1 Answers2026-06-09 06:51:47
แฟนเพลงอย่างเราจัดเต็มความทรงจำได้ชัดเจนว่าชอว์น เมนเดสเคยมาจัดคอนเสิร์ตที่ไทยในปี 2019 โดยมาเปิดการแสดงที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี เป็นส่วนหนึ่งของทัวร์รอบโลกของเขา ซึ่งโปรโมตผลงานในช่วงนั้น บรรยากาศตอนนั้นเต็มไปด้วยแฟนเพลงหลากหลายวัยที่มารวมตัวกันเพื่อต่อคิวตั้งแต่บ่ายเพื่อรอชมโชว์ ชอว์นเองก็ให้เวลากับแฟนไทยอย่างชัดเจน ทั้งการเล่นกีตาร์อะคูสติกในมุมที่เรียบง่ายและการสลับเป็นโชว์เต็มรูปแบบที่มีแสงสีตระการตา ผมยังจดจำได้ว่าเซ็ตลิสต์เน้นเพลงฮิตที่คนร้องตามได้ทั้งอารีน่า ไม่ว่าจะเป็นเพลงที่ขึ้นหูอย่าง 'Stitches', 'Treat You Better', 'There's Nothing Holdin' Me Back' และซิงเกิลดราม่าอย่าง 'In My Blood' ที่ทำให้ทั้งฮอลล์เงียบลงเพื่อฟังเสียงร้องแบบใกล้ชิด
บรรยากาศในคอนเสิร์ตนั้นเป็นการผสมผสานระหว่างโชว์สเกลใหญ่กับโมเมนต์ส่วนตัวของศิลปินบนเวที ช่วงที่เป็นโชว์เต็มรูปแบบมีฉาก แสง และจอภาพยักษ์ช่วยเพิ่มอารมณ์เพลง ขณะเดียวกันก็มีช่วงที่ชอว์นเดินมาที่เวทีเล็กกลางฮอลล์ เล่นกีตาร์คนเดียว ทำให้หลายคนใกล้ชิดความเป็นศิลปินมากขึ้น การสื่อสารกับคนดูระหว่างช่วงเพลงทำให้การแสดงดูเป็นกันเอง ไม่ได้รู้สึกเป็นคอนเสิร์ตเชิงการผลิตเพียงอย่างเดียว อิมแพ็ค อารีน่าช่วยรับแรงเชียร์ได้ดี มีมุมสำหรับแฟนที่ชอบวิ่งเข้าใกล้เวทีและมุมที่เหมาะกับคนที่อยากนั่งฟังเพลงช้า ๆ การจัดระบบแสงเสียงก็ทำให้เพลงทั้งขึ้นจังหวะและเพลงช้าที่ต้องการความชัดของเสียงร้องออกมาได้อย่างครบถ้วน
ท้ายที่สุด การที่ชอว์นมาไทยครั้งนั้นกลายเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่แฟนเพลงจะยังคุยถึงไปอีกนาน เพราะความเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยพลังจากศิลปิน ทำให้คอนเสิร์ตไม่ได้เป็นแค่การแสดงเพลง แต่ยังเป็นประสบการณ์ที่เชื่อมคนดูเข้าด้วยกัน ระหว่างทางออกจากฮอลล์ยังเห็นคนร้องตามเพลงท่อนฮุกซ้ำ ๆ และแลกเปลี่ยนโมเมนต์กับเพื่อนที่มาด้วยกัน ความทรงจำแบบนี้ทำให้รู้สึกว่าโชว์ของเขาในไทยครั้งนั้นมีความพิเศษและอบอุ่นไปพร้อมกัน
1 Answers2026-06-09 15:49:02
มาคุยกันเรื่อง ชอว์น เมนเดส กันดีกว่า — นักร้องวัยรุ่นที่กลายเป็นซูเปอร์สตาร์ถูกกำเนิดขึ้นที่เมืองโตรอนโต รัฐออนแทรีโอ ประเทศแคนาดา โดยมีวันเกิดตรงกับวันที่ 8 สิงหาคม 1998 และส่วนใหญ่เติบโตในเขตปิคเคอริง ซึ่งช่วยสร้างบรรยากาศชานเมืองที่ค่อนข้างเรียบง่ายให้กับช่วงวัยเด็กของเขา. เส้นทางก่อนดังของเขามักถูกเล่าถึงว่าเริ่มจากคลิปวิดีโอสั้น ๆ ที่อัปโหลดบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียซึ่งดึงความสนใจของผู้คนจนทำให้เขาเซ็นสัญญาและออกซิงเกิลเปิดตัว 'Life of the Party' ในปี 2014 ตามมาด้วยผลงานอย่าง 'Handwritten' ที่ทำให้ชื่อของเขาเป็นที่รู้จักมากขึ้นทั่วโลก.
ณ วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2026 ชอว์นมีอายุ 27 ปี เพราะคำนวณจากวันเกิด 8 สิงหาคม 1998 ซึ่งหมายความว่าเขาจะเฉลิมฉลองอายุครบ 28 ปีในเดือนสิงหาคมของปี 2026. ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเขาไม่เพียงแต่ปล่อยเพลงฮิตอย่าง 'Stitches' 'Treat You Better' และ 'In My Blood' แต่ยังพัฒนาแนวทางการแต่งเพลงและการแสดงสดให้ดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ผลงานหลัง ๆ อย่างอัลบั้ม 'Shawn Mendes' และ 'Wonder' แสดงให้เห็นทิศทางดนตรีที่โตขึ้น ทั้งด้านเนื้อหาและการผลิตเพลง ซึ่งเป็นเหตุผลที่แฟน ๆ หลายคนยังติดตามเขาอย่างเหนียวแน่น.
พูดถึงมุมมองส่วนตัว นิสัยการเป็นศิลปินของเขาทำให้เพลงที่ฟังแล้วรู้สึกเข้าถึงได้ง่ายและจริงใจ เพลงรักหรือเพลงเกี่ยวกับการเติบโตส่วนตัวที่เขาแต่งมักมีรูปแบบที่จับใจผู้ฟังได้ดี และนั่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่ฉันติดตามผลงานของเขาอย่างต่อเนื่อง. มุมมองอีกด้านคือการที่เขาเติบโตมาจากโลกออนไลน์ ทำให้ฐานแฟนเริ่มจากคนหนุ่มสาวและขยายไปสู่ผู้ฟังกลุ่มอื่น ๆ อย่างรวดเร็ว งานแสดงสดของเขามักมีพลังและสร้างความใกล้ชิดกับผู้ชมได้ดี ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ไม่ใช่ศิลปินทุกคนจะมี.
โดยสรุป ชอว์น เมนเดส เกิดที่โตรอนโต รัฐออนแทรีโอ ประเทศแคนาดา และอายุ 27 ปีในช่วงต้นปี 2026 — เรื่องราวการเติบโตจากเด็กชานเมืองสู่เวทีโลกของเขายังคงเป็นเรื่องที่น่าติดตามและสำหรับฉันแล้วเสียงของเขายังให้ความรู้สึกอบอุ่นและมีพลังในเวลาเดียวกัน.
4 Answers2026-06-07 01:35:51
ประหลาดใจเหมือนกันที่นักร้องระดับโลกอย่าง 'Ed Sheeran' ยังไม่มีผลงานรีลีสอย่างเป็นทางการกับศิลปินไทยจนถึงตอนนี้
ความรู้สึกที่หลากหลายเกิดขึ้นตอนเห็นวงการเพลงไทยชอบหยิบเพลงของเขามาร้องหรือคัฟเวอร์บนเวทีโทรทัศน์และโซเชียลมีเดีย — เพลงอย่าง 'Shape of You' ถูกนำมาปรับแต่งในสไตล์ไทยบ่อยครั้ง และผู้ฟังมักจะได้เห็นเวอร์ชันไทยๆ ในคาเฟ่และงานเลี้ยง
ในฐานะแฟนที่ชอบฟังทั้งเพลงสากลและเพลงไทย ฉันมองว่าเรื่องนี้ไม่แปลกเพราะอุปสรรคด้านภาษาและการจัดการสิทธิ์เพลงทำให้การร่วมงานข้ามประเทศบางครั้งช้าหรือซับซ้อน แต่การที่ไม่มีคอลแลบอย่างเป็นทางการก็ไม่ได้หยุดความสัมพันธ์ระหว่างศิลปินและแฟนเพลงไทย — มีทั้งการประยุกต์ทำนอง การรีมิกซ์โดยดีเจไทย และไลฟ์คัฟเวอร์จากนักร้องหน้าใหม่ที่สร้างพื้นที่ให้เพลงของเขาอยู่ในสังคมดนตรีไทยได้อย่างอบอุ่น
5 Answers2026-06-09 14:14:11
ทุกครั้งที่เปิดชาร์ตไทยแล้วไล่ดูเพลงฮิตของ Shawn Mendes ชื่อที่เด้งขึ้นมาเสมอสำหรับฉันคือ 'Señorita'.
ความร่วมมือกับ Camila Cabello ทำให้เพลงนี้มีแรงดึงบนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งและชาร์ตดิจิทัลในไทยอย่างเห็นได้ชัด — ยอดสตรีมและมิวสิกวิดีโอบนยูทูบพุ่ง กระแสการคัฟเวอร์ในไทยก็เยอะกว่ามากเมื่อเทียบกับงานเดี่ยวของเขาอย่าง 'Stitches'. ฉันชอบที่ท่อนฮุกติดหูและจังหวะที่ทำให้คนไทยทุกวัยร้องตามได้ง่าย
ถ้าวัดจากการปรากฎตัวในชาร์ต iTunes / Spotify และความถี่บนเพลย์ลิสต์สาธารณะ เพลงนี้มักจะขึ้นไปสูงสุดหรืออยู่ในอันดับต้น ๆ ของชาร์ตไทยมากกว่าซิงเกิลอื่น ๆ ของเขา ถึงแม้เพลงอื่นจะฮิตและมีแฟนคลับเหนียวแน่น แต่ในเชิงตัวเลขและการมองเห็นโดยรวม 'Señorita' มักเป็นแชมป์ในบริบทของไทยสำหรับฉัน
2 Answers2026-06-28 08:23:04
ตรงๆ เลย ฉันไม่เจอรายชื่อการร่วมงานกับศิลปินอื่นที่เป็นข้อมูลสาธารณะสำหรับ 'โชแปง นุชอินทรา' ในแหล่งที่ฉันคุ้นเคย ดังนั้นสิ่งที่ฉันจะเล่าเป็นการสรุปจากภาพรวมของกิจกรรมวงการเพลงและประสบการณ์การติดตามศิลปินอินดี้มากกว่าจะเป็นลิสต์ชัดเจนของชื่อคนที่ร่วมงาน
การเป็นนักร้องหรือนักดนตรีในวงการที่ไม่ใช่กระแสหลักบ่อยครั้งมักหมายถึงงานร่วมงานที่กระจายตัว — เช่น การเป็นแขกรับเชิญในงานเทศกาลท้องถิ่น การร้องประสานในเพลงของเพื่อนร่วมวง หรือการบันทึกเสียงกับโปรดิวเซอร์อิสระที่ไม่ค่อยมีเครดิตแพร่หลายออกสื่อ ถามตัวเองจากมุมแฟน ฉันจำได้ว่าครั้งที่เคยเห็นเธอแสดงสด บทบาทของเธอมักเป็นแบบศิลปินเดี่ยวที่มีวงแบ็กอัพหรือมิตรศิลปินขึ้นเวทีร่วมกันแบบไม่เป็นทางการ ซึ่งมักจะไม่ได้รับการบันทึกเป็นคอลเล็กชันคอลแลบอย่างเป็นทางการบนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง
ด้วยความที่ข้อมูลสาธารณะอาจจำกัดและชื่อเวที/การสะกดชื่ออาจมีหลายแบบ การจะสรุปรายชื่อคนที่ 'เคยร่วมงาน' อย่างแม่นยำจึงต้องอาศัยเครดิตในอัลบั้ม รายชื่อเวที หรือลิสต์คอนเสิร์ตที่ออกมาเป็นทางการ ถ้ามองจากมุมฉันในฐานะแฟน สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่แค่รายชื่อคนที่ร่วมงาน แต่วิธีการร่วมงาน—เธอมักถูกเชิญไปเล่นในเทศกาลท้องถิ่น ร้องร่วมในโครงการเพลงการกุศล หรือทำงานกับโปรดิวเซอร์อิสระที่เน้นซาวด์เฉพาะตัว ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงการเป็นศิลปินที่สร้างความสัมพันธ์ในชุมชนดนตรีมากกว่าการจับคู่กับชื่อใหญ่โดยตรง ซึ่งสำหรับฉันแล้วเป็นภาพที่เท่และมีเสน่ห์ในแบบของตัวเอง
3 Answers2026-06-12 01:24:27
เจอชื่อ 'วี วาเรน' ติดเครดิตในอัลบั้มหนึ่งแล้วหยุดฟังไม่ลง เพราะงานที่ออกมามีความหลากหลายจนเดาไม่ได้ว่าจะเป็นใครเสมอ
เราโดนดึงเข้าไปในความสัมพันธ์ของเพลงกับศิลปินอื่น ๆ อย่างรวดเร็ว—มีงานที่ร่วมกับนักร้องอินดี้ชื่อ 'มิลค์' ซึ่งให้โทนเสียงอบอุ่นในเพลงบัลลาด 'วันที่สว่าง' ทำให้เพลงนั้นกลายเป็นเพลงที่เปิดตอนเช้าได้อย่างพอดี อีกชิ้นที่แปลกแต่ได้ผลคือการที่เขาร่วมงานกับแร็ปเปอร์ 'บีท' ในซิงเกิลที่ผสมฮิปฮอปและซินธ์ป็อปได้ลงตัว ผลงานชิ้นนี้สะท้อนความกล้าในการทดลองของ 'วี วาเรน'
นอกจากศิลปินร้องแล้ว เราเห็นชื่อโปรดิวเซอร์ญี่ปุ่น 'Kaito Tanaka' อยู่ในเครดิตของมิกซ์หนึ่ง ทำให้ดนตรีมีสัมผัสของซาวด์อิเล็กทรอนิกส์แบบละเอียดอ่อน และยังมีมิวสิกวิดีโอที่กำกับโดย 'หลุยส์' ผู้กำกับสายอาร์ต ซึ่งทำให้ภาพในงานสอดคล้องกับธีมของอัลบั้มได้อย่างเก่งกาจ การร่วมงานกับวงอินดี้ 'Sora Skies' ในเวอร์ชันอะคูสติกก็ช่วยเผยมุมที่อ่อนลงของงานด้วย
การร่วมงานแต่ละครั้งจึงไม่ได้เป็นแค่ชื่อที่มาพร้อมเครดิต แต่เป็นการแลกเปลี่ยนไอเดียที่ชัดเจน เรารู้สึกว่าทุกคนที่ได้ร่วมงานกับ 'วี วาเรน' ได้เติมอะไรบางอย่างให้กันและกัน ซึ่งทำให้งานของเขามีชั้นเชิงและน่าสนใจขึ้นเรื่อย ๆ
5 Answers2026-06-09 23:51:28
ตื่นเต้นทุกครั้งที่คิดถึงการรอคอยผลงานใหม่ของเขา
ฉันติดตามตั้งแต่ยุคแรก ๆ ของเขาอย่าง 'Handwritten' แล้วเห็นการเติบโตของน้ำเสียงและการแต่งเพลงมาเรื่อย ๆ การถามว่าอัลบั้มใหม่จะออกเมื่อไหร่นั้นตอบสั้น ๆ ได้ว่า ณ ตอนนี้ยังไม่มีวันที่ประกาศอย่างเป็นทางการจากต้นสังกัดหรือจากชอว์นเอง แต่จากจังหวะการปล่อยงานในอดีตและช่วงพักที่เขาเคยให้ตัวเอง ฉันคาดว่าอาจเห็นซิงเกิลปล่อยมาก่อน แล้วค่อยตามด้วยอัลบั้มภายในปีหรือสองปีถัดมา
ความรู้สึกส่วนตัวคืออยากให้เขาใช้เวลาทำงานแบบเต็มที่ เพราะเสียงร้องและเนื้อเพลงของเขาแสดงถึงความเปลี่ยนแปลงได้ชัด ถ้าเขาเริ่มปล่อยเพลงเดี่ยว ๆ หรือมีการทัวร์ลดลง นั่นมักเป็นสัญญาณชัดว่าอัลบั้มกำลังจะมา สรุปคือยังไม่มีวันแน่นอน แต่ฉันตั้งตารอและพร้อมจะตามทุกข่าวอย่างใจจดใจจ่อ
1 Answers2026-06-09 10:17:00
สายแฟนคอนเสิร์ตอย่างเรายืนยันได้ว่าทัวร์เอเชียครั้งล่าสุดของชอว์น เมนเดสเกิดขึ้นในปี 2018 โดยเป็นส่วนหนึ่งของการทัวร์อัลบั้ม 'Illuminate' ซึ่งเขาเดินทางไปเล่นคอนเสิร์ตในหลายเมืองสำคัญในภูมิภาคเอเชีย งานนั้นเป็นหนึ่งในการขึ้นเวทีครั้งใหญ่ก่อนที่การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะเปลี่ยนวงการคอนเสิร์ตไปมหาศาล และแฟนเพลงในเอเชียหลายคนยังจดจำบรรยากาศฮอลล์ที่เต็มไปด้วยเสียงร้องและแสงไฟจากแฟนคลับได้ดี
สภาพการณ์รอบหลังจากนั้นทำให้ไม่มีทัวร์เอเชียขนาดใหญ่ตามมาอีกทันที แม้จะมีข่าวคราวการเตรียมงานและอัลบั้มใหม่ๆ อย่าง 'Wonder' ที่ทำให้แฟนๆ คาดหวัง แต่โปรเจกต์ทั่วโลกบางส่วนถูกเลื่อนหรือปรับตารางอย่างไม่แน่นอน ประกอบกับตารางงานส่วนตัวและช่วงพักของนักร้องด้วย ทำให้ช่วงปี 2019-2022 เป็นช่วงที่การทัวร์ระหว่างประเทศโดยเฉพาะในเอเชียไม่ค่อยเกิดขึ้นเหมือนก่อน ซึ่งนับว่าเป็นช่วงที่วงการคอนเสิร์ตทั่วโลกต้องฟื้นตัวทีละน้อย
มองในมุมแฟนแล้ว การที่ยังไม่ได้เห็นชอว์นกลับมาเล่นคอนเสิร์ตใหญ่ในเอเชียอีกครั้งเป็นเรื่องที่ทั้งเสียดายและเข้าใจได้ ความหวังยังคงอยู่เพราะศิลปินหลายคนเลือกกลับมาจัดทัวร์หลังสถานการณ์ดีขึ้น และชอว์นเองก็ยังปล่อยเพลงใหม่ๆ ที่ทำให้อยากเห็นเวอร์ชันสดบนเวทีมากขึ้น ความทรงจำจากทัวร์ปี 2018 ยังคงสดใส ไม่ว่าจะเป็นการได้ยินเสียงแฟนเพลงรวมกันร้องท่อนฮุกหรือการได้เห็นพลังงานจากเวทีที่ทำให้เพลงอินเทนส์ขึ้นหลายเท่า
สรุปแล้ว ถ้าถามตรงๆ ว่าทัวร์เอเชียครั้งล่าสุดของชอว์น เมนเดสเกิดขึ้นเมื่อไร คำตอบที่ชัดเจนคือปี 2018 ในทัวร์อัลบั้ม 'Illuminate' ซึ่งเป็นการเยือนที่แฟนๆ ในภูมิภาคยังพูดถึงกันอยู่จนถึงวันนี้ และหวังว่าจะได้เห็นเขากลับมาจัดคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบในเอเชียอีกครั้ง เพราะไม่มีอะไรเท่าการได้ร้องเพลงโปรดพร้อมกับคนหมู่มากบนสนามคอนเสิร์ตจริงๆ
3 Answers2025-11-22 23:16:44
เราเฝ้าสังเกตการเดินทางของอี แท-มินมานานและรู้สึกว่าสไตล์การร่วมงานของเขาเป็นอะไรที่เลือกสรรมากกว่าเปิดกว้างแบบดื้อ ๆ
ในมุมของแฟนเพลงคนหนึ่ง ผมเห็นว่าแท-มินมีการร่วมงานกับศิลปินต่างประเทศไม่กี่ครั้งหากนับเฉพาะการร้องด้วยกันเป็นคู่ร้องโดยตรง แต่สิ่งที่ชัดเจนคือเขามักทำงานกับทีมโปรดิวเซอร์ นักแต่งเพลง และสไตลิสต์จากต่างประเทศ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อซาวด์และคอนเซ็ปต์ของงาน เช่น การใช้ทีมแต่งเพลงจากยุโรปหรือสหรัฐฯ ในบางซิงเกิลที่ไม่ใช่เพลงเกาหลีหลัก และการออกเวอร์ชันภาษาญี่ปุ่นร่วมกับศิลปินหรือนักดนตรีญี่ปุ่นเมื่อโปรโมตในตลาดญี่ปุ่น
อีกอย่างที่ชอบสังเกตคือแท-มินร่วมแสดงหรือขึ้นเวทีกับศิลปินต่างชาติตามเทศกาลดนตรีหรือออกรายการพิเศษ ซึ่งให้ความรู้สึกว่าเขาเปิดทางให้การแลกเปลี่ยนทางดนตรีมากกว่าจะจับคู่ทำเพลงแบบเป็นทางการ ความเป็นศิลปินเดี่ยวของเขาจึงมักถูกส่งต่อผ่านการทำงานกับทีมต่างชาติด้านโปรดักชันมากกว่าการมี featuring ที่ชัดเจน สำหรับคนที่ติดตามงานของเขา สิ่งนี้ทำให้รู้สึกว่าแท-มินเลือกคุณภาพและภาพรวมของเสียงมากกว่าการร่วมมือกันเพียงเพื่อชื่อร่วมบนปก — จบด้วยความอุ่นใจว่าเส้นทางแบบนี้ก็สร้างงานที่มีเอกลักษณ์ของเขาได้ดี
3 Answers2026-04-16 06:04:47
ต้องยอมรับว่าเมื่อพูดถึงชื่อ 'หนุ่ย อำพล' ภาพของการร่วมงานกับศิลปินหลากหลายแนวผุดขึ้นมาในหัวแบบไม่ยากเย็นเลย ผมเป็นคนที่ติดตามวงการเพลงไทยมานาน จึงเห็นเขาปรากฏตัวร่วมงานกับนักร้องรุ่นเก๋าและคนรุ่นใหม่อยู่บ่อยครั้ง ตัวอย่างที่ผมเห็นบ่อยคือการขยับไปเล่นกับศิลปินแนวเพื่อชีวิตและร็อก เช่นการจับไมค์ร่วมกับ 'ปู พงษ์สิทธิ์ คำภีร์' ในเวทีที่เน้นเพลงสะท้อนสังคม หรือการทำโชว์ด้วยพลังของเสียงคู่กับ 'โป่ง หินเหล็กไฟ' ในงานคอนเสิร์ตรวมศิลปิน
นอกจากนี้ยังมีงานที่เห็นเขาไปผสมผสานกับนักร้องในกระแสป๊อปยุคใหม่ ทั้งการร้องคอรัสหรือขึ้นเวทีพิเศษกับศิลปินอย่าง 'ลุลา' และโอกาสที่ได้ร่วมเวทีกับ 'โดม ปกรณ์ ลัม' ในรายการพิเศษ ซึ่งผมคิดว่าสะท้อนความยืดหยุ่นทางดนตรีของเขาได้ชัดเจน ยิ่งในงานเทศกาลดนตรีที่มีการรวมศิลปินหลายรุ่น หนุ่ยมักจะถูกเชิญไปร่วมสร้างบรรยากาศอบอุ่นด้วย
มุมมองของผมคือเขาไม่ยึดติดกับแนวเดียว ทำให้มีการร่วมงานกับศิลปินจากหลากหลายวงการ ทั้งนักแต่งเพลง นักดนตรีแบ็คกราวนด์ และนักร้องนำที่มีสไตล์ต่างกันไป การเห็นเขาปรับตัวและเติมพลังให้เพลงร่วมสมัยหรือเพลงเก่า ๆ เป็นประสบการณ์ที่ชอบมาก พอคิดถึงช่วงเวลาพวกนั้นแล้วก็ยังยิ้มได้อยู่ดี