ความฝันที่เกิดขึ้นเป็นประจำสามารถอธิบายได้จากมุมมองของระบบประสาทและกระบวนการทางจิตวิทยาโดยตรง สมองมีวงจร REM ที่ทำงานเป็นรอบๆ ตลอดคืน และในช่วงนั้นสมองส่วนอารมณ์อย่างอะมิกดาลาจะค่อนข้างคึกคัก ส่งผลให้ภาพฝันมีความเข้มข้นมากขึ้น อีกปัจจัยสำคัญคือการทำงานของความทรงจำระยะยาว—เมื่อต้องรวมข้อมูลจากวันนั้นๆ เข้ากับเครือข่ายความทรงจำ สมองจึงอาจหยิบเหตุการณ์หรือความกังวลขึ้นมาซ้ำซากเพื่อประมวลผล
จากประสบการณ์เอง ผมพบว่าการเปลี่ยนแปลงของวงจรการนอน เช่น การอดนอน หรือนอนผิดเวลา จะทำให้เกิด REM rebound ซึ่งเพิ่มเวลาในช่วง REM และเพิ่มโอกาสฝันชัดเจน นอกจากนี้ยาบางชนิดโดยเฉพาะยาต้านซึมเศร้าหรือยารักษาความดันก็สามารถเปลี่ยนรูปแบบความฝันได้ ในเชิงจิตวิทยา ความฝันซ้ำๆ อาจสะท้อนปัญหาที่ยังไม่ได้รับการแก้ เช่น ความวิตกกังวลหรือความขัดแย้งภายใน การพูดคุยกับคนที่ไว้ใจได้หรือนักบำบัดช่วยให้ลดความเข้มข้นของฝันซ้ำลงได้
ในภาพยนตร์อย่าง 'Eternal Sunshine of the Spotless Mind' ความทรงจำและความฝันถูกเล่นเป็นธีมหลัก ซึ่งช่วยชี้ให้เห็นว่าความฝันมีบทบาทในการจัดเรียงและปรับความทรงจำมากกว่าที่คิด