Partager

เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม
เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม
Auteur: นิจนิรันดร์

บทที่ 1

Auteur: นิจนิรันดร์
“ในที่สุดนายก็…จะเปิดเผยความสัมพันธ์ของเราแล้วเหรอ?”

ลู่โจวหนานเลิกคิ้วเล็กน้อย เหลือบมองเธออย่างมีนัย “จะเปิดเผยอะไรล่ะ พรุ่งนี้ฉันมีนัดดูตัวที่บ้าน เธอมาช่วยทำให้บรรยากาศคึกคักหน่อย อย่าให้ฝ่ายผู้หญิงอึดอัด”

คำพูดแต่ละคำกระแทกเข้าหูของจู้ซีเหยา ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจ

หัวใจของเธอแทบหยุดเต้น สมองขาวโพลน “นายจะไปดูตัวงั้นเหรอ แล้วฉันล่ะ…เป็นอะไรสำหรับนาย?”

ลู่โจวหนานลุกขึ้นแต่งตัวไปแล้ว พอได้ยินก็เหลือบมองเธออย่างเฉยเมย “เธอเหรอ ก็เป็นพาร์ตเนอร์ของฉันไง กินข้าวด้วยกัน เล่นเกมด้วยกัน แล้วก็…เป็นคู่นอนที่ช่วยกันระบายความต้องการ”

ความเย็นเยียบค่อย ๆ แผ่ซ่านไปทั่วร่างของจู้ซีเหยา สีเลือดบนใบหน้าค่อย ๆ เลือนหาย ริมฝีปากสั่นระริก

เห็นสีหน้าของเธอ รอยยิ้มบนใบหน้าของลู่โจวหนานก็ค่อย ๆ จางลง เขาโน้มตัวเข้าไปใกล้ช้า ๆ “เดี๋ยวนะ จู้ซีเหยา…เธอคงไม่ได้คิดหรอกนะ ว่าหลายปีมานี้เราสองคนเป็นแฟนกัน?”

น้ำเสียงปนหยอกเย้านั้น ราวกับคมมีดที่แทงลึกเข้ากลางอกของจู้ซีเหยา

เธอฝืนกลั้นความจุกแน่นในอก เสียงสั่นพร่าแทบไม่เป็นคำ “จะ…จะเป็นไปได้ยังไงล่ะ ฉันไปอาบน้ำก่อนนะ”

จู้ซีเหยาลุกขึ้นอย่างลนลาน ก้าวเท้าโซเซเข้าไปในห้องน้ำ

ทันทีที่ประตูปิดลง เธอก็รู้สึกเหมือนเรี่ยวแรงทั้งร่างถูกสูบหาย ทรุดตัวลงกับพื้น

คำพูดเมื่อครู่ยังดังก้องอยู่ข้างหู เธอมองรอยจูบแน่นพราวทั่วตัวที่เขาทิ้งไว้ น้ำตาไหลพรั่งพรูราวสายฝน

พวกเขารู้จักกันมากว่ายี่สิบปี เติบโตมาด้วยกัน เคยดื่มนมแก้วเดียวกัน อ่านการ์ตูนเล่มเดียวกัน

แม้แต่ตอนอายุสิบแปดปี พวกเขายังเคยพลาดมีความสัมพันธ์กันหลังจากดื่มจนเมา

มีครั้งแรก ก็ย่อมมีครั้งที่สอง ครั้งที่สาม…

ยามค่ำคืน ร่างกายของพวกเขาเข้ากันอย่างลงตัว ส่วนยามกลางวัน ก็ทำทุกอย่างที่คู่รักทำกัน

จูงมือเดินท่ามกลางผู้คน จูบกันในคืนข้ามปี ให้คำสัญญาว่าจะอยู่เคียงกันต่อไป โทรศัพท์คุยกันทุกวันไม่ขาด…

จู้ซีเหยาเชื่อมาตลอดว่าพวกเขาคบกันแล้ว เพียงแค่ยังไม่ได้เปิดเผยต่อใคร

แต่ตอนนี้ลู่โจวหนานกลับบอกว่า…พวกเขาไม่ใช่แฟนกัน?

ความเจ็บปวดบีบรัดจนเธอแทบหายใจไม่ออก มือสั่นเทาเปิดน้ำแรงสุด ถึงกล้าปล่อยเสียงร้องไห้ออกมา

ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไร น้ำตาแทบแห้ง เธอถึงค่อย ๆ รวบรวมสติแล้วเดินออกมา

ลู่โจวหนานเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว กำลังนั่งคุยโทรศัพท์อยู่บนโซฟา

“พรุ่งนี้แขกจะมาเยอะ ห้องส่วนตัวเอาให้ใหญ่หน่อย ฝ่ายผู้หญิงกินรสอ่อน จัดอาหารรสเบา ๆ ก็พอ เค้กเอาแบล็กฟอเรสต์ ดอกไม้เป็นกุหลาบชมพูขาว จัดเสร็จแล้วถ่ายมาให้ฉันตรวจ แล้วก็เตรียมสูทสักสิบกว่าชุด รอฉันกลับไปเลือก เอาแต่สีดำทั้งหมด อี้หนิงชอบสีนี้”

พอได้ยินชื่อนั้น ใจของจู้ซีเหยาก็กระตุกวูบ

เธอเผลอมองไป เห็นรอยยิ้มอ่อนหวานปรากฏที่มุมปากของเขา

อี้หนิง?

ที่แท้คนที่เขาจะไปดูตัวด้วย…คือเฉียวอี้หนิง

แววตาของจู้ซีเหยาค่อย ๆ หม่นลง

ถ้าเป็นเฉียวอี้หนิง…เธอก็เข้าใจแล้วว่าทำไมเขาถึงดีใจขนาดนี้

สมัยมัธยม ลู่โจวหนานแอบชอบเฉียวอี้หนิง เอ่ยชื่อเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนติดปาก

แต่น่าเสียดายที่ยังไม่ทันได้สารภาพ เฉียวอี้หนิงก็ไปเรียนต่อต่างประเทศ

หลังจากนั้น จู้ซีเหยาก็ไม่เคยได้ยินเขาพูดถึงคนคนนั้นอีกเลย

ต่อมา หลังจากคืนอันเลยเถิดนั้น ทั้งสองก็ยิ่งใกล้ชิดกันมากขึ้น เธอคิดว่าเขาคงลืมเฉียวอี้หนิงไปแล้ว

แต่ไม่เคยคิดเลยว่า “รักแรกในใจ” ของเขา ถึงไม่เอ่ยถึง ก็ไม่เคยเลือนหาย

ความเจ็บปวดที่เพิ่งซาลง กลับถาโถมขึ้นมาอีกครั้ง จู้ซีเหยาปวดร้าวจนแทบกำโทรศัพท์ไม่อยู่

เสียงดังปัง ลู่โจวหนานหันกลับมา ยิ้มอย่างอารมณ์ดี “อาบน้ำเสร็จแล้วเหรอ งั้นเดี๋ยวเธอช่วยเช็กเอาต์ให้หน่อยนะ ค่าโรงแรมฉันจ่ายไว้แล้ว”

พูดจบเขาก็หยิบเสื้อคลุมลุกขึ้นจะออกไป ก่อนก้าวพ้นประตู เขาหันกลับมามองเธออีกครั้ง รอยยิ้มคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มแตะที่มุมปาก

“อาเหยา ฉันเห็นเธอเป็นแค่เพื่อนสนิทมาตลอด ต่อไปอย่าทำหน้าเหมือนคนหมดอาลัยตายอยากแบบนี้ต่อหน้าฉันอีก ไม่งั้นฉันจะคิดว่าเธอกำลังคิดไม่ซื่อกับฉัน”

“ฉันรู้จักเธอดีไปหมด แค่มองตากันนิดเดียว เธอก็เดาได้ว่าฉันคิดอะไร ชีวิตแบบนี้มันไม่น่าเบื่อเหรอ ถ้าอยู่ด้วยกันจริง ๆ เหมือนทุกอย่างจะจบลงเร็วเกินไป”

เสียงของเขาค่อย ๆ เลือนหายไปตามฝีเท้า แต่ยังคงก้องอยู่ในใจของจู้ซีเหยา

เธอนั่งนิ่งอยู่บนเตียงเย็นเฉียบ หัวเราะออกมาเบา ๆ ก่อนจะหัวเราะทั้งน้ำตา

ที่แท้หลายปีมานี้ ลู่โจวหนานมองเธอแบบนี้มาตลอด

เธอนั่งอยู่คนเดียวจนดึกดื่น ก่อนจะลงไปเช็กเอาต์

ข้างนอกฝนตกหนัก แต่เธอกลับเหมือนไม่รู้สึกอะไร เดินซึม ๆ กลับบ้าน

พอเห็นเธอเปียกปอน พ่อจู้กับแม่จู้ก็รีบเอาผ้าขนหนูมาให้ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความห่วงใย “ฝนตกหนักขนาดนี้ ทำไมไม่เรียกรถล่ะ?”

จู้ซีเหยามองพ่อแม่ด้วยสีหน้าชา ดวงตาไร้แวว เสียงแหบพร่า

“พ่อ แม่ ก่อนหน้านี้เพราะธุรกิจของกลุ่มบริษัทมีการเปลี่ยนแปลง พ่อกับแม่อยากย้ายไปอยู่ต่างประเทศมาตลอดไม่ใช่เหรอคะ? หนูคิดดีแล้ว…พวกเราไปกันเถอะ ไปแล้วจะไม่กลับมาอีกเลย”

เกลี้ยกล่อมกันมาตั้งเกือบครึ่งปี ในที่สุดก็ได้ยินลูกสาวยอมอ่อนลง พ่อจู้กับแม่จู้จึงทั้งแปลกใจทั้งดีใจ “คิดได้จริง ๆ แล้วเหรอ? เลิกกับแฟนคนนั้นแล้วใช่ไหม?”

นึกถึงคำพูดพวกนั้นของลู่โจวหนาน จู้ซีเหยาก็รู้สึกจุกขึ้นมาในใจ ก่อนจะยิ้มขมขื่นแล้วส่ายหน้า

“ไม่มีแฟนค่ะ ไม่เคยมีตั้งแต่แรก นั่นหนูแค่โกหกพ่อกับแม่ เพื่อจะได้ไม่ถูกเร่งเรื่องแต่งงานเท่านั้น”

ถึงจะไม่รู้ว่าที่เธอพูดเป็นจริงหรือไม่ แต่พ่อจู้กับแม่จู้ก็ยังดีใจ รีบไปเตรียมเอกสารย้ายถิ่นฐาน พร้อมกับเร่งให้เธอเก็บข้าวของ

จู้ซีเหยาตอบรับเบา ๆ ก่อนจะกลับเข้าห้องนอน แล้วโยนทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับลู่โจวหนานทิ้งไปจนหมด

อัลบั้มรูปหนา ๆ หลายเล่มที่เก็บรักษาอย่างดีมานานกว่าสิบปี เครื่องประดับต่าง ๆ ที่เขาเคยให้ ชุดเดรส รูปปั้นทำมือ…

ตอนนี้ทั้งหมดถูกโยนลงถังขยะจนสิ้น

“คุณหนู ของดีตั้งเยอะขนาดนี้ ไม่เอาแล้วเหรอคะ?”

มองเห็นแววเสียดายในสายตาของแม่บ้าน จู้ซีเหยาก็พยักหน้าเบา ๆ เสียงเรียบแผ่ว

“ไม่เอาแล้วค่ะ”

ไม่ใช่แค่ของพวกนั้น แม้แต่ความสัมพันธ์ครั้งนี้ รวมถึงลู่โจวหนานคนนี้…เธอก็ไม่เอาแล้วเช่นกัน

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม   บทที่ 25

    ฤดูหนาวอันหนาวเหน็บผ่านพ้นไป ฤดูใบไม้ผลิหวนกลับมาอบอุ่นอีกครั้งตระกูลจู้ได้รับข่าวจากทนายความในประเทศหลังผ่านกระบวนการหลายรอบ ทั้งการพิจารณาคดีชั้นต้น การยื่นอุทธรณ์ของจำเลย และการพิจารณาคดีชั้นสอง ข้อเท็จจริงที่ว่าเฉียวอี้หนิงยุยงให้ก่ออาชญากรรมก็ได้รับการยืนยัน และถูกพิพากษาลงโทษตามกฎหมายผู้กระทำผิดได้รับโทษที่สมควรได้รับ สำหรับผู้เสียหายแล้ว นั่นย่อมเป็นการปลอบประโลมที่ดีที่สุดและวันนี้ก็ตรงกับวันเกิดของพ่อจู้พอดีแม่จู้ลงมือเข้าครัวเอง ทำอาหารเต็มโต๊ะใหญ่ ครอบครัวสามคนยกแก้วฉลองกันพร้อมหน้ามาอยู่ที่สเปนเกือบครึ่งปีแล้ว จู้ซีเหยาก็คุ้นชินกับชีวิตที่นี่แล้วแม้ยังมีเรื่องไม่สะดวกอยู่มาก แต่ระหว่างการออกสำรวจแล้วได้ค้นพบสิ่งน่าสนใจใหม่ ๆ ไปเรื่อย ๆ ก็ถือเป็นความสุขอีกแบบหนึ่งเธอได้รู้จักเพื่อนใหม่มากมาย และค่อย ๆ ค้นพบสิ่งที่ตัวเองสนใจในวันดี ๆ เช่นนี้ เธอจึงประกาศการตัดสินใจสำคัญให้ครอบครัวรับรู้ด้วยความดีใจ“พ่อ แม่ หนูคิดดีแล้วค่ะ หนูตั้งใจจะตั้งวงดนตรีกับเพื่อน ๆ หนูจะรับหน้าที่เป็นมือกีตาร์ ตอนนี้พวกเราแต่งเพลงแรกเสร็จแล้ว สัปดาห์หน้าจะมีการแสดง หนูขอเป็นตัวแทนขอ

  • เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม   บทที่ 24

    สามวันต่อมา ลู่โจวหนานก็กลับมาถึงฮู่เฉิงเพียงลำพังตอนที่เขากลับถึงบ้าน วิลล่าหลังข้าง ๆ ก็กลับมาเปิดไฟอีกครั้งพ่อบ้านบอกว่า ตระกูลจู้จัดการทรัพย์สินทั้งหมดในประเทศเรียบร้อยแล้ว เพื่อนบ้านใหม่ก็เพิ่งย้ายเข้ามาเมื่อสองวันก่อนเมื่อได้ยินเช่นนั้น ลู่โจวหนานถึงเพิ่งรู้สึกขึ้นมาจริง ๆ ว่าทุกอย่างไม่อาจย้อนกลับไปได้อีกแล้วเขาอยู่คนเดียวในห้อง นอนไม่หลับตลอดทั้งคืนเช้าวันถัดมา เขามองผ่านหน้าต่างออกไป เห็นเพื่อนบ้านใหม่รื้อชิงช้าในสวนออก เปลี่ยนผ้าม่านสีชมพูขาวเป็นสีเขียวเข้ม และกระดิ่งลมเปลือกหอยที่แขวนอยู่หน้าประตูก็ถูกตัดลงมาโยนทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับตระกูลจู้และจู้ซีเหยา กำลังค่อย ๆ เลือนหายไปจากโลกของเขาทีละนิดเขาไร้เรี่ยวแรงจะห้าม ได้แต่ดื่มจนเมามายทุกวัน ใช้แอลกอฮอล์ทำให้ตัวเองด้านชาหัวใจที่เต็มไปด้วยบาดแผลนับไม่ถ้วนค่อย ๆ กลวงเปล่า สูญเสียแม้กระทั่งความสามารถในการรับรู้อารมณ์ความรักและความเกลียด ความเจ็บปวดและความสำนึกเสียใจ ความสุขและความหวัง…ทุกอย่างกำลังค่อย ๆ ห่างไกลจากเขาออกไปภายในห้องของเขากองสุมไปด้วยของจิปาถะมากมาย ล้วนเป็นของที่เขาไปเก็บกลับมาจ

  • เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม   บทที่ 23

    หัวใจของลู่โจวหนานเย็นเฉียบลงอย่างสิ้นเชิงไปกับทุกถ้อยคำเหล่านั้นเขามองเธอเดินจากไปต่อหน้าต่อตา มือที่ถือถุงอยู่ค่อย ๆ ตกลงอย่างหมดแรงดวงตาคู่นั้นที่เต็มไปด้วยความอ่อนล้าค่อย ๆ แดงก่ำขึ้น มีน้ำตาเอ่อคลออยู่ในนั้นความรู้สึกไร้เรี่ยวแรงและสิ้นหวังอย่างลึกล้ำถาโถมขึ้นมาจุกอก จนลมหายใจของเขาถี่กระชั้นขึ้นมากลู่โจวหนานนั่งอยู่คนเดียวตรงมุมหนึ่งเป็นเวลานานจนร้านอาหารปิดแล้ว พนักงานจึงเข้ามาเตือนเขาเขาถึงได้สติกลับมาในที่สุด ก่อนจะยื่นถุงในมือให้อีกฝ่าย แล้วเอ่ยขอร้องให้พนักงานช่วยเหลือแม้ไข่ต้มร้อนจะช่วยลดบวมได้ แต่ก็ยังไม่อาจบรรเทาความเจ็บปวดได้จู้ซีเหยามัวแต่วุ่นอยู่กับเรื่องนี้ จนไม่ได้กินมื้อเย็นพ่อจู้กับแม่จู้ตั้งใจเอาสเต๊กมาให้ พอเห็นแผลที่ขาของเธอ ก็ปวดใจจนแทบทนไม่ไหวพอดีกับที่พนักงานเอาผ้าขนหนูมาส่ง พวกเขาจึงถามขึ้นเล็กน้อยพอได้ยินว่าที่โรงแรมมียา แค่จ่ายประมาณสามพันเก้าร้อยบาทก็ซื้อได้ พวกเขาก็รีบซื้อทันทีไม่นาน พนักงานก็เอายามาส่งให้เมื่อเห็นกล่องยาที่ยังไม่ได้แกะ จู้ซีเหยาก็อดรู้สึกแปลกใจไม่ได้ตอนบ่ายเธอเคยถามแม่บ้านที่มาทำความสะอาดแล้ว อีกฝ่ายบอกว่าโรง

  • เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม   บทที่ 22

    เช้าวันถัดมา คนตระกูลจู้เตรียมสัมภาระ ตั้งใจจะออกไปเล่นสกีพอออกจากบ้านมาแล้วไม่เห็นลู่โจวหนาน จู้ซีเหยาก็โล่งอก ก่อนจะเข็นกระเป๋าเดินไปทางท้ายรถเธอเพิ่งเก็บของเสร็จ ก็ได้ยินพ่อจู้อุทานขึ้นมา“นี่มันอะไรน่ะ? อาเหยา ลูกลืมของขวัญวันเกิดของเพื่อนบ้านคนไหนไว้หน้าประตูหรือเปล่า?”พอหันไปเห็นกล่องที่คุ้นตา จู้ซีเหยาก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยเธอรีบเดินเข้าไป รับกล่องมาแล้วยื่นให้พ่อบ้าน จากนั้นก็ส่งที่อยู่ของบ้านตระกูลลู่ให้เขา กำชับว่าเดี๋ยวให้ส่งกลับประเทศไปพ่อจู้กับแม่จู้ยิ่งสงสัยมากขึ้น ตลอดทางจึงเอาแต่ถามว่าของขวัญชิ้นนี้ใครเป็นคนให้เมื่อเห็นว่าปั้นเรื่องโกหกต่อไปไม่ไหว จู้ซีเหยาก็จำต้องบอกความจริง พร้อมกันนั้นยังเล่าคำอวยพรของลุงลู่กับป้าลู่เมื่อวานให้พวกเขาฟังด้วยภายในรถเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพ่อจู้จะพยักหน้าแรง ๆ หลายครั้ง“พ่อกับแม่ก็คิดอยู่ตลอดเหมือนกันว่า หลังเกิดเรื่องแบบนี้แล้ว ควรจะวางตัวยังไงกับตระกูลลู่ดี ถึงจะเป็นเรื่องของพวกเด็ก ๆ แต่ลูกเป็นลูกสาวแท้ ๆ ของพ่อกับแม่ ไม่ว่าจะมองตามความรู้สึกหรือตามเหตุผล พ่อกับแม่ก็ควรยืนอยู่ข้างลูกอย่างมั่นคง เพราะงั้นพวกเราคุยกันไว้แล้ว

  • เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม   บทที่ 21

    เพราะนานมากแล้วที่ไม่ได้ปล่อยตัวตามใจแบบนี้ ในงานปาร์ตี้ชุดนอนครั้งนี้ จู้ซีเหยาเลยดื่มไปหลายแก้วพอผ่านศึกหมอนฟาดกันอย่างดุเดือดมาอีกยก อารมณ์ของเธอก็พุ่งขึ้นถึงขีดสุด ตื่นเต้นจนกระทั่งเห็นแมวตัวเล็ก ๆ ยังต้องเอ่ยทักสภาพแบบนั้นดำเนินต่อเนื่องไปจนจบปาร์ตี้ หลังจากไปส่งเพื่อนบ้านสองคนสุดท้ายที่ดื่มจนแทบไม่รู้สึกตัวถึงบ้านแล้ว เธอก็ฮัมเพลงเบา ๆ ระหว่างเดินกลับแม้อยู่ไกล เธอก็มองเห็นเงาร่างพร่ามัวคนหนึ่งยืนอยู่หน้าประตู มือยังถือกล่องอะไรบางอย่างไว้ดึกขนาดนี้แล้ว วันเกิดของเธอก็จบไปแล้ว ยังจะมีใครมาอีก?พอเดินเข้าไปใกล้และเห็นหน้าชัดเจน รอยยิ้มบนใบหน้าของจู้ซีเหยาก็หายวับไปทันที น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นเย็นชา“มาทำไม?”เมื่อรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของเธอ แววตาของลู่โจวหนานก็วาบผ่านความเจ็บปวดที่แทบสังเกตไม่เห็น เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อย“อาเหยา สุขสันต์วันเกิดนะ”จู้ซีเหยาไม่ตอบ เธอเดินตรงไปที่ประตูโดยไม่แม้แต่จะชายตามอง ปลดล็อกแล้วกำลังจะเข้าไปข้างในลู่โจวหนานคิดว่าเธอไม่ได้ยิน จึงเรียกซ้ำอีกครั้ง“อาเหยา สุขสันต์วันเกิด นี่เป็นของขวัญวันเกิดที่ฉันเตรียมไว้ให้เธอ”เสี

  • เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม   บทที่ 20

    หลังจากได้รับข่าวว่าทางอัยการยืนยันสั่งฟ้องแล้ว คนในตระกูลจู้ต่างก็โล่งอกกันถ้วนหน้าพวกเขามอบหมายเรื่องที่เหลือทั้งหมดให้ทนายจัดการ แล้วเดินทางกลับมาดริดก่อนแม้จะห่างไกลจากบ้านเกิด แต่เรื่องวุ่นวายและภาระทางสังคมก็ถูกทิ้งไว้ข้างหลังเช่นกัน จู้ซีเหยาจึงถอนหายใจยาวอย่างโล่งอกวันเวลาผ่านไปทีละวัน เธอก็ค่อย ๆ ปรับตัวเข้ากับชีวิตที่นี่ได้พ่อจู้กับแม่จู้ถามเธอว่าหลังจากนี้มีแผนจะทำอะไร เธอก็หยิบผลไม้ชิ้นหนึ่งป้อนให้แม่ ก่อนจะกะพริบตาเบา ๆ“แม่ ช่วงนี้หนูก็กำลังคิดเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน หนูอยากเรียนต่อ แต่ก็อยากพักอีกสักระยะแล้วลองหางานทำ ดูชีวิตการทำงานบ้าง แม่กับพ่อมีคำแนะนำอะไรไหม?”ในสวนลมพัดค่อนข้างแรง พ่อจู้จึงหยิบผ้าห่มมาสองผืนให้ภรรยาและลูกสาว พลางยิ้มอย่างอารมณ์ดี“อีกไม่กี่วันลูกก็จะอายุครบยี่สิบสามแล้ว เรื่องงานน่ะ ยังมีโอกาสให้ลองอีกเยอะ พ่ออยากให้ลูกได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระ ไปตามหาสิ่งที่ตัวเองต้องการ ไม่ว่าจะเรียนต่อ หรือใช้ช่วงที่ยังหนุ่มสาวออกไปเที่ยวรอบโลกก็ดีทั้งนั้น”แม่จู้ก็พยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะยกมือเคาะหัวเธอเบา ๆ“อาเหยา ลูกอยากทำอะไรก็ทำได้ พ่อกับแม่สนับสนุน

  • เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม   บทที่ 9

    พอเห็นว่าลู่โจวหนานกล่าวโทษเธอโดยไม่แยกแยะผิดถูก ความน้อยใจและความเจ็บปวดในใจของจู้ซีเหยาก็พุ่งขึ้นถึงขีดสุดแต่เธอยังพยายามประคองสติไว้ อยากอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ชัดเจน“เป็นเธอต่างหากที่หาคนมาคิดจะข่มขืนฉัน ส่วนเรื่องตกบันไดก็เป็นละครที่เธอจัดฉากเอง ถ้าไม่เชื่อก็ไปดูที่ห้องนั้นได้ ขอทานคน

  • เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม   บทที่ 8

    พอได้ยินหมอบอกว่าไม่ได้กระแทกโดนกระดูก เป็นเพียงแผลภายนอกเท่านั้น จู้ซีเหยาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกหลังจากทำแผลเรียบร้อยแล้ว เธอก็กลับบ้านยิ่งใกล้ถึงวันต้องจากกัน ห้องนั่งเล่นก็เต็มไปด้วยกระเป๋าเดินทางใบเล็กใบใหญ่เธอพักผ่อนอยู่สองวัน ก่อนจะบอกข่าวเรื่องย้ายไปอยู่ต่างประเทศกับเพื่อนสนิทไม่กี่คนเ

  • เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม   บทที่ 7

    งานเลี้ยงวันเกิดดำเนินมาถึงครึ่งทาง ลู่โจวหนานกับเฉียวอี้หนิงก็ประกาศกำหนดวันแต่งงานต่อหน้าทุกคนจู้ซีเหยาถึงได้รู้ว่า ที่แท้วันนี้ไม่ใช่แค่วันเกิดของลู่โจวหนาน แต่ยังเป็นงานหมั้นของเขากับเฉียวอี้หนิงด้วยทั้งงานกึกก้องไปด้วยเสียงปรบมือ ทุกคนต่างพากันส่งคำอวยพรเธอนั่งอยู่มุมห้องเพียงลำพัง มองพวก

  • เมื่อเพลงจบ…ไม่อาจมีวันคืนดังเดิม   บทที่ 6

    เช้าวันถัดมา พอจู้ซีเหยาลงมาชั้นล่าง ก็เจอลู่โจวหนานทันทีเขานั่งหน้าบึ้งอยู่บนโซฟา สีหน้าเคร่งขรึม น้ำเสียงแข็งกระด้าง“จู้ซีเหยา!”จู้ซีเหยาสัมผัสได้จากน้ำเสียงว่าอารมณ์ของเขาไม่ดีนักแต่เธอก็ไม่มีท่าทีจะปลอบเขาแม้แต่น้อย ท่าทางก็ไม่ได้อบอุ่นอะไรนัก“อ้อ อรุณสวัสดิ์นะ”“ฉันกำลังจะออกไปเดตกับ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status