ในบทสัมภาษณ์นักเขียนหลายคนมักพูดถึงประเด็นนี้ แฮร์uki มูราคามิเคยให้สัมภาษณ์ว่าเขาเขียน 'Kafka on the Shore' จากความรู้สึกว่าความทรงจำบางอย่างหายไปเหมือนทรายที่ไหลผ่านนิ้วมือ
วรรณกรรมที่พูดถึงประเด็นนี้มักให้ความสำคัญกับความรู้สึกมากกว่าข้อเท็จจริง อย่างใน 'The Sense of an Ending' ของจูเลียน บาร์นส์ ที่แสดงให้เห็นว่าแม้ความทรงจำจะจางหาย แต่ความรู้สึกผิดหรือความเสียใจอาจคงอยู่ตลอดไป
ในวงการอนิเมะก็มีตัวอย่างที่น่าสนใจอย่าง 'March Comes in Like a Lion' ที่แสดงให้เห็นว่าความทรงจำอันเจ็บปวดอาจจางลง แต่ความรู้สึกที่หลงเหลืออยู่ยังสามารถกำหนดพฤติกรรมของคนเราได้ นักจิตวิทยาวรรณกรรมมักวิเคราะห์ว่าการที่นักเขียนเลือกจะพูดถึงความทรงจำที่เลือนราง เป็นวิธีสะท้อนความเปราะบางของมนุษย์ในรูปแบบที่งดงาม
One night stand ที่ตามหากันแทบตาย สุดท้ายก็อยู่แค่ปลายจมูกนี่เอง...
"นี่! ปล่อยได้แล้ว"
“โอ๊ย... ไอ้บ้า ต้องการอะไรอีกฮะ ได้ไปทั้งตัวแล้วยังไม่พอใจอีกเหรอ”
ทรงโปรดเงยหน้าจากซอกคอขาวผ่อง นัยน์ตาเขาส่งประกายกรุ่นโกรธขณะที่สบดวงตาที่มีแววดื้อรั้นของคนในอ้อมกอด
“ผมบอกไปแล้วใช่ไหม ว่าผมไม่วันไนท์กับคุณ”
เพราะ One night stand ครั้งนั้น...
ทำให้นักธุรกิจหนุ่มหล่อวัยสามสิบห้า ต้องมาหลงเสน่ห์เด็กสาววัยยี่สิบเอ็ดอย่างเธอ!!
"ไหนคุณบอกว่าเรื่องระหว่างเราเป็นแค่ one night stand ไงคะ"
"แล้วถ้าผมไม่ได้อยากให้มันจบลงแค่นั้นล่ะ"
"คะ?"
"มาอยู่กับผม รับรองว่า คุณจะได้ทุกอย่างที่อยากได้"
"ทำไมฉันต้องทำแบบนั้นด้วย"
"เพราะไม่ว่ายังไง คุณก็ไม่มีทางหนีผมพ้นหรอก..."
"นี่คุณ!"
"บอกว่าให้เรียกพี่ภามไง หรือถ้าไม่ถนัดเรียกที่รัก ก็ได้ แต่ถ้ายาวไปเรียกผัว เฉยๆก็ได้เหมือนกัน"