ได้โปรดอย่าทำให้ความรักของเรา เป็นดั่งโศกนาฏกรรมของจูเลียตเลย
Please don't make our love like the tragedy of Juliet
"ได้โปรดพระผู้เป็นเจ้า ช่วยบอกข้าที
ข้าจะต้องทำอย่างไรให้ความปรารถนานั้นเป็นจริง?
มันช่างเป็บปวด ทรมานและทำได้เพียงร่ำไห้กับท้องฟ้ายามค่ำคืน
หากแม้ว่าคำสาบานแห่งรักนั้นยังไม่แน่นอน
ข้าก็ไม่มีอะไรจะเสียอีกต่อไปแล้ว"
ครั้งสุดท้ายที่เห็นหน้ากันคือเราเพียงแค่จูบลา
ครั้งสุดท้ายที่ยิ้มให้กันคือเราเพียงแค่กำลังโกหกผู้คนมากมาย
ครั้งสุดท้ายที่เราจับมือกันคือตอนที่เขานั้นกำลังทุกข์ใจ
แต่ไม่ว่าจะครั้งไหนก็ตาม เราก็ไม่เคยแม้แต่จะบอกว่ารักกัน
...จนกระทั่งวินาทีสุดท้ายก็ตาม...
เพลงนี้ตีแผ่อารมณ์ขมที่ยังติดอยู่ในอกแบบไม่ตั้งใจและชวนให้ย้อนคิดถึงคำบางคำซ้ำ ๆ ในหัว
เมื่อฟัง 'glimpse of us' ผมจะชอบลงรายละเอียดที่คำว่า 'glimpse' — มันไม่ใช่การเห็นชัดเจน แต่เป็นแวบหนึ่ง แวบที่ทำให้ภาพอดีตโผล่มาแทรกในปัจจุบันได้ทันที เหมือนมองผ่านหน้าต่างบาง ๆ แล้วเห็นภาพเราสองคนในอดีตโผล่มา
คำว่า 'us' ในเพลงไม่ได้หมายถึงแค่สองคำนั้นอย่างตรงไปตรงมา แต่มันคือชุดความทรงจำและสถานะความสัมพันธ์ทั้งหมดร่วมกัน ฉันเลยมองว่า 'a glimpse of us' คือการเจอเศษเสี้ยวของความสัมพันธ์เก่าในสายตาหรือพฤติกรรมของคนปัจจุบัน การแปลไทยที่กระชับอาจเป็น 'ภาพของเราแวบหนึ่ง' ซึ่งเก็บความหมายทั้งความเจ็บและความโหยไว้ได้ดี
ส่วนวลีอย่าง 'try to fall for her touch' หรือ 'the way it was' ต้องแปลด้วยความระมัดระวัง เพราะมันบอกถึงความขัดแย้งในใจ — พยายามเปิดใจกับคนใหม่ แต่ไม่อาจลบรูปเก่าออกไปได้ ผมมักเปรียบเพลงนี้กับภาพในหนัง 'Eternal Sunshine of the Spotless Mind' ที่การลบความทรงจำกลับยิ่งทำให้เห็นค่าของมันชัดขึ้น จบแบบยังคงมีร่องรอยของรักเก่าให้คิดถึง