ANMELDEN
กลิ่นน้ำหอมปรับอากาศราคาแพงในรถตู้ไม่อาจกลบกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งได้
คอสมอสนั่งกรามขบแน่นจนเป็นสันนูน ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตที่หลุดลุ่ยตระกองกอดร่างระหงของลูซี่ ไว้บนตักอย่างหวงแหน มือหนาข้างหนึ่งกดทับรอยปมเนคไทที่เขาใช้ห้ามเลือดบริเวณหัวไหล่ซ้ายของเธอไว้แน่น เลือดสีแดงสดซึมผ่านเนื้อผ้าไหมอิตาลีจนเปียกชุ่ม ลามมาเปื้อนฝ่ามือและแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวของเขา
"เหยียบให้มิด! ขับให้เร็วกว่านี้อดัม! ถ้าลูซี่เป็นอะไรไป ฉันจะสั่งเด็ดหัวพวกแกทุกคน!"
เสียงตวาดก้องของมาเฟียหนุ่มทำเอาบอดี้การ์ดคนสนิทที่ควบพวงมาลัยอยู่ถึงกับเหงื่อตก ต้องเหยียบคันเร่งจนมิด ทะยานรถฝ่าความมืดของกรุงเทพฯ ราวกับพายุคลั่ง
"อื้อ..." ร่างบางในอ้อมแขนขยับตัวเล็กน้อย คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันด้วยความเจ็บปวดจากบาดแผลและฤทธิ์ยาสลบที่ยังตกค้าง
ลูซี่ปรือตาขึ้นอย่างยากลำบาก ภาพตรงหน้าพร่ามัว แต่สัมผัสอบอุ่นและกลิ่นกายบุรุษเพศที่คุ้นเคยผสมกับกลิ่นโคโลญจน์จางๆ ทำให้สติที่เลือนรางของเธอรับรู้ได้ทันทีว่าใครคือคนที่กำลังอุ้มเธออยู่
"คะ...คอสมอส..." เสียงหวานแหบพร่าหลุดออกจากริมฝีปากที่ซีดเซียว
"ฉันอยู่นี่...ลูซี่ ฉันอยู่นี่ ไม่ต้องกลัวนะ" คอสมอสก้มหน้าลงมากระซิบชิดหน้าผากมน นัยน์ตาสีดำขลับที่เคยวาวโรจน์ด้วยความโกรธ บัดนี้สั่นไหวด้วยความหวาดกลัว... กลัวว่าจะสูญเสียเธอไปอีกครั้ง
ลูซี่พยายามรวบรวมสติ ภาพเลือดที่เปื้อนมือและเสื้อของเขา ซ้อนทับกับภาพเด็กชายวัย 5 ขวบที่นอนจมกองเลือดเพราะเอาแผ่นหลังมารับมีดแทนเธอ อาการตื่นตระหนก กำเริบขึ้นมาในพริบตา
"ปล่อย...ปล่อยฉัน..." มือเล็กที่สั่นเทายกขึ้นผลักแผงอกกว้างอย่างอ่อนแรง น้ำตาเม็ดใสกลิ้งหล่นจากหางตา "นายจะ... นายจะเจ็บตัว...เลือด...นายเลือดออกอีกแล้ว..."
"นี่ไม่ใช่เลือดฉัน! เลือดเธอต่างหากยัยคนดื้อ!" คอสมอสกัดฟัน รวบมือเล็กที่พยายามผลักไสเขามากุมไว้แน่นแนบแก้มสากของตัวเอง "เลิกไล่ฉันสักที! สี่ปีที่ผ่านมามันยังทรมานไม่พอหรือไง!"
ลูซี่ส่ายหน้าไปมาอย่างคนเสียสติ ฤทธิ์ยาบวกกับความเจ็บปวดทำให้เธอทนไม่ไหว สติสัมปชัญญะดับวูบลงไปอีกครั้ง พร้อมกับหยาดน้ำตาที่ทิ้งรอยคราบไว้บนแก้มเนียน
"ลูซี่! ลูซี่!" คอสมอสเขย่าตัวเธอเบาๆ เมื่อเห็นเธอนิ่งไป หัวใจของเขาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
****************
โรงพยาบาล The Astraea Medical Center
รถตู้เบรกดังเอี๊ยดที่หน้าแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลในเครือเอร์นานเดซ ทีมแพทย์และพยาบาลที่สแตนด์บายรออยู่แล้วรีบเข็นเตียงเข้ามารับตัวคนเจ็บทันที
คอสมอสวางร่างของลูซี่ลงบนเตียงอย่างระมัดระวัง แต่จับมือเธอไว้ไม่ยอมปล่อยจนกระทั่งถึงหน้าห้องฉุกเฉิน
"บอสครับ เข้าไปไม่ได้นะครับ ให้เป็นหน้าที่ของคุณหมอเถอะครับ" อดัม บอดีการ์ดคนสนิทรีบเข้ามาแตะแขนเจ้านายเพื่อดึงสติ
คอสมอสจำใจต้องปล่อยมือจากเธอ เขายืนจ้องมองประตูห้องฉุกเฉินที่ปิดลงด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ก่อนจะยกมือขึ้นเสยผมที่ปรกหน้าอย่างหงุดหงิด เผยให้เห็นรอยเลือดของลูซี่ที่เปรอะเปื้อนเต็มฝ่ามือและแขนเสื้อ
หลายสิบปีที่แล้ว เขาเป็นคนนอนจมกองเลือดให้เธอร้องไห้แทบขาดใจ สี่ปีต่อมา เธอมานอนจมกองเลือดอยู่ต่อหน้าเขา โดยที่เขาปกป้องเธอไว้ไม่ทัน
"อดัม..." น้ำเสียงของคอสมอสเปลี่ยนไป มันเยือกเย็นและแฝงไปด้วยรังสีอำมหิตจนคนฟังขนลุกซู่ "ไอ้สวะที่กล้าเอามีดแทงลูซี่...มันอยู่ไหน"
"ลูกน้องเราคุมตัวมันไว้ที่เซฟเฮาส์ใต้ดินแล้วครับบอส มันยังไม่ยอมอ้าปากบอกว่าใครจ้างมันมา"
คอสมอสแสยะยิ้ม รอยยิ้มของซาตานที่พร้อมจะฉีกกระชากเหยื่อ "ดี...บอกพวกข้างล่างว่าอย่าเพิ่งให้มันตาย ถอนฟันมันออกทีละซี่ บดนิ้วมันทีละข้อ จนกว่าฉันจะลงไปชำระความกับมันด้วยตัวเอง...ใครที่มันกล้าแตะต้อง 'ผู้หญิงของฉัน' มันต้องชดใช้ด้วยเลือดที่ข้นกว่าหมื่นเท่า!"
********************
3 ชั่วโมงต่อมา
ห้องพักฟื้น VVIP
กลิ่นยาฆ่าเชื้อลอยเตะจมูก ลูซี่ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาพบกับเพดานสีขาวสะอาดตา ความรู้สึกปวดแปลบที่หัวไหล่ซ้ายทำให้เธอต้องนิ่วหน้า เมื่อเหลือบมองก็พบว่ามันถูกทำแผลและพันผ้าพันแผลไว้อย่างดี เดรสราตรีสีดำถูกเปลี่ยนเป็นชุดคนไข้สีฟ้าอ่อน
"ตื่นแล้วเหรอ...เลดี้แห่งเมอร์เวล"
เสียงทุ้มต่ำและเย็นชาดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง
ลูซี่หันขวับไปมอง หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ
ที่โซฟาหนังตัวใหญ่ริมหน้าต่าง คอสมอสนั่งไขว่ห้างพิงพนักอยู่ เขาไม่ได้สวมเสื้อสูทแล้ว เสื้อเชิ้ตสีขาวถูกปลดกระดุมลงมาสามเม็ดเผยให้เห็นแผงอกแกร่ง แขนเสื้อถูกพับลวกๆ ขึ้นมาถึงข้อศอก แม้จะดูยับเยินแต่กลับขับเน้นความหล่อเหลาดุดันแบบดิบเถื่อนจนน่าใจหาย
เขาไม่ใช่เด็กผู้ชายวัย 18 ปีที่เคยส่งจดหมายรักหาเธออีกต่อไป... ผู้ชายตรงหน้าคือ 'มาเฟียวงการแพทย์' ผู้ทรงอิทธิพล ที่เต็มไปด้วยรังสีอันตราย
ลูซี่พยายามยันตัวลุกขึ้นนั่ง แต่อาการหน้ามืดทำให้เธอเซเล็กน้อย
พรึ่บ!
เพียงเสี้ยววินาที ร่างสูงใหญ่ก็พุ่งเข้ามาประชิดขอบเตียง มือหนาคว้าท่อนแขนข้างที่ไม่ได้เจ็บของเธอไว้เพื่อพยุง ความเร็วของเขาทำให้ลูซี่ตกใจจนเผลอขยับหนี
"อย่าแตะต้องฉันนะ!" เธอตวาดเสียงสั่น พยายามสะบัดแขนออก "นายเข้ามาในห้องนี้ได้ยังไง ออกไปเดี๋ยวนี้!"
คอสมอสชะงัก แววตาปวดร้าววาบพาดผ่านดวงตาคมกริบเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความแข็งกร้าว เขาไม่ยอมปล่อยมือ ซ้ำยังบีบแน่นขึ้นจนลูซี่นิ่วหน้า
"ออกไปงั้นเหรอ?" คอสมอสแค่นหัวเราะ โน้มใบหน้าหล่อร้ายกาจลงมาใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าว "นี่โรงพยาบาลของฉัน ห้องของฉัน และเตียงที่เธอนอนอยู่... ก็เงินฉัน! เธอมีสิทธิ์อะไรมาไล่ฉัน ยัยคนใจดำ!"
"ปล่อย! ฉันจะกลับโรงแรม!" ลูซี่ดื้อดึงไม่ยอมแพ้ แม้ในใจจะสั่นไหวแค่ไหนเมื่อได้อยู่ใกล้เขา
"โรงแรมที่มีนักฆ่าดักรอจะเอาชีวิตเธอน่ะเหรอ ฝันไปเถอะ!"
คอสมอสใช้มืออีกข้างกดไหล่บางให้นอนราบลงไปกับเตียง ก่อนจะโน้มตัวลงมาคร่อมทับร่างของเธอเอาไว้ แขนแกร่งทั้งสองข้างกักขังเธอไว้ในวงแขนอย่างสมบูรณ์แบบ นัยน์ตาสีดำขลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่กำลังสั่นระริก
"ฟังฉันให้ดีนะลูซี่..." น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความอัดอั้น "สี่ปีที่ผ่านมา เธอจะหนีไปหลบซ่อนอยู่ที่ไหนบนโลก ฉันปล่อยให้เธอทำตามใจมาพอแล้ว..."
ลูซี่เม้มปากแน่น พยายามเบือนหน้าหนีสายตาที่แทบจะหลอมละลายตัวเธอ แต่คอสมอสใช้ปลายนิ้วเชยคางเธอให้หันกลับมาสบตาเขา
"แต่ในเมื่อโชคชะตาและพวกสวะนั่น ส่งเธอกลับมาอยู่ในอ้อมกอดฉันอีกครั้ง อย่าหวังว่าฉันจะยอมปล่อยให้เธอเดินหันหลังให้ฉันเป็นครั้งที่สอง"
"นายมันบ้าไปแล้วคอสมอส! เราจบกันไปตั้งนานแล้ว! นายมีคนของนาย ฉันมีทางของฉัน!" ลูซี่เถียงกลับทั้งน้ำตา หยิบยกเอาภาพของ 'ไดร่า' ที่ควงเขาในงานมาเป็นเกราะกำบัง
"จบงั้นเหรอ ใครเป็นคนอนุญาตให้เธอจบ!" คอสมอสตวาดกลับอย่างเดือดดาล "ฉันไม่เคยตกลง! และผู้หญิงพวกนั้นก็เป็นแค่อากาศธาตุเมื่อเทียบกับเธอ!"
เขาเลื่อนใบหน้าลงมาแนบชิด ริมฝีปากหยักลึกเฉียดผ่านใบหูที่ขึ้นสีระเรื่อของเธอ กระซิบถ้อยคำประกาศิตที่ตีตราจองจำชีวิตของเลดี้สาวนับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป
"เตรียมตัวรับมือกับ 'นรก' ของจริงไว้ได้เลย เลดี้ลูซี่ เพราะนับตั้งแต่วินาทีนี้ไป เธอจะต้องชดใช้ให้กับทุกหยดน้ำตาและทุกคืนที่ฉันต้องทนทรมาน... ด้วยการถูกขังอยู่ข้างกายฉัน... ตลอดชีวิต!"
คำทวงรางวัลหน้าตายของมาเฟียหนุ่ม ทำเอาความมั่นใจของเลดี้สาวที่เพิ่งฟื้นฟูเมื่อครู่ปลิวหายไปในพริบตา ลูซี่หน้าแดงซ่านไปถึงใบหู แต่คราวนี้เธอไม่ได้วิ่งหนีเหมือนทุกที เธอกัดริมฝีปากล่างเบาๆ แล้วพยักหน้า"กะ...ก็ได้ นั่งลงสิ ฉันจะล้างแผลให้ก่อน"คอสมอสยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ เขาทรุดตัวลงนั่งบนขอบเตียงอย่างว่าง่าย ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตเผยให้เห็นบาดแผลที่ต้นแขนซ้าย ลูซี่หยิบกล่องปฐมพยาบาลและเจลสมานแผลนวัตกรรมใหม่ของเขามาจัดการให้อย่างเบามือที่สุดใบหน้าหวานใสขยับเข้าไปใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ คอสมอสจ้องมองแพขนตางอนยาวและริมฝีปากอวบอิ่มสีพีชด้วยความหลงใหล ความเจ็บแสบจากบาดแผลแทบไม่มีผลกับเขาเลยเมื่อเทียบกับความปั่นป่วนในหัวใจ"เสร็จแล้ว...แผลดูดีขึ้นมากเลยนะ พรุ่งนี้น่าจะ..."ลูซี่ยังพูดไม่ทันจบประโยค ทันทีที่เธอแปะพลาสเตอร์กันน้ำแผ่นสุดท้ายเสร็จ มือหนาข้างขวาก็รวบเอวคอดกิ่วของเธอให้ถลำลงมานั่งแหมะบนตักแกร่งทันที"หมดหน้าที่หมอแล้ว... ถึงเวลาจ่าย 'ค่ารักษา' สักทีนะ เลดี้"น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่ากระซิบชิดริมฝีปาก ก่อนที่คอสมอสจะทาบทับริมฝีปากหยักลึกลงมาบดเคล้าความหวานโดยไม่ให้เธอได้ตั้งตัว จู
แสงแดดยามเช้ายังไม่ทันสาดส่องเต็มที่ แต่ภายในห้องประชุมผนังทึบของคฤหาสน์กลับคุกรุ่นไปด้วยความตึงเครียดคอสมอสนั่งอยู่หัวโต๊ะกระจกตัวยาว แขนซ้ายที่เพิ่งเย็บแผลถูกพันด้วยผ้าพันแผลใต้เสื้อเชิ้ตสีดำสนิท นัยน์ตาสีรัตติกาลดุดันและเยือกเย็นราวกับน้ำแข็ง เขามองภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดและเศษซากกระสุนที่บอดี้การ์ดเก็บกู้มาได้จากที่เกิดเหตุเมื่อวาน"ไอ้มือปืนรับจ้างนั่นหนีรอดไปได้ครับบอส ส่วนพวกรถที่ขับไล่กวดเรา พวกมันกัดลิ้นตัวเองตายก่อนที่เราจะเค้นความลับได้" อดัมมือขวาคนสนิทรายงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "ดูเหมือนฝั่งนั้นจะจ้างพวกเดนตายมาทำงาน และเตรียมการมาอย่างดีเพื่อเล็งเป้าไปที่เลดี้ลูซี่โดยเฉพาะ""พวกสวะเอ๊ย..." คอสมอสสบถเสียงเหี้ยม นิ้วแกร่งเคาะโต๊ะกระจกเป็นจังหวะช้าๆ ที่ทำให้ลูกน้องในห้องแทบกลั้นหายใจความหวาดกลัวของลูซี่ที่ร้องไห้ตัวสั่นในอ้อมกอดเขาทั้งคืน เป็นเหมือนเชื้อไฟที่ราดรดลงบนความโกรธแค้นของมาเฟียหนุ่ม เขาจะไม่ยอมปล่อยให้เธอต้องอยู่อย่างหวาดผวาแบบนี้อีกต่อไป"ในเมื่อพวกมันชอบลอบกัดอยู่ในมุมมืด เราก็จะกระชากหัวพวกมันออกมาสว่างๆ" คอสมอสแสยะยิ้มร้ายกาจ แผนการบางอย่างผุดขึ้นในหัว "อดั
หลังจากผ่านพ้นบทเรียนจูบแรกที่ทำเอาหัวใจแทบวาย ลูซี่ที่หน้าแดงก่ำราวกับมะเขือเทศสุกก็รีบขอตัวหนีกลับมานอนที่ห้องพักของตัวเอง ทิ้งให้คนป่วยเจ้าเล่ห์นอนยิ้มกริ่มอย่างอารมณ์ดีแต่ทว่าเมื่อความเงียบสงัดของยามค่ำคืนคืบคลานเข้ามา ร่างกายที่เหนื่อยล้าจากการเผชิญกับเหตุการณ์เฉียดตายเมื่อช่วงบ่าย ก็เริ่มประท้วง ความทรงจำอันเลวร้ายที่ถูกกดทับไว้ด้วยความเขินอายเมื่อครู่ เริ่มตีรวนขึ้นมาในรูปแบบของฝันร้ายฟุ่บ! ปัง! ปัง!เสียงปืนไรเฟิลดังก้องอยู่ในหัวของลูซี่ ภาพจุดเลเซอร์สีแดงที่ชี้มาตรงหน้าผาก สลับกับภาพร่างสูงใหญ่ของคอสมอสที่พุ่งเข้ามากอดเธอไว้ ก่อนที่เลือดสีแดงฉานจะสาดกระเซ็นย้อมเสื้อเชิ้ตของเขาจนเปียกชุ่ม ภาพนั้นทับซ้อนกับเด็กชายวัยสิบแปดปีในรูปถ่ายตัดต่อที่ถูกซ้อมจนเลือดอาบ และเด็กชายวัยห้าขวบที่นอนจมกองเลือดเพื่อปกป้องเธอ"ไม่...ไม่เอาแล้ว...คอสมอส!"ร่างบางบนเตียงนอนดิ้นกระสับกระส่าย เหงื่อกาฬแตกพลั่กเต็มกรอบหน้าหวาน มือเล็กรวบกำผ้าปูที่นอนจนยับยู่ยี่ นัยน์ตาปิดสนิทแต่กลับมีหยาดน้ำตาไหลพรากอาบสองแก้ม เสียงละเมอสะอื้นไห้ดังก้องไปทั่วห้องที่มืดมิด"อย่าตายนะ... คอสมอส... เลือด... เลือดเต็มไ
เพียงไม่กี่นาทีต่อมา ประตูห้องน้ำก็เปิดออก คอสมอสเดินออกมาในชุดนอนผ้าไหมสีดำสนิท กระดุมถูกติดอย่างเรียบร้อยทุกเม็ดตามคำสั่งเป๊ะ แม้ผมจะยังชื้นนิดๆ แต่ความหล่อเหลาและรังสีความอันตรายก็ไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อยลูซี่นั่งรออยู่ตรงขอบเตียงกว้าง เมื่อเห็นเขาทำตามข้อตกลงอย่างว่าง่าย เลดี้สาวก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เรียกความกล้า ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วเดินเข้าไปหามาเฟียหนุ่มที่กำลังยืนรอรับรางวัลด้วยสายตาพราวระยับ"เก่งมาก...คนไข้เชื่อฟังหมอแบบนี้ ต้องได้รางวัล"ลูซี่ยิ้มบางๆ เธอขยับเข้าไปประชิดตัว ยกสองแขนขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งอย่างระมัดระวังไม่ให้โดนแผลที่ต้นแขนซ้าย ก่อนจะเขย่งปลายเท้าขึ้นเล็กน้อยฟอดดด...ฟอดดด...จมูกรั้นกดฝังลงบนแก้มสากทั้งซ้ายและขวา สูดดมกลิ่นครีมอาบน้ำหอมสดชื่นผสมกับกลิ่นกายบุรุษเพศเข้าเต็มปอด คอสมอสหลับตาพริ้มรับสัมผัสแสนหวาน รอยยิ้มกว้างผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อร้ายกาจ เขายกมือข้างขวาขึ้นตวัดรัดเอวคอดกิ่ว รั้งร่างบางให้แนบชิดกับแผงอก แล้วก้มลงหอมแก้มเนียนนุ่มของเธอคืนทั้งสองข้างเช่นกัน"ชื่นใจจัง..." คอสมอสกระซิบชิดใบหู ปลายจมูกโด่งยังคงคลอเคลียไม่ห่างพวงแก้มใส "แต่รางวัล
หลังจากทานซุปจนหมดชามและกินยาเรียบร้อย ลูซี่ก็ประคองคอสมอสกลับขึ้นมาบนห้องพักชั้นสามเพื่อเตรียมตัวเข้านอน แต่ปัญหาใหญ่ที่ตามมาคือ คนเจ็บถูกสั่งห้ามไม่ให้แผลโดนน้ำเด็ดขาดดังนั้น ภาระหน้าที่ที่เต็มใจจึงตกเป็นของพยาบาลส่วนตัวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ภายในห้องน้ำหรูหราที่กรุด้วยหินอ่อนสีดำสนิท ไอน้ำอุ่นๆ ลอยกรุ่นพร้อมกับกลิ่นครีมอาบน้ำสปาหอมสดชื่น คอสมอสนั่งเปลือยท่อนบนอยู่บนเก้าอี้สตูลบุกำมะหยี่กันน้ำตรงหน้าอ่างล้างหน้า ท่อนล่างสวมเพียงกางเกงสแล็กที่ถูกพับขาขึ้นมาลวกๆลูซี่ในสภาพรวบผมมวยสูง แขนเสื้อถูกถลกขึ้น กำลังใช้ฟองน้ำนุ่มๆ ชุบน้ำสบู่อุ่นจัด ค่อยๆ บรรจงเช็ดไปตามแผงอก ลาดไหล่ และแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มอย่างระมัดระวังที่สุด เพื่อไม่ให้น้ำกระเด็นไปโดนผ้าพันแผลที่ต้นแขนซ้าย ส่วนท่อนล่างเขาก็นุ่งผ้าขนหนูเอาไว้บรรยากาศในห้องน้ำเงียบกริบ มีเพียงเสียงน้ำหยดและเสียงลมหายใจ ที่ดูเหมือนจะติดขัดของใครบางคน"เอ่อ...ลูซี่"คอสมอสส่งเสียงเรียกเบาๆ นัยน์ตาสีดำขลับที่เคยมองใครต่อใครด้วยความดุดันและเย่อหยิ่ง บัดนี้หลุบต่ำลงมองหยดน้ำบนพื้น หูทั้งสองข้างของมาเฟียหนุ่มแดงเถือก ลามไปจนถึงลำคอ"หืม น้ำร้อ
"กระสุนแค่ถากไปครับบอส ไม่โดนเส้นเลือดใหญ่หรือกระดูก ผมทำแผลและเย็บปิดให้เรียบร้อยแล้ว แต่คืนนี้อาจจะมีไข้ขึ้นสูงเพราะแผลอักเสบนะครับ ผมจะจัดยาแก้อักเสบกับยาลดไข้ไว้ให้"หมอฟิลลิปรายงานอาการ ขณะเก็บอุปกรณ์ลงกระเป๋าคอสมอสพยักหน้ารับเรียบๆ แต่คนที่ดูจะใส่ใจกับคำสั่งหมอมากกว่าคนป่วยกลับเป็นเลดี้สาวที่ยืนกุมมือเขาอยู่ไม่ห่าง ลูซี่ขยับเข้าไปใกล้คุณหมอ นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น"คุณหมอคะ แล้วเรื่องการล้างแผลล่ะคะ ต้องทำยังไงบ้าง? ต้องระวังเรื่องน้ำหรืออาหารอะไรเป็นพิเศษไหม?"คำถามรัวเป็นชุดของลูซี่ทำเอาคุณหมอยิ้มเอ็นดู ก่อนจะอธิบายขั้นตอนการทำความสะอาดแผล การทายา และข้อห้ามต่างๆ อย่างละเอียด ซึ่งเลดี้สาวก็ตั้งใจฟังและจดจำทุกขั้นตอนอย่างแม่นยำ ราวกับนักเรียนหน้าชั้นที่กำลังจดเลคเชอร์คอสมอสมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกอบอุ่นในอก เม่นน้อยของเขา ไม่กลัวเลือดของเขาอีกต่อไปแล้ว*********************หนึ่งชั่วโมงต่อมาแม้จะเป็นถึงเลดี้แห่งเมอร์เวล แต่ลูซี่ก็สลัดคราบลูกคุณหนูทิ้ง จัดการรวบผมยาว สวมผ้ากันเปื้อน และลงมือเข้าครัวด้วยตัวเองเพื่อทำซุปบำรุงกำลังให้คนเจ็บลูซี่เลือกทำซุปมันฝร







