ผมชอบหนังสือที่หน้าไม่เยอะ แต่แต่ละประโยคมีน้ำหนัก เช่น 'Animal Farm' ของจอร์จ ออร์เวลล์ ที่ประมาณร้อยกว่าหน้า มันให้บทเรียนการเมืองแบบกระชับแต่จดจำง่าย หรือ 'The Old Man and the Sea' ของเฮมิงเวย์ ที่สั้นแต่ลึก เรื่องราวการต่อสู้กับธรรมชาติและความภาคภูมิใจอ่านจบแล้วยังคงวนอยู่ในหัวต่อ เหตุผลที่เล่มพวกนี้อ่านเร็วไม่ใช่แค่จำนวนหน้า แต่เพราะจังหวะการเล่า ตัวละครชัด และภาษาไม่ซับซ้อน ทำให้ผมไหลตามเรื่องได้โดยไม่สะดุด
บางเล่มเป็นแบบความเข้มข้นระยะสั้น เช่น 'Of Mice and Men' ที่บทสนทนาและสถานการณ์ตึงจนไม่อยากวาง ทั้งหมดนี้สอดคล้องกับนิสัยการอ่านของผม — ถ้าฉากเปิดดึง ผมมักจะอ่านรวดเดียวจบ อีกตัวอย่างที่ชอบคือ 'Fahrenheit 451' ซึ่งแม้จะพูดถึงไอเดียใหญ่ของการเซ็นเซอร์ แต่โครงเรื่องไม่อืด ทำให้การอ่านไม่มีช่องว่างให้คิดล่วงหน้าเยอะเกินไป แล้วก็มีงานนวนิยายจิตวิทยาสั้นๆ อย่าง 'The Metamorphosis' ที่พลังของภาพและสัญลักษณ์ทำให้ทุกหน้ามีคุณค่า นอกจากนี้ยังมีงานแนวปรัชญา-ผจญภัยอย่าง 'The Alchemist' ที่เล่มไม่ยาวแต่กลับกระตุกให้คิดเรื่องความฝันและการเดินทางชีวิต — เหล่านี้ล้วนเป็นตัวอย่างว่าทางลัดสู่การอ่านที่จบเร็วแต่คุ้มค่าเป็นอย่างไร
ความเศร้าที่ถ่ายทอดผ่าน 'หน้าร้อนที่ฮิคารุจากไป' โดดเด่นด้วยการเล่าเรื่องที่เน้นอารมณ์ลึกซึ้ง ตัว manga นี้เป็นผลงานของ Yuki Yoshihara ที่ตีพิมพ์ใน 'Hana to Yume' ระหว่างปี 2003-2005 เรื่องราวของฮิคารุ เด็กสาวที่ต้องเผชิญกับโรคหัวใจและความสัมพันธ์อันซับซ้อนกับคนรอบตัว ถือเป็นหนึ่งใน manga ที่สร้างความประทับใจให้กับผู้คนจำนวนมากด้วยเนื้อหาที่หนักแน่นแต่แฝงไปด้วยความอบอุ่น
แม้จะมีการพูดถึงและรอคอยจากแฟนๆ แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการดัดแปลงเป็นอนิเมะ ส่วนหนึ่งอาจเพราะเนื้อหาที่ค่อนข้างจริงจังและแนวโรแมนติกดrama ที่ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายหลักของตลาดอนิเมะทั่วไป อย่างไรก็ตาม ด้วยความนิยมที่ยังมีอยู่และความสนใจที่เพิ่มขึ้นต่อ manga แนว slice of life ที่ลึกซึ้ง บางทีในอนเดอร์กรround อาจมีการพูดคุยถึงโอกาสนี้อยู่ก็เป็นได้