1 Answers2025-11-25 07:27:51
ยอมรับเลยว่าพอพูดถึง 'โรงเรียนเซนต์ปีเตอร์' เรื่องค่าเทอมมักเป็นคำถามแรกที่คนถามกันเสมอ เพราะชื่อคล้ายกันก็มีหลายแห่งและรูปแบบการเรียนก็ไม่เหมือนกัน ผมเจอกรณีที่บางคนหมายถึงโรงเรียนเอกชนแนวคริสต์แบบดั้งเดิม ขณะที่บางคนหมายถึงโรงเรียนสอนภาษาแบบสองภาษา หรือแม้แต่แผนกนานาชาติ ดังนั้นภาพรวมที่ให้ตรงนี้จะเป็นการสรุปส่วนประกอบของค่าใช้จ่ายและช่วงราคาที่พบบ่อย รวมถึงสิ่งที่ควรคาดไว้เมื่อตัดสินใจสมัคร
โดยทั่วไป ค่าใช้จ่ายจะแบ่งเป็นหลายส่วนหลัก ๆ เช่น ค่าธรรมเนียมการรับสมัครหรือมัดจำครั้งแรก (registration/admission fee), ค่าเทอมรายเทอมหรือรายปี (tuition fee), ค่าพัฒนา/ทุนอาคาร (building fund หรือ development fee) ที่อาจเก็บครั้งเดียวหรือเก็บประจำปี, ค่าหนังสือและสื่อการเรียน, ค่ากิจกรรมและทัศนศึกษา รวมถึงค่ารถรับ-ส่งและค่าอาหาร หากเป็นโปรแกรมอินเตอร์หรือสองภาษาราคาอาจสูงกว่าระบบปกติมาก ตัวอย่างช่วงราคาเชิงอ้างอิงที่พบในโรงเรียนเอกชนของไทยมีความแตกต่างค่อนข้างกว้าง: ระดับอนุบาลอาจอยู่ราว 40,000–120,000 บาท/ปี ระดับประถม 60,000–200,000 บาท/ปี และระดับมัธยมอาจขึ้นไป 100,000–350,000 บาท/ปีในโรงเรียนที่เป็นนานาชาติหรือมีหลักสูตรพิเศษ ค่าธรรมเนียมแรกเข้าอาจต่ำสุดไม่กี่พันถึงแสนกว่าบาท ขึ้นกับชื่อเสียงและนโยบายของโรงเรียน
อีกส่วนที่มักถูกมองข้ามคือค่าชุดนักเรียน อุปกรณ์กีฬา กิจกรรมเสริมพิเศษ เช่น เวิร์กช็อปดนตรีหรือห้องทดลองวิทยาศาสตร์บางครั้งคิดแยกต่างหาก และบางโรงเรียนจะมีค่าบำรุงรายเดือนหรือค่ากิจกรรมพิเศษที่ขึ้นกับโครงการของปีการศึกษา เรื่องส่วนลดสำหรับพี่น้องหรือการชำระเป็นงวดมักมีให้ แต่สัดส่วนและเงื่อนไขต่างกันมาก ระยะเวลาการชำระเงินและนโยบายการคืนเงินก็เป็นสิ่งสำคัญที่ควรอ่านให้ละเอียด เพราะมีผลต่อการวางแผนการเงินของครอบครัว
มุมมองส่วนตัวของผมคือค่าตอบแทนที่จ่ายไปควรสอดคล้องกับสิ่งที่โรงเรียนให้จริง ๆ เช่น คุณภาพครู กิจกรรมเสริม ความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมการเรียน ถ้ารู้สึกว่าแพงเกินเหตุ ควรเปรียบเทียบข้อเสนอระหว่างโรงเรียนหลายแห่งและดูองค์ประกอบทั้งหมด ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขค่าเทอมเพียงอย่างเดียว ส่วนตัวแล้วมักให้ความสำคัญกับโปรแกรมการเรียนรู้ที่ชัดเจนและนโยบายที่โปร่งใสมากกว่าค่าใช้จ่ายเพียงอย่างเดียว เพราะบางครั้งค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าเล็กน้อยแลกกับสภาพแวดล้อมที่ดีกว่าและความคุ้มค่าในระยะยาวได้จริง
5 Answers2025-11-25 15:15:01
ประกาศรับสมัครของโรงเรียนเซนต์ปีเตอร์มักเป็นช่วงที่ทำให้ครอบครัวเตรียมตัววุ่นวาย แต่โดยทั่วไปแล้วโรงเรียนเอกชนประเภทนี้มักเปิดรับสมัคร ม.1 ประมาณช่วงปลายปีจนถึงต้นปีการศึกษาใหม่
ดิฉันเคยเจอประกาศของโรงเรียนในลักษณะนี้ที่ประกาศรายละเอียดการสมัครรอบแรกในเดือนพฤศจิกายน พร้อมมีรอบสอบคัดเลือกหรือสัมภาษณ์ในเดือนธันวาคมถึงมกราคม แล้วมีการยืนยันสิทธิ์และลงทะเบียนจริงก่อนเปิดเทอม การเปิดรับสมัครอาจแบ่งเป็นรอบ Early Admission กับรอบปกติ ดังนั้นถ้าต้องการโอกาสสูงสุดควรติดตามประกาศตั้งแต่รอบแรก
พอพูดถึงช่วงเวลา มันชวนให้นึกถึงฉากการรอคอยในเรื่อง 'Your Name' — ความตื่นเต้นกับการรอข่าวสำคัญและการเตรียมตัวที่ละเอียดอ่อนจริงๆ อย่างไรก็ตาม โรงเรียนบางแห่งก็อาจปรับตารางตามสถานการณ์ปัจจุบัน ดังนั้นจดวันที่คร่าวๆ ไว้แล้วตรวจประกาศอย่างใกล้ชิดจะช่วยลดความกังวลได้
5 Answers2025-11-25 09:05:03
บรรยากาศที่โรงเรียนเซนต์ปีเตอร์มักจะให้ความรู้สึกเป็นโรงเรียนแบบดั้งเดิมผสมสมัยใหม่ ซึ่งทำให้หลายคนสงสัยว่าที่นี่มีหลักสูตรนานาชาติเหมือนโรงเรียนใหญ่ ๆ หรือไม่
โดยทั่วไปแล้ว โรงเรียนที่ใช้ชื่อ 'เซนต์ปีเตอร์' ในหลายประเทศมีความหลากหลาย: บางแห่งเสนอหลักสูตรระดับนานาชาติอย่าง 'IB' หรือหลักสูตรของ 'Cambridge' ขณะที่บางแห่งยังยึดตามหลักสูตรท้องถิ่นและมีโปรแกรมสองภาษาแทน ฉันเคยเห็นโรงเรียนสาขาหนึ่งที่ใช้ภาษาอังกฤษเข้มข้นในบางวิชาแต่ยังคงวัดผลตามหลักสูตรของชาติ ซึ่งก็เหมาะกับนักเรียนที่ต้องการความสมดุลระหว่างการเตรียมความพร้อมไปต่างประเทศและรากฐานทางการศึกษาในประเทศ
ถ้าต้องสรุปแบบที่ฉันชอบคือมองที่คำว่า 'International' ในเอกสารรับสมัครว่าง่าย ๆ มักหมายถึงการรับรองจากหน่วยงานต่างประเทศหรือการใช้ตำราและข้อสอบจากสำนักพิมพ์ต่างชาติ แต่ก็อย่าลืมดูรายละเอียดเช่นการรับรองหรือการส่งนักเรียนไปสอบระหว่างประเทศเพื่อประเมินคุณภาพโดยรวม
1 Answers2025-11-25 08:07:13
ย้อนกลับไปหลายปีที่ได้ติดตามผลการแข่งขันของเพื่อน ๆ จากโรงเรียนเซนต์ปีเตอร์ ผมเห็นภาพรวมที่หลากหลายและน่าประทับใจ ทั้งด้านวิชาการ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ศิลปะ และกีฬา นักเรียนของที่นี่มักส่งผลงานเข้าประกวดแล้วได้รางวัลในเวทีระดับชาติอย่างสม่ำเสมอ ตัวอย่างที่ชัดเจนคือการส่งตัวแทนเข้าร่วมการสอบแข่งขันคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ระดับชาติ เช่นการคัดเลือกเข้าแข่งขันระดับชาติของโครงการโอลิมปิกวิชาการในกลุ่มคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยา นอกจากนี้ยังมีรางวัลจากการแข่งขันสอบแข่งขันความสามารถทางคณิตศาสตร์ประเภทกลุ่ม และการแข่งขันโครงการวิจัยเยาวชนที่ได้รับการคัดเลือกไปจัดแสดงในงานวิชาการระดับชาติด้วย
ในด้านเทคโนโลยีและหุ่นยนต์ โรงเรียนมักส่งทีมเข้าแข่งขันรายการต่าง ๆ เช่นการแข่งขันหุ่นยนต์ระดับประเทศอย่าง 'WRO Thailand' และงานแข่งขันหุ่นยนต์ภายในประเทศอื่น ๆ ที่เน้นการออกแบบและเขียนโค้ดให้หุ่นยนต์ทำภารกิจ นอกจากหุ่นยนต์แล้วยังมีผลงานจากการประกวดโครงงานด้านโปรแกรมมิ่งและแอปพลิเคชันในรายการการแข่งขัน ICT ระดับชาติ รวมถึงการเข้าร่วมแฮกกาธอนและการประกวดนวัตกรรมเยาวชนซึ่งบางโครงการได้รางวัลและร่วมนำเสนอในเวทีระดับประเทศด้วย ความสำเร็จด้านนี้สะท้อนถึงบรรยากาศการเรียนรู้แบบลงมือทำและการสนับสนุนจากครูผู้ฝึกสอน
ผลงานด้านศิลปะและวัฒนธรรมก็เด่นไม่แพ้กัน นักเรียนจากเซนต์ปีเตอร์ได้รับรางวัลจากการประกวดวงดนตรี โรงเรียนแบบวงโยธวาทิต และการประกวดร้องเพลงประสานเสียงในระดับชาติ นอกจากนี้ยังมีผลงานภาพวาด ภาพถ่าย และงานออกแบบที่ผ่านเข้ารอบในการประกวดศิลปะระดับประเทศ รวมถึงภาพยนตร์สั้นและละครเวทีนักเรียนที่ได้รับการยกย่องในเทศกาลหนังสั้นหรือการประกวดละครโรงเรียนระดับประเทศ ซึ่งช่วยเปิดพื้นที่ให้เด็ก ๆ ได้แสดงความคิดสร้างสรรค์และทักษะด้านการสื่อสารอย่างแท้จริง
ด้านกีฬาก็ถือเป็นอีกจุดแข็ง บ่อยครั้งที่นักกีฬาเยาวชนจากโรงเรียนได้ติดทีมชาติหรือติดอันดับการแข่งขันระดับประเทศในประเภทกีฬาต่าง ๆ เช่น ว่ายน้ำ ขี่ม้า เทควันโด แบดมินตัน และกรีฑา อีกทั้งการแข่งขันระดับภูมิภาคและระดับชาติสำหรับโรงเรียนต่าง ๆ ก็มีนักเรียนเซนต์ปีเตอร์ผ่านเข้ารอบและคว้าเหรียญมาหลายสมัย นอกจากการแข่งขันที่เป็นความสามารถเฉพาะด้านแล้ว นักเรียนยังมีส่วนร่วมในโครงการอาสาสมัครระดับชาติและโครงการผู้นำเยาวชนที่ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติ ซึ่งแสดงออกถึงการเป็นพลเมืองที่รับผิดชอบและมีหัวใจบริการ
สรุปรวม ๆ แล้วความหลากหลายของรางวัลระดับชาติที่นักเรียนโรงเรียนเซนต์ปีเตอร์ได้รับ ไม่ได้เกิดขึ้นจากพรสวรรค์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการสนับสนุนที่เป็นระบบ ทั้งจากครู เพื่อนร่วมทีม และโอกาสให้ได้ลงมือทำจริง ผลงานเหล่านี้ทำให้รู้สึกภูมิใจและเชื่อว่าโรงเรียนยังเป็นแหล่งที่ช่วยหล่อหลอมทักษะและตัวตนของเด็ก ๆ ให้กล้าแสดงออกและพร้อมแข่งขันในเวทีใหญ่ได้อย่างมั่นใจ
1 Answers2025-11-25 10:51:19
ครั้งหนึ่งได้เดินชมหอพักของโรงเรียนเซนต์ปีเตอร์แล้วรู้สึกว่าบรรยากาศโดยรวมอบอุ่นและมีระเบียบในแบบโรงเรียนประจำสไตล์คริสต์ คร่าวๆ จะมีหอพักชายและหอพักหญิงแยกจากกันอย่างชัดเจน พร้อมผู้ดูแลหอหรือพี่เลี้ยงที่ประจำอยู่เพื่อคอยดูแลความเรียบร้อย ห้องพักแบ่งเป็นห้องเดี่ยว ห้องคู่ และห้องรวมขนาดเล็กที่นักเรียนรุ่นน้องมักจะได้อยู่ร่วมกัน ทุกห้องจะมีเตียง โต๊ะอ่านหนังสือ ตู้เสื้อผ้า และไฟส่องสว่างสำหรับอ่านหนังสือ ส่วนสิ่งอำนวยความสะดวกร่วมมักรวมถึงห้องทำกิจกรรม ห้องอาหารของโรงเรียน ห้องซักผ้า ระบบรักษาความปลอดภัย เช่น เข้า-ออกด้วยบัตรหรือเซ็นชื่อ และกล้องวงจรปิดในจุดสำคัญ ทางโรงเรียนมักมีห้องพยาบาลหรือเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์เบื้องต้น และถ้าเป็นโรงเรียนที่มีรากศาสนา เช่น เซนต์ปีเตอร์ จะมีโบสถ์หรือห้องทำสมาธิเล็กๆ ให้ด้วย ซึ่งช่วยให้บรรยากาศเงียบสงบและปลอดภัยกว่าที่คิด
กฎระเบียบของหอพักค่อนข้างชัดเจนและเข้มงวดเพื่อรักษาวินัยและการเรียนการสอน โดยทั่วไปจะมีเวลาเคอร์ฟิวหรือปิดไฟ เช่น ห้ามออกนอกหอก่อนเวลาที่กำหนด ยกเว้นกรณีที่ได้รับอนุญาตจากผู้ดูแล รวมถึงมีกำหนดเวลาเงียบสำหรับการอ่านหนังสือ (study hours) เพื่อให้ทุกคนมีสมาธิในการเตรียมการเรียน บางโรงเรียนกำหนดการแต่งกายภายในหอ ห้ามเปิดเครื่องเสียงเสียงดังหรือเชิญแขกค้างคืนโดยไม่ได้รับอนุญาต กระบวนการสมัครเข้าอยู่มักต้องกรอกใบสมัคร รับรองจากผู้ปกครอง และจ่ายค่าเช่าหอพักหรือค่าส่วนงานบริการ เช่น ค่าอาหาร ค่าน้ำค่าไฟบางส่วน อาจมีมัดจำประกันความเสียหาย รวมทั้งข้อกำหนดด้านสุขอนามัย เช่น ห้ามสูบบุหรี่ในบริเวณหอหรือการจัดการกับสารเสพติด หากฝ่าฝืนมักมีบทลงโทษตั้งแต่ตักเตือน ปรับเงิน ถึงถูกไล่ออกจากหอหรือถูกส่งกลับบ้าน ข้อกําหนดเหล่านี้ดูเข้มข้นแต่ก็ช่วยให้การอยู่ร่วมกันราบรื่นและปลอดภัยขึ้น
การใช้ชีวิตประจำวันในหอพักมีเสน่ห์แบบเป็นกันเองมากกว่าโรงเรียนประจำบางที่ เราได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกเช้าๆ เด็กๆ มาทานข้าวพร้อมกัน มีชั่วโมงทำการบ้านรวม บางคืนมีการประชุมกลุ่มกิจกรรมหรือฝึกซ้อมละครเวที ทำให้ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นเหมือนเป็นครอบครัวขนาดย่อม พี่ๆ จะสอนวิธีจัดการเวลา การซักผ้า การทำความสะอาด และมีระบบเพื่อนคู่ดูแล (buddy system) เพื่อช่วยกันเมื่อมีปัญหา วันหยุดสุดสัปดาห์มักมีการอนุญาตให้กลับบ้านตามกฎหรือออกไปทำกิจกรรมนอกสถานที่ แต่ต้องแจ้งผู้ดูแลและเซ็นอนุญาต ถ้าใครชอบบรรยากาศหอที่อบอุ่นแบบในนิยาย จะนึกถึงฉากจังหวะการรวมกลุ่มเล่าเรื่องก่อนนอนเหมือนใน 'Harry Potter' หรือมุมขำๆ แบบพี่น้องใน 'Ouran High School Host Club' ซึ่งทำให้ชีวิตหอมีสีสันและความทรงจำที่อ่อนโยน สุดท้ายแล้ว ส่วนตัวคิดว่าการอยู่หอของโรงเรียนเซนต์ปีเตอร์เป็นการเรียนรู้นอกห้องเรียนที่ให้ทั้งวินัยและมิตรภาพใหม่ๆ ซึ่งบางครั้งจะกลายเป็นความทรงจำที่ยิ้มได้ไปนานๆ
4 Answers2025-11-16 05:05:35
โรงเรียนเซนต์เมรี่ตั้งอยู่ในเขตบางรักนะ ตัวอาคารเรียนสีขาวสไตล์โคโลเนียลสวยมาก แถมอยู่ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยาอีกด้วย
เคยแวะไปเจอโรงเรียนนี้ตอนนั่งเรือข้ามฟากจากท่าเตียน บรรยากาศโดยรอบดูคลาสสิกแบบกรุงเทพยุคเก่า เหมาะกับชื่อโรงเรียนที่มีความเป็นตะวันตกผสมไทยเลย
1 Answers2025-11-25 18:01:03
บอกเลยว่ารถรับส่งของ 'โรงเรียนเซนต์ปีเตอร์' ถูกวางระบบมาให้ตอบโจทย์ผู้ปกครองหลากหลายโซน ทั้งกรุงเทพชั้นใน เขตชานเมือง และบางพื้นที่ของปริมณฑล ทำให้การส่งลูกไปโรงเรียนสะดวกขึ้นมากกว่าการขับรถเองทุกวัน โรงเรียนมีแนวคิดแบ่งเส้นทางเป็นกลุ่มหลัก ๆ เพื่อให้จับเวลาการเดินทางและจุดรับ-ส่งได้เป็นระบบ ได้แก่ โซนกลางเมือง โซนตะวันออก โซนตะวันตก โซนเหนือ-ชานเมือง และโซนปริมณฑลที่ครอบคลุมเขตนนทบุรีและสมุทรปราการ โดยทั่วไปจุดรับ-ส่งมักตั้งใกล้สถานี BTS/MRT ห้างสรรพสินค้าใหญ่ หรือตลาดที่เป็น landmark ของแต่ละย่าน เช่น บริเวณสยาม สาธร อโศก บางนา รังสิต และปากเกร็ด ทำให้สามารถเดินทางต่อมายังโรงเรียนได้สะดวกแม้จะไม่อยู่ในเส้นทางรถรับส่งตรง ๆ
รายละเอียดเส้นทางที่เห็นได้บ่อยคือ เส้นทางหลักสำหรับนักเรียนที่อยู่ในกรุงเทพชั้นใน จะมีรถวิ่งตลอดเช้า-เย็นครอบคลุมย่านพญาไท อารีย์ ชิดลม และลาดพร้าว ส่วนเส้นทางชานเมืองเช่น รังสิต ปิ่นเกล้า บางนา จะเป็นรถที่รวมผู้โดยสารจากหลายจุดเพื่อวิ่งตรงมาที่โรงเรียนโดยมีเวลาออกที่ชัดเจน ช่วงเวลารับกลางเช้ามักเริ่มตั้งแต่ 06:00-07:30 ขึ้นอยู่กับระยะทาง ขณะที่ช่วงบ่ายจะมีรอบเลิกเรียนปกติและรอบกิจกรรมพิเศษที่สามารถจองล่วงหน้าได้ จุดรับ-ส่งหลักมักประสานกับชุมชนโรงเรียนหรือหมู่บ้านจัดสรร ทำให้ทั้งผู้ปกครองและโรงเรียนสามารถจัดการเวลาได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีเส้นทางเสริมในวันหยุดหรือวันกิจกรรมพิเศษที่ขยายไปยังพื้นที่ที่ปกติไม่มีบริการด้วย
การสมัครใช้งานระบบรถรับส่งของโรงเรียนจะทำผ่านฝ่ายทะเบียนหรือเจ้าหน้าที่จัดการเดินรถ โดยมีแบบฟอร์มระบุจุดขึ้น-ลงและเวลาที่ต้องการ อีกทั้งมีค่าใช้จ่ายแบ่งตามระยะทางหรือระดับความสะดวก (เช่น rount เดิมกับ rount พิเศษที่ต้องสำรองที่นั่ง) ซึ่งโรงเรียนมักประกาศตารางค่าโดยสารและเงื่อนไขการยกเลิกไว้ล่วงหน้า เพื่อความโปร่งใส การเปลี่ยนแปลงเส้นทางมักพิจารณาจากจำนวนผู้สมัครในแต่ละจุดและสภาพการจราจรในฤดูกาลนั้น ๆ ทั้งนี้ ทีมงานของโรงเรียนมักส่งข้อมูลเส้นทางฉบับย่อให้ผู้ปกครองเป็นไฟล์หรือแจ้งในกลุ่มไลน์เพื่ออำนวยความสะดวกและลดความสับสน
ส่วนตัวแล้วรู้สึกประทับใจที่โรงเรียนใส่ใจด้านการเดินทางเพราะช่วยลดความเครียดตอนเช้าได้มาก การได้เห็นเพื่อน ๆ ของลูกขึ้น-ลงรถในจุดเดียวกันและมีพนักงานดูแลความปลอดภัยระหว่างทางทำให้สบายใจขึ้นเป็นกอง
4 Answers2025-11-16 21:05:08
โรงเรียนเซนต์เมรี่ในประเทศไทยมีระดับชั้นที่เปิดสอนค่อนข้างครอบคลุมตั้งแต่ระดับอนุบาลไปจนถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย
จากที่เคยได้ยินจากเพื่อนที่ส่งลูกเรียนที่นี่ เซนต์เมรี่เน้นระบบการศึกษาแบบสองภาษาอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในระดับประถมที่เริ่มปูพื้นฐานภาษาอังกฤษอย่างแข็งแกร่ง
ส่วนระดับมัธยมจะแบ่งเป็นสายวิทย์-คณิตและศิลป์-คำนวณให้เลือกตามความสนใจของนักเรียน พร้อมกิจกรรมเสริมหลักสูตรที่หลากหลายทั้งดนตรี กีฬา และวิชาการ
4 Answers2025-11-16 16:36:57
ลูกสาวเรียนอยู่เซนต์เมรี่มา 3 ปีแล้ว บรรยากาศโดยรวมรู้สึกดีมากค่ะ ครูเอาใจใส่เด็กเล็กๆ ได้เยอะ อย่างช่วงแรกๆ ลูกปรับตัวยาก คุณครูคอยโทรมาคุยกับเราบ่อยๆ ให้คำแนะนำการช่วยลูกที่บ้าน
สิ่งที่ชอบคือระบบดูแลนักเรียนที่มีแบบแผนชัดเจน เช่น มีสมุดรายงานพฤติกรรมให้ผู้ปกครองเซ็นทุกวัน ส่วนด้านวิชาการก็เข้มข้นพอสมควร แต่ไม่กดดันเด็กเกินไป ลูกกลับมาบ้านมักมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับกิจกรรมสนุกๆ ที่โรงเรียนจัดบ่อยครั้ง
11 Answers2026-07-23 16:42:54
มีเพื่อนที่ส่งลูกเรียนเซนต์เมรี่บอกว่าค่าเทอมปีนี้ประมาณ 120,000 บาทต่อเทอมสำหรับระดับประถม ยังไม่รวมค่ากิจกรรมพิเศษหรืออุปกรณ์การเรียน ส่วนมัธยมจะสูงกว่านี้หน่อย น่าจะอยู่ที่ 150,000 บาทขึ้นไป
โรงเรียนนานาชาติแบบนี้มักมีค่าใช้จ่ายแฝงอีกหลายจุด เช่น ค่าทริปศึกษาดูงานต่างประเทศที่บวกเพิ่มแต่ละครั้งหลักหมื่น บางครอบครัวอาจต้องวางแผนทางการเงินล่วงหน้าเป็นปีๆ เลยทีเดียว