ฮูหยินของแม่ทัพจี

ฮูหยินของแม่ทัพจี

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-02-04
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
Belum ada penilaian
107Bab
451Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

กัวเอินถงปรารถนาเพียงให้พี่ชายกลับมาแข็งแรง ท่านพ่อและท่านแม่ปลอดภัย ดินแดนทะเลทรายเซี่ยงซาวานสงบสุข จึงยินยอมนั่งรถเข็นลากสังขารพิการเดินทางไปยังเมืองหลวงแคว้นหมิง เพื่อเจรจาสงบศึกด้วยการแต่งงาน คนผู้เดียวที่เป็นเป้าหมาย คือ แม่ทัพจีแห่งค่ายพยัคฆ์ไฟเพราะมีความลับในสกุลจีเท่านั้นที่จะทำให้เป้าหมายของนางบรรลุผลสำเร็จ

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1 ฝันของแม่ทัพ

“ครั้งนี้เจ้าตายแน่ จีหลุน!” ร่างในชุดเกราะสีน้ำตาลเข้มแผดเสียง

“แน่ใจนะว่าไม่ใช่วันตายของเจ้า หากมั่นใจก็เข้ามาเลย”​ แม่ทัพหนุ่มที่ทวนเหล็กเอาไว้มือขยับปลายนิ้วเพื่อคลายเหงื่อ

คนทั้งสองต่อสู้กันมาร่วมหนึ่งชั่วยาม เรี่ยวแรงของฝ่ายนั้นดูเหมือนจะลดลงไปไม่น้อย จีหลุนหรี่ตาลง เหงื่อที่ไหลลงมาจากไรผมโดนปลายหางตา เขาพยายามสะบัดหน้า ควบคุมสติให้มั่น ขยับสองมือเพื่อคลายนิ้วหวังระบายเหงื่อที่ชุ่มโชก ทวนเหล็กเคลือบด้วยความชื้นจากมือทั้งสองข้าง เท้าของชายหนุ่มเคลื่อนไปด้านข้าง ดวงตาจับจ้องที่คู่ต่อสู้ไม่วางตา

“อ๊าก!”

บุรุษตรงหน้ากระโดดขึ้นสูงเงื้อดาบใหญ่ขึ้นเหนือศีรษะหมายพิชิตศึก  ครั้งนี้ให้เด็ดขาด คนผู้นั้นส่งเสียงดังจนชวนหวาดหวั่น

จีหลุนยกทวนขึ้นขวาง ใช้มือซ้ายรองส่วนปลายทวนเอาไว้ เขาย่อตัวลงด้วยการถอยเท้าข้างหนึ่ง ปล่อยให้ศัตรูกดดาบลงได้เล็กน้อย ก่อนจะใช้พลังภายในผลักจนอีกฝ่ายกระเด็น

ร่างในชุดสีน้ำตาลลอยถอยหลัง ก้นของคนผู้นั้นกระแทกลงพื้น ก่อนที่จะหงายหลังลงไป ดาบพลันกระเด็นออกจากมือ

            แม่ทัพหนุ่มแห่งแคว้นหมิงได้ทีกระโจนตามไปคร่อมร่างนั้นเอาไว้ ใช้มือซ้ายบีบไปที่คอของอริที่ต่อสู้กันมานับครั้งไม่ถ้วนตลอดเวลาสามปีกว่า

            “วันนี้เป็นวันตายของเจ้า!” จีหลุมออกแรงบีบที่มือขึ้นอีก

            พลันชายหนุ่มนักรบต้องชะงัก ในดวงตาของเขาปรากฏภาพตนเองกำลังกอดจูบ ปลดเปลื้องอาภรณ์บุรุษตรงหน้า ใจของเขาเต้นกระหน่ำ กระแสความร้อนถูกส่งผ่านผิวที่ลำคอของศัตรูมาถึงฝ่ามือแล้วไหลเข้าสู่ร่างกายอย่างรวดเร็ว

            คนที่ถูกบีบคออยู่เตรียมจะดิ้นอย่างสุดชีวิต ทว่าพอจ้องตาอีกฝ่าย กลับเห็นดวงตาของจีหลุนกำลังแข็งค้าง มือที่บีบคออยู่ค่อยๆ คลายออก

         พลั่ก!

            ร่างของเขาถูกกัวเยี่ยนสือถีบกระเด็นจนกลิ้งไปหลายตลบ

พลันรองแม่ทัพซ้ายและรองแม่ทัพขวาของทัพพยัคฆ์ไฟก็พุ่งเข้ามาช่วยอย่างรวดเร็ว พญายมคู่อิ่นเฉินตวัดกระบี่ป้องกันขุนศึกฝ่ายตรงข้ามแล้วรีบลากเอาแม่ทัพจีพร้อมด้วยทวนสะท้านฟ้าออกจากสมรภูมิ

ชายหนุ่มสะบัดร่างจากการประคองของอิ่นเหว่ยถิงและเฉินอี้ชิง แล้วแย่งเอาทวนคู่ใจของตนไปถือไว้ “ปล่อยข้า! ยังไม่รู้แพ้รู้ชนะ”

“ไม่ทันแล้วขอรับ พวกเขาล่าถอยไปแล้ว”

            สายตาของแม่ทัพหนุ่มฉายความเสียดายอย่างชัดแจ้ง นี่เป็นเพียงครั้งเดียวที่เขาสามารถเข้าประชิดตัวของศัตรูได้ ที่ผ่านมา ต่างคนต่างได้รับบาดเจ็บแล้วล่าถอย ไม่เคยล่วงล้ำเข้าไปเกินสมรภูมิเลือดแห่งนี้ได้เลยสักครั้ง

            “บัดซบ! เกือบฆ่ามันได้แล้วแท้ๆ”

            “ท่านแม่ทัพ! ถึงประตูเมืองหลวงแล้ว” จิ่งอี้องครักษ์ประจำตัวที่นั่งอยู่คู่กับคนขับรถม้าร้องบอกคนด้านใน

            ลี่เทียนเป่าเห็นสหายขยับเปลือกตาขยุกขยิกแต่กลับไปไม่ยอมตื่น ทั้งยามนี้เหงื่อของแม่ทัพหนุ่มไหลย้อยจึงยื่นมือไปเขย่าต้นแขนของอีกฝ่ายเบาๆ

“แม่ทัพจี ตื่นเถิด!”

            จีหลุนค่อยๆ ลืมตาขึ้น ศีรษะที่พิงรถม้ามีเหงื่อซึมออกมาตามไรผม

กุนซือหนุ่มเลิกคิ้ว “เจ้าฝันร้ายอีกแล้วหรือ? อย่าบอกนะว่าฝันเรื่องที่ต่อสู้กับกัวเยี่ยนสือ”

“อืม...”

“เจ้าคงจะเสียดายที่คราวนั้นฆ่าเขาไม่สำเร็จ”

จีหลุนพูดไม่ออก ครั้งนั้นไม่เพียงเสียดายที่ไม่อาจจะฆ่าผู้นำทัพฝ่ายตรงข้ามได้ แต่ยังมีความรู้สึกโกรธเกรี้ยวพลุ่งพล่านหลงเหลืออยู่ด้วย ความรู้สึกในวันนั้นทำให้เขายังคงฝันถึงเรื่องนี้อยู่เป็นระยะ

ตลอดหลายปีที่มาประจำการอยู่ที่ค่ายพยัคฆ์ไฟซึ่งเป็นค่ายทหารฝั่งตะวันตกของแคว้นหมิง ชายหนุ่มทำหน้าที่อย่างเข้มแข็ง จีหลุนแทบไม่ได้ใส่ใจเรื่องอื่นนอกจากการสู้รบตรงหน้า

ชนเผ่าเขตทะเลทรายมักจะรุนรานเข้ามาอยู่เรื่อย อาจเป็นเพราะความพยายามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ระหว่างคนสองเผ่าใหญ่ในเขตทุ่งหญ้ามังกรที่อยู่เลยทะเลทรายหมื่นลี้ ทำให้กระทบถึงห้าเผ่าที่อาศัยอยู่บนเนินทรายเซี่ยงซาวาน

ชนเผ่าทั้งหลายในทะเลทรายเริ่มมองหาแผ่นดินใหม่ที่จะตั้งรกราก     พวกเขาพยายามรุกเข้ามาแบ่งดินแดนอันอุดมสมบูรณ์ในแคว้นหมิง จึงเป็นหน้าที่ของแม่ทัพจีที่ต้องยกไพร่พลไปต้านเอาไว้

แม่ทัพหนุ่มนิ่งไปครู่หนึ่ง เขายังอยู่ในอาการงัวเงีย มือใหญ่รูดผ้าม่านหน้าต่างรถม้า ยื่นหน้าออกไปมองแถวชาวบ้านที่กำลังรอการตรวจหนังสือ      เข้าเมือง

“ถึงเสียที ข้าจะได้นอนเตียงใหญ่สบายๆ แล้ว”​

“จะว่าไปพวกเราไม่ได้กลับเมืองหลวงเกือบสามปีแล้วนะ มาคราวนี้ข้าจะถือโอกาสเที่ยวเล่นเสียให้ทั่ว” ลี่เทียนเป่ายิ้มกว้าง

            “พรุ่งนี้ก็อย่าลืมแล้วกันว่าต้องเข้าเฝ้า”

            “ไม่ลืมแน่นอน”

            “ไม่ดีๆ คืนนี้เจ้าไปนอนที่วังจีกับข้าก่อนก็แล้วกัน”

            กุนซือหนุ่มยิ้มกริ่ม “นึกว่าจะไม่ชวนเสียแล้ว ข้าชอบอาหารที่พ่อครัว    สกุลจีทำที่สุดเลย รสชาติดี ละมุนลิ้น กินอาหารที่ค่ายจนเบื่อแล้ว”

            “เหล่าลี่ หากว่ามีคนอื่นที่พึ่งพาได้มากกว่าเจ้า ข้าคงไม่พาเจ้ามาด้วยแน่” จีหลุนทำหน้าเอือม “คืนนี้ห้ามดื่มสุรานะ จำเอาไว้”

            “ได้ๆ ข้าไม่ดื่มแน่นอน”

            จีหลุนมองลี่เทียนเป่าด้วยความเอือมปนขำ

คนผู้นี้มีฉายาว่า ‘กุนซือสื่อสวรรค์’ ไม่เพียงแต่เชี่ยวชาญในตำราพิชัยยุทธ ช่วยวางกลศึกได้อย่างแยบยล ทำนายทายทักเหตุการณ์ที่ต้องการคำตอบ คำนวณดินฟ้าอากาศได้แม่นยำ แต่ยังการอ่านใจผู้อื่นจากท่วงท่าและการแสดงออกได้อย่างถูกต้อง

            ครั้งนี้...เขาจำต้องลากเอาลี่เทียนเป่ามาด้วย แม้จะต้องสิ้นเปลืองสุราสักหน่อยแต่ก็หวังว่าคนผู้นี้จะช่วยให้หนักกลายเป็นเบา

            “เอาเถอะเหล่าลี่ หากว่าทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ข้าจะหาสุรา      แสงจันทร์ให้เจ้าสักไห”

            “จริงหรือ?” สีหน้าของลี่เทียนเป่ากระตือรือร้น

            “เจ้าเห็นข้าเป็นคนสับปลับหรือไร?”

            “มิได้ๆ ท่านแม่ทัพเป็นผู้มีสัจจะยิ่ง กล่าวคำใดย่อมเป็นคำนั้น”

            การเดินทางครั้งนี้จีหลุนให้ทหารฝีมือดีร่วมร้อยคนของเขาแต่งกายอย่างชาวบ้าน ทว่าจำนวนรถม้าและม้าที่ตามกันมานั้น ดูแล้วก็ยังชวนให้คนเกรงขามเพราะล้วนเป็นบุรุษวัยฉกรรจ์ท่าทางฮึกเหิม

            ก่อนจะเข้าประตูเมือง ท่านแม่ทัพหนุ่มให้คนทั้งหมดเก็บอาวุธรวมกันที่รถม้าคันกลาง เมื่อเห็นลักษณะสดุดตาของคนขบวนใหญ่ ทหารที่เฝ้าประตูเมืองก็รีบวิ่งเข้ามาสอบถาม

ลี่เทียนเป่าจึงลงจากรถม้านำเอาหนังสือแสดงตัวของตนกับจีหลุนให้ พอทหารเฝ้าประตูเมืองเห็นเช่นนั้นก็ชี้ให้พวกเขาไปยังประตูเล็ก

            “พวกท่านคือทหารจากค่ายพยัคฆ์ไฟนี่เอง มีคำสั่งจากเบื้องบนมาแล้วขอรับว่าให้เปิดทางสะดวกให้พวกท่าน ทางโน้นขอรับประตูทางด่วน”

            ลี่เทียนเป่าพยักหน้ารับ โบกมือให้ขบวนของตนเข้าประตูอีกฝั่งหนึ่ง        จีหลุนที่นั่งบนรถม้ามองดูผู้คนที่กำลังเดินทางเข้าออกประตูเมืองด้วยความสนใจ

            เขาไม่ได้กลับมาเมืองหลวงนานแล้ว เป็นเพราะชายแดนตะวันตกมีปัญหามากมาย การสู้รบกับพวกชนเผ่าติดพันจนไม่อาจจะปลีกตัวขอพักกลับมาบ้านได้

            ลี่เทียนเป่าขึ้นมาบนรถม้าอีกครั้ง เขามองลอดหน้าต่างดูหญิงสาวงดงามในเมืองหลวงที่เดินขวักไขว่ตามท้องถนนแล้วยิ้มกว้าง

            “นี่ เหล่าจี ข้ารู้สึกว่าในเมืองหลวงยามนี้มีหญิงสาวเดินไปมามากกว่าเมื่อก่อน เจ้าเห็นเหมือนข้าหรือไม่?”

            “อืม...เจ้าจำไม่ได้หรือ? จดหมายข่าวนกกระจิบเคยลงบทความเรื่องของบทบาทของหญิงสาวในเมืองหลวง ทุกวันนี้พวกนางล้วนเลียนแบบหลวนฮองเฮากับพระชายาของท่านอ๋องเก้า”

            “อ้อ...พอพวกนางไม่ได้หวังพึ่งพาบุรุษแล้ว ก็เลยมีสตรีออกมาเดินตามท้องถนนกันมากขึ้น ทั้งไปสำนักศึกษาอย่างเค่อเฉิง เรียนการค้า เรียนงานฝีมือ และมีทั้งฝึกวรยุทธ์” ลี่เทียนเป่ามองเห็นขบวนของมือปราบเมืองหลวงเดินผ่านมา พอมองดีๆ เขาถึงกับทำตาโต “เฮ้! เหล่าจี ข้าเห็นมือปราบหญิงด้วยล่ะ หน้าตาน่ารักเสียด้วย”

            “เจ้าตื่นเต้นไปไย? น้องสาวของข้าก็ยังเป็นหัวหน้าสำนักข่าวนกกระจิบได้ พวกมือปราบหญิงในเมืองหลวงจะนับเป็นกระไร?”

            “เออ...จริงของเจ้า ยุคสมัยล้วนแตกต่าง” พลันกุนซือหนุ่มก็มองเห็นสตรีสวมหมวกคลุมศีรษะอีกหลายคน “แต่ก็ยังมีพวกยึดขนบธรรมเนียมอยู่เหมือนกันนะ ดูท่าพวกแม่นางน้อยเหล่านั้นคงจะเป็นคุณหนูที่ยังไม่แต่งงาน”

           

*หลวนฮองเฮา นางเอกจากเรื่อง “ซือซือฮองเฮาพันโฉม”

*ท่านอ๋องเก้า พระเอกจากเรื่อง “ท่านอ๋องกับชายาหมี”​

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
107 Bab
บทที่ 1 ฝันของแม่ทัพ
“ครั้งนี้เจ้าตายแน่ จีหลุน!” ร่างในชุดเกราะสีน้ำตาลเข้มแผดเสียง“แน่ใจนะว่าไม่ใช่วันตายของเจ้า หากมั่นใจก็เข้ามาเลย”​ แม่ทัพหนุ่มที่ทวนเหล็กเอาไว้มือขยับปลายนิ้วเพื่อคลายเหงื่อคนทั้งสองต่อสู้กันมาร่วมหนึ่งชั่วยาม เรี่ยวแรงของฝ่ายนั้นดูเหมือนจะลดลงไปไม่น้อย จีหลุนหรี่ตาลง เหงื่อที่ไหลลงมาจากไรผมโดนปลายหางตา เขาพยายามสะบัดหน้า ควบคุมสติให้มั่น ขยับสองมือเพื่อคลายนิ้วหวังระบายเหงื่อที่ชุ่มโชก ทวนเหล็กเคลือบด้วยความชื้นจากมือทั้งสองข้าง เท้าของชายหนุ่มเคลื่อนไปด้านข้าง ดวงตาจับจ้องที่คู่ต่อสู้ไม่วางตา“อ๊าก!”บุรุษตรงหน้ากระโดดขึ้นสูงเงื้อดาบใหญ่ขึ้นเหนือศีรษะหมายพิชิตศึก ครั้งนี้ให้เด็ดขาด คนผู้นั้นส่งเสียงดังจนชวนหวาดหวั่นจีหลุนยกทวนขึ้นขวาง ใช้มือซ้ายรองส่วนปลายทวนเอาไว้ เขาย่อตัวลงด้วยการถอยเท้าข้างหนึ่ง ปล่อยให้ศัตรูกดดาบลงได้เล็กน้อย ก่อนจะใช้พลังภายในผลักจนอีกฝ่ายกระเด็นร่างในชุดสีน้ำตาลลอยถอยหลัง ก้นของคนผู้นั้นกระแทกลงพื้น ก่อนที่จะหงายหลังลงไป ดาบพลันกระเด็นออกจากมือ แม่ทัพหนุ่มแห่งแคว้นหมิงได้ทีกระโจนตามไปคร่อมร่างนั้นเอาไว้ ใช้มือซ้ายบีบไปที่คอของอริที่ต่อสู้กั
Baca selengkapnya
บทที่ 2 เจรจาสงบศึก
รถม้าคันเขื่องแต่มิได้ตกแต่งหรูหราคันนั้นจอดที่หน้าประตูใหญ่จวนสกุลจี บ่าวรับใช้ที่เฝ้าประตูด้านหน้าจำได้ก็รีบวิ่งลงมารอต้อนรับ จีหลุนก้าวลงมาก่อนเป็นคนแรก ลี่เทียนเป่าเดินยิ้มๆ ลงมายืนอยู่ข้างหลัง “ท่านชายขอรับ ท่านกั๋วกงรออยู่” ลี่เทียนเป่าชะงัก เอียงหน้าไปกระซิบ “เหล่าจี เจ้าแจ้งทางบ้านไว้หรือ?” แม่ทัพหนุ่มส่ายศีรษะ กุนซือลี่ถึงกับขมวดคิ้ว เขาเคยได้ยินเรื่องราวของสกุลจีมาไม่น้อย สกุลจีไม่อยู่ในสายอำนาจอย่างตระกูลอื่นที่ร่วมก่อตั้งแคว้น ทั้งยังกล่าวกันว่า...มีความลับซ่อนอยู่มากมาย ...ฝู่กั๋วกง จีจิงเทียนผู้เป็นบิดาของจีหลุนคือผู้สืบทอดวิชาคำนวณดวงดาว... ลีเทียนเป่าเคยมาพักที่นี่ครั้งเดียว ฝู่กั๋วกงแม้จะดูใจดีแต่ก็มิได้เข้าถึงตัวได้ง่าย เขาถูกแยกให้ไปพักที่เรือนรับรองแขกที่อยู่ห่างจากเรือนพักของจีหลุนไปไม่ไกลนัก คราวนั้นมีโอกาสได้นั่งร่วมโต๊ะรับประทานอาหารกับเจ้าของบ้าน ทว่าบนโต๊ะอาหารกลับเงียบงัน จีหลุนเตือนเขาเอาไว้ก่อนแล้วว่าครอบครัวของเขาจะไม่พูดคุยระหว่างรับประทานอาหาร แต่ลี่เทียนเป่ากลับรู้สึกว่าคนสกุลจีไม่ต้อ
Baca selengkapnya
บทที่ 3 ตัวประกัน
“กัวเอินถง แม้ว่าห้าเผ่าจะยินดีมอบบรรณาการแต่แคว้นหมิง เจ้าก็รู้ธรรมเนียมดีอยู่แล้วว่ายังไม่เพียงพอจะเป็นหลักประกันให้เจิ้นเชื่อมั่นในความจงรักภักดี” น้ำเสียงของหมิงฮ่องเต้ดังกังวาน พระพักตร์ยังสงบนิ่ง “เพคะ หม่อมฉันเข้าใจดี ด้วยเหตุนี้หม่อมฉันจึงยินดีจะอยู่เป็นตัวประกันที่แคว้นหมิง” คนทั้งท้องพระโรงร้องฮือฮาไปตามๆ กัน ข้อเสนอเช่นนี้โดยทั่วไปก็คือการเสนอตัวเข้ามาเป็นพระสนมของฮ่องเต้ แต่นางเป็นเพียงหญิงพิการที่ต้องการนั่งรถเข็น นับเป็นความเสียเปรียบของแคว้นหมิงโดยแท้หมิงฮ่องเต้ทรงหรี่พระเนตร รู้สึกเสียววูบไปพระปฤษฎางค์เพราะหลวนฮองเฮาทรงประทับเยื้องไปด้านหลังคราวก่อนองค์หญิงหานซู่ลี่จากแคว้นเว่ยที่พ่ายศึกก็เดินทางมาเพื่ออภิเษกสมรสเข้าวังหลัง แต่เพราะนางรูปร่างใหญ่โตราวกับหมีขาวจึงถูกวางแผนผลักดันให้ไปอภิเษกสมรสกับท่านอ๋องเก้า ภายหลังจึงกลายเป็นสตรีงดงามล่มเมืองจนทำให้หมิงฮ่องเต้ทรงเสียดาย แต่...ครั้งนี้ต่างออกไปยามนี้ทรงมีหลวนฮองเฮาผู้เป็นหนึ่งเดียวในพระทัยแล้ว หมิงฮ่องเต้ที่กลายเป็นบุรุษรักเดียวใจเดียวทรงไม่อาจจะรับนางเอาไว้ ทั้งยังไม่อาจพระราชทาน
Baca selengkapnya
บทที่ 4 แต่งกับศัตรู
ได้ยินสหายกล่าวเช่นนั้น จีหลุนถึงกับใบหน้าอึมครึมลงไปอีกหลายส่วน เขาลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท มัวแต่ห่วงเล่ห์เหลี่ยมกลโกงของศัตรู “เอ๊ะ! จริงด้วย ข้ายังไม่ได้เห็นใบหน้านางชัดๆ เลยสักคราว นางเอาแต่อ้างว่าเป็นธรรมเนียมของเผ่าที่ไม่อาจจะเปิดหน้าให้บุรุษเห็นได้ หากว่าความจริงนางขี้ริ้วขี้เหร่ล่ะก็ มิใช่ว่าข้าได้ภรรยาทั้งทีทั้งพิการทั้งขี้ริ้วหรอกหรือ?” ลี่เทียนเป่ามองซ้ายมองขวาก่อนจะกัดฟันพูดกับสหาย “เหล่าจี การที่เจ้าได้รับสมรสพระราชทานครั้งนี้ก็ไม่นับว่าเสียเปรียบหรอกกระมัง เดิมเจ้าก็มีอาการบาดเจ็บนั่นอยู่แล้ว เจ้าแต่งกับนางที่เป็นคนพิการก็ไม่ต้องร่วมรัก ดีแล้วจะได้ไม่มีผู้ใดรู้ความลับของเจ้า” จีหลุนแสยะยิ้ม “หึ! เพราะความแค้นนี้นี่ล่ะ ข้าจึงอยากจะฆ่าพี่ชายของนางให้ตายคามือ ไหนเลยจะอยากแต่งไปร่วมเครือญาติ” กุนซือหนุ่มพลันนึกได้อย่างหนึ่ง “เหล่าจี นี่มิใช่ว่า กัวเยี่ยนสือรู้เรื่องที่เจ้าบาดเจ็บตรงนั้นหรอกนะ? ที่ส่งน้องสาวมาแต่งงานกับเจ้าก็เพราะเรื่องนั้น” แม่ทัพหนุ่มกัดฟันกรอดๆ “มันคิดจะเยาะเย้ยข้าอย่างนั้นหรือ?”
Baca selengkapnya
บทที่ 5 อาการวูบวาบ
ลี่เทียนเป่าฟังจีหลุนเล่าจบก็ยกมือทาบอก หัวใจของเขาเต้นกระหน่ำราวกลองศึก ชายหนุ่มกลอกตาไปมาอยู่ครู่หนึ่ง ดูเหมือนเขาจะตื่นเต้นยิ่งกว่าเจ้าของปัญหาเสียอีก “นี่มัน! มันเกิดขึ้นแล้วใช่หรือไม่?” “เออ...แต่พอปล่อยมือ อาการนั้นก็หายไปแล้ว” “ตอนที่เจ้าจับคอกัวเยี่ยนสือแล้วรู้สึกร้อนวูบวาบที่ส่วนนั้นน่ะหรือ?” “อืม...เจ้าว่าแปลกหรือไม่?” “แปลกสิ ข้าสรรหายาดีมาให้เจ้าทั่วทุกสารทิศ เจ้ากินมาทุกสูตรทุกขนานก็บอกว่าไม่ได้ผล เกือบสี่ปีแล้ว เจ้าเพิ่งรู้สึกวูบวาบ หากเป็นเจ้าที่เจ้าว่า ตอนนั้นเจ้ากำลังจะได้ฆ่าเขา เหล่าจี หรือว่า? จะเป็นตอนที่เจ้ารู้สึกโมโหสุดขีดจึงเกิดอาการนั้นขึ้นมา” ลี่เทียนเป่าเริ่มวิเคราะห์หาเหตุผล แม่ทัพหนุ่มมองสหาย ใบหน้าของเขาร้อนผ่าวเมื่อข่มใจเอ่ยประโยคต่อมา “ไม่เพียงเท่านั้น ต่อมา ข้าก็ฝันถึงเรื่องหลายครั้งและทุกครั้งที่ฝันก็จะมีอาการอย่างว่า” “นี่เจ้า...” ลี่เทียนเป่าหรี่ตาลง “เจ้าคงไม่ได้เป็นต้วนซิ่วหรอกนะ ถึงได้รู้สึกกับกัวเยี่ยนสือเช่นนั้น” จีหลุนชะงัก “ข้าก็กำลังสงส
Baca selengkapnya
บทที่ 6 สิ่งที่นางต้องการ
หลังจากที่กราบทูลขอสมรสพระราชทานกับจีหลุนได้สำเร็จ กัวเอินถงก็ขอให้แคว้นหมิงส่งทหารเข้าไปรักษาความสงบเรียบร้อยในดินแดนเซี่ยงซาวาน หมิงฮ่องเต้ทรงพอพระทัยยิ่ง การสู้รบที่ยืดเยื้อยาวนานที่ผ่านมา ทัพแคว้นหมิงไม่อาจจะลุกล้ำเข้าไปในดินแดนเซี่ยงซาวานได้ เป็นเพราะที่ตั้งถูกบดบังเอาไว้ด้วยเนินทรายหลายพันลูกบัดนี้มีผู้ยินดีจะเปิดเผยเส้นทางเข้าเซี่ยงซาวานเพื่อให้ทหารแคว้นหมิงเข้าไปรักษาความสงบ ช่างน่ายินดีนัก“เจิ้นให้สัญญาว่าทหารของแคว้นหมิงจะไม่สร้างความลำบากให้กับชนทั้งห้าเผ่า ขอเพียงมอบบรรณาการอย่างครบถ้วนทุกปี พวกเจ้าจะได้อยู่อย่างสันติ”“ขอบพระทัย เพคะ”“ถ้าอย่างนั้น เจ้าไปพักผ่อนเถิด อีกสิบห้าวันพิธีแต่งงานระหว่างเจ้ากับแม่ทัพจีต้องเรียบร้อยอย่างแน่นอน ระหว่างนี้เจิ้นจะสั่งการไปยังกองทัพพยัคฆ์ไฟให้เตรียมคนเอาไว้” เมื่อกลับเข้าไปยังที่พัก กัวเอินถงล้มตัวลงนอน นางรู้สึกอ่อนล้าไปทั้งกายทั้งใจ ความวุ่นวายในห้าชนเผ่าแต่เดิมเหมือนจะเป็นเพียงความขัดแย้งเล็กๆ แต่บัดนี้รอยร้าวยากเกินจะสมานนางกับผู้ติดตามรอนแรมมายังเมืองหลวงแคว้นหมิงด้วยความเร่งรีบ นอกจากพักม้าแล้วก็ไม่กล้าแวะนอนค้างอ
Baca selengkapnya
บทที่ 7 ยารักษาพิษ
จิ่งอี้ซ่อนตัวอยู่ข้างรั้วบ้านเช่าหลังเล็กท้ายตรอกแคบ ไม่นาน ก็เห็นร่างผอมบางของสตรีที่สวมชุดบุรุษโผล่ออกมา เขาติดตามนางไปห่างๆ จนมั่นใจว่านางแอบเข้าไปในเรือนพักของกัวเอินถง ก็กลับไปรายงานให้ท่านชายของตนได้ทราบ “คนของแม่นางกัวนัดพบกับคนท้ายตรอกขอรับ พวกนั้นคือคนของเผ่าเหลียนซาที่เดินทางมาพร้อมกัน แต่แยกกันเป็นสองส่วน ข้าตามนางออกจากเรือนพักทูตต่างแคว้นตั้งแต่ขาไปจนขากลับไม่คลาดสายตาเลยขอรับ” จีหลุนยกยิ้มมุมปาก “ดี ให้คนของเราติดตามให้ดี นางคงจะให้คนพวกนี้ส่งข่าวกลับเผ่าเหลียนซา ข้าอยากรู้ว่าพวกเขาติดต่อกันอย่างไร?” “ขอรับ” จีหลุนรับคำแล้วถอยจากไป บนลานระเบียงกว้างหน้าเรือนนอนของจีหลุนยามหัวค่ำมีเพียงบุรุษองอาจสองคนนั่งร่ำสุรา ลี่เทียนเป่าที่นั่งฟังอยู่ข้างๆ รินสุราแล้วยกขึ้นจิบ“ภรรยาของเจ้ามีเล่ห์เหลี่ยมมากพอตัวเลยทีเดียว มีทั้งคนติดตาม มีทั้งคนอยู่ข้างนอก อยากรู้จริงๆ ว่าแผนการแต่งงานกับเจ้าเพื่อการใด?” ท่านชายจีถอนหายใจ “ข้าก็ไม่คิดว่าเรื่องแบบนี้จะมาถึงตนเอง รู้อยู่ว่าการแต่งงานของข้า ต้องอยู่ภายใต้สายพระเน
Baca selengkapnya
บทที่ 8 สมรสพระราชทาน
ขบวนรับเจ้าสาวยาวเหยียดจนชาวบ้านต่างพากันออกมารอดูด้วยความตื่นเต้น วังจีที่กว้างขวางใหญ่โตและดูลึกลับกำลังจะมีงานมงคลครั้งที่สอง ชนชั้นสูงในเมืองหลวงต่างพากันถือโอกาสนี้เข้าร่วมงาน พวกเขาอยากเห็นว่าในวังจียามนี้เป็นอย่างไรบ้าง?ห้วงปัจจุบันในสี่สกุลหลักของแคว้นหมิง มีเพียงสกุลจีที่ไม่ค่อยสุงสิงกับผู้อื่น ฝู่กั๋วกงในฐานะเสาหลักไม่มีอนุภรรยาและยังให้น้องชายต่างมารดาที่เกิดจากอนุภรรยาแยกออกไปตั้งจวนของตนเอง วังจีจึงไม่ค่อยมีคนไปมาหาสู่ มีเพียงท่านหญิงจีลี่อิงที่พาลูกๆ มาเยี่ยมบิดามารดางานเลี้ยงสังสรรค์ในเมืองหลวง สกุลจีจะทำเพียงรับบัตรเชิญเอาไว้และส่งของขวัญตอบแทนน้ำใจแต่ไม่เคยเดินทางไปร่วมงาน“ถึงบ้านเจ้าสาวแล้ว!” เสียงตะโกนของคนหน้าขบวนดังขึ้นเรือนพักรับรองของราชทูตถูกกำหนดให้เป็นบ้านเจ้าสาว เกี้ยวแปดคนหาบและขบวนรับเจ้าสาวของจีหลุนจึงต้องเดินทางมารับกัวเอินถงใกล้วังหลวง จีหลุนในชุดแดงปักดิ้นสีทองทั้งตัว งามสง่าผึ่งผาย ร่างของเขาสูงเด่น ไม่บางและไม่หนาจนเกินไป คิ้วกระบี่ จมูกโด่งได้รูป นัยน์ตาหงส์ ยามนั่งอยู่บนหลังม้าก็ดึงดูดสายตาทุกผู้คน พอลงจากหลังม้าก็ยิ่งดูองอาจ
Baca selengkapnya
บทที่ 9 เข้าหอแบบศัตรู
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เหย้าหลีรีบเปิดประตูรับ ลี่เทียนเป่าประคองร่างที่ซวนเซของจีหลุนเข้ามาในห้อง พลันชายหนุ่มที่ดูเมาแอ๋อยู่ จู่ๆ ก็ยืนตัวตรงมองไปยังเจ้าสาวที่ปลดเครื่องประดับบนหัวออกหมดแล้ว นั่งสยายผมอยู่บนเตียงนอน “พวกเจ้าออกไปให้หมด” เจ้าบ่าวยืดตัวตรง ลี่เทียนเป่าหันไปมองสาวใช้ทั้งสองของกัวเอินถง พวกนางยอบกายลา ปล่อยให้กุนซือหนุ่มเป็นคนปิดประตูห้องหอ จีหลุนมองเจ้าสาวคนงามจากศีรษะจรดปลายเท้า รถเข็นไม้ของนางตั้งอยู่ปลายเตียง ยามนี้ไร้เครื่องประทินโฉมประโคมบนผิวหน้า แต่กัวเอินถงกลับงดงามยิ่งกว่าตอนที่เขาเปิดผ้าคลุมนั่นเสียอีก เขาเดินเข้ามาหาคนงามที่นั่งหย่อนเท้าที่ปลายเตียง “ธรรมเนียมของแคว้นหมิง ภรรยาต้องนอนด้านนอกเพื่อจะได้ตื่นแต่เช้าและเข้านอนที่หลังสามี รวมถึงการปูเตียงและพับผ้าห่มด้วย แต่ร่างกายของเจ้าไม่ปกติ เรื่องพวกนี้ไม่สำคัญ ข้าจะนอนด้านนอกเอง ส่วนเจ้านอนด้านใน” กัวเอินถงอ้าปากค้าง “แม่ทัพจี เราสองคนไม่แยกห้องนอนกันหรือ?” “ในเมื่อเจ้าอยากแต่งงานกับข้า เราสองคนก็ควรจะใช้ชีวิตอย่างสาม
Baca selengkapnya
บทที่ 10 ลอกคราบเจ้าสาว
ชายหนุ่มมองเอี๊ยมสีชมพูกลีบบัวแล้วกลืนน้ำลายลงไปอึกหนึ่ง เขาหันไปหยิบเสื้อนอนมาสวมให้นาง “ข้าก็แค่เปลี่ยนชุดนอนให้เจ้า”“เรื่องนี้...ข้าทำเองได้” นางเถียงเสียงอ่อยๆ“ในฐานะสามี ให้ข้าทำ” เขายกยิ้มมุมปาก “ชุดของเจ้าหลายชั้นเหลือเกิน” ความจริงที่เขาทำเช่นนี้ นอกจากจะทดสอบร่างกายของตนเองแล้ว ยังเป็นการตรวจว่านางได้แอบนำเอาอาวุธเข้ามาด้วยหรือไม่? หากคืนแรกนางคิดจะลอบสังหารเขาล่ะก็ เขาอาจจะได้นอนเป็นศพเฝ้าห้องหอ ผ้าห่มที่เขาสะบัดออกเปิดเผยให้รู้ว่าไม่มีสิ่งใดซ่อนอยู่ในเตียง ก่อนจะเข้าหอ พ่อบ้านต้วนแอบกระซิบบอกเขาแล้วว่าตรวจห้องหอเรียบร้อย เรื่องพวกนี้คนในครอบครัวของเขารอบคอบนัก “เจ้านอนได้แล้ว” น้ำเสียงของเขาเคร่งขรึม “อ้อ...อีกอย่าง ต่อไปเจ้าต้องเรียกข้าว่าท่านพี่” “เจ้าค่ะ” กัวเอินถงไม่กล้าเงยหน้ามองเขา นางค่อยๆ กระเถิบตัวแล้วนอนหันหลังให้ นางรู้สึกว่าใบหน้าร้อนผ่าวราวจะลุกไหม้ เมื่อครู่เขาได้เห็นร่างกายของนางแล้ว นางพยายามข่มใจนอนให้หลับ นางรู้สึกเจ็บใจที่ถูกเขาจับถอดเสื้อผ้า ‘คนบัดซบ! ข้าคิดว่าเจ้าเป็นบุรุษที่ทำเรื
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status