Se connecterในโลกที่เกิดการแก่งแย่งครอบครองดินแดนระหว่างมนุษย์และแวมไพร์ มนุษย์ทั้งหลายต่างพ่ายแพ้ ในดินแดนแห่งนี้มี 2 เผ่าพันธ์อาศัยอยู่ร่วมกัน คือมนุษย์และแวมไพร์ มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่แวมไพร์รังเกียจ สำหรับคนอ่อนแอมักจะถูกกลั่นแกล้งและดูดเลือดจนสิ้นชีวิตทุกครั้ง แวมไพร์ทั้งหลายต่างมองหามนุษย์ที่จะมาเป็นผู้รับใช้โลหิตให้แก่ตนเอง นั่นหมายความว่ามนุษย์ผู้นั้นจะต้องพร้อมให้แวมไพร์ตนนั้นดูดเลือดได้ตลอดเวลาที่เขาต้องการ "ไคน์" เจ้าชายแวมไพร์ของตระกูลเคลล็อกก์ที่ตอนนี้กำลังเตรียมตัวที่จะเข้าแข่งขันเป็นผู้สืบทอดเพื่อเป็นราชาแวมไพร์ผู้ปกครองสูงสุดของดินแดนแห่งนี้ เขาปกครองมหาวิทยาลัยประจำเมือง ซึ่งมหาวิทยาลัยแห่งนี้มีทั้งมนุษย์และแวมไพร์เรียนอยู่ร่วมกัน "ไอรีน" สาวน้อยที่ชะตาชีวิตน่าสงสาร น้องชายของเธอป่วยเป็นโรคร้ายที่ยากจะรักษาส่วนพ่อและแม่ของเธอนั้นถูกเหล่าแวมไพร์ทำร้ายจนสิ้นชีวิตไปต่อหน้าต่อตาของเธอและน้องชาย เมื่อครั้งที่เกิดการแก่งแย่งดินแดนแห่งนี้ เธอเลือกที่จะเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยประจำเมืองเพราะเป็นความใฝ่ฝันของน้องชายแต่เขาไม่สามารถเข้าเรียนได้เพราะต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล แต่ในวันหนึ่งเธอดันไปเห็นไคน์ เจ้าชายผู้ปกครองมหาวิทยาลัยแห่งนี้กำลังดูดเลือดหญิงสาวผู้หนึ่งจนเธอสิ้นชีพต่อหน้าต่อตาในห้องชมรมศิลปะเมื่อเธอโดนเขาจับได้จึงถูกเขานำไปไว้ที่คฤหาสน์
Voir plus“You’re heeere!” Emmy, my best friend, squealed as she flung the front door open and launched herself at me.
I squealed, clinging onto her as we spun around on the doorstep. “I’m here!” “And you’re free!” Emmy pulled back, clutching my face in her hands. Her grin was maniacal. “How do you feel?” “I feel fucking great,” I said on a relieved exhale, meaning it. I’d been waiting for three years for this moment—the day I could leave my father’s house for good and live my life like a normal woman. No arranged marriages, no housewife duties, no creepy ass men lining up on the daily packing heat and making promises they’d never intend to keep. I was a free woman. It was my 21st birthday, I’d left my father’s house after our breakfast (a requirement of our arrangement) and gone straight to an interview at WolfeTech for an entry level assistant position, and now I was here, with Emmy, about to move into my new home. All I had with me was a suitcase and my handbag. “I bet you do!” Emmy snatched my hand and dragged me into the house. “Come on, let’s get you settled in. I have big plans for us today.” I didn’t doubt her for one second. Emmy was my only friend on the outside. She was statuesque—tall, long blond tresses, cherub cheeks and big green eyes. Angelic looking, but the mouth of a sailor and the grace of a newborn foal. Honestly, she was so clumsy I’m surprised she hadn’t had a fatal accident yet. We’d met on a night out just after I’d turned 18. I saw her arguing with her then boyfriend, and when I’d gone to check on her after he’d abandoned her, she couldn’t stop staring at my bodyguards—my brother Kelvin, and my father’s right-hand man Tony. I’d made them leave so I could make sure she was okay without being intimidated by them. After some persuasion, the men left and I managed to pull out of her that she and her boyfriend argued constantly. In her words, he’d probably be back in twenty minutes. I’d taken it upon myself to stay with her until he did, and when he didn’t, we got very drunk and Tony drove us home. I left her with my phone number in case she ever needed help, and we’d been practically inseparable ever since. My room was the smaller of the two bedrooms at the back of the house. It had a small double bed and a wardrobe that had seen better days, something I assumed had been provided by the landlord. I needed to buy bedding, given the naked duvet and pillows folded neatly in the centre of the bed. I’d also need to buy a dressing table—there was just enough space in the corner for a small one and a stool. “How did your interview go, Rae?” Emmy asked as I unzipped my suitcase, and plopped down on my bed, long legs stretched out in front of her. I started hanging my clothes on the few hangers in the wardrobe. “Good, I think. It wasn’t with the guy I’ll be working for, it was with the HR manager and COO.” “What were they like?” “Nice enough. I’m sure they thought me a bit naive but that’s something I can only prove wrong if they give me the job.” “Well, I’ve got all my fingers crossed for you. When would you start?” I blew out a breath. “Monday. They said the person I’m replacing left without notice so they’re eager to get someone in.” “Maybe that’ll work in your favour. Although if someone left without notice, the guy could be a dick.” No more of a dick than the men in my family, I thought. “Well if he is, I’ll handle it. I’m a big girl. And I won’t be bullied by a small-minded man.” “Aye, that’s my girl!” Emmy grinned. “Now, get your shit unpacked and then pull an outfit together. We’re going for dinner in the West End before going out out.” I shivered with excitement. “Emmy, baby, I am at your mercy.”ไคน์ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยเพื่อเป็นการยั่งเชิง ตอนนี้ดูเหมือนผู้เป็นชายาของเขาจะไม่ไหวเสียแล้ว เธอเอื้อนเอ่ยถ้อยคำร้องขอออกมาอย่างไม่อาย“คะ...ไคน์...ท่าน...พี่...ใส่มันเข้ามา..ท่านพี่...”---สวบ!!!---เสียงร้องขอที่ทั้งหวานทั้งกระเซ่าเช่นนั้นเขาจะทานทนได้อย่างไร แก่นกายขนาดใหญ่ถูกสอดเสียบเข้าไปจนมิดภายในครั้งเดียว ภายในนั้นตอดรัดจนเขาปวดหนึบ“อ๊าส์...รัดแน่นเกินไปแล้ว...อ๊าส์”ร่างสูงค่อยๆขยับเข้าออกช้าๆก่อนเพิ่มจังหวะให้เร็วขึ้นเรื่อยๆ“อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อ๊าส์....”-ตั่บ-ตั่บ-ตั่บ-ตั่บ-ตั่บ-ตั่บ-ตั่บ-สะโพกหนาซอยเข้าออกถี่ยิบจนคนตัวเล็กตัวโยกสั่นครอนไปตามจังหวะ สีหน้าบิดเหยเก เรือนร่างที่บิดเร่าไปมานั้นสั่นไหว ความเสียวซ่านที่ผู้เป็นสวามีมอบให้มันช่างเกินจะทานทน“อ๊ะ อ๊ะ ทะ...ท่าน...พี่...สะ...เสียว...อ๊ะ อ๊ะ อ๊าส์”“โอ้ว...อ๊าส์!! ชายาของข้าช่างเร่าร้อนเสียจริง...อ๊าส์”มือหนาเอื้อมไปจับล็อกเอวบางไว้แน่นก่อนจะอัดกระแทกความเป็นชายเข้าไปอีกครั้ง จังหวะที่เพิ่มเร็วและแรงขึ้นนั้นทำเอาคนตัวเล็กร่างกายกระตุกสั่นไหว“อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อ๊าส์ อ๊าส์ อ๊ะ อ๊ะ อ๊าส์.....”-ตั่บ-ตั่บ-ตั
ตั้งแต่งานสถาปนาแต่งตั้งพระราชาและพระชายา ไคน์และไอรีนต่างก็ทำหน้าที่ได้ดีเสมอมา ราษฎรเป็นสุขถ้วนหน้า ทั่วทั้งดินแดนสุขสงบ ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่ไคน์จะต้องจัดการกับงานหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตั้งผู้ดูแลในแต่ละหัวเมือง การร่วมประชุมหารือกับสภาแวมไพร์อาวุโส ทำให้เขาไม่ค่อยได้มีกิจกรรมเชื่อมสัมพันธ์รักกับไอรีนผู้เป็นพระชายาสักเท่าไหร่“พระชายากำลังครุ่นคิดสิ่งใดอยู่หรือ”เสียงสดใสจากเฮเลน่าทักขึ้นเมื่อเธอเดินทางมาถึงสวนดอกไม้ประจำปราสาทและเห็นว่าไอรีนนั่งเหม่ออยู่บนชิงช้าตัวโปรดของพระชายา“ปะ...เปล่า”“พระชายาท่านโกหกไม่เนียนเลย มีสิ่งใดขุ่นเคืองใจหรือ”“เฮเลน่า การเป็นพระชายาขององค์ราชานี่ทำไมถึงยากจัง ต้องห่างไกลกันเกือบทุกวัน แทบจะไม่มีเวลาให้กันเลย”“ฮ่า ฮ่า หม่อมฉันรู้แล้ว พระชายาท่านกำลังน้อยใจองค์ราชาอยู่นี่เอง เหตุใดถึงไม่บอกพระองค์ไปตามตรงกันเล่า”“จะบอกเช่นไร มันดูงี่เง้าเกินไป ไคน์กำลังทำหน้าที่ของพระราชาที่เขาควรทำ”“แต่ท่านก็เป็นพระชายานี่ หน้าที่อีกหนึ่งข้อของพระราชาก็คือไม่เมินเฉยต่อพระชายาไม่ใช่หรือ”“ช่างมันเถอะ ฉันก็เพียงแค่คิดไปเรื่อยเปื่อยเท่านั้น”เฮเลน่าอมยิ้มอ
เช้าที่แสนสดใสวันนี้ท้องฟ้าอากาศช่างดูเป็นใจกับการจัดงานรื่นเริ่งยิ่งนัก ภายในปราสาทถูกตกแต่งสวยงาม วันนี้นอกจากจะเป็นวันสภาปนาพระราชาผู้ปกครองดินแดนและแต่งตั้งพระชายาแล้ว ยังเป็นวันอภิเษกอีกด้วยทั่วทั้งดินแดนต่างตื่นเต้นและให้ความสำคัญกับงานที่ยิ่งใหญ่นี้ ต่างก็มาร่วมแสดงความยินดีเต็มบริเวณโดยรอบของปราสาทไอรีนถูกจับแต่งองค์ทรงเครื่องเต็มไปด้วยตราชั้นยศต่างๆมากมาย เธอรู้สึกหนักกับของเหล่านี้จึงบ่นอุบอิบไปพลางก่อนจะถึงเวลาเริ่มพิธี“ไม่รู้อะไรใส่เต็มไปหมด แค่ชุดแต่งงานไม่พอรึไงนะ”“ไม่พอหรอก ตรายศของพระชายาย่อมมากเป็นเรื่องธรรมดา”เฮเลน่าเอ่ยขึ้นเมื่อเธอเดินเข้ามาถึงห้องแต่งตัวของผู้เป็นเพื่อน“ฉันเคยใฝ่ฝันตำแหน่งนี้นะ แต่พอเป็นเธอมันคู่ควรแล้ว วันนี้เป็นวันของเธอ ขอให้มีความสุขนะไอรีน”“ขอบคุณนะเฮเลน่า...เพื่อนรักของฉัน”ทั้งคู่โผเข้ากอดกันด้วยความปลื้มปิติยินดี ก่อนจะผละกอดออกและแต่งตัวให้ไอรีนต่อเวลาฤกษ์มงคลนั้นได้ถูกกำหนดไว้แล้ว การสถาปนาราชาผู้ปกครองดินแดนและการแต่งตั้งพระชายากำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้“ด้วยข้า ตัวแทนของสภาแวมไพร์อาวุโสและผู้รักษาการแทนพระองค์ บัดนี้ถึงเวลามงคล
หลังจากที่ผ่านพ้นเหตุการณ์ที่เลวร้าย เผ่าพันธุ์แวมไพร์นักล่าถูกกำจัดจนสิ้นแล้ว ทั่วทั้งดินแดนต่างก็ใช้ชีวิตอย่างปกติเรื่อยมา ในวันประชุมหารือที่สภาแวมไพร์อาวุโสเพื่อกำหนดวันสถาปนาเพื่อรับตำแหน่งของราชาองค์ใหม่ ในการประชุมครั้งนี้ต่างก็มีข้อโต้เถียงกันเป็นอย่างมาก“ในงานคัดเลือกของไคน์ เขาได้เลือกเด็กสาวคนนั้นแล้ว ตามกฎที่ทางตระกูลเคลล็อกก์ได้ตั้งเอาไว้ หากไคน์เลือกผู้ใด ผู้นั้นย่อมจะถูกแต่งตั้งให้เป็นว่าที่ชายา”“แต่เด็กผู้นั้นเป็นมนุษย์จะเหมาะสมหรือ”“เหตุใดจะไม่เหมาะ ท่านผู้อาวุโสมีเหตุผลหรือไม่”ไคน์เอ่ยถามขึ้นด้วยความไม่เข้าใจ เพราะหากสภาแวมไพร์อาวุโสคัดค้านเรื่องนี้เขาคงไม่ยินยอมเป็นแน่“ตั้งแต่อดีตมา พวกเราสามารถอยู่ร่วมกับมนุษย์ได้ มองมนุษย์เป็นเพียงของเล่นของแวมไพร์ ถึงแม้เผ่าพันธุ์พวกเราจะไม่ได้เข่นฆ่ามนุษย์ แต่พวกมนุษย์ก็เปรียบเป็นเพียงสาวใช้เท่านั้น ไม่มีความเหมาะสมกับตำแหน่งเจ้าชายหรือตำแหน่งราชาเลยแม้แต่น้อย”คำตอบของหนึ่งนี่เหล่าผู้อาวุโสนั้นทำให้ไคน์รู้สึกขุ่นเคืองไม่น้อย เขาจึงเอ่ยถามขึ้นอีกครั้งด้วยความสงสัย“แล้วผู้ใดเป็นผู้ที่ตั้งกฎนี้”“ไม่รู้ได้ว่าผู้ใดเป็นผู้ตั้ง
“นายรู้ได้ยังไงบาร์รอน ว่าไอเดนไม่ได้ถูกทำร้ายทรมานเหมือนที่เจโรมบอกฉัน”“เรื่องนี้ถามกับเจ้าชายไคน์ผู้เป็นเจ้าของโลหิตของเธอดีกว่านะสาวน้อย”บาร์รอนหันหน้าไปทางเจ้าชายทั้งสอง ไอรีนมองหันตามเขา เธอจ้องไปที่เจ้าชายไคน์ที่นั่งไขว่ห้างอยู่ข้างเจ้าชายคิงส์ผู้เป็นพี่ชาย“ที่บาร์รอนพูดหมายความว่ายังไง”ค
ริมฝีปากบางถูกปิดกั้นคำเอ่ยห้ามนั้นไปด้วยริมฝีปากหนา ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปภายในเพื่อกวาดชิมความหวานพร้อมกับเขี้ยวแหลมนั้นขูดไปตามโพรงปากจนไอรีนสัมผัสได้“อื้อออ.....”คนตัวเล็กพยายามใช้มือทั้งสองข้างทุบไปที่ร่างแกร่ง ด้วยแรงอันน้อยนิดของเธอนั้น ร่างสูงไม่รู้สึกสะทกสะท้านแต่อย่างใด ลิ้นร้อนนั้นยังคง
Irene Partตั้งแต่ที่ฉันถูกประกาศให้เป็นผู้รับใช้โลหิตของเจ้าชายไคน์ต่อหน้าทุกผู้ทุกคนในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ชีวิตฉันก็สงบขึ้น ไม่มีใครกล้ารังแกหรือทำร้ายฉันเหมือนแต่ก่อน ความจริงฉันก็ต้องการชีวิตที่สงบเช่นนี้ แต่ที่ไม่ต้องการเลยคือตำแหน่งหรือหน้าที่อะไรต่างๆที่ฉันได้มาเป็นของแถมการที่จะเป็นผู้รับใช
ไคน์กลับมายังคฤหาสน์ด้วยสีหน้าและอารมณ์ที่ขุ่นเคือง เขารู้สึกไม่พอใจกับการที่เห็นคนตัวเล็กไปใกล้ชิดกับชายอื่น ร่างสูงเดินเข้าไปยังห้องนอนของคนตัวเล็กพร้อมกับเอ่ยสั่งสาวใช้ที่เฝ้าหน้าประตู“หากไอรีนกลับมาให้เธอเข้ามาพบฉันด้วย ฉันจะรอในห้อง”“รับทราบค่ะเจ้าชาย”หลังจากประตูห้องถูกปิดลง ก็ไม่วายมีเสีย




![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
