บททั้งหมดของ ทะลุมิติยุค 70 ยัยลูกชังสายเหลี่ยมกับระบบหน้าเลือด: บทที่ 51 - บทที่ 60

75

บทที่ 49 วิกฤตเหมันต์คือโอกาสทำเงิน

​เช้าวันรุ่งขึ้น ซูอวี้หลันตื่นขึ้นมาพร้อมกับความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วกาย ผ้านวมที่ถูกพรางตาทำหน้าที่ของมันได้อย่างดีเยี่ยมจนหล่อนแทบไม่อยากลุกจากเตียงเตา​ทว่าเสียงลมเหนือที่พัดหวีดหวิวและเสียงขูดพื้นดังครืดคราดจากลานหน้าบ้าน ก็ปลุกให้เด็กสาวต้องลุกขึ้นมาแง้มหน้าต่างไม้กรุกระจกออกดู​ภาพที่เห็นคือหิมะสีขาวโพลนที่ตกลงมาทับถมกันหนาเกือบถึงหัวเข่า จ้าวฉือในชุดเสื้อฝ้ายกันหนาวตัวบางกำลังใช้พลั่วไม้เก่าๆ ตักหิมะออกจากลานบ้านอย่างแข็งขัน ทว่าพลั่วไม้ที่ผุพังและอุ้มน้ำก็ดูจะตักหิมะที่จับตัวเป็นน้ำแข็งได้ไม่ดีนัก ชายหนุ่มร่างยักษ์ต้องออกแรงมากกว่าปกติจนเหงื่อซึมหน้าผาก​ซูอวี้หลันเห็นดังนั้นก็รู้สึกปวดใจ หล่อนปิดหน้าต่าง ลงกลอนประตู แล้ววาร์ปเข้าสู่มิติวิเศษทันที​เด็กสาวเดินตรงไปยังโซนโกดังเก็บของ รื้อค้นอยู่ครู่หนึ่งก็ดึง 'พลั่วตักหิมะหน้ากว้าง' ที่ทำจากอลูมิเนียมอัลลอยด์น้ำหนักเบาแต่แข็งแกร่งออกมาได้หนึ่งอัน​"อาเป่า! ออกมาทำงาน!" หล่อนตะโกนเรียก​แสงสีฟ้าวาบขึ้นกลางห้องโถง ทว่าคราวนี้ไม่ได้ปรากฏร่างแมวส้มอ้วนกลมแบบเมื่อก่อน แต่กลับเป็น 'อาเป่า 2.0' ในรูปลักษณ์ของชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง สวม
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-05
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 50 เจ้าถิ่นตลาดมืด

หิมะตกหนักต่อเนื่องจนเส้นทางดินลูกรังที่เชื่อมระหว่างหมู่บ้านสือหลินกับตัวอำเภอถูกฝังกลบจนกลายเป็นสีขาวโพลน การเดินทางที่เคยใช้เวลาเพียงไม่ถึงชั่วโมง บัดนี้ต้องใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงเต็มในการฝ่าฟันความหนาวเหน็บ​จ้าวฉือสวมเสื้อกันหนาวตัวหนาที่ซูอวี้หลันเพิ่งตัดให้ใหม่เมื่อวันก่อน แผ่นหลังกว้างของเขารับหน้าที่ลากรถเข็นไม้คันใหญ่ที่บรรทุกเสบียงอาหารเต็มคันรถ ซูอวี้หลันเดินตามอยู่ด้านข้าง หล่อนสวมเสื้อโค้ตตัวโคร่งที่ถูกพรางตาให้ดูเก่าคร่ำคร่า โพกผ้าพันคอปิดบังใบหน้าจนเหลือแค่ดวงตาเรียวรีที่สอดส่ายมองทางอย่างระแวดระวัง​เมื่อเข้าสู่เขตตัวอำเภอ สภาพบ้านเมืองดูเงียบเหงาและอ้างว้างกว่าปกติ ร้านค้าริมทางปิดประตูเงียบ มีเพียงกลุ่มชาวบ้านบางตาที่เดินห่อไหล่ฝ่าลมหนาวด้วยใบหน้าซีดเซียว อุณหภูมิที่ลดต่ำลงอย่างกะทันหันทำให้หลายครอบครัวไม่ได้เตรียมเสบียงสำรองไว้เพียงพอ​"พี่ใหญ่จ้าว เลี้ยวเข้าตรอกหลังโรงงานทอผ้าเลยจ้ะ" ซูอวี้หลันกระซิบสั่งการเมื่อเดินมาถึงจุดที่คุ้นเคย​ตรอกแคบๆ ที่เคยเป็นสถานที่นัดพบของพ่อค้าแม่ค้าในตลาดมืด บัดนี้เงียบสงัดไร้ผู้คน ทว่ารอยเท้ามากมายที่ย่ำไปมาบนพื้นหิมะ บ่งบอกได้เป็น
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-06
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 51 เปลี่ยนศัตรูเป็นสหายการค้า

"เดี๋ยวก่อนจ้ะพี่ใหญ่จ้าว!" ซูอวี้หลันรีบส่งเสียงห้าม พร้อมกับกระชับฝ่ามือที่จับท่อนแขนแกร่งของชายหนุ่มเอาไว้แน่นเพื่อหยุดยั้งไม่ให้เขางัดพลั่วฟาดหน้าคน​หล่อนก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ไร้ซึ่งความหวาดกลัวดังเช่นเมื่อครู่ ก่อนจะฉีกยิ้มหวานหยดย้อยให้กับลูกพี่เฮยที่กำลังทำหน้างุนงงกับการกระทำของทั้งคู่​"ลูกพี่เฮยจ๋า ฉันมีข้อตกลงที่ดีกว่าการปล้นเสบียงครึ่งรถเข็นมาให้ลูกพี่พิจารณานะจ๊ะ" หล่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ "ลูกพี่เห็นไหมว่าตอนนี้หิมะตกหนัก เสบียงในเมืองขาดแคลนอย่างหนัก ต่อให้ลูกพี่ปล้นเสบียงรถเข็นนี้ไปได้ มันก็อยู่ได้แค่ไม่กี่วันก็หมด... แต่ถ้าลูกพี่ยอมร่วมมือกับฉัน... ฉันสามารถหาเสบียงชั้นดีแบบนี้ มาส่งให้ลูกพี่ขายฟันกำไรได้ทุกสัปดาห์เลยนะจ๊ะ!"​คำพูดของเด็กสาวทำเอาลูกพี่เฮยชะงักไปเล็กน้อย เขาเป็นเจ้าพ่อคุมตลาดมืดมายาวนาน ย่อมรู้ดีว่าการมีแหล่งส่งสินค้าที่สามารถจัดหาเสบียงสดใหม่ได้ในช่วงฤดูหนาวนั้น มีค่ามหาศาลยิ่งกว่าการปล้นชิงสินค้าเพียงครั้งเดียว​"เอ็ง... เอ็งมีเส้นสายหาของพวกนี้มาได้ตลอดงั้นรึ" ลูกพี่เฮยหรี่ตามองเด็กสาวอย่างเคลือบแคลง "เอ็งเป็นแค่เด็กชาวนา
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-08
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 52 สัญญากันเหนียว

รถเข็นเสบียงคันโตยังคงจอดนิ่งอยู่กลางตรอก กระสอบป่านที่พูนสูงไม่ได้ถูกแตะต้องแม้แต่ชิ้นเดียว นอกจากหัวไชเท้ายักษ์กับเนื้อหมูสามชั้นที่ถูกยกให้เป็น 'ของตัวอย่าง' ไปก่อนหน้านี้ ซูอวี้หลันกวาดตามองของทั้งหมดอย่างโล่งใจ อย่างน้อยดีลที่เพิ่งปิดไปก็ทำให้ไม่ต้องเสียเสบียงรอบนี้ไปครึ่งคันตามที่ลูกพี่เฮยขู่ไว้แต่แรกหลังจากตกลงเป็นพันธมิตรทางการค้ากันเรียบร้อย ซูอวี้หลันก็ยังไม่วางใจปล่อยให้ทุกอย่างจบลงด้วยแค่คำพูดลอยๆ กลางตรอกหิมะ หล่อนหันไปกระซิบบางอย่างกับจ้าวฉือ ก่อนที่ชายหนุ่มจะพยักหน้าหนึ่งครั้งอย่างเข้าใจ​"เดี๋ยวก่อนจ้ะลูกพี่เฮย" ซูอวี้หลันเรียกหยุดก่อนที่อีกฝ่ายจะเดินจากไป "คำพูดลอยๆ กลางอากาศแบบนี้ มันไม่มีน้ำหนักพอจะทำให้ฉันวางใจหรอกนะจ๊ะ"​ลูกพี่เฮยหันกลับมาพร้อมสีหน้าขมวดคิ้ว "แล้วเอ็งจะเอาไงอีกล่ะ จะให้ข้าสาบานเป็นสาบานตายต่อฟ้าดินงั้นรึ"​"สาบานน่ะมันลมปาก" ซูอวี้หลันส่ายหน้า หล่อนล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อโค้ต หยิบกระดาษเปล่าและปากกาหมึกซึมด้ามเล็กๆ ที่พกติดตัวมาด้วยความเคยชินออกมา "แต่ตัวหนังสือน่ะมันลบไม่ได้ ลูกพี่เขียนคำสารภาพลงกระดาษแผ่นหนึ่ง ว่าวันนี้ตนเองพยายามปล้นเสบ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-09
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 53 กำไรงามและลางร้าย

เมื่อพ้นจากตรอกหลังโรงงานทอผ้ามาได้สักพัก จ้าวฉือก็หันมาถามด้วยสีหน้าขรึมตามเคย "ตอนนี้จะไปที่ไหนต่อ"​"ไปตลาดกลางอำเภอสิจ๊ะ!" ซูอวี้หลันยิ้มกว้าง ปัดฝุ่นหิมะบนไหล่ตัวเองออกอย่างร่าเริง "เรื่องกับลูกพี่เฮยมันเป็นแค่ด่านหินก้อนแรกที่ต้องผ่านไปให้ได้เฉยๆ จ๊ะ ของในรถเข็นเรายังอยู่ครบ วันนี้ต้องขายให้หมดตามแผนเดิม!"​เมื่อเดินทะลุออกจากตรอกเล็กมาสู่ถนนสายหลัก บรรยากาศก็เปลี่ยนไปทันตา ตลาดกลางอำเภอที่แม้จะเงียบเหงากว่าปกติเพราะพายุหิมะ แต่ก็ยังพอมีผู้คนสัญจรไปมาบ้างประปราย ร้านค้าบางร้านเปิดขายของแห้งเล็กๆ น้อยๆ ทว่าแผงขายเนื้อสัตว์และผักสดกลับปิดเงียบเกือบทั้งหมด​ซูอวี้หลันเลือกมุมเงียบสงบใกล้กำแพงโกดังเก่าที่พ้นสายตาของคนพลุกพล่าน ให้จ้าวฉือจอดรถเข็นลง ก่อนจะดึงผ้าคลุมกระสอบป่านออกเพียงเล็กน้อยพอให้เห็นแค่มุมหนึ่งของผักกาดขาวสดกรอบและเนื้อหมูติดมันที่ดูสดใหม่ราวกับเพิ่งเชือดมาไม่ถึงชั่วโมง​หล่อนไม่ได้ส่งเสียงตะโกนเรียกใคร ได้แต่ยืนนิ่งๆ ทำเนียนเหมือนพ่อค้าแม่ค้าทั่วไปที่กำลังพักรถเข็น สายตาเหลือบมองคนที่เดินผ่านไปมาอย่างระมัดระวัง เมื่อเห็นใครที่ท่าทางน่าไว้ใจ เดินตาสอดส่ายมองหาของกิ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-12
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 54 ไถแต้มไม่คุ้ม แต่คุ้มใจ

กลับมาถึงบ้านพร้อมกับเงินหยวนเต็มกระเป๋าและความกังวลเต็มอก ซูอวี้หลันรีบปิดประตูลงกลอนทันทีที่จ้าวฉือลากรถเข็นเปล่าเข้ามาจอดในโรงนา​"อาเป่า! ออกมาเดี๋ยวนี้!" หล่อนตะโกนเรียกทันทีที่ก้าวเข้าห้องนอน​แสงสีฟ้าวาบขึ้น อาเป่าร่างหนุ่มหล่อในชุดสูทเนี้ยบปรากฏตัวพร้อมหูแมวสีส้มตั้งชันเหมือนเดิม เขาขยับแว่นตากรอบทองแล้วยิ้มการค้าทันควัน [เรียกด่วนขนาดนี้ มีอะไรให้ระบบรับใช้ครับโฮสต์คนสวย]​"มีชายแปลกหน้าคนหนึ่งมาซื้อของฉันเมื่อกี้ ท่าทางไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดา แถมยังพูดจาเหมือนสืบความลับอะไรบางอย่าง" ซูอวี้หลันเล่าเหตุการณ์ให้ฟังอย่างละเอียด สีหน้ายังคงครุ่นคิด "แกช่วยตรวจสอบให้หน่อยได้ไหมว่าเขาเป็นใคร"​[อ๋อ เรื่องแบบนี้ง่ายมากครับ! ระบบมีบริการ 'สแกนประวัติบุคคลเป้าหมาย' อยู่พอดี] อาเป่ากระดิกหางอ้วนฟูอย่างกระตือรือร้น [เพียงแค่ 500 แต้ม ระบบจะดึงข้อมูลพื้นฐานของบุคคลที่โฮสต์เพิ่งพบเจอมาให้ทันที รับรองคุ้มค่าเงินแน่นอนครับ!]​"ห้าร้อยแต้ม?!" ซูอวี้หลันเบะปากทันที "ไอ้ระบบหน้าเลือด แค่เจอหน้าคนแปลกหน้าคนเดียวก็จะมาชาร์จเงินฉันแล้วเรอะ"​[แต่โฮสต์ครับ ความปลอดภัยของโฮสต์ก็คือทรัพย์สินของระบบน
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-14
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 55 หมั้นปลอมๆ แต่หน้าแดงจริง

หิมะยังคงตกหนักไม่หยุดจนถึงเช้าวันถัดมา ทำเอาซูอวี้หลันต้องเลื่อนแผนการเดินทางไปส่งของให้ลูกพี่เฮยออกไปก่อน หล่อนนอนขดอยู่ใต้ผ้านวมอุ่นๆ ในห้องนอนปีกซ้ายของตน ปล่อยใจลอยฟุ้งซ่านคิดถึงคำพูดหวานๆ ของจ้าวฉือเมื่อคืนก่อนอยู่ไม่หาย​ทว่าความเพ้อฝันก็ต้องจบลงกะทันหัน เมื่อเสียงเคาะประตูดังปังๆ พร้อมกับเสียงตะโกนแหลมสูงของผู้หญิงคนหนึ่งดังแทรกเข้ามาจากลานบ้าน​"อวี้หลันจ๋า! ป้าเหมยมาแล้วจ้ะ! เปิดประตูหน่อยสิลูก!"​ซูอวี้หลันสะดุ้งตื่นทันที รีบคลานลงจากเตียงมาแง้มหน้าต่างดู เห็นหญิงวัยกลางคนร่างท้วมในชุดกันหนาวสีแดงสด ยืนยิ้มแป้นอยู่หน้าประตูพร้อมตะกร้าไข่ไก่ในมือ ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มที่ดูมีเลศนัยผิดปกติ​'ป้าเหมย... แม่สื่อประจำหมู่บ้านนี่นา จะมาทำไมกันเนี่ย' ซูอวี้หลันขมวดคิ้วในใจ ความรู้สึกไม่ค่อยดีเริ่มก่อตัวขึ้นทันที​หล่อนรีบเดินข้ามลานบ้านไปเคาะประตูปีกขวาปลุกจ้าวฉือให้ตื่นมาช่วยรับมือ ก่อนจะรีบวิ่งไปเปิดประตูใหญ่ต้อนรับแขกผู้มาเยือนอย่างเสียไม่ได้​"ป้าเหมยมาแต่เช้าเลยจ้ะ มีธุระอะไรหรือเปล่าคะ" ซูอวี้หลันยิ้มแหยๆ รับตะกร้าไข่มาถือไว้​ป้าเหมยเดินเข้ามาในบ้านอย่างไม่รอเชิญ สายตากวาดมองค
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-14
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 56 เจ้าพ่อกลายเป็นแมวเชื่อง

ห้าวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว หิมะที่เคยถล่มหนักในที่สุดก็เบาบางลงจนพอเดินทางได้ ซูอวี้หลันตื่นแต่เช้าตรู่ด้วยความตื่นเต้น รีบวาร์ปเข้ามิติไปจัดเตรียมเสบียงชุดใหม่สำหรับการส่งของรอบแรกให้ลูกพี่เฮยตามสัญญา​"อาเป่า วันนี้ฉันจะเข้าไปหยิบของในโกดังเอง อย่ามายุ่งให้เปลืองแต้ม" หล่อนสั่งการอย่างมั่นใจขณะเดินสำรวจโกดัง ก่อนจะเริ่มหยิบผักกาดขาว เนื้อวัวแช่แข็ง และน้ำตาลทรายขาวใส่ตะกร้าเอง​[ติ๊ง! ระบบตรวจพบโฮสต์กำลังจะขนของออกแบบเปลือยเปล่า ไม่มีการอำพราง!] อาเป่าโผล่หน้าจอโฮโลแกรมขึ้นมาทันที [ระบบขอเสนอ 'แพ็กเกจห่อของพรางตายุคเจ็ดศูนย์' ทำให้ถุงผ้าดูเก่าซอมซ่อสมจริง ในราคามิตรภาพเพียง 300 แต้มครับ!]​"ไม่เอาน่า! ฉันมีกระสอบป่านเก่าๆ ในบ้านตั้งเพียบ เอามาห่อเองก็ได้ ประหยัดตั้งสามร้อยแต้มนะเนี่ย" ซูอวี้หลันเบะปากปฏิเสธทันที ก่อนจะหยิบกระสอบป่านเก่าที่เตรียมมาห่อของด้วยตัวเองอย่างชำนาญ​[โฮสต์ประหยัดจนน่าใจหาย...] อาเป่าถอนหายใจเสียงดัง หูแมวสีส้มลู่ตกลงด้วยความผิดหวังที่ไถแต้มไม่สำเร็จอีกครั้ง [แต่ก็ได้ครับ ระบบเคารพการตัดสินใจของโฮสต์... แม้จะเจ็บใจนิดหน่อยก็ตาม]​"เจ็บใจก็ดีแล้ว จะได้เข็ดสักท
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-16
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 57 ยิ่งเครือข่ายกว้าง ยิ่งมีคนจับตา

ห้าวันถัดมา ซูอวี้หลันกับจ้าวฉือออกเดินทางไปส่งของให้ลูกพี่เฮยตามนัดหมายรอบที่สองอย่างคล่องแคล่วกว่าเดิม เส้นทางที่เคยเดินยากลำบากในหิมะหนา บัดนี้กลายเป็นเส้นทางที่คุ้นเคยจนแทบจะเดินหลับตาไปถึงได้​ทว่าเมื่อไปถึงตรอกหลังโรงงานทอผ้า กลับมีบางอย่างผิดปกติ นอกจากลูกพี่เฮยกับลูกน้องประจำแล้ว ยังมีหญิงวัยสามสิบกว่าคนหนึ่งยืนกอดอกอยู่ข้างกำแพง สายตาเจ้าเล่ห์จับจ้องมาที่รถเข็นของซูอวี้หลันไม่วางตา​"นี่สินะ 'แหล่งส่งสินค้าลึกลับ' ที่ลูกพี่เฮยคุยโม้อวดใหญ่โต" หญิงคนนั้นเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ยเล็กน้อย "ข้าชื่อป้าอิ๋ง ทำมาค้าขายในตลาดมืดโซนเหนือมานานกว่าสิบปี ไม่เคยได้ยินชื่อเจ้าเลยสักครั้ง"​ลูกพี่เฮยรีบอธิบายเสียงเบา "ป้าอิ๋งแกได้ยินข่าวว่าข้ามีของดีเข้ามาประจำ เลยตามมาดูด้วยตัวเองน่ะ อย่าถือสากันเลยนะ"​ซูอวี้หลันหรี่ตาลงเล็กน้อย สัญชาตญาณอดีตเซลส์สาวมือทองบอกทันทีว่าหญิงคนนี้ไม่ได้มาแค่ดูเฉยๆ แน่ ท่าทางที่จ้องมองกระสอบป่านอย่างจับผิดนั้น เหมือนกำลังหาช่องทางแทรกตัวเข้ามาแบ่งเค้กก้อนนี้มากกว่า​"ป้าอิ๋งจ๋า ยินดีที่ได้รู้จักจ้ะ" ซูอวี้หลันยิ้มหวานทักทายอย่างสุภาพ ไม่แสดงท่าทีหวั่นไหวออ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-17
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 58 บททดสอบของป้าอิ๋ง

ห้าวันผ่านไปอีกครั้ง คราวนี้ซูอวี้หลันตื่นเช้าเป็นพิเศษ เพราะนอกจากจะต้องไปส่งของให้ลูกพี่เฮยตามปกติแล้ว ยังมีนัดส่งของรอบแรกให้ป้าอิ๋งเพิ่มขึ้นมาด้วย​"อาเป่า วันนี้ต้องเตรียมของสองเท่าเลยนะ" หล่อนสั่งการขณะเดินสำรวจโกดัง หยิบผักกาดขาวและหัวไชเท้าใส่ตะกร้าจนล้น​[รับทราบครับโฮสต์! แต่ระบบขอเตือนไว้ก่อนนะครับ ยิ่งขายเยอะ ยิ่งขนของบ่อย ความเสี่ยงที่จะโดนจับตาก็ยิ่งมากขึ้นตามไปด้วย] อาเป่าเตือนด้วยสีหน้าจริงจังผิดปกติ หูแมวสีส้มตั้งชันนิ่ง ไม่มีท่าทีจะขายของเสริมเหมือนทุกครั้ง​"รู้แล้วน่า จะบ่นทำไมนักหนา" ซูอวี้หลันโบกมือไม่สนใจ ยังคงหยิบข้าวของใส่กระสอบต่อไปอย่างไม่ลดละ​เมื่อเตรียมทุกอย่างพร้อม จ้าวฉือก็ลากรถเข็นสองคันออกเดินทาง คันหนึ่งสำหรับลูกพี่เฮย อีกคันสำหรับป้าอิ๋งโดยเฉพาะ วันนี้อากาศแจ่มใสกว่าที่ผ่านมา หิมะที่เคยหนาเกือบถึงเข่าเริ่มละลายจนเห็นพื้นดินสีน้ำตาลโผล่ขึ้นมาเป็นหย่อมๆ​หลังจากส่งของให้ลูกพี่เฮยเสร็จเรียบร้อยอย่างราบรื่นตามเคย ทั้งสองก็มุ่งหน้าไปยังจุดนัดพบใหม่ที่ป้าอิ๋งกำหนดไว้ ซึ่งเป็นโกดังเก่าร้างอีกฝั่งหนึ่งของอำเภอ​ป้าอิ๋งยืนรออยู่แล้วพร้อมตาชั่งเหล็กเก่าคร่ำคร
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-19
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1
...
345678
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status