เราไม่เคยเบื่อเมื่อคิดถึงนักแสดงหลักของ 'แวมไพร์ทไวไลท์ 4 เบรคกิ้งดอว์น ภาค 2' — พวกเขาคือเสาหลักที่ทำให้ฉากสุดท้ายของซีรีส์มีพลังขึ้นมาได้จริงๆ โดยตรงกลางที่สุดคงเป็น Kristen Stewart ในบทเบลล่า, Robert Pattinson รับบทเอ็ดเวิร์ด และ Taylor Lautner ในบทเจคอบ ซึ่งสามคนนี้ถือว่าเป็นหัวใจของเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบ
ในส่วนของตัวละครที่มีบทสำคัญเสริม ฉันชอบที่ Mackenzie Foy มารับบทเรเนสเม่เด็กน้อยที่กลายเป็นจุดชนวนความขัดแย้งระหว่างคัลเลนกับโวลทูรี และ Billy Burke ก็ทำหน้าที่เป็นพ่อบ้านธรรมดาที่ทำให้โลกมนุษย์เข้ามาเชื่อมกับโลกแวมไพร์ได้ดี Peter Facinelli, Elizabeth Reaser, Ashley Greene, Kellan Lutz, Nikki Reed และ Jackson Rathbone ต่างมีฉากที่เติมเต็มความเป็นครอบครัวคัลเลน ส่วนฝ่ายโวลทูรีก็ได้ Michael Sheen รับบท Aro และ Dakota Fanning เป็น Jane ที่เย็นชาจนน่าจดจำ นอกจากนี้ Maggie Grace ในบท Irina ก็เป็นคนจุดชนวนให้เหตุการณ์บานปลายจนถึงการเผชิญหน้าครั้งสุดท้าย
ฉากการเผชิญหน้ากับ Volturi เองก็ทำหน้าที่เป็นกระจกสะท้อนสังคม — การตัดสินไม่ได้เกิดจากการต่อสู้เท่านั้น แต่จากการมองเห็นและการยอมรับความเป็นอื่น เหมือนฉากปิดของงานมหากาพย์บางเรื่องที่ฉันชอบดูมา 'The Lord of the Rings' ก็เคยทำให้เห็นการจากลาและการยอมรับชะตากรรมในแบบเดียวกัน ผลลัพธ์คือความสงบที่ไม่ใช่การหมดสิ้น แต่เป็นการปรับสมดุลใหม่ระหว่างความดุร้ายและความอ่อนโยน