ฉากที่อดีตถูกลบแล้วถูกเติมด้วยข้อความที่ตั้งใจให้เป็นหลักยึด ทำให้เราต้องย้อนมองฉากโรแมนติกหรือปมขัดแย้งก่อนหน้าใหม่อีกครั้งว่าแท้จริงแล้วอะไรคือความจริง เหมือนกลไกใน 'The Girl Who Leapt Through Time' ที่เวลาและผลของมันเปลี่ยนความหมายของการกระทำ ความแตกต่างคือ 'just for you' เลือกใช้การเขียนและหลักฐานเป็นเครื่องมือรักษาและเชื่อมต่อผู้คน การเฉลยแบบนี้ทำให้ตอนจบไม่ใช่แค่การเปิดโปง แต่เป็นการคืนความทรงจำในรูปแบบที่เปราะบางและเต็มไปด้วยความเมตตา ซึ่งทำให้ฉันหวนคิดถึงวิธีการเยียวยาที่ไม่ต้องการฮีโร่ โดดเดี่ยวแต่เลือกความเป็นมนุษย์
ฉันชอบแอบฮัมท่อนคอรัสของ 'it's you' เวลาได้ยินมันในเพลย์ลิสต์ยามดึก — โทนคีย์ต้นฉบับของเพลงคือ F# เล็ก (F# minor) ซึ่งให้ความรู้สึกเศร้าแต่อบอุ่นแบบพอดี ตัวคอร์ดหลักที่ถูกใช้บ่อยสุดคือ F#m - D - A - E (วนซ้ำทั้งในเวิร์สและคอรัส) ซึ่งเป็นวงจร vi - IV - I - V ในระบบของ A เมเจอร์ ทำให้เมโลดี้เข้ากับฮาร์โมนีได้อย่างเป็นธรรมชาติ
การเล่นกีตาร์แบบง่ายๆ ที่หลายคนใช้คือใส่แคโปที่เฟรต 2 แล้วใช้คอร์ดรูป Em - C - G - D ซึ่งจะออกมาเป็นเสียงเดียวกับต้นฉบับ (Em ขึ้นเสียงเป็น F#m เมื่อใส่แคโป 2 เป็นต้น) โครงสร้างเพลงค่อนข้างตรงไปตรงมา: อินโทร/เวิร์สใช้โปรเกรสชั่นเดียวกับคอรัส ส่วนบลิดจ์มักเพิ่มคอร์ดอย่าง Bm เพื่อให้เกิดความตึงและกลับมาให้คอรัสลงตัว หากอยากเล่นบนเปียโน ให้ใช้ซับบาส F#m เป็นฐาน แล้ววาง D, A, E เป็นคอร์ดคอยเติมสีสัน เพลงนี้ทำหน้าที่เหมือนชิ้นเรียบง่ายที่พอมีการเปลี่ยนคอร์ดนิดหน่อยก็สร้างอารมณ์ได้ดี — นับว่าเป็นบทเพลงที่เล่นง่ายและร้องตามได้สบาย ๆ