Mag-log inภาคินทร์แวมไพร์ที่อยู่อย่างโดดเดี๋ยวมาร้อยกว่าปี แต่ จู่ๆ เขาก็ได้กลิ่นเลือดบริสุทธิ์จากคนส่งอาหาร เขาจึงทำทุกวิถีทางที่จะครอบครองคนคนนั้น และวิธีที่ดีที่สุดคือการจับคนนั้นทำเมีย
view more“สวัสดีค่ะคุณภาคินทร์”
“ใครเหรอเพลงพร”
“กิ่งแก้วค่ะ จะมาเป็นแม่บ้านคนใหม่ของที่นี่”
“อืม! ...ผมฝากคุณจัดการให้เรียบร้อยด้วยแล้วกัน ผมจะขึ้นไปพัก”
ภาคินทร์ก้มมองกิ่งแก้วเพียงหางตา แล้วหมุนตัวกลับขึ้นไปยังชั้นสามของบ้าน
“คุณท่านชื่อว่าคุณภาคินทร์ คุณภาคินทร์ไม่ชอบความวุ่นวาย ไม่ชอบคนสอดรู้สอดเห็น และไม่ชอบคนขัดคำสั่งหรือทำอะไรเกินหน้าที่”
กิ่งแก้วมองตามหลังเจ้านายคนใหม่ ที่แค่ได้เห็นหน้าก็รู้สึกขนลุกแปลก ๆ แต่เพราะวุฒิการศึกษาเพียงชั้นประถมศึกษางานที่มีให้เลือกทำก็ไม่ได้มากมายอะไรนัก
ตอนมาเจองานนี้เธอจึงส่งใบสมัครมาแบบไม่ลังเลเพราะความรู้เท่าเธอจะหาเงินเดือนสามหมื่นแบบนี้ได้คงไม่ง่าย
“หน้าที่หลัก ๆ ของเธอคือทำความสะอาดบ้าน ไม่ต้องเตรียมอาหาร อาหารของคุณภาคินทร์ฉันจะเป็นคนจัดการเอง ส่วนอาหารของเธอเธอดูแลตัวเองได้เลย ฉันมีค่าอาหารให้อาทิตย์ละสองพันบาท”
เพลงพร พาเดินสำรวจตัวบ้านพร้อมกับอธิบายงานให้กิ่งแก้วเข้าใจ
“งานเธอเริ่มตอนเก้าโมงเช้าและจบตอนหกโมงเย็น หลังหกโมงเย็นไม่ว่างานอะไรจะทำเสร็จหรือไม่ก็ให้เธอเก็บมันไว้ทำในวันต่อไป ฉันกับคุณภาคินทร์ต้องไม่เห็นเธอมาเดินเพ่นพ่านในบ้านหลังหกโมงเย็นเด็ดขาด”
ทั้งสองคนเดินมาหยุดบริเวณตรงห้องโถงใหญ่ซึ่งเป็นจุดเดียวของบ้านที่มีนาฬิกาโบราณวางเอาไว้เพื่อบอกเวลา
“ในแต่ละเดือนจะมีวันสำคัญที่ฉันจะยกให้เป็นวันหยุดของเธอโดยที่ฉันจะไม่หักเงิน แต่วันนั้นเธอจะต้องออกไปพักผ่อนนอกบ้านแล้วค่อยกลับเข้ามาในวันถัดไป”
“หนูอยู่ที่บ้านไม่ได้เหรอคะ หนูสัญญาว่าจะไม่ออกมาเพ่นพ่าน”
“ไม่ได้!!!!!”
“ค่ะ ทราบแล้วค่ะคุณเพลงพร”
เพลงพรตวาดขึ้นเสียงดังทำเอากิ่งแก้วสะดุ้งด้วยความตกใจ แต่เธอก็พยายามทำความเข้าใจว่ามันคงเป็นคำสั่งของภาคินทร์และเพลงพรก็คงปฏิเสธไม่ได้
เธอสำรวจดูจากข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ในบ้านล้วนเป็นของเก่า ของแพงมีราคา กับคนที่กล้าจ้างแม่บ้านด้วยจำนวนเงินขนาดนี้ก็คงเป็นพวกคนรวยมีเงินมาตั้งแต่สมัยต้นตระกูลเลยมีความเจ้ายศเจ้าอย่างเป็นธรรมดา
อยู่ ๆ ไปเดี๋ยวเธอก็คงชินเอง
เงินเดือนสามหมื่น ไม่ต้องเสียค่าข้าว ค่าที่พัก ค่าน้ำ ค่าไฟ จะมีงานไหนได้เงินเยอะเท่านี้สำหรับเด็กที่เรียนจบแค่ประถมศึกษาปีที่หกอย่างเธอ
“ส่วนนี่เธอใส่ติดตัวไว้ตลอดเวลาห้ามถอด มันเป็นสร้อยประจำตัวแม่บ้านของที่นี่ แม้แต่ตอนนอนก็ห้ามถอด”
“ค่ะ”
กิ่งแก้วรับสร้อยรูปไม้กางเขนแล้วนำมาคล้องคอทันที
“กลางคืนคุณภาคินทร์ชอบออกมาเดินเล่น เธอไม่ต้องสนใจเวลาได้ยินเสียงอะไร นอนพักผ่อนเสียให้พออย่าสอดรู้สอดเห็นแล้วเธอจะอยู่ที่นี่ได้นาน”
“ค่ะ”
“สุดท้ายข้อนี้สำคัญ ชั้นสามของบ้านเป็นที่ส่วนตัวของคุณภาคินทร์ไม่ต้องขึ้นไปเด็ดขาด ทุกข้อที่ฉันบอกมาถ้าเธอฝ่าฝืนคือไล่ออกทันที”
เพลงพรพากิ่งแก้วเดินมายังด้านข้างของตัวบ้านอันเป็นบ้านหลังเล็กที่ถูกปลูกแยกออกมา
“อันนี้ที่พักของเธอจัดการดูแลได้ตามสบาย”
กิ่งแก้วมองบ้านหลังเล็กที่เพลงพรบอกว่าเป็นที่พักของเธอ ถึงแม้ว่าจะเทียบกับคฤหาสน์แล้วบ้านหลังนี้คงมีขนาดเทียบเท่าเพียงห้องน้ำห้องเดียว แต่สำหรับเธอมันดีมาก ๆ อย่างที่ไม่คิดไม่ฝันมาก่อน
เธอเฝ้าบอกกับตัวเองว่าเธอจะทำตามกฎของบ้านเป็นอย่างดีเพื่อใช้ชีวิตและทำงานอยู่ที่นี่ให้นานที่สุด
“วันนี้ถือว่าเป็นวันแรก เธอก็สำรวจไปก่อนว่าอะไรอยู่ตรงไหน แล้วพรุ่งนี้เก้าโมงค่อยเริ่มงาน”
“ค่ะคุณเพลงพร”
เพลงพรหยุดมองแม่บ้านคนใหม่เพียงชั่วครู่ก่อนจะเดินขึ้นไปยังชั้นสามของบ้าน
กิ่งแก้วหมุนตัวมองรอบ ๆ บ้านอีกครั้ง พลางตบหน้าตัวเองด้วยกลัวว่าจะฝันไป
“แม่บ้านคนใหม่เป็นยังไงบ้าง”
“ดีค่ะ ดูไม่ค่อยสอดรู้สอดเห็นเสียเท่าไร แต่ดิฉันก็จะคอยจับตาดูตลอด คุณท่านไม่ต้องเป็นกังวล”
“อืม...ดี แล้วคนในความฝันของผม”
“ดิฉันกำลังตามหา คงจะได้เรื่องเร็ว ๆ นี้ค่ะ”
“รีบหน่อยแล้วกัน อีกสามวันก็จะถึงคืนวันพระจันทร์เต็มดวงแล้ว”
“ค่ะ คุณท่าน”
ภายในห้องที่ปิดม่านจนไร้แสงสว่างเข้ามาถึง ชายหนุ่มรูปงามดุจเทพเจ้าในนวนิยายสักเรื่องกำลังยืนทอดมองใบหน้าของตัวเองจากในกระจก
เรือนผมสีขาวเงางามที่มิใช่เกิดจากผมหงอกของคนในวัยชราหากแต่เป็นสีขาวธรรมชาติโดยกำเนิด ซึ่งมันกลมกลืนไปกับผิวสีขาวจนเกือบซีดคล้ายผืนหิมะในฤดูหนาว ริมฝีปากเรียวรูปกระจับสีแดงสุกดั่งผลเชร์รี ดวงตาของเขาที่ข้างหนึ่งเป็นสีแดงและข้างหนึ่งปรากฏเป็นสีน้ำตาลธรรมชาติ
ภาคินทร์
ตอนที่ 58“พระพายได้ยินผมหรือเปล่า”ภาคินทร์ค่อย ๆ ประคองพระพายนอนลงบนเตียง แล้วก้มลงกระซิบข้างหูของพระพายเบา ๆไม่นานเขาก็รู้สึกตัว“คุณภาคินทร์ ผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”“ผมเป็นคนพาคุณมาเอง เกือบไปแล้วนะรู้หรือเปล่า”“เกือบอะไรเหรอครับ ผมจำได้ว่าตอนแรกผมอยู่ที่โรงพยาบาลกับเมฆ... แล้วหลังจากนั้น”พระพายพยายามนึกเหตุการณ์ที่โรงพยาบาลในตอนที่เขาคิดว่าตัวเองยังพอมีสติ แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออก“แล้วพระนาย...”“น้องชายคุณจะไม่เป็นอะไร แต่เห็นทีเราคงต้องมาจัดการเรื่องของคุณสองคนกันใหม่”“หมายความว่ายังไงครับ”“คนสุดท้ายที่คุณอยู่ด้วยคือใคร คุณจำได้หรือเปล่า”“ก็ไอ้เมฆไงครับ”“คุณชอบศึกษาเรื่องแวมไพร์มากใช่ไหม คุณรู้จักตระกูลอีแวนสัน แล้วคุณเคยได้ยินเรื่องของตระกูลที่เป็นคู่แข่งของอีแวนสันหรือเปล่า”ภาคินทร์ถามกลับอย่างใจเย็น ถึงอย่างไรวันนี้พระพายก็ต้องรู้เรื่องของเพื่อนสนิทตัวเอง“หมายถึงตระกูลโรเจอร์เหรอครับ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเมฆ”“คุณลองปะติดปะต่อดูสิพระพาย คุณไม่ใช่คนโง่”“คุณภาคินทร์กำลังจะบอกผมว่าเมฆคือแวมไพร์ของตระกูลโรเจอร์เหรอครับ”เพียงแค่คิดขึ้นมาก็ชักจะเริ่มกลืนน้ำลายลงคอลำบากเต
ตอนที่ 57“คุณเมฆาหยุดเดี๋ยวนี้นะ คิดจะทำอะไร”“แกนี่มันจมูกไวเหมือนนะ แล้วทำไมมาคนเดียวล่ะ เจ้านายแกไปไหน...”“ฉันมาเจรจากับคุณดี ๆ ปล่อยตัวคุณพระพายมาให้เรา แล้วฉันจะถือเสียว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น”“ยโสเหมือนเจ้านายไม่มีผิด พระพายเป็นของฉันทำไมฉันต้องคืนให้เจ้านายแกด้วย”พระพายถูกมัดติดกับเก้าอี้อย่างแน่นหนาและยังไม่ได้สติ ส่วนเมฆา ในเวลานี้ไม่เหลือเค้าโครงเพื่อนที่แสนดีอีกต่อไป“คุณก็ทราบดีว่าพระพายไม่ใช่ของคุณ พระพายสมสู่กับคุณท่านแล้ว คุณจะมาครอบครองเขาไม่ได้”“แล้วใครบอกแกว่าฉันจะครอบครองมัน ฉันอุตส่าห์อดทนปกป้อง ดูแลมันมาจากแวมไพร์ตนอื่นมานานหลายปี แต่สุดท้ายมันกลับมอบทั้งเลือดอันบริสุทธิ์และพรหมจรรย์ให้เจ้านายของแก ก็ดีฉันจะได้ตัดสินใจอะไร ๆ ให้มันง่ายขึ้น”ปลายเล็บเกลี่ยลงไปที่แก้มเนียนของพระพายก่อนจะปรากฏเป็นรอยแผลเล็ก ๆ ที่มีเลือดไหลซึมออกมาเมฆาแลบลิ้นเพื่อลิ้มรสอันหอมหวานจากปลายนิ้วของตัวเอง“คุณท่านไม่ปล่อยให้มันเกิดขึ้นแน่ ๆ”“แล้วภาคินทร์มันจะทำอะไรได้ เพราะหลังจากที่ฉันดื่มเลือดของพระพายในคืนนี้แล้ว แม้แต่ร่างกายของพระพายก็คงจะไม่เหลือซากกลับไปหาภาคินทร์”เสียงขู่ค
ตอนที่ 56เธอรู้ว่าภาคินทร์กระวนกระวายใจมากแค่ไหนหากแต่สิ่งที่ต้องทำในวันนี้ ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน“คุณวางทุกอย่างไว้เดี๋ยวผมจัดการเอง ส่วนคุณรีบออกไปช่วยพระพาย อย่าให้เขาเป็นอันตรายเด็ดขาด”“คุณท่านแน่ใจเหรอคะ”“ผมทำมันมาเป็นร้อย ๆ ปี แค่นี้ทำไมผมถึงจะไม่แน่ใจ ตอนนี้สิ่งที่สำคัญคือพระพายต่างหาก”“ค่ะคุณท่าน ดิฉันจะรีบตามไปช่วยคุณพระพายให้เร็วที่สุด”เพลงพรวางถุงเลือดสำรองไว้ให้ภาคินทร์ ส่วนตัวเธอก็รีบออกจากคฤหาสน์ไปในทันที โชคไม่เข้าข้างเธอเพราะรถที่ซื้อเอาไว้จะมาถึงในอีกสองวัน เธอจึงจำเป็นต้องหารถสักคันที่พอจะพาเธอเดินทางไปตามตัวพระพายได้“อ้าว คุณคะมาทำอะไรแถวนี้ รถยังซ่อมไม่เสร็จเหรอคะ”“ฉันไม่มีเวลามาคุยกับคุณ”“คนอุตส่าห์ถามดี ๆ จะไปที่ไหนล่ะ ฉันไปส่งคุณได้นะ”มีจันทร์ขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านมาพอดีเห็นว่าเป็นคนคุ้นหน้าคุ้นตาเลยกล่าวทักทาย แต่ดูท่าทางตัวของอีกฝ่ายจะไม่อยากสนทนากับเธอสักเท่าไร“ว่าไงคะ ดูท่าทางรีบร้อนไม่ต้องเล่นตัวก็ได้ค่ะ ฉันไม่คิดเงิน จะไปที่ไหนก็บอก”“ต่อให้คุณคิดฉันก็มีปัญญาจ่าย คุณช่วยขับไปตามที่ฉันบอกทีได้ไหม แบบด่วนที่สุดฉันรีบ”“ได้ค่ะ งั้นขึ้นมาเลย”ทางเลือก
ตอนที่ 55“ไอ้พายทางนี้”“เออมึง นายมันเป็นบ้างวะ”“อยู่ในห้องฉุกเฉิน แล้วนี่มึงมายังไง”“คุณภาคินทร์ให้คนมาส่ง”เมฆามองไปด้านหลังเห็นชายชุดดำสองคนยืนเฝ้าพระพายอยู่ ภาคินทร์คงระวังตัวเอาไว้อยู่แล้ว เพราะเขารู้ดีว่าวันนี้อันตรายมากขนาดไหน แต่ที่ยอมให้ออกมาก็คงเพราะเห็นแก่พระพายที่เป็นห่วงน้องชายตัวเอง“หมอเข้าไปนานหรือยัง ปกตินายมันแข็งแรงมากนะ ทำไมจู่ ๆ ถึงมาป่วยหนักได้”“กูก็ไม่รู้เหมือนกัน จริง ๆ มันป่วยมาตั้งแต่ต้นสัปดาห์ หาหมอกินยาแล้วแต่ไม่ดีขึ้น จู่ ๆ วันนี้ก็มาทรุดอีก โชคดีกูแวะไปหามันที่บ้าน”เมฆาแสดงสีหน้าเป็นห่วง เขาเองรู้จักพระพายมานานหลายปี สองพี่น้องรักกันมาก เขาถึงได้มั่นใจว่าพระพายจะไม่มีทางปล่อยพระนายอยู่ที่โรงพยาบาลตามลำพังแน่นอน“มึงใจเย็น ๆ ก่อน มานั่งพักมา หมอเข้าไปสักพักแล้วเดี๋ยวก็คงออกมา”เมฆาพาพระพายมานั่งพักที่เก้าอี้หน้าห้องฉุกเฉิน โดยทุกการกระทำของทั้งคู่อยู่ในสายตาคนของภาคินทร์ตลอดเวลา“แล้วนี่คุณภาคินทร์เขาต้องส่งคนมาเฝ้ามึงขนาดนี้เลยเหรอวะ แค่มาโรงพยาบาล”“อืม ก็นิดหน่อย”“อย่างกับหนังมาเฟีย กูนึกว่ามึงเป็นผู้ร้ายหนีคดีซะอีก”“มึงก็เวอร์”“เอ้าก็ดูดิ จู





