ขง

เมียแต่งที่ (ไม่) รัก
เมียแต่งที่ (ไม่) รัก
วินทร์รักลูก...แต่เขาเกลียดเธอซึ่งเป็นแม่ของลูก “เธอเลี้ยงลูกคนเดียวได้?” “น่าจะได้นะคะ” ณิชาบอกอย่างไม่แน่ใจ เพราะลึก ๆ แล้วเธอก็แอบรู้สึกหวั่น ๆ อยู่เหมือนกัน “ถ้ามีปัญหาอะไรให้รีบโทร. หาฉัน เข้าใจไหม” “ค่ะ พี่วินทร์ไม่ต้องเป็นห่วง” หญิงสาวรีบรับคำด้วยรอยยิ้มดีใจ ทว่าวินาทีต่อมารอยยิ้มนั้นก็พลันหายไปจากใบหน้างาม เมื่อได้ยินเขาพูดประโยคต่อมา... “ฉันเป็นห่วงลูก อย่าเข้าใจผิดว่าฉันจะเป็นห่วงเธอ”
10
89 Chapters
คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ
คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ
[ทรมานก่อน สะใจทีหลัง] แต่งงานกันตามข้อตกลงมาห้าปี แม้รู้ทั้งรู้ว่าฟู่ซือเหยียนเลี้ยงชู้รักสวยเย้ายวนยั่วใจไว้ข้างนอก เสิ่นชิงซูก็ยังคงเลือกที่จะกล้ำกลืนฝืนทน กระทั่งเธอค้นพบว่าลูกชายที่เธอเห็นเป็นลูกในไส้เกิดจากฟู่ซือเหยียนกับชู้รัก เธอถึงตระหนักว่าที่แท้การแต่งงานครั้งนี้เป็นการหลอกลวงตั้งแต่ต้น ชู้รักทำเหมือนตัวเองเป็นเมียหลวง บุกมาถึงบ้านพร้อมกับใบหย่าที่ฟู่ซือเหยียนร่างขึ้นมา ในวันนั้นเอง เสิ่นชิงซูตรวจสอบรู้ว่ากำลังตั้งครรภ์ ในเมื่อผู้ชายได้แปดเปื้อนไปแล้ว งั้นก็อย่าเอามันเลย ส่วนลูกชายที่เป็นลูกชู้ก็ส่งคืนให้ชู้ไปเสีย เสิ่นชิงซูที่ตัดขาดจากความรักและความสัมพันธ์ได้แสดงความสามารถอย่างเฉิดฉาย หาเงินเองอย่างสง่างามตามลำพัง ญาติใกล้ชิดที่เคยดูถูกเหยียดหยามเธอในวันวานนึกเสียใจแล้ว พยายามแย่งกันมาประจบเอาใจเธอกันยกใหญ่ บรรดาลูกหลานตระกูลเศรษฐีที่เคยหัวเราะเยาะเธอว่าพึ่งผู้ชายในการไต่เต้าก็นึกเสียใจแล้วเหมือนกัน ต่างพากันทุ่มเงินวิงวอนขอความรักจากเธอ เด็กน้อยซึ่งถูกหญิงอื่นสั่งสอนจนเสียผู้เสียคนก็เสียใจแล้วเหมือนกัน จึงร้องห่มร้องไห้พลางเรียกเธอว่าแม่ ...... กลางดึกในคืนนั้น เสิ่นชิงซูได้รับสายหนึ่งจากหมายเลขที่ไม่รู้จัก น้ำเสียงเมามายของฟู่ซือเหยียนดังมาจากปลายสาย “อาซู คุณจะตอบตกลงแต่งงานกับหมอนั่นไม่ได้นะ ผมยังไม่ได้เซ็นใบหย่า”
9.8
803 Chapters
พวกเจ้าระวังให้ดีเกิดใหม่ครั้งนี้เพื่อแก้แค้นแทนไต้ซือ
พวกเจ้าระวังให้ดีเกิดใหม่ครั้งนี้เพื่อแก้แค้นแทนไต้ซือ
นางเอกที่ย้อนอดีตไปในวันที่กำลังจะตายพอดีดีที่จวิ้นอ๋องมาช่วยไว้ทัน จวิ้นอ๋องที่บวชเป็นพระเพื่อหนีความขัดแย้ง มีเรื่องราวในอดีตแสนขมขื่น เหมาะแก่การช่วยเหลือและแก้แค้นแทน ทั้งที่เรื่องของตัวเองก็ยุ่งเป็นเชือกพันกันเอาเหอะวางไว้ช่วยไต้ซือก่อน
10
180 Chapters
เลขาบนเตียง
เลขาบนเตียง
เธอเฉิ่ม เธอเชย และเธอเป็นเลขาของเขา หน้าที่ของเธอคือเลขาหน้าห้อง แต่หลังจากความผิดพลาดในค่ำคืนนั้นเกิดขึ้น สถานะของเธอก็เปลี่ยนไปจากเดิม จากเลขาหน้าห้อง กลับกลายเป็นเลขาบนเตียงแทน... “เวลาทำงาน คุณก็เป็นเลขาหน้าห้องของผม แต่ถ้าผมเหงา คุณก็ต้องทำหน้าที่เลขาบนเตียง...” “บอส...?!” “ผมรู้ว่าคุณตกใจ ผมเองก็ตกใจเหมือนกันกับสถานะของพวกเรา แต่มันเกิดขึ้นแล้ว จะทำยังไงได้ล่ะ” “บอสคะ...” หล่อนขยับตัวพยายามจะออกจากอ้อมแขนของเขา แต่ชายหนุ่มไม่ยอมปล่อย “ว่าไงครับ” “แก้ว... แก้วว่าให้แก้วทำเหมือนเดิมดีกว่าค่ะ หรือไม่ก็ให้แก้วลาออกไป...” “ผมให้คุณลาออกไม่ได้หรอก คุณเป็นเลขาที่รู้ใจผมที่สุด อย่าลืมสิแก้ว” “แต่แก้ว...” หล่อนอยู่ในฐานะนางบำเรอของเขาไม่ได้ หล่อนทะเยอทะยานต้องการมากกว่านั้น แต่ก็รู้ดีว่าไม่มีวันจะได้สิ่งที่หวังมาครอบครอง “ทำตามที่ผมบอก ไม่มีอะไรยากเย็นเลย”
Not enough ratings
125 Chapters
พายุร้ายพ่ายเมีย
พายุร้ายพ่ายเมีย
พายุ มาเฟียหนุ่มวัย 26 ปี ผู้ทรงอิทธิพลระดับประเทศ เขาเป็นผู้ประสบความสำเร็จในทุกด้านตั้งแต่ยังอายุน้อย นิสัย ดุ โหด เงียบ และไม่พูดเยอะ วันหนึ่งพายุได้เจอกับเธอที่เป็นลูกสาวของลูกหนี้ของเขา และนี้ก็คือจุดเริ่มต้นของเขากับเธอ
9.5
200 Chapters
พิษรักมาเฟีย
พิษรักมาเฟีย
"ฉันไม่มีค่าให้คุณสนใจใช่ไหมคะ ฉันไม่มีประโยชน์ที่จะเชิดหน้าชูตาทางสังคมให้คุณได้ คุณเลยไม่ให้ความสำคัญกับฉันนอกจากเรื่องบนเตียง ฉันเข้าใจถูกหรือเปล่า"
Not enough ratings
155 Chapters

เปิดหน้ากากขงเบ้ง ภาคหนึ่ง แตกต่างจากสามก๊กไหม

4 Answers2025-11-21 00:22:55

เคยสงสัยเหมือนกันว่า 'เปิดหน้ากากขงเบ้ง' ต่างจาก 'สามก๊ก' แบบดั้งเดิมยังไง พอได้อ่านจริงๆ เลยพบว่ามันเน้นไปที่จิตวิทยาและเล่ห์เหลี่ยมของขงเบ้งแบบละเอียดมากกว่า ภาคดั้งเดิมอาจเล่าเหตุการณ์กว้างๆ แต่ภาคนี้เจาะลึกไปที่การวางแผนแต่ละขั้นตอน เหมือนเราได้เห็นมุมมองจากภายในสมองของขงเบ้งเลย

การเล่าเรื่องใช้ภาษาที่เห็นภาพชัดเจนกว่า บางตอนเขียนออกมาเหมือนเรากำลังดูหนังสตรีมมิ่งมากกว่าอ่านหนังสือประวัติศาสตร์ แถมยังมีรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวของตัวละครที่ 'สามก๊ก' เวอร์ชันอื่นอาจไม่ได้บอกไว้

เปิดหน้ากากขงเบ้ง ภาคหนึ่ง มีกี่ตอน

5 Answers2025-11-20 18:39:33

การนับตอนใน 'เปิดหน้ากากขงเบ้ง ภาคหนึ่ง' นั้นขึ้นอยู่กับแหล่งที่มา เพราะบางแพลตฟอร์มแบ่งเป็น 12 ตอนแบบเรียงต่อกัน ขณะที่บางแห่งอาจรวมเป็น 6 ตอนใหญ่โดยตัดช่วงเปิด-ปิดออก

ความสนุกของเรื่องนี้อยู่ที่พล็อตเชิงกลยุทธ์ที่ขงเบ้งสวมบทบาท 'คนตาย' เพื่อล่อศัตรู แม้จะดูเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยชั้นเชิงการเขียนที่ทำให้ต้องติดตามทุกตอน ฉากที่เขากับจูล่งแฝงตัวในงานศพนั้นตราตรึงใจมาก แม้จะรู้ว่ามันเป็นแผนอยู่แล้วก็ยังตื่นเต้น

เปิดหน้ากากขงเบ้ง ภาคหนึ่ง ดูได้ที่ไหน

5 Answers2025-11-20 01:49:57

มีเพื่อนๆ ในกลุ่มแฟนคลับ 'สามก๊ก' บอกว่าหนัง 'เปิดหน้ากากขงเบ้ง ภาคหนึ่ง' หาดูยากมาก แต่ล่าสุดเจอในแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งชื่อดังอย่าง Netflix ครับ

นอกจากนั้น ยังมีคนแชร์ลิงก์ดูผ่านเว็บไซต์นอกที่รองรับซับไทยด้วย แต่ต้องลงทะเบียนหน่อย ตัวหนังทำออกมาได้ดีมาก ทั้งบทและนักแสดงที่รับบทขงเบ้ง ถ่ายทอดบุคลิกอันชาญฉลาดของเขาออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ แนะนำให้ลองหาดูใน Netflix ก่อนนะครับ ถ้าไม่มีจริงๆ ค่อยหาตามช่องทางอื่น

เปิดหน้ากากขงเบ้ง ภาคหนึ่ง มีภาคต่อไหม

5 Answers2025-11-20 01:14:43

เคยนั่งคุยกับเพื่อนในวงการนักอ่านนิยายจีนอยู่พักใหญ่เรื่อง 'เปิดหน้ากากขงเบ้ง' ตอนนั้นตื่นเต้นมากกับพล็อตที่นำเสนอตัวละครในมุมใหม่ ภาคแรกจบแบบทิ้งเงื่อนงำไว้เพียบ เลยตามไปเสิร์ชดูว่ามีภาคต่อหรือเปล่า

ปรากฏว่าในเว็บไซต์ชุมชนนักอ่านจีนมีการพูดถึงภาคสองที่ใช้ชื่อว่า 'เปิดหน้ากากขงเบ้ง: เงาองค์หญิง' ซึ่งต่อยอดเรื่องราวการเมืองภายในและตัวละครหญิงที่ถูกพัฒนาขึ้นมาได้น่าสนใจมาก แม้จะยังไม่มีฉบับภาษาไทยอย่างเป็นทางการ แต่ก็มีนักแปลอิสระนำบางตอนมาแบ่งปันไว้ในบล็อกส่วนตัว

เราจะนำปรัชญาขงจื้อไปปรับใช้ในการทำงานอย่างไร?

2 Answers2025-11-30 12:27:56

การนำปรัชญาขงจื้อมาปรับใช้ในการทำงานเป็นเรื่องที่น่าสนุกกว่าที่คิดและสามารถให้กรอบคิดที่มั่นคงในสถานการณ์สับสนได้มากกว่าที่หลายคนคาดหวัง

ฉันเริ่มจากการมองว่าขงจื้อพูดถึงเรื่อง 'ศีลธรรมหรือความดี' และ 'พิธีกรรม' ไม่ใช่เพียงคำสอนเชิงปรัชญา แต่เป็นเครื่องมือจัดระเบียบความสัมพันธ์ระหว่างคนในระบบหนึ่ง ๆ เมื่อนำมาประยุกต์กับงานจริง ผมชอบใช้แนวคิดเรื่องการทำหน้าที่ให้ชัดเจน (rectification of names) เป็นจุดตั้งต้น: ทุกคนในทีมควรเข้าใจบทบาท ความรับผิดชอบ และขอบเขตงานอย่างชัดเจน ไม่ใช่เพื่อแบ่งชั้นอย่างเข้มงวด แต่เพื่อป้องกันความขัดแย้งและความซ้ำซ้อนที่เสียพลังงาน โดยผมมักจะเปรียบการประชุมเช้าเหมือนพิธีกรรมที่ช่วยตั้งโทนของวัน—ถ้าทุกคนปฏิบัติร่วมกันด้วยวินัยเล็ก ๆ น้อย ๆ ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ดีขึ้น

อีกมุมหนึ่งที่ฉันนำมาใช้คือการให้ความสำคัญกับการบ่มเพาะคน (self-cultivation) แทนที่จะโหมแต่ผลงานระยะสั้น การลงทุนในการสอน การเป็นพี่เลี้ยง และการให้คำติชมแบบสร้างสรรค์ ทำให้ทีมมีความทนทานและสามารถแก้ปัญหาได้เองในระยะยาว ผมเคยตั้งวงอ่านบทความสั้น ๆ เกี่ยวกับความเป็นผู้นำและข้อตกลงในการทำงานร่วมกัน 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ผลคือทีมเริ่มพูดคุยกันตรง ๆ มากขึ้นและความเชื่อใจเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกอย่างจะยึดตามคำสอนแบบดั้งเดิมเสมอไป—ข้อควรระวังคืออย่าใช้หลักขงจื้อเป็นข้ออ้างในการยึดติดกับลำดับชั้นจนขาดความยืดหยุ่น ในโลกสมัยใหม่ต้องผสมทั้งคุณธรรมและนวัตกรรมเข้าด้วยกัน เช่น การยึดมั่นในความซื่อสัตย์และความรับผิดชอบควบคู่ไปกับการเปิดรับไอเดียใหม่ ๆ สุดท้ายแล้ว การนำขงจื้อมาปรับใช้ในที่ทำงานสำหรับฉันคือการสร้างวัฒนธรรมที่ให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบส่วนบุคคล การเคารพซึ่งกันและกัน และการเติบโตอย่างยั่งยืน — นี่แหละคือสิ่งที่ทำให้การทำงานมีความหมายมากขึ้น

ฉากโรแมนติกของขงถูกวิจารณ์ว่าอย่างไร

3 Answers2026-02-15 00:41:18

ฉากโรแมนติกของขงมักถูกวิจารณ์ว่าเร็วเกินไปและขาดบันไดของอารมณ์ที่ชัดเจน ทำให้จูบหรือคำสารภาพดูเหมือนเกิดขึ้นเพราะบทต้องการให้เกิด มากกว่าจะเป็นผลลัพธ์ของพัฒนาการความสัมพันธ์จริง ๆ

ผมรู้สึกได้ว่าปัญหาหลักคือการตัดต่อและจังหวะของเรื่อง ถูกออกแบบมาให้เน้นฉากสำคัญจนละเลยชั้นเชิงย่อย ๆ ที่ทำให้คนดูผูกพัน เช่น ฉากสนทนาที่สั้นเกินไปหรือฉากเงียบที่ไม่ถูกใช้อย่างตั้งใจ ฉากโรแมนติกบางฉากเลยกลายเป็นภาพสวย ๆ กับบทพูดซ้ำ ๆ ที่ไม่ได้ขยายความในใจตัวละคร พอนำมาเปรียบกับงานอย่าง 'Kimi no Na wa' ที่ปลูกความผูกพันทีละนิด ฉากสำคัญของมันเลยน้ำหนักมากกว่า

ด้วยมุมมองแฟนผม มันยังมีปัญหาจากองค์ประกอบภายนอก เช่น เพลงประกอบที่ดันไม่สอดคล้องกับสภาพอารมณ์ การใช้มุมกล้องที่เน้นภาพสวยแต่ไม่จับการสื่อสารทางสายตาของตัวละคร หรือการใส่ตัวละครฝ่ายที่สามเข้ามาแบบเทียม ๆ เหล่านี้ทำให้ความทรงจำจากฉากรักจางลงได้ แม้จะมีช่วงที่ผมสัมผัสได้ถึงเคมีระหว่างตัวละครจริง ๆ แต่โดยรวมแล้วฉากพวกนี้มักถูกวิพากษ์ว่า 'ทันที' เกินไปและขาดเส้นเรื่องรองที่พยุงความรู้สึกให้คงอยู่หลังจบฉาก

เกมมือถือเกมไหนมีตัวละครขงจื้อและสกิลของเขา

4 Answers2026-02-27 08:40:51

ในฐานะแฟนเกมมือถือสายประวัติศาสตร์ ผมมักเจอตัวละครขงจื้อในเกมจีนแนววางกลยุทธ์และไอดอลของเมืองประจำชาติ เมื่อนึกถึงตัวอย่างที่เด่นชัดที่สุด เกมอย่าง 'Rise of Kingdoms' มักใส่บุคลิกของขงจื้อในรูปแบบผู้ให้บัพเชิงวัฒนธรรมหรือการวิจัย มากกว่าจะให้ไปยืนต่อสู้แถวหน้า สกิลของเขาในเกมแนวนี้มักเป็นแบบที่ช่วยทีมในระยะยาว เช่น พาสซีฟเพิ่มค่าการเก็บทรัพยากร/อัตราการวิจัย, สกิลแอ็กทีฟที่ปล่อยออร่าเพิ่มค่าประสบการณ์หน่วยทัพรอบตัว หรือสกิลที่ลดคูลดาวน์ของสกิลซัพพอร์ตอื่น ๆ

อีกมุมหนึ่งคือสกิลที่เน้นการเปลี่ยนสถานะมากกว่าความเสียหาย ตัวอย่างเช่นสกิล 'คำสอน' ที่เพิ่มความต้านทานสถานะให้พันธมิตร, สกิล 'บทเรียนปราชญ์' ที่สามารถรีเซ็ตคูลดาวน์ทักษะป้องกันของทีม หรือลดความขัดแย้งของศัตรู ทำให้ฝ่ายเรามีโอกาสควบคุมจังหวะการรบได้ดีขึ้น จังหวะการเล่นกับขงจื้อจึงมักเป็นการวางแผนระยะยาว มากกว่าการพุ่งชนทันที

วิธีเล่นที่ผมชอบคือเอาเขามาวางคู่กับหน่วยไฟต์เตอร์ที่ต้องเวลาในการบัฟหรือฮีล เพราะขงจื้อจะทำให้ทีมอยู่รอดและเติบโตได้เรื่อย ๆ ซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนมีโค้ชในสนามรบ ไม่ได้หวือหวาแต่เปลี่ยนเกมได้ถ้ารู้จักใช้ให้เป็น

ขงเบ้ง นิสัยถูกตีความในหนังและซีรีส์อย่างไร?

3 Answers2026-03-15 06:41:56

ภาพขงเบ้งบนหน้าจอโทรทัศน์มักถูกวาดขึ้นเป็นภาพของปัญญาชนที่นิ่งสงบและเกือบจะเหนือธรรมดา

เราโตมากับการดูฉากจากนิยาย 'สามก๊ก' ที่ฉายทางทีวีรุ่นเก่า ๆ ซึ่งเน้นโชว์ช็อตเช่นการวางกับดักทางจิตวิทยา การเตรียมยุทธศาสตร์อย่างละเอียด และฉากที่ทำให้คนดูอึ้งอย่างกลยุทธ์ 'ตีกล่องว่าง' ฉากเหล่านั้นปลุกให้ขงเบ้งกลายเป็นไอคอนของสติปัญญา ทั้งการใช้แผนการที่ละเอียดและภาพลักษณ์ที่แทบไม่รู้สึกว่าเขาเป็นคนธรรมดา มันให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเฝ้าดูผู้วางแผนระดับตำนานมากกว่าคนที่มีข้อบกพร่อง

พอเวลาผ่านไป งานสร้างใหม่ ๆ บางชิ้นก็ยังรักษาบทบาทเป็นนักยุทธศาสตร์ระดับอัจฉริยะ แต่อีกด้านหนึ่งก็เริ่มแสดงจุดอ่อนให้เห็นมากขึ้น เช่น ความเหงา ความรับผิดชอบที่มากเกินไป หรือการถูกบีบให้ต้องเลือกที่ยาก เราจึงเห็นเวอร์ชันที่มนุษย์ขึ้น—ไม่ใช่เทพเจ้าแห่งกลยุทธ์เท่านั้น—ซึ่งช่วยให้ตัวละครมีมิติและเข้าถึงง่ายขึ้น การแสดงที่เน้นสายตาและช่วงเวลาสงบ ๆ ระหว่างการตัดสินใจทำให้ฉากเงียบ ๆ นั้นตราตรึงใจไม่แพ้ฉากปฏิบัติการใหญ่ ๆ เลย

ขงเบ้ง นิสัยช่วยให้เขาวางกลยุทธ์การรบแบบไหน?

3 Answers2026-03-15 18:25:11

บอกได้เลยว่าทัศนคติของขงเบ้งทำให้วิธีคิดทางการรบของเขาเน้นการเตรียมตัวและการใช้ปัญญามากกว่าการพึ่งพากำลังล้วน ๆ — นี่คือเหตุผลที่ฉันค่อนข้างชื่นชมเขาในฐานะนักยุทธศาสตร์แบบคิดล่วงหน้า

ฉันมักนึกถึงฉากจากนิยาย 'สามก๊ก' ที่แสดงการใช้เล่ห์และการควบคุมสถานการณ์ เช่นกลยุทธ์การเรียกเสียงลูกศร (借箭) และแผนเมืองว่าง (空城計) ทั้งสองตัวอย่างแสดงให้เห็นว่าขงเบ้งชอบชิงวิธีชิงจิตใจฝ่ายตรงข้าม โดยอาศัยข้อมูลข่าวกรองและการวางกับดักทางจิตวิทยาแทนที่จะส่งทัพชนกับทัพตรง ๆ การใช้ทรัพยากรอย่างมีแบบแผน เช่นระบบซัพพลายและการเตรียมเครื่องไม้เครื่องมือ ช่วยให้เขาบริหารระยะยาวได้ดีขึ้น

จากมุมมองของฉัน กลยุทธ์ที่เกิดจากนิสัยเด็ดขาดอีกข้อคือความรอบคอบ: เขาจะไม่เสี่ยงถ้าไม่ได้เตรียมการรองรับ มีความอดทนกับการชิงเวลาทางการเมือง และแปลงความได้เปรียบด้านข้อมูลเป็นการตัดสินใจบนสนามรบ ผลคือภาพของผู้นำที่ใช้ปัญญาเป็นอาวุธมากกว่าการใช้ความแข็งแรงตรง ๆ ซึ่งทำให้การรบของเขามักมีรสชาติของการคิดลึกและการวางกับดักมากกว่าการปะทะสดๆ — เป็นสไตล์ที่ฉันชื่นชมเพราะมันผสมทั้งการวางแผน การจัดการ และการเข้าใจใจคนฝั่งตรงข้ามอย่างลึกซึ้ง

เหยาฉือมีความสัมพันธ์แบบไหนกับขงเบ้ง?

4 Answers2025-11-14 10:31:04

ความสัมพันธ์ระหว่างเหยาฉือกับขงเบ้งน่าสนใจมากในประวัติศาสตร์จีน เหยาฉือเป็นเพื่อนสนิทและศิษย์คนสำคัญของขงเบ้ง ทั้งคู่มีแนวคิดและอุดมการณ์ที่คล้ายคลึงกันในการรับใช้จ๊กก๊ก

ขงเบ้งมักปรึกษาเหยาฉือในเรื่องยุทธศาสตร์และการเมือง เพราะเห็นว่าเขามีปัญญาเฉียบแหลม ความสัมพันธ์ของพวกเขาเกินกว่าเจ้านายกับขุนนางธรรมดา แต่更像是การร่วมมือกันระหว่างเพื่อนที่เชื่อใจกันอย่างที่สุด เหยาฉือเองก็ทุ่มเทรับใช้ขงเบ้งอย่างเต็มที่ แม้จะไม่โดดเด่นเท่าขงเบ้ง แต่ก็เป็นเสมือนมือขวาที่ขาดไม่ได้

Popular Searches More
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status