ซีรีส์ 'Goblin' เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนสำหรับฉัน เพราะสองเพลงที่โดดเด่นอย่าง 'Stay With Me' ของชานยอลกับPunch และ 'I Will Go to You Like the First Snow' ของ Ailee ช่วยยกอารมณ์เรื่องให้สูงขึ้นมาก ทั้งสองเพลงไม่เพียงแค่ไพเราะ แต่เนื้อร้องกับน้ำเสียงสามารถทำให้คนดูย้อนกลับไปยังภาพเดิมๆ ของฉากรักที่น่าประทับใจ จังหวะและการจัดวางเสียงประสานระหว่างเสียงชาย-หญิงใน 'Stay With Me' ให้ความรู้สึกละมุนแต่ก็มีความห่วงใย ในขณะที่เสียงทรงพลังของ Ailee ในเพลงอีกเพลงหนึ่งทำให้ช่วงเวลาการพลัดพรากและการรำลึกเข้มข้นขึ้น
ความทรงจำเกี่ยวกับซีรีส์ที่เคยดังมากไม่อาจตัดขาดจากเพลงประกอบ ในมุมมองของคนที่ติดตามดราม่าแบบจริงจัง เพลงอย่าง 'You Are My Everything' ของ Gummy จากซีรีส์ 'Descendants of the Sun' ยังเป็นเพลงที่ทำให้ฉากรักโรแมนติกดูหนักแน่นและหวานมากขึ้น ท่อนของเพลงที่ขึ้นตรงช่วงพระเอกกับนางเอกกลับมารวมกัน ให้ความรู้สึกอบอุ่นและมีพลังมาก นอกจากความไพเราะแล้ว เสียงร้องที่เต็มไปด้วยการขับอารมณ์ยังช่วยให้ผู้ชมอินกับชะตากรรมของตัวละครได้ง่ายขึ้น
อีกเพลงหนึ่งที่ยังจำได้ชัดคือ 'Everytime' ที่ร้องโดย Chen และ Punch ซึ่งใช้ในฉากที่ต้องการความละมุนและความหวาน เพลงนี้มีท่วงทำนองที่ติดหูและเหมาะกับฉากจังหวะหัวใจเต้นแรง เพลงทั้งสองจาก 'Descendants of the Sun' จึงกลายเป็นตัวอย่างของการใช้ OST ที่ทำให้ซีรีส์กลายเป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมจริงๆ
ในฐานะแฟนซีรีส์เกาหลีที่ฟังเพลงประกอบจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของฤดูหนาว ผมคงต้องยกให้เพลง 'I Will Go to You Like the First Snow' ของ Ailee จาก 'Goblin' เป็นเพลงที่โดดเด่นที่สุดในช่วงปี 2017 เพราะมันไม่ใช่แค่เพลงประกอบธรรมดา แต่กลายเป็นซาวด์แทร็กที่คนจำได้ทันทีเมื่อพูดถึงฉากหิมะแรกหรือฉากอำลา
เพลงนี้มีจังหวะและน้ำเสียงที่ทำให้ฉากโรแมนติกและเศร้ารวมกันได้อย่างลงตัว ผมจำได้ว่าตอนที่เพลงขึ้นมาในซีนนึง หายใจแทบไม่ทัน เพราะเสียงสูงของ Ailee ดึงเอาอารมณ์ของตัวละครออกมาชัดเจน นอกจากนั้น เมโลดี้ของเพลงยังถูกนำไปคัฟเวอร์และร้องตามตามคอนเสิร์ตหรือรายการเพลงบ่อย ๆ ทำให้มันกลายเป็นเพลงที่อยู่ในเพลย์ลิสต์ของคนทั่วไป ไม่ว่าจะคนที่ดูซีรีส์หรือไม่ได้ดู พูดสั้น ๆ คือเพลงนี้กลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ทางดนตรีของปีนั้นสำหรับผมและเพื่อน ๆ รอบตัว