LOGINเขาขีดเส้นกั้น ให้สถานะเธอเป็นแค่ ‘น้องสาว’ ทว่าเธอกลับคิดกับเขา มากกว่าคำว่า ‘พี่ชาย’ เมื่อลูกสาวเพื่อนสนิทของผู้เป็นแม่ใฝ่ฝันอยากเข้าเรียนมหาวิทยาลัยคณะเดียวกัน ทำให้ “พัตเตอร์” หนุ่มหล่อสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ปี 2 ต้องมารับบทพี่ชายจำเป็น แต่ทว่า “ไอติม” นักเรียนชั้นมัธยมปลาย สาวสวยใบหน้าจิ้มลิ้ม กลับหมายมั่นว่าจะจีบพี่ชายคนนี้เป็นแฟนให้ได้ คนที่ไม่เคยสนใจเรื่องความรัก แต่กลับมียัยเตี้ยมาคอยวนเวียนอยู่ใกล้ ๆ จะยังคิดกับเธอแค่น้องสาวแน่หรือ ----- นิยายเรื่องนี้ จัดอยู่ในเซต "ตระกูล เดอคามีย์" มีด้วยกันทั้งหมด 3 เรื่องนะคะ สนุก ครบรส ไม่มีนอกกายนอกใจ 1. แค่เด็กเลี้ยงของมาคัส (มาคัสxพระพาย) รุ่นพ่อแม่ 2. อ่อยรักพี่พัตเตอร์ (พัตเตอร์xไอติม) 3. สัมพันธ์ลับของมายู (โปรดxมายู) พี่สาวฝาแฝดของพัตเตอร์
View Moreภายในห้องนอนของเพนต์เฮาส์สุดหรูเปิดแอร์เย็นเฉียบ หนุ่มหล่อนอนทอดกายอยู่ใต้ผ้าห่ม สะดุ้งตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงีย เนื่องจากเสียงริงโทนดังรบกวนก่อนนาฬิกาจะปลุก
มือหนาควานหาโทรศัพท์ด้วยความรำคาญ พลางบ่นอุบอิบ “ใครมันโทรมากวนแต่เช้าวะ”
เขาคือ พัตเตอร์ พีรยุทธ์ เดอคามีย์ หนุ่มหล่อ ดวงตาคม นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ปี 2 ทายาทนักธุรกิจพันล้านในเครือ D.C.M Group เป็นลูกชายของแม่พระพายกับพ่อมาคัส มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลในแถบภาคเหนือ พ่อของเขายังเป็นประธานบริษัทผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนและอุปกรณ์ยานยนต์
ดวงตาคู่คมปรือขึ้นมองหมายเลขทั้งสิบตัวบนหน้าจอโทรศัพท์เครื่องหรู เบอร์ไม่คุ้นเคย พลางนึกว่าถ้าไม่ใช่คนรู้จักโทรมาล่ะก็ แม่งจะด่าให้หน้าแหกเลยคอยดู
ทว่ายังไม่ทันได้ปริปาก พอกดรับสายเสียงใสปนทะเล้นเล็กน้อยของอีกฝ่ายก็โพล่งขึ้น
(ทำไมรับช้าจังคะ ออกมารับเค้าหน่อยสิ)
คิ้วเข้มขมวดเป็นปมอย่างงุนงงว่า ‘เค้าไหนวะ’ แต่ก็ยังไม่ทันถาม เธอก็ตอบมาเองราวกับรู้ว่าเขากำลังคิดอะไร
“จำเสียงเค้าไม่ได้เหรอ ไอติมไงคะ พี่พัตเตอร์รีบมารับเค้าหน่อย เค้าเพิ่งลงจากรถ มารับเค้าที่…”
“เออ ๆ รอแป๊บนะ พี่จะรีบไป”
พัตเตอร์ยกมือเกาหัวอย่างงุนงง ทว่าก็รีบลุกไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า หยิบกุญแจรถสปอร์ตคู่ใจที่ผู้เป็นพ่อซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิด ออกจากคอนโดมุ่งหน้าไปยังสถานีขนส่งผู้โดยสารแห่งหนึ่งในตัวเมือง
เขามองหาที่จอดรถ ก่อนจะเปิดประตูลงไปยืนอยู่ด้านหน้า ล้วงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาต่อสายไปหาไอติม พลางสอดสายตามองหาคนที่เปรียบเสมือนน้องสาวคนหนึ่งเพียงแค่ต่างสายเลือดกัน
แม่ของทั้งสองคนเป็นเพื่อนรักกันตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ตอนเด็กทั้งคู่เคยมาเล่นด้วยกันอยู่บ่อยครั้ง ทว่าพอโตขึ้นสองครอบครัวก็ไม่ค่อยได้มาพบปะกันเนื่องจากงานธุรกิจรัดตัวและอาศัยอยู่ห่างไกลกัน
“พี่มาถึงแล้ว”
(มองทางขวาอีก แล้วจะเห็นคนน่ารักยืนอยู่ตรงนี้)
เขามองตามเสียงหวานของเธอ ก็พบกับหญิงสาวตัวเล็กในชุดนักเรียนชั้นมัธยมปลาย มัดผมหางม้าผูกด้วยโบว์สีขาว ยกมือโบกไปมา ก่อนจะรีบวิ่งเข้ามาหาด้วยใบหน้าสดใส
เธอคือ ไอติม ชนัฐกานต์ เกียรติปภา นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เจ้าของใบหน้าสวย ดวงตากลมโต ลูกสาวของแม่มะนาวและพ่อโยธิน ครอบครัวทำธุรกิจค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค อยู่ที่อำเภอหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่
ไอติมตื่นนอนแต่เช้าตรู่เพื่อเตรียมตัวออกเดินทางจากบ้าน ซึ่งอยู่ไกลจากตัวเมืองถึงหนึ่งร้อยสี่สิบห้ากิโลเมตร คราแรกผู้เป็นพ่อจะเป็นคนมาส่ง ทว่าเธออยากฝึกใช้ชีวิตตามลำพัง เพราะอีกไม่นานก็จะต้องมาเรียนมหาวิทยาลัยในตัวเมือง จึงขอนั่งรถมาเอง
“ขอโทษนะคะที่รบกวนแต่เช้า ไม่เจอกันนานหล่อขึ้นนะเนี่ย ยิ่งใส่ชุดชอปก็ยิ่งหล่อ”
เธอเอ่ยชมหนุ่มหล่อรูปร่างสูงโปร่ง ดวงตาคมเข้ม ผิวขาวออกแทนเล็กน้อย แขนทั้งสองข้างเต็มไปด้วยรอยสักด้วยน้ำเสียงหวาน ทำเอาคนถูกชมกระตุกยิ้มมุมปาก ดวงตาคมเผลอจ้องใบหน้าสวยชั่วครู่ ก่อนจะกระพริบตาแล้วเอ่ย
“ทำมาเป็นปากหวาน แล้วนี่จะไปไหน ทำไมคุณอามะนาวถึงได้ปล่อยให้ออกจากบ้านมาคนเดียว”
“ก็ไปมหา’ ลัยที่ตัวเองเรียนอยู่ไง อีกอย่างเค้าก็ไม่เด็กแล้วนะ ปีนี้ครบสิบแปด เป็นสาวเต็มตัวแล้ว ตัวเองไม่คิดจะชมว่าเค้าน่ารักหน่อยเหรอ”
“เป็นผู้หญิงมาอ้อนผู้ชายแบบนี้ได้ไง โตเป็นสาวแล้วก็หัดระวังตัวบ้างดิ อีกอย่างมาเรียกเค้าเรียกตัวเองมันไม่เหมาะสม คนอื่นมาได้ยินก็เข้าใจผิดกันพอดี”
“ทำไม่เรียกไม่ได้อะ หรือว่าตัวเองมีแฟนแล้ว”
“ยังไม่มี”
“ยังไม่มีก็ดี เข้ามหา’ ลัยเมื่อไหร่จะมาตามจีบ”
“แก่แดด ไปตั้งใจเรียนซะก่อน อย่ามัวแต่คิดเรื่องไม่เป็นเรื่อง”
“เรื่องเรียนน่ะไม่ต้องห่วง เค้าไม่ทิ้งอยู่แล้ว เรื่องของตัวเองก็เหมือนกัน สรุปว่าเค้าจองตัวเองแล้วนะ”
คนตัวเล็กคลี่ยิ้มจนตาหยี หรือว่าคำพูดของเขาก่อนหน้านี้ไม่ได้เข้าหูของเธอเลยสักนิด ทำเอาพัตเตอร์ทำตัวไม่ถูกเลยทีเดียว เขาจึงเปลี่ยนไปชวนคุยเรื่องอื่น
“มาเวิร์กชอปค่ายวิศวะเหรอ”
“อื้ม เราจะไปกันได้รึยังคะ หิวจนไส้จะกิ่วอยู่แล้ว”
“ขึ้นรถสิ เดี๋ยวพาไปกินโจ๊กเจ้าดังในตัวเมือง”
“เรื่องของฉันเอาไว้ก่อน วันนี้ฉันตั้งใจมาหาหลาน” มายูบอกปัด ก่อนจะหันไปมองน้องสะใภ้แล้วคลี่ยิ้ม“พี่ยินดีด้วยนะไอติม เธอนี่เก่งมาก ตัวเล็กแค่นี้ แต่อุ้มท้องหลานของพี่ได้ตั้งสองคน”“ขอบคุณค่ะพี่มายู”“แล้วตั้งชื่อลูกว่าอะไรเหรอ”ไอติมอมยิ้มหันมองสามี ทั้งสองได้ปรึกษากันว่าอยากให้ชื่อของลูกมีพยัญชนะชื่อของเขาและเธอ ซึ่งก็หลักการเดียวกับที่พ่อแม่ของเขาตั้งให้กับพัตเตอร์และมายูลูกชายฝาแฝดจึงมีชื่อว่า “อาเธอร์กับแพทริคค่ะ”*****“อาเธอร์ แพทริค ลงจากรถกันได้แล้วค้าบ”ไอติมเอ่ยกับลูกชายด้วยเสียงอ่อนเสียงหวาน เลื่อนมือปลดเข็มขัดออกจากตัวลูกฝาแฝดที่นั่งอยู่บนเบาะนิรภัยสำหรับเด็ก ก่อนจะอุ้มอาเธอร์ส่งให้กับสามีพัตเตอร์ที่ยืนรอนอกรถก็เลื่อนแขนออกมารับลูกชาย ทั้งยังฉวยโอกาสหอมแก้มเมียรักฟอดหนึ่ง มุมปากกระตุกยิ้มอย่างพึงพอใจไอติมคลี่ยิ้มส่งสายตามองค้อนเล็กน้อยที่อีกฝ่ายชอบทำแบบนี้นอกบ้าน แม้จะแต่งงานกันมาหลายปี ทว่าสามีก็ยังสม่ำเสมอ เมื่อก่อนเคยรักและดูแลเอาใจใส่เธอยังไง วันนี้ก็ยังเป็นอย่างนั้นนับตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาล ไม่เคยมีวันไหนที่พัตเตอร์จะปล่อยให้เธอเหน็ดเหนื่อย ตื่นมาป้อนนมลูกในช่วงดึก
หลังกลับจากฮันนีมูนที่ปารีส ประเทศฝรั่งเศส ทั้งสองครอบครัวก็นัดกินข้าวที่ห้องอาหารของโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง“ถ้าไม่ติดว่าหนูไอติมยังเรียนอยู่ แม่ก็อยากจะอุ้มหลานไว ๆ” พระพายเอ่ยกับลูกสะใภ้“เอาไว้รอหนูเรียนจบ ค่อยให้พี่พัตเตอร์ปั๊มหลานให้นะคะคุณแม่”หญิงสาวเอ่ยตอบใบหน้ายิ้มแย้ม ด้วยนิสัยร่าเริง ครอบครัวของสามีจึงรักใคร่เอ็นดูเธอมาตั้งแต่เด็ก และมองเธอเปรียบดั่งลูกสาวคนหนึ่ง“พอถึงเวลานั้น พัตเตอร์ก็อย่าทำแต่งานล่ะ เดี๋ยวพวกพ่อ ๆ แม่ ๆ จะไม่ได้เห็นหน้าหลานกันพอดี” มะนาวเอ่ยกับลูกเขย“ไม่ต้องห่วงครับ ยังไงน้องก็มาเป็นอันดับหนึ่ง ผมจะไม่บ้างาน แล้วรีบกลับบ้านทุกวันเลยครับ”“เด็กสองคนนี้นี่เข้ากันดีจริง ๆ ว่าไหม คุณโยธิน” มาคัสกระตุกยิ้มเอ่ยกับพ่อของไอติม“อืม เห็นแบบนี้ผมก็วางใจ” โยธินเอ่ยตอบ ก่อนจะหันไปมองลูกเขย“ยังไงพ่อก็ต้องฝากน้องด้วยนะ” แม้ประโยคนี้จะเคยหลุดออกจากปากมาหลายครั้ง ทว่าพ่อที่ฟูมฟักเลี้ยงลูกสาวเพียงคนเดียวของบ้านมาตั้งแต่ลืมตาดูโลก ก็อดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี“ครับคุณพ่อ ผมจะดูแลน้องเป็นอย่างดี”พัตเตอร์เอ่ยน้ำเสียงหนักแน่น แววตาของเขามั่นคง เต็มไปด้วยความรักที่มีต่อลูกสาวของพว
พัตเตอร์โอบประคองแฟนสาวที่แต่งตัวเซ็กซีจนใจสั่นไหวไปนั่งในรถสปอร์ตคันหรู หากไม่ติดว่ามีเขามานั่งคุม คงไม่ปล่อยให้เธอสวมเสื้อสายเดี่ยวสีครีมเอวลอย ด้านข้างเป็นเชือกมัดไขว้กันไปมาแล้วผูกเป็นโบว์ตรงปลาย คู่กับกระโปรงสีดำจีบทวิสความยาวกลางหน้าขา จนต้องถอดเสื้อแจ็กเก็ตออกมาคลุมไหล่เอาไว้เพราะไม่อยากให้ใครเห็นผิวขาว ๆ ของเธอ โดยเฉพาะก้อนซาลาเปาที่ถูกเขาทั้งบีบขย้ำและดูดดึงทุกคืน ที่โผล่พ้นบราและเสื้อสายเดี่ยวเห็นเป็นเนินชัดเจนทั้งสองคนอยู่ในรถตรงจุดจอดที่มีเพียงแสงสลัวจากหลอดไฟส่องสว่างด้านนอก ภายในตัวรถที่ติดฟิล์มดำมืดไม่สามารถมองผ่านเข้ามาได้ คนตัวเล็กที่ถูกน้ำเมาครอบงำสติก็เริ่มซุกซน หันใบหน้าแดงก่ำพร้อมกับดวงตาหวานเยิ้มจ้องมองแฟนหนุ่ม“ผัวขา อยากกินกล้วยจัง”ไม่ว่าเปล่า มือเล็กเลื่อนมาตะปบเข้าที่เป้ากางเกงของพัตเตอร์ หนุ่มหล่อที่เมามากเช่นกัน และอยากจัดการคนขี้ยั่วใจจะขาด ชักจะอดใจไม่ไหว“อยากกินก็ข้ามมาสิครับ”พัตเตอร์ปรับเบาะเลื่อนไปด้านหลัง ประคองคนตัวเล็กย่อตัวนั่งลงตรงพื้นที่ว่างหลังพวงมาลัย มือเล็กจัดการกับกางเกงของเขา ช้อนดวงตาเย้ายวนขึ้นมองแฟนหนุ่มใบหน้าสีเลือดฝาดเลื่อนเข้าไปตร
“กูขอให้พวกมึงมีเมียกันเร็ว ๆ จะได้เลิกสันดานเอาไม่เลือก”“โถ่ ไอ้เพื่อนเวร กูยังไม่อยากมีเมียตอนนี้เว้ย” เจย์ขมวดคิ้วมุ่น โต้กลับพัตเตอร์อย่างไม่เห็นด้วย“ถ้าคลั่งรักแล้วเป็นแบบมึง กูขอเจ้าชู้แล้วได้ควงสาวไม่ซ้ำหน้าดีกว่าว่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า” คนรักสนุกอย่างมาร์คหัวเราะราวกับไม่สนอะไรตามมาด้วยเสียงของไรอัน “นั่นดิ ชีวิตมีสีสันดีออก ไม่ต้องไปผูกติดกับใคร”“แม่ง แต่ละตัว ดี ๆ กันทั้งนั้น” พัตเตอร์ส่ายหน้าให้เพื่อนทั้งสาม“ว่าแต่มึงจะขอน้องไอติมแต่งงานเมื่อไหร่” มาร์คเอ่ยถาม เจย์กับไรอันก็หันมาจ้องพัตเตอร์ด้วยความอยากรู้“เรียนจบแล้วแต่งเลย” พัตเตอร์เอ่ยตอบ“งั้นก็อีกสองปีกว่า” มาร์คคิดว่าเป็นเวลาที่เหมาะสม ถึงตอนนั้นไอติมก็เรียนจบพอดี ทว่าเพื่อนดันโต้กลับน้ำเสียงจริงจัง“หมายถึงกูเนี่ยที่เรียนจบ ใครจะไปรอถึงขนาดนั้นวะ”ทุกวันนี้เขาหวงไอติมมาก ไม่อยากให้แฟนสาวอยู่ใกล้ใครเลย แต่ก็เข้าใจได้ว่าเธอต้องมีเพื่อน มีรุ่นพี่ และรุ่นน้องที่เป็นผู้ชาย แต่ถ้านิ้วนางของเธอสวมแหวนแต่งงาน ไอ้คนพวกนั้นจะได้ระวังตัวเวลาเข้าใกล้ผู้หญิงของเขา“ไอ้ห่านี่ใจร้อนฉิบ กลัวไม่ได้แต่งเมียหรือไงวะ ฮ่าฮ่าฮ่า” ไรอันเอ่ยแซว





