เป็นเอกสารที่ออร์แกไนเซอร์จัดงานแต่งส่งมา“คุณเสิ่นคะ นี่แผนสรุปสุดท้ายที่คุณเจียงยืนยันก่อนจะยกเลิกงานแต่งค่ะ”“เขาบอกว่า หากคุณเสิ่นต้องการ ก็เก็บไว้เป็นที่ระลึกได้ค่ะ”เสิ่นชิงถังกดเปิดดูหน้าแรก คืองานแต่งดอกคามิลเลียสีขาวในตอนเริ่มต้นหน้าที่สอง คือเวอร์ชันที่ถูกเปลี่ยนเป็นดอกกุหลาบสีแดงในภายหลังในหมายเหตุการแก้ไขแต่ละข้อที่อยู่ด้านข้าง ล้วนระบุเอาไว้ว่า“คุณเสิ่นบอกว่า คุณเวินเสนอ”“คุณเสิ่นบอกว่า คุณเวินชอบ”“คุณเสิ่นบอกว่า ให้เชื่อคุณเวิน”ข้อแล้วข้อเล่าเปรียบเสมือนการตบหน้าฉาดแล้วฉาดเล่าในที่สุดเสิ่นชิงถังก็เข้าใจไม่ใช่ว่าจู่ ๆ ผมก็ไม่อยากได้งานแต่งครั้งนี้ขึ้นมาแต่เป็นเธอต่างหากที่ค่อย ๆ เปลี่ยนตัวผมออกจากงานแต่งครั้งนี้ไปทีละนิดตั้งนานแล้วส่วนผมก็แค่ไม่อยากยืนอยู่ในที่ที่ไม่ใช่ของตัวเองอีกต่อไปแล้วเธอยกมือขึ้นปิดบังดวงตาทว่าน้ำตากลับยังคงร่วงหล่นลงมาตามง่ามนิ้วอีกด้านหนึ่งตอนเครื่องบินทะยานผ่านชั้นเมฆ เส้นขอบฟ้าพลันปรากฏแสงจาง ๆ อาบไล้ไปทั่วผมนั่งอยู่ตรงที่นั่งริมหน้าต่าง ทอดสายตามองเมืองด้านล่างที่ห่างไ

  • ยิ่งรักเท่าไร ยิ่งเจ็บเท่านั้น   บทที่ 5

    เสิ่นชิงถังกำโทรศัพท์มือถือไว้ สีหน้าค่อย ๆ เคร่งเครียดขึ้น“เขาไปไอซ์แลนด์เหรอ”“ตั้งแต่เมื่อไหร่”ออร์แกไนเซอร์จัดงานแต่งที่อยู่ปลายสายลังเลไปชั่วครู่“คุณเจียงบอกว่าเป็นออฟเฟอร์ที่ได้รับมาก่อนหน้านี้ตั้งนานแล้วค่ะ”“แต่เพิ่งจะตัดสินใจตอบรับวันนี้”“เขายังบอกอีกว่า ค่าเสียหายทั้งหมดของงานแต่งเขาจะรับผิดชอบเอง ไม่จำเป็นต้องให้คุณเสิ่นออกหน้าค่ะ”เสิ่นชิงถังราวกับได้ยินเรื่องเหลวไหลอะไรทำนองนั้น“ไม่จำเป็นต้องให้ฉันออกหน้าเหรอ”“สิ่งที่เขายกเลิกคืองานแต่งของพวกเรานะ!”ออร์แกไนเซอร์เอ่ยอย่างระมัดระวัง“คุณเสิ่นคะ เมื่อคืนคุณเจียงยืนยันชัดเจนมากเลยค่ะ”“เขาบอกว่า งานแต่งงานครั้งนี้ไม่ใช่รูปแบบที่เขาต้องการอีกต่อไปแล้ว”ประโยคนี้เปรียบเสมือนเข็มเล่มหนึ่ง ที่ทิ่มแทงเข้าไปในหัวใจของเสิ่นชิงถังเธอหันขวับกลับไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ตามสัญชาตญาณเวินเยี่ยนโจวยังคงออนไลน์อยู่เขายีผมตัวเองอย่างกลัดกลุ้ม นัยน์ตาแดงก่ำ“ชิงถัง จือหยวนโกรธเพราะฉันหรือเปล่า”“หรือว่าฉันไปอธิบายให้เขาฟังดีไหม”เมื่อก่อนขอเพียงแค่เวินเยี่ยนโจวพูดแบบนี้ เสิ่นชิงถังก็จะคอยปลอบโยนเขาทันทีทว่าในเวลานี

  • ยิ่งรักเท่าไร ยิ่งเจ็บเท่านั้น   บทที่ 4

    วันรุ่งขึ้น ตอนที่ผมลากกระเป๋าเดินทางผ่านห้องหนังสือ ประตูห้องปิดไม่สนิทด้านในมีเสียงหัวเราะแผ่วเบาของเสิ่นชิงถังดังลอดออกมาหน้าจอคอมพิวเตอร์กำลังเปิดวิดีโอคอลอยู่เวินเยี่ยนโจวในชุดนอนเอนกายพิงหัวเตียง ในมือถือเอกสารคำปฏิญาณในงานแต่งงานเอาไว้“ชิงถัง ท่อนนี้เธอเขียนดูเป็นทางการเกินไปหน่อยนะ”“จือหยวน ขอบคุณที่คอยอยู่เคียงข้างกันมาตลอดเจ็ดปี”พอเขาอ่านจบ ก็หัวเราะออกมาเบา ๆ“เหมือนเจ้านายขึ้นกล่าวสุนทรพจน์เลย”เสิ่นชิงถังก็หัวเราะออกมาเช่นกัน“ฉันไม่ถนัดเขียนอะไรพวกนี้นี่นา”เวินเยี่ยนโจวเท้าคางมองเธอ“เธอเขียนประมาณว่านายเหมือนกับฤดูใบไม้ผลิ ที่ทำให้ฉันรู้สึกผ่อนคลายก็ได้นี่”“แบบนี้ดูโรแมนติกขึ้นมาหน่อยไหม”เสิ่นชิงถังเงียบไปหลายวินาที น้ำเสียงอ่อนลง“ประโยคนี้เหมือนหมายถึงนายมากกว่านะ”ปลายสายฝั่งนั้นเงียบไปชั่วครู่เวินเยี่ยนโจวเอ่ยถามเสียงเบา “งั้นเธอยืนยันจะเขียนให้จือหยวนเหรอ”เสิ่นชิงถังไม่ได้ตอบกลับในทันทีผ่านไปพักใหญ่ เธอถึงเอ่ยปาก“ตอนอยู่ในงานแต่ง จะอ่านให้ใครฟังก็เหมือนกันนั่นแหละ”“คิดซะว่าฉันแอบอ่านให้นายฟังก็แล้วกัน”ผมยืนอยู่หน้าประตู กลางอกคล้า

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status