บททั้งหมดของ อธิษฐานเคียงคู่: บทที่ 11 - บทที่ 20

28

บทที่10 หนุ่มไทยหยอดเก่ง

ณ ย่านตลาดน้ำบางกะจะ ฉันมองเข้าไปในย่านตลาดน้ำที่มีขนาดใหญ่อยู่ตรงหน้าด้วยความตื่นเต้น เมื่อเรือเริ่มเคลื่อนเข้าใกล้เทียบกับท่าเรือ ก็เริ่มยิ่งเห็นถึงความครึกครื้นอย่างที่คุณพี่เดชกล่าวไว้ “นั่นใช่วัดพนัญเชิงที่เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อโตใช่ไหมเจ้าคะ” “เป็นเช่นนั้น” ฉันอ้าปากค้าง และทึ่งกับความใหญ่ของวัดนี้ แม้ว่าในวัดพนัญเชิงวรวิหารในยุคของเธอที่ว่าใหญ่และสวยแล้ว พอได้มาเห็นและได้สัมผัสกับบรรยากาศของที่นี้จริงๆมันพูดไม่ออกเลย เมื่อเรือค่อยๆเข้ามาเทียบที่ท่าเรือแล้ว คุณพี่เดชก็ยื่นมือส่งมาให้จับ “ถึงแล้ว ส่งมือมาพี่จะช่วยพยุงน้อง” “ขอบคุณเจ้าค่ะ” ฉันยื่นมือไปให้คุณพี่เดชพยุงอย่างระมัดระวัง เนื่องจากบริเวณนี้เรือเยอะมากจ้าแม่! ถ้าเทียบกับยุคเราก็คงเป็นรถติดอะ “นี่คือที่ใดเจ้าคะ” “ย่านตลาดน้ำบางกะจะน่ะ” “โห้ววว ใช่ที่ขายพวกผ้าพับ เครื่องถ้วยชาม เครื่องเทศที่มาจากต่างแดนใช่หรือไม่เจ้าคะ” “เป็นเช่นนั้น” เขาพยักหน้าตอบ สายตาก็
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-09
อ่านเพิ่มเติม

บทที่11 หามีผู้ใดเปรียบไม่ได้เลย

ณ ศาลาท่าน้ำเรือนท่านพระสุจริตวรนาถ “อันนี้ของคุณพี่เดชนะเจ้าคะ” เมื่อมาถึงฉันก็เริ่มทำการแบ่งของที่ตัวเองซื้อมาอย่างละสองชุด ให้คุณพี่เดชไปชุดหนึ่ง “ให้พี่รึ” คุณพี่เดชเอ่ยถามฉันอย่างแปลกใจ “เจ้าค่ะ ตั้งแต่เดินชมตลาด คุณพี่ก็เอาแต่ถือข้าวของให้น้องอย่างเดียว และน้องก็ยังใช้อัฐคุณพี่เดชไปเยอะด้วย” ฉันเอ่ยความจริงออกไป ส่วนเขาก็เอาแต่มองหน้าเหมือนอยากจะเอ่ยอะไรออกมาแต่ก็ไม่เอ่ยออกมาสักที “พี่ขอบน้ำใจน้องยิ่งนัก จะเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี” “นั้นมันของกินนะเจ้าคะ ท่านจะเก็บรักษาไว้อย่างดีทำไมกันคะ” เอ่ยจบก็มองหน้าเขาด้วยความไม่เข้าใจ ถ้าไม่รีบกินวันนี้ มันก็จะเน่าเสียน่ะสิแปลกคนจริงๆ ยุคนี้ไม่มีตู้เย็นนะคะคุณพี่! “หึๆ เป็นอย่างเช่นที่น้องว่าจริงๆ” เขาหัวเราะแก้เก้อกับประโยคที่ตัวเองเอ่ยออกไปโดยลืมไตร่ตรองให้ดี “ท่านนี่ นับวันช่างพิลึกคนยิ่งนัก” “ก็คงพิลึกไม่เท่าน้องบุษหรอกกระมัง” “ท่านว่าอย่างไรนะเจ้าคะ” ฉันเอ่ยถามเ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-10
อ่านเพิ่มเติม

บทที่12 สหายวัยเยาว์

ฉันมองเสื้อผ้าที่วันนี้ตัดเย็บมาตลอดทั้งวันด้วยความภาคภูมิใจในผลงาน เป็นชุดนอนแขนยาวขายาวลวดลายสุดน่ารัก มีทั้งของคุณพ่อและคุณแม่ด้วย “อันนี้ของพี่จันและพี่อิ่มนะคะ” ฉันยื่นชุดนอนไปให้พี่จันพี่อิ่มอย่างคนละชุดสองชุด “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะแม่หญิง” พี่จันพี่อิ่มรีบยกมือปฏิเสธไม่กล้ารับทันที“เอาไปเถอะค่ะ วันนี้พวกพี่ช่วยข้าทำมาทั้งวัน ถือซะว่านี้คือรางวัลน้ำใจนะคะ”เอ่ยจบฉันก็รีบยับใส่ไว้ในมือของทั้งสองอย่างรวดเร็ว “บ่าวขอบคุณมากค่ะ” แล้วทั้งสองก็หันมามองหน้ากันก่อนจะยิ้มกว้างออกมาอย่างเบิกบาน เมื่อได้ชุดที่แม่หญิงเป็นคนทำให้ “ส่วนนี่ ก็ของคุณลุงคุณป้าและคุณพี่เดช” ฉันหยิบชุดที่แยกไว้พับใส่ในห่อผ้าอย่างเรียบร้อย แต่ที่ดูพิเศษขึ้นมาหน่อยก็ตรงที่ ชุดนอนของคุณพี่เดชจะมีลายปักแตกต่างจากคนอื่นตรงที่กระเป๋าหน้าอกด้านซ้ายและผ้าเช็ดผ้าที่มีลายปักเป็นหน้าแมว “อยากจะรู้นัก ว่าหน้าโหดๆอย่างอิตาคุณพี่เดชจะแสดงสีหน้ายังไงเมื่อได้สวมชุดนอนลายปักหน้าแมวนี่” ระหว่างที่เอ่ยออกม
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-11
อ่านเพิ่มเติม

บทที่13 ชาไข่มุก

เรือนครัว โป๊ก โป๊ก โป๊ก ฝุด ฝุด ฝุด ครืด ครืด พอมาถึงที่เรือนครัว ก็เห็นบ่าวแต่ละคนช่วยกันทำหน้าที่อย่างขันแข็งตามที่ได้รับมอบหมายไว้ โดยทำน้ำเต้าหู้จากนมถัวเหลือง และให้นวดแป้งรอไว้เพื่อจะนำมาปั้นเป็นไข่มุกเล็กๆ “นั้น กำลังทำสิ่งใด ปั้นบัวลอยรึ” แม่หญิงพุดซ้อนบุ้ยหน้าไปยังฝั่งที่บ่าวกำลังช่วยนวดแป้งมันสำปะหลังผสมกับน้ำอัญชัน และน้ำใบเตย “เปล่าหรอก นั้นข้ากำลังให้บ่าวนวดแป้งให้ แล้วปั้นเป็นเม็ดเล็กเพื่อทำเป็นไข่มุกนะ” “ไข่มุก ที่เอามาทำเป็นเครื่องประดับนะรึ” “ฮ่าๆ เจ้านี่ตลกเสียจริง ไข่มุกนี้เอาไว้กินต่างหากเล่า ไม่ใช่ไข่มุกที่เจ้าว่าหรอก” ฉันหัวเราะให้กับท่าทางตกใจอย่างมีจริตของแม่หญิงพุดซ้อน ด้วยการยกมือมาทาบอกพร้อมสีหน้าที่เล่นใหญ่นั้น “ฮึ้ย!” ตามสูตรเดิม สะบัดหน้าหนีอย่างเคย “แล้วนั่นล่ะ จัดเตรียมจะทำสิ่งใด” แม่หญิงพุดซ้อนชี้ไปยังแคร่ไม้ไผ่ ที่มีห่อชา น้ำผึ้ง และน้ำแข็งวางไว้ “วัตถุดิบที่จะทำชาไข่
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-12
อ่านเพิ่มเติม

บทที่14 แปลกไป

สองวันต่อมา ณ เรือนท่านพระยาสุรเดชากร เคร้ง เคร้ง! เคร้ง!! ปักๆ ตุบๆ หย้า! ฮุบ หย้า!! เสียงฝึกซ้อมกำลังพลที่ลานกว้างข้างๆเรือนท่านพระยาสุรเดชากร หรือที่คนส่วนใหญ่เรียกว่าท่านพระยาสิงห์ ซึ่งมีศักดิ์เป็นบิดาของคุณหลวงวรเดชนั้นเอง เคร้ง เคร้ง! เคร้ง!! เสียงฝึกดาบแต่ละคู่ดังไปทั่วทั้งลานกว้าง ไม่แพ้กับอีกฝั่งที่กำลังเตะเข้าไปยังตรงกลางลำต้นกล้วย บ้างก็สับสอก บ้างก็จับคู่ซ้อมฟันดาบกัน ปักๆ ตุบๆ “พ่อเดช เอ็งอยู่นี่เองรึ ข้าตามหาเจ้าให้ทั่ว” เสียงของคุณหลวงสุนทรโกษา หรือที่คนส่วนใหญ่เรียกว่าคุณหลวงกล้า เรียกสายตาให้คุณหลวงเดชหันไปมอง “เอ็งมีกิจธุระอันใดรึ จึงได้ถ่อมาถึงที่นี้” เขาหันไปถามเพื่อนสมัยวัยเยาว์ที่เติบโตมาด้วยกันอย่างสงสัย “ข้าก็ไม่ได้มีกิจธุระอันใดหรอก เพียงข้าแค่อยากมากล่าวชมเท่านั้น” คุณหลวงกล้าเอ่ยออกมาพร้อมรอยยิ้มอย่างคนที่มีเรื่องจะมาเล่าอวดให้ฟัง “กล่าวชมอันใดรึ”
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-13
อ่านเพิ่มเติม

บทที่15 ฝันดีมีสุข

ยามพลบค่ำ หลังจากที่คุณพี่เดชอยู่กินข้าวที่เรือนเสร็จก็เตรียมที่จะกลับเรือนตนเอง โดยมีฉันเดินออกมาส่งที่ศาลาท่าน้ำ “นี่เจ้าค่ะ” ฉันยื่นห่อผ้าห่อใหญ่ไปให้เขาตรงหน้า “คือสิ่งใดรึ” เขารับไป แล้วจับห่อผ้านั้นพลิกไปพลิกมาอย่างพิจารณา “ผ้ามันเหลือน่ะเจ้าค่ะ น้องจึงตัดเย็บชุดให้คุณพี่เดช แต่อีกห่อของคุณลุงคุณป้าไม่ได้ตัดเย็บมาจากผ้าเหลือเช่นคุณพี่เดชนะเจ้าคะ” ฉันกล่าวออกมาอย่างคนวางฟอร์ม เมื่ออีกฝ่ายรู้ว่าข้างในห่อผ้านั้นคืออะไร ก็มองมาด้วยแววตาเป็นประกายทำเอาหลบสายตานั้นแทบไม่ทัน “พี่จะรักษาเป็นอย่างดี น้องรีบขึ้นเรือนเถิด” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน จนฉันที่เป็นผู้ฟังยังรู้สึกหวั่นไหว ใจเต้นไม่เป็นจังหวะทันที ส่วนด้านคุณหลวงเดช ก็มองแม่หญิงบุษบาที่สองข้างแก้มกำลังขึ้นสีแดงระเรือ ไม่รู้เป็นเพราะแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมา หรือเป็นเพราะเพลิงไฟที่จุดรอบๆเรือนกระทบกับใบหน้าของนางก็ไม่รู้ เขารู้เพียงแต่ว่าคืนนี้พระจันทร์ตรงหน้าช่างงามเสียจริง “รีบไปนอนเถ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-14
อ่านเพิ่มเติม

บทที่16 เริ่มหวั่นไหว

สามอาทิตย์ต่อมา ณ เรือนพระยาสุรเดชากร เคร้ง เคร้ง! เคร้ง!! ปักๆ ตุบๆ หย้า! ฮุบ หย้า!! เสียงฝึกซ้อมกำลังพลที่ยังคงดังอย่างต่อเนื่อง ช่วงนี้คุณหลวงเดชต้องคุมกองกำลังเข้มกว่าที่ผ่านมา เนื่องจากมีข่าวด่วนที่จะต้องเดินทัพขึ้นเหนือภายใต้การนำของเจ้าพระยาโกษาธิบดีเร็วๆนี้ เขานั่งมองผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กที่ปักลายแมวคู่ในมืออย่างหวงแหน พลันให้ปรากฏใบหน้าที่เขินอายของเจ้าของลวดลายปักแมวคู่นี้ ที่ช่วงนี้เขาไม่ค่อยได้เจอหน้านางเลย “แหนะ มัวแต่นั่งจ้องมองอยู่เช่นนั้น จะคลายความคิดถึงลงได้หรือพ่อเดช” เสียงของคุณหลวงกล้าดังมาแต่ไกล ทำให้เขาต้องเงยหน้าขึ้นมองไปตามต้นเสียง “เอ็งกำลังกล่าวถึงสิ่งใดกัน” “แล้วในใจเอ็งกำลังคิดความอันใดอยู่เล่า นั่งจ้องของที่อยู่ในมือปานนั้น คงไม่ได้คิดการงานหรอกกระมัง เว้นเสีย แต่เจ้าของผ้าผืนนั้นเป็นผู้ให้มา ข้ากล่าวถูกรึไม่” “เอ็งว่าการที่น้องบุษของข้าดูผิดแผกไป ราวกับจำความอันใดไม่ได้เช่นนี้ เป็นเพราะนางเห็นเหตุการณ์ในครานั้นรึไม่”
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-15
อ่านเพิ่มเติม

บทที่17 ล่องเรือ

ตกดึก ฉันนั่งมองพระจันทร์ที่กำลังส่องสว่างอยู่ริมหน้าต่างอย่างเหม่อลอย มือก็ยกขึ้นมาแตะที่หัวใจตัวเองอย่างแผ่วเบา ค่อยๆสัมผัสถึงอัตราการเต้นของหัวใจตัวเองที่ช่วงนี้รู้สึกเหมือนจะเต้นเร็วบ่อยนัก ไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้มันเกิดขึ้นตอนไหนที่ฉันเริ่มคิดถึงเขา เริ่มสังเกตเขา ว่าเขาจะมีสีหน้าอย่างไร รู้สึกอย่างไร บางครั้งก็เกิดความรู้สึกเจ็บแปปๆที่หน้าอก ตอนที่เห็นคุณพี่สร้อยมองหน้าเขา “ก่อนที่ฉันจะมาที่นี้ เกิดอะไรขึ้นกันแน่” ตอนนี้ฉันทั้งไม่เข้าใจ ทั้งสับสนมาก ความรู้สึกต่างๆมันเริ่มไหลเข้ามาเรื่อยๆ แม้แต่บางครั้งสถานที่ต่างๆก็เริ่มรู้สึกคุ้นขึ้นมาเองโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือความทรงจำเดิมเริ่มจะกลับเข้ามาแล้วกันนะ “ฉันจะทำยังไงกับตัวเองดี” ฉันพึมพำกับตัวเองอยู่อย่างนั้น ยอมรับเลยว่าในใจฉันตอนนี้ก็มีแอบคิดถึงบ้านที่อยู่โลกอีกยุคหนึ่งเหมือนกัน “บ่วงที่ว่าคงไม่ได้เกี่ยวข้องกับความรักหรอกใช่ไหมนะ...” ฉันได้แต่ถอนหายใจยาวๆ กลัวว่าหากยังอยู่ในยุคนี้นานจนเกินไป อาจจะเกิดความผูกพันกับคนที่นี้แล้ว
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-16
อ่านเพิ่มเติม

บทที่18 เราจะไม่มีวันแยกจากกัน

ตอนนี้เราสองคนก็มาถึงยังสถานที่จัดงาน กว่าจะมาถึงก็ทำเอาเมื่อยขากันเลยทีเดียว เหตุเพราะเรือติดที่ไม่ใช่รถติด พูดไปใครจะเชื่อ อยากจะเหยียดขาให้สุดก็ทำลำบากเลยต้องนั่งงอขาอยู่อย่างนั้น “คุณหลวงเดช น้องบุษ ในที่สุดทั้งสองก็มาถึงเสียทีเจ้าค่ะ” ฉันกับคุณพี่เดช เดินเข้ามาในงานได้ไม่เท่าไหร่ เสียงคุณพี่สร้อยก็เอ่ยขึ้นจึงต้องหันไปมองทันที ลืมไปเสียสนิทเลยว่าคุณพี่สร้อยก็ขอมาด้วยเช่นกัน “อ้าวคุณพี่สร้อย สวัสดีค่ะ” ฉันเอ่ยทักอีกฝ่ายตามสไตล์ของตัวเอง “น้องบุษกล่าวความอันใดกัน ฟังดูไม่คุ้นหูนัก” คุณพี่สร้อยถามด้วยสีหน้างุนงง “ไม่มีอันใดเจ้าค่ะ คุณพ่อคุณแม่น้องล่ะเจ้าคะ” ฉันเดินไปคล้องแขนคุณพี่สร้อยแล้วเนียนเปลี่ยนเรื่องคุยทันที คุณพี่เดชก็ถือกระทงสองใบเดินข้างฉันตามมาอย่างเงียบๆ “คุณหลวงเดชถือสิ่งใดมาหรือเจ้าคะ ช่างงามตานัก” คุณพี่สร้อยหันไปถามคุณพี่เดช แต่อีกฝ่ายไม่ได้ตอบอะไรกลับไป จนฉันต้องเป็นฝ่ายเอ่ยตอบแทน “กระทงเจ้าค่ะ ข้าทำให้คุณพี่เดชน่ะ”
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-17
อ่านเพิ่มเติม

บทที่19 กลางแสงจันทร์

เสียงพายกระทบผืนน้ำอย่างแผ่วเบาพาเรือเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างช้าๆ แสงจันทร์วันเพ็ญทอแสงลงมากระทบผืนน้ำกลายเป็นสีขาวนวลทอประกายระยิบระยับ แหงนมองขึ้นไปบนท้องฟ้าก็เจอกับหมู่ดาวที่เปล่งประกายเต็มไปหมด แสงกระพริบของฝูงหิ่งห้อยตัวน้อยนับร้อยนับพันบินวนไปรอบเรือ ทำให้ต่างก็มองเห็นเสี้ยวหน้าของกันและกันในท่ามกลางความเงียบนี้ “สวยจังเลยค่ะ” ฉันเอ่ยชมขึ้นมาอย่างใจจริง ในขณะที่สายตาก็ยังคงมองหิ่งห้อยที่บินวนรอบตัวไปมา ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นมาอีกครั้ง “ว่าแต่เหตุใดคุณพี่เดชจึงพาน้องมาที่นี่รึเจ้าคะ” “พี่เพียงคิดว่า น้องน่าจะชอบ” เขาเอ่ยปากตอบ พลางส่งยิ้มให้เธอด้วยสายตาที่อบอุ่น แต่แววตาที่เขามองมา ราวกับเหมือนมีบางอย่างที่ซ่อนอยู่ คล้ายกับมีคำพูดมากมายที่อยากจะบอก “คุณพี่เดชมีเรื่องใดกังวลในใจหรือเจ้าคะ” ฉันตัดสินใจเอ่ยปากถามเขาไปตรงๆ เขาเงียบไปครู่หนึ่ง สายตาจับจองมาที่ใบหน้าของฉัน ก่อนจะยอมเปิดปากพูดออกมา “แม้ว่าน้องจะแสร้งทำเป็นลืมเลือนเรื่องราวคราวนั้นไป แต่พี่ก็ยังอยากบอกกล่าวคว
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-09-18
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
123
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status