นอกจากความน่ากลัวแล้ว ผู้เขียนยังให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร การทรยศ และการเสียสละ ฉากจบมีแนวโน้มที่จะให้ความรู้สึกทั้งหวังและขมขื่น—เหมือนที่เคยเห็นในหนังผจญภัยผสมสยองขวัญอย่าง 'Pirates of the Caribbean' แต่มีโทนความหลอนใกล้เคียงกับหนังซอมบี้คนติดตามอย่าง 'Train to Busan' ทั้งหมดนี้ทำให้ผมติดตามไปจนถึงหน้าในที่สุดและยังคงคิดถึงบรรยากาศนั้นอยู่เรื่อยๆ
ฉันจำได้ว่าตอนเห็นโปสเตอร์ครั้งแรกก็รู้สึกว่าน่าจะเป็นหนังโจรสลัดบู๊ระห่ำแบบเดิม แต่จริงๆ แล้วชื่อนี้คือเวอร์ชันภาษาไทยของ 'Pirates of the Caribbean: Dead Men Tell No Tales' ซึ่งเข้าฉายในช่วงปลายพฤษภาคม พ.ศ. 2560 โดยออกฉายในสหรัฐอเมริกาวันที่ 26 พฤษภาคม 2017 และมีการฉายในหลายประเทศรอบๆ วันที่นั้นด้วย
โดยส่วนตัวแล้วฉันคิดว่าการวางโปรแกรมฉายในหลายประเทศแบบนี้ช่วยให้แฟรนไชส์ประเภทบล็อกบัสเตอร์อย่าง 'Pirates of the Caribbean' ได้กระจายกระแสอย่างรวดเร็วและสร้างบรรยากาศรอคอยก่อนเข้าฉายจริง ซึ่งสำหรับคนที่ชอบฉากโจรสลัดผสมความเหนือธรรมชาติ เรื่องนี้ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่เห็นภาพชัดเจนของความพยายามผสมองค์ประกอบเก่าและใหม่เข้าด้วยกัน
ผมเลยไม่ได้ระบุรายชื่อนักแสดงตัวต่อตัวเพราะชื่อที่ให้มาไม่ตรงกับรายการหนังที่ผมจำได้จากแคตาล็อกหลัก แต่ถ้าคุณหมายถึงหนังโจรสลัดดังระดับฮอลลีวู้ดที่ถูกนำไปโปรโมตแรง ๆ ผมมักจะนึกถึงงานอย่าง 'Pirates of the Caribbean: Dead Men Tell No Tales' ซึ่งมีนักแสดงเด่นเช่น Johnny Depp และ Javier Bardem เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ถ้าเป็นหนังสายบีหรือหนังตลาดที่ตั้งชื่อใหม่ในไทย นักแสดงอาจเป็นนักแสดงรุ่นรอง หรือนักแสดงจากวงการอินดี้ซึ่งข้อมูลไม่กระจายกว้างนัก สรุปแล้วผมรู้สึกว่าชื่อเรื่องนี้มีแนวโน้มเป็นการตั้งชื่อเชิงการตลาดมากกว่าจะเป็นชื่อที่สัมพันธ์กับภาพยนตร์เรื่องเดียวที่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง