Just you ตราบนานเท่าใดคนของใจก็ใช่เธอ

Just you ตราบนานเท่าใดคนของใจก็ใช่เธอ

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-12
Oleh:  paiinaraBaru saja diperbarui
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
Belum ada penilaian
120Bab
5Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

"หมอคิดถึงแก้วแค่นี้เองเหรอคะ" หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อน อินทัชเองก็ไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไป เขามองหน้าหญิงสาวก่อนที่จะเริ่มบรรเลงจุมพิต

Lihat lebih banyak

Bab 1

ตอนที่1

แสงแดดยามเย็นส่องกระทบทั่วพื้นหญ้าสีเขียวขจีตามข้างทาง ใบไม้ ใบหญ้าต่างก็โอนเอียงพลิ้วไหวตามแรงลม บรรยากาศยามเย็นของทางเข้าหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอนช่างงดงามและสบายตายิ่งนัก ชายหนุ่มที่นั่งชันเข่าข้างหนึ่งหลังรถกระบะคันสีฟ้า กำลังหลับตาสูดเอาบรรยากาศที่แสนจะอบอวลไปด้วยกลิ่นธรรมชาติที่ใครหลายๆ คนต้องการสัมผัส ก่อนจะสะดุ้งลืมตาขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงตะโกนออกมาจากในรถขณะที่รถกำลังจอดสนิท

“พ่อหนุ่มถึงแล้ว เดี๋ยวเอ็งเดินลงไปอีกหน่อยก็จะเจอหมู่บ้านอองตองแล้ว”

เสียงชายสูงวัยชะเง้อออกมาจากฝั่งคนขับของรถกระบะคันเก่า เพื่อแจ้งชายหนุ่มที่ขอติดรถมาด้วยให้ทราบเมื่อถึงที่หมาย

อินทัช ชายหนุ่มในวัย25ปี หรือที่ใครหลายๆ คนเรียกว่าหมออิน หลังจบหลักสูตรแพทย์ทั่วไป6ปีก็ไม่ได้เรียนต่อสายแพทย์เฉพาะทาง เนื่องด้วยผู้เป็นพี่ชายเพียงคนเดียวประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตในวันที่เขาจบการศึกษาพอดี วันนั้นควรจะเป็นวันที่อินทัชควรมีความสุขที่สุด แต่กลับเป็นวันที่อินทัชต้องฝังใจเหมือนเป็นตราบาปให้ตัวเองมาจนถึงปัจจุบัน เพราะถ้าผู้พี่ชายไม่รีบร้อนที่จะขับรถมางานรับปริญญาตัวเขาเองก็คงไม่ต้องประสบอุบัติเหตุจนเสียชีวิตเช่นนี้

อินทัชมีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดจันทบุรี ที่บ้านทำธุรกิจส่งออกผลไม้ นี่ก็ผ่านมา1ปีแล้วที่ผู้เป็นพี่ชายเสียชีวิต นับจากนั้นอินทัชก็ไม่เคยมีความสุขกับการใช้ชีวิตอีกเลย ผู้เป็นพี่ชายทุ่มกำลังกายและใจในการทำงานเพื่อส่งน้องชายให้ไปเรียนหมอที่กรุงเทพตามที่ตั้งใจไว้ แต่วันที่เขากำลังประสบความสำเร็จกลับเป็นวันที่พี่ชายคนเดียวต้องมาเสียชีวิต นับจากนั้นอินทัชก็เสียศูนย์ เขาไม่สามารถดำเนินชีวิตต่อได้

หลังจากที่ทิ้งช่วงการใช้ชีวิตไปโดยเปล่าประโยชน์เป็นเวลา1ปี เขาก็เริ่มทำใจกับการจากไปของผู้เป็นพี่ชายได้บ้าง อินทัชอยากหาที่พักพิงจิตใจเพื่อให้ตัวเองได้เริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง และเป้าหมายที่เขาต้องการเริ่มต้นชีวิตใหม่คือหมู่บ้านเล็กๆ ที่ชื่อว่าหมู่บ้านอองตอง ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยที่เขาจะมาเป็นแพทย์อาสาประจำอยู่ที่หมู่บ้านนี้เพื่อเยียวยาจิตใจให้เข้มแข็งขึ้นก่อนที่จะตัดสินใจเลือกเส้นทางใหม่ให้กับตัวเองอีกครั้ง

อินทัชกระโดดลงจากหลังกระบะพร้อมกับเป้อีกใบเมื่อได้ยินเสียงลุงคนขับตะโกนแจ้งว่าถึงปลายทางแล้ว และก็ไม่ลืมที่จะกล่าวขอบคุณผู้มีน้ำใจที่ขับพามาส่งโดยที่ไม่ได้คิดค่าเสียเวลาแม้แต่บาทเดียว

อินทัชยืนสูดลมบริสุทธิ์อยู่ข้างถนนก่อนจะเดินลงไปยังหมู่บ้านเล็กๆ ที่มีชื่อว่าหมู่บ้านอองตอง ทัศนียภาพทางเข้าหมู่บ้านดังกล่าวช่างงดงามยิ่งนัก พื้นที่รอบๆ ปกคลุมไปด้วยต้นไม้ใบหญ้าและป่าเขา เขาเผยรอยยิ้มออกมาอย่างพอใจ ที่นี่คงจะเป็นที่เขาจะได้พักกายและพักใจอย่างแท้จริง

_____________________________

หญิงสาวถักเปีย2ข้างปั่นจักรยานผ่านบ้านหลังหนึ่งที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คนกำลังวุ่นอยู่กับการทำความสะอาดประหนึ่งว่าจะมีใครมาอยู่ยังไงอย่างงั้น บ้านหลังนี้เธอจำได้ว่าผู้เป็นเจ้าของเดิมได้ย้ายถิ่นฐานออกไปแล้วเมื่อหลายปีก่อน และทำการฝากขายไว้กับลุงผู้ใหญ่บ้าน สงสัยคงจะขายออกได้แล้วกระมัง

“พี่สม…จะมีคนมาอยู่ที่นี่แล้วเหรอ” เด็กสาวเดินไปถามหญิงวัยกลางคนที่กำลังวุ่นอยู่กับการถางหญ้าบริเวณหน้าบ้านดังกล่าว

“มีแล้ว เห็นว่าจะมาอยู่พรุ่งนี้ ได้ยินว่าจบหมอมาด้วยนะ ผู้ใหญ่บ้านบอกจะมาเป็นหมออาสาที่หมู่บ้านเราด้วย นี่ผู้ใหญ่ก็ให้มาช่วยกันทำความสะอาด” สม หญิงวัยกลางคนเอ่ยตอบด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“ดีจังเลยเนาะพี่สมหมู่บ้านเราจะมีหมอแล้ว ต่อไปเจ็บป่วยอะไรก็ไม่ต้องพากันเข้าไปในตัวเมืองให้เสียเวลา งั้นแก้วไปก่อนนะ พอดีนัดชะเอมไว้ว่าจะไปปั่นจักรยานเล่นกัน”

"พวกเอ็งน่ะโตกันขนาดนี้แล้วยังจะเที่ยวเล่นเหมือนเด็กๆ ไปได้” สมตะโกนตามหลัง แต่หญิงสาวถักเปียดังกล่าวได้แต่โบกมือตอบรับและมุ่งหน้าปั่นจักรยานไปยังปลายทางที่ได้วางแผนไว้

แก้วหรือกัญญาวีร์ สาวน้อยวัย20ปีที่เรียนจบชั้นมัธยมปลายแล้วตัดสินใจไม่เรียนต่อ เธอต้องการที่จะมาช่วยตากับยายดูแลธุรกิจแปลงดอกไม้ขนาดย่อมเยา ส่วนมากลูกค้าของเธอจะมาจากในตัวเมือง จังหวัดใกล้เคียงหรือแม้แต่หมู่บ้านใกล้ๆ ที่แวะมาอุดหนุนเป็นประจำ พ่อกับแม่ของเธอหย่าขาดกันตั้งแต่เธอยังจำความไม่ได้ ผู้เป็นยายเลยรับมาเลี้ยงดู ส่วนพ่อกับแม่ต่างก็ไปมีครอบครัวใหม่และไม่ได้ติดต่อกันนับตั้งแต่นั้นมา กัญญาวีร์ไม่รู้สึกมีปมด้อยอะไรที่คนอื่นจะมองว่าเป็นลูกไม่มีพ่อไม่มีแม่ เพราะสำหรับเธอแล้วมีแค่ตากับยายเธอก็มีความสุขได้เช่นกันและไม่เคยร้องขออยากที่จะเจอหน้าผู้ให้กำเนิดแม้แต่สักครั้ง

______________________________

เวลาล่วงเลยมาจนค่ำ อินทัชก็ยังเดินไม่ถึงบ้านพักเสียที ถึงที่นี่จะเป็นหมู่บ้านขนาดเล็ก แต่สำหรับคนนอกพื้นที่ที่ไม่สันทัดเส้นทางก็อาจจะทำให้เดินหลงได้ อินทัชเดินมาเป็นเวลานานจนเรี่ยวแรงขาทั้งสองข้างเริ่มไม่ไหว เขานั่งลงใต้ต้นไม้ใหญ่ที่มีไฟประดับอยู่รอบๆ อินทัชแหงนมองแสงไฟเรืองรองนั้นด้วยความสุขใจ ก่อนจะละสายตาจากแสงไฟนั้นแล้วมานึกถึงสภาพตัวเองในตอนนี้

กัญญาวีร์ที่ปั่นจักรยานผ่านมาทางชายหนุ่มพอดี ด้วยความมีมิตรน้ำใจของเธอเป็นทุนเดิมอยู่แล้วก็ไม่สามารถปล่อยผ่านโดยที่ไม่หยุดถามชายที่นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ได้ เธอจอดจักรยานไว้แล้วเดินดุ่มๆ ไปหาชายตรงหน้าทันที

“มีอะไรให้ช่วยมั้ยคะ?” เสียงใสเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก

อินทัชค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมา ก่อนจะลุกขึ้นยืนเพื่อยิ้มตอบกลับให้กับหญิงสาวตรงหน้า

“คือผมพึ่งย้ายมาอยู่ที่นี่ คุณช่วยพาผมไปหาผู้ใหญ่ปูนหน่อยได้มั้ย” เสียงอินทัชช่างสุภาพอ่อนหวานนัก

“อ๋อ….คุณคือคุณหมอคนที่จะย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านเราใช่มั้ย แต่เห็นพี่สมบอกว่าคุณหมอจะมาพรุ่งนี้ไม่ใช่เหรอ”

“ทีแรกก็จะมาพรุ่งนี้แหละ แต่พอดีมาทำธุระที่แม่ฮ่องสอนก็เลยแวะมาที่นี่เลย”

“งั้น..เดี๋ยวฉันพาหมอไปหาลุงผู้ใหญ่นะ หมอปั่นแล้วกันเดี๋ยวฉันจะซ้อนท้ายเอง” หญิงสาวยิ้มตาปริบๆ

“คุณปั่นได้มั้ย คือว่า…วันนี้ผมเดินมาทั้งวันแล้วขาไม่มีแรงแล้ว” เขาเม้มปากเล็กน้อย

“ก็ได้…แต่หมอตัวใหญ่กว่าฉันมาก ฉันคงต้องใช้พลังเยอะมากๆ ในการปั่นจักรยานแน่ๆ” หญิงสาวเอ่ยหยอกล้อ

คำพูดของกัญญาวีร์ทำให้อินทัชเอ็นดูยิ่งนัก เขาเผยรอยยิ้มออกมาให้กัญญาวีร์เล็กน้อย

“ลำบากคุณแล้วนะ”

กัญญาวีร์พาอินทัชมาหาลุงผู้ใหญ่บ้านตามคำขอ แต่เนื่องด้วยที่เขามาก่อนกำหนดทางผู้ใหญ่เลยยังไม่ได้จัดเตรียมที่นอนที่บ้านหลังที่เขาจะมาอยู่ไว้ให้ วันนี้อินทัชก็เลยต้องได้นอนอยู่ที่บ้านผู้ใหญ่ไปก่อน วันพรุ่งนี้จึงสามารถย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านดังกล่าวได้

เมื่อคุยธุระกับลุงผู้ใหญ่เรียบร้อย อินทัชก็เดินมาส่งกัญญาวีร์ตรงหน้าบ้านที่เธอจอดจักรยานคู่ใจไว้ ระหว่างที่เขาเดินมาส่งเธอ เธอได้แต่มองหน้าชายหนุ่มและอมยิ้มอยู่ตลอด เหมือนใบหน้าหล่อเหลาของอินทัชจะทำให้กัญญาวีร์ดูถูกใจอยู่ไม่น้อย

“หมอคะ! ที่หมอมาอยู่ที่นี่เหตุผลคืออะไรคะ หมออกหักเลยมาพักใจแบบนี้เหรอ ฉันเห็นในละครชอบทำกัน พออกหักก็จะมาหาที่เงียบๆ พักใจ”

“ผมไม่ได้อกหัก ผมแค่อยากจะมาหาแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตก็เท่านั้น และการมาเป็นหมออาสาที่นี่ก็เป็นเป้าหมายอย่างหนึ่งของผมเหมือนกัน”

“อ๋อ…แบบนี้นี่เอง ฉันบอกหมอไว้เลยนะคะว่าที่นี่เงียบมากๆ เราอยู่กันอย่างพอเพียง ที่นี่อาจจะไม่เหมาะสำหรับหนุ่มสาวเมืองกรุงที่ชอบแสงสีเสียงเท่าไหร่ บางทีหมออยู่นานๆ ไปอาจจะเบื่อก็ได้นะ”

“เผอิญว่าผมไม่ใช่หนุ่มเมืองกรุงซะด้วยสิ เดี๋ยวถ้าวันนั้นมาถึงยังไงก็ค่อยว่ากันอีกที ว่าแต่…เรานะชื่ออะไร ดูท่าทางแล้วคงอายุน้อยกว่าหมออยู่มาก”

“นั่นสินะ คุยกันตั้งนานยังไม่ได้ทำความรู้จักกันเลย ฉันชื่อแก้วค่ะ แล้วหมอล่ะคะหมอชื่ออะไร?” เธอยิ้มหวานเล็กน้อยให้ชายหนุ่มตรงหน้า

“ผมชื่ออิน เห็นแก้วเรียกผมว่าหมอ งั้นต่อไปแก้วก็เรียกผมว่าหมออินก็แล้วกันนะดูง่ายดี”

“ได้ค่ะ..หมออิน” หญิงสาวตาหยียิ้มรับ

“วันนี้ขอบใจแก้วมากนะ ไว้มีโอกาสเดี๋ยวหมอพาไปเลี้ยงข้าวเป็นการตอบแทนนะ”

“มีโอกาสแน่นอนค่ะ เดี๋ยวแก้วจะแวะมาให้หมอเห็นหน้าสวยๆ ของแก้วทุกวันเลย งั้นแก้วกลับก่อนนะ”

เมื่อทำความรู้จักเบื้องต้นกันเรียบร้อยทั้งสองก็แยกย้ายกัน กัญญาวีร์ปั่นจักรยานกลับบ้านด้วยความอารมณ์ดี เธอยังคงคิดถึงแต่ใบหน้าชายหนุ่มเมื่อสักครู่ ถ้าไม่ติดที่ว่ากลัวจะค่ำเกินไปเธอคงปั่นจักรยานเลี้ยวไปทางบ้านชะเอมเพื่อนรักเพื่อเมาส์อย่างเมามันในเรื่องนี้แล้ว

“คนอะไร น่ารักเป็นบ้า หล่อดูดีแถมสุภาพอีกด้วย”

หญิงสาวพึมพำบิดตัวไปมาขณะที่ปั่นจักรยาน ดูเหมือนเธอจะชอบความสุขุมอ่อนหวานของอินทัชเสียแล้ว กัญญาวีร์รู้สึกใจเต้นรัวเหมือนครั้งที่เธอเคยตกหลุมรักเพื่อนชายสมัยเรียนมัธยม หรือนี่อาจจะเป็นพรหมลิขิตก็เป็นได้ ดูเหมือนว่ากัญญาวีร์จะเริ่มคิดไกลไปมากแล้ว ยิ่งเธอคิดแบบนี้ก็ยิ่งทำให้จิตใจเธอกระชุ่มกระชวย

_________________________________

เช้าวันถัดมา

อินทัชเข้ามาดูบ้านที่เขาจะใช้เป็นที่พักอาศัย บ้านหลังนี้เป็นที่พอใจสำหรับเขามากนัก ถึงบ้านจะรายล้อมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่และอยู่ห่างไกลจากบ้านหลังอื่นพอสมควรแต่แลกด้วยความเป็นส่วนตัวแล้วก็ถือว่าคุ้มทีเดียว

อินทัชได้ซื้อบ้านหลังนี้ต่อจากเจ้าของเดิมในราคาไม่สูงมากนักผ่านลุงผู้ใหญ่บ้านอีกที บ้านไม่ได้ใหญ่หรือเล็กจนเกินไปก็พออาศัยอยู่ได้2คนอย่างสบายๆ ตัวบ้านเป็นไม้ยกพื้นสูงมีระเบียงไม้เยื้องออกมา ข้างหลังบ้านต่อเติมเป็นปูนเปลือยทำเป็นส่วนครัวเยื้องออกไปเล็กน้อย ข้างห้องครัวก็ต่อเติมเป็นอีกห้องเยื้องออกมา อินทัชคิดไว้ว่าจะใช้ห้องนี้แหละเป็นห้องทำงานของเขา

ขณะที่อินทัชนั่งยองมองสำรวจที่ดินบริเวณรอบๆ บ้าน เขากำลังวางแผนที่จะเอาพวกไม้ดอกและไม้ประดับมาลงเพิ่ม แต่ตอนนี้สิ่งที่จำเป็นกลับเป็นข้าวของเครื่องใช้ เพราะตอนอินทัชมาก็มาแค่ตัวกับเสื้อผ้าไม่กี่ชุดที่พกใส่เป้มาด้วย

“หมอทำอะไรอยู่คะ” เสียงหวานของกัญญาวีร์เอ่ยทักทาย ทำให้ชายที่นั่งยองอยู่สะดุ้งเล็กน้อย

“อ๋อ…หมอกำลังดูว่าจะเอาพวกดอกไม้อะไรบ้างมาลงดี เพราะรู้สึกพื้นที่รอบบ้านมันโล่งไปหน่อย” อินทัชค่อยๆ ยืนขึ้นพร้อมปัดเศษดินที่มือออก

“ดีเลยค่ะหมอ ถ้าเป็นเรื่องนี้แก้วช่วยหมอได้นะ ตากับยายของแก้วเพาะพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับขาย ถ้าหมอสนใจจริงๆ เดี๋ยวแก้วจะพาไปเลือกดู”

“จริงเหรอ! งั้นก็ดีเลย แต่ตอนนี้หมอต้องเข้าไปในเมืองก่อน พอดีตอนมาก็ไม่ได้พกอะไรติดตัวมามากมายเลยว่าออกไปซื้อของเข้าบ้านก่อน ไว้หมอเสร็จธุระเรื่องนี้เมื่อไหร่จะบอกแก้วนะ” อินทัชยิ้มมุมปากเล็กน้อย

“ได้ค่ะ ว่าแต่…หมอจะเข้าเมืองเหรอ งั้นหมอต้องการคนช่วยถือของมั้ยคะ แก้วเก่งเรื่องเป็นเบ๊คนนะเผื่อหมอไม่รู้” กัญญาวีร์เผยรอยยิ้มกว้างสดใส

คำพูดไร้เดียงสาของกัญญาวีร์ทำให้อินทัชอดยิ้มไม่ได้ เด็กสาวที่สดใสร่าเริงคนนี้ช่างน่ารักน่าเอ็นดูเสียจริงๆ การที่ได้รู้จักและทำความคุ้นเคยกับคนในพื้นที่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่อินทัชต้องการเช่นกัน เขาไม่ปฏิเสธที่จะให้หญิงสาวช่วย ยังไงก็ทำความสนิทสนมกันเอาไว้ก็เป็นเรื่องที่ดี

อินทัชยืมรถกระบะลุงผู้ใหญ่บ้านเพื่อขับเข้าไปซื้อของในตัวเมืองโดยที่มีกัญญาวีร์นั่งอยู่ข้างๆ ระหว่างขับรถไปเขาก็ให้ความสนใจแก่เด็กสาวที่ดูจะตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย เธอกำลังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เหมือนจะชอบใจที่ได้เข้าเมืองกับเขาในวันนี้

“แก้วไม่ค่อยได้เข้าเมืองเหรอ หมอว่าแก้วเหมือนจะตื่นเต้นมากเลยนะ” ชายหนุ่มหันมายิ้มให้หญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ

“ก็ประมาณนั้นค่ะ แก้วไม่มีธุระอะไรที่ต้องเข้าไปในเมือง พอได้ไปก็เลยตื่นเต้นนิดหน่อย ยิ่งไปกับคนหล่อๆ แบบหมออินด้วยก็ยิ่งตื่นเต้นเข้าไปใหญ่” กัญญาวีร์หันมายิ้มให้อินทัชเล็กน้อย

อินทัชไม่ได้ตอบกลับอะไร เขาก็แค่ยิ้มให้หญิงสาวที่นั่งข้างๆ กลับก็เท่านั้น ความไม่ประสีประสาของกัญญาวีร์นั้นทำให้อินทัชดูจะสบายใจอยู่ไม่น้อย ยิ่งถูกชมว่าหล่อซึ่งๆ หน้าแบบนี้ก็คงมีเขินบ้างเป็นเรื่องธรรมดา

________________________________

กรุงเทพมหานคร

“วันนี้รถติดหน่อยนะครับคุณหนู กรุงเทพก็เป็นแบบนี้แหละครับ คุณหนูไม่ได้กลับมาซะนานเลยคงคิดถึงบ้านแย่เลยนะครับ”

เสียงชายในวัย50ปี เอ่ยทักถามด้วยความนอบน้อมต่อลูกสาวผู้เป็นเจ้านายที่นั่งอยู่เบาะหลัง แต่ดูเหมือนว่าหญิงสาวผู้นั้นจะไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับอะไรแม้แต่น้อย เธอนั่งพิงเบาะรถเอียงตัวหันไปยังนอกตัวรถด้วยความเบื่อหน่าย ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ยินดีกับการกลับบ้านเท่าไหร่นัก

หวานหรือภริดา สาวสวยในวัย22ปี เธอเป็นลูกสาวตระกูลร่ำรวยตระกูลหนึ่งในไทยที่ทำเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ พ่อกับแม่ได้หย่าร้างกันตั้งแต่เธอยังเรียนอยู่มัธยมต้นโดยที่ผู้เป็นแม่ได้มีครอบครัวใหม่แล้วย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่ประเทศอิตาลีอย่างถาวร และเธอก็ย้ายตามผู้เป็นแม่ไปนับตั้งแต่นั้น แต่ก็นานๆ ครั้งที่เธอจะมาเยี่ยมเยียนผู้เป็นพ่อบ้าง และครั้งนี้ก็เป็นช่วงปิดเทอมปีสุดท้ายของการเรียนจบระดับปริญญาตรี ผู้เป็นพ่อเลยต้องการที่จะให้ลูกสาวกลับมาอยู่ที่ไทยเพื่อที่ตัวเองจะได้อยู่ใกล้ชิดผู้เป็นลูกสาวบ้าง

“หวาน..มาแล้วเหรอลูก พ่อให้คนจัดเตรียมห้องให้ลูกเรียบร้อยแล้ว….และ….”

เสียงทุ้มของชายวัยสี่สิบปลายเอ่ยทักทายด้วยความยิ้มแย้ม ศรุทคือพ่อแท้ๆ ของภริดา เขาตั้งตารอผู้เป็นลูกสาวกลับมาด้วยสีหน้าที่ดูยินดีนัก แต่ผู้เป็นลูกสาวพอกลับมาถึงบ้านก็ไม่รีรอที่จะลงจากรถ เธอเดินเข้าไปในบ้านด้วยสีหน้าเรียบเฉยไม่ได้สนใจผู้เป็นพ่อที่ยิ้มยืนรอต้อนรับอยู่ที่หน้าบ้านด้วยซ้ำ ภริดารู้ดีว่าห้องที่พ่อหมายถึงคือห้องเดิมของเธอที่เธอเคยใช้ทุกครั้งที่กลับมาบ้านนี้ เธอจึงเดินไปที่ห้องดังกล่าวในทันที แม้แต่คำกล่าวทักทายผู้เป็นพ่อก็ไม่มีสักคำ

ปัจจุบันภริดาไม่ค่อยสนิทใจกับผู้เป็นพ่อเท่าไหร่ เมื่อก่อนเธอเคยมีครอบครัวที่แสนอบอุ่น แต่เมื่อมีผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาในชีวิตครอบครัวของเธอจนทำให้ผู้เป็นพ่อกับแม่ต้องทะเลาะกันและแยกทางกันในที่สุด นับจากนั้นเธอก็ไม่เคยให้อภัยผู้เป็นพ่อในเรื่องนี้เลย และเมื่อผู้เป็นพ่อคิดได้ทุกอย่างก็สายไปเสียแล้ว ปัจจุบันศรุทไม่ได้มีครอบครัวใหม่เพราะเขายังคงรู้สึกผิดต่อผู้เป็นภรรยาเก่าและลูกสาวอยู่เสมอ ส่วนผู้หญิงก่อนหน้าที่เข้ามาพัวพันก็ได้เลิกรากันไปตั้งแต่ปีแรกๆ ที่แยกทางกับผู้เป็นภรรยาแล้ว ศรุทแค่ต้องการให้ภริดาลูกสาวคนเดียวของเขายกโทษให้เขาก็เท่านั้น แม้ว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหนเขาก็ยินดี

ภริดาเดินมาถึงห้องก็ล้มตัวนอนลงบนเตียงด้วยความเหนื่อยล้า แค่คิดว่าต้องใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านนี้เธอก็สุดจะเบื่อหน่ายแล้ว ถ้าไม่ติดที่ผู้เป็นแม่เอ่ยขอร้องให้มาตั้งแต่แรกเธอก็คงจะปฏิเสธไป ทำยังไงได้ก็ศรุทเป็นพ่อของเธอนี่

“แล้วต้องมาติดแหง็กอยู่ที่นี่อีกหลายเดือนฉันตายแน่ เฮ่อ” ภริดาพึมพำออกมา เธอรู้สึกหงุดหงิดอยู่มากทีเดียว

_______________________________

ณ แม่ฮ่องสอน หมู่บ้านอองตอง

อินทัชและกัญญาวีร์กลับมาจากซื้อของในตัวเมืองก็ช่วยกันยกสิ่งของที่อินทัชได้จับจ่ายไปลงจากรถ ของใช้ส่วนตัวและของจำเป็นมากมายที่เต็มหลังกระบะทำให้กัญญาวีร์เกาศีรษะมึนงงเล็กน้อย เหมือนว่าเขาจะอยู่ที่นี่ถาวรอย่างไงอย่างงั้น

“แก้ว? มัวแต่มองอยู่นั่นแหละช่วยหมอยกของก่อนมั้ย” อินทัชหันมายิ้มให้หญิงสาวที่ยังมีท่าทางมึนงงอยู่

“อ่อ..ได้ค่ะ ว่าแต่หมอซื้อของมาเยอะแบบนี้เวลาย้ายออกไม่ขนย้ายลำบากแย่เหรอคะ”

“บางทีหมออาจจะไม่ย้ายออกก็ได้นะ” อินทัชยิ้มหวานให้หญิงสาวอีกครั้งก่อนจะขนกล่องลังไมโครเวฟเข้าไปไว้ในครัว

“งั้น เดี๋ยวของใช้พวกนี้แก้วยกไปไว้ในห้องนอนของหมอนะคะ”

กัญญาวีร์ตะโกนตามหลัง เมื่อได้ยินเสียงเจ้าของห้องอนุญาตก็ยิ้มพอใจออกมา กัญญาวีร์ไม่รีรอรีบหยิบพวกของใช้ส่วนตัวที่พึ่งซื้อมาเท่าที่จะหยิบได้เพื่อขึ้นไปวางไว้ที่ห้องนอนของอินทัชตามที่เธอได้บอกเขาไว้

เมื่อมาถึงห้องนอน กัญญาวีร์ก็วางของที่ถือมาไว้บนเตียง เธอมองสำรวจรอบๆ ห้องด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมใช้มือบางสัมผัสเตียงนุ่มๆ นั้นแล้วยิ้มแป้นออกมา

“เตียงนุ่มๆ ที่หมออินจะใช้นอนสินะ”

กัญญาวีร์รู้สึกตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย เธอลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินไปเปิดหน้าต่างข้างหัวเตียงออกแล้วหลับตาสูดอากาศข้างนอกนั้นจนพอใจก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้น เธอยืนมองทอดออกไปนอกหน้าต่างอย่างนั้นอยู่สักพัก เมื่อหนำใจแล้วก็หันกลับมาเพื่อจะลงไปขนของที่เหลือต่อ

อินทัชที่เดินเข้ามาพอดีเห็นกัญญาวีร์ยืนอยู่แบบนั้นเป็นเวลานานก็อดสงสัยไม่ได้ เขาค่อยๆ เดินเข้าไปหาเธอและเอื้อมมือจะไปสะกิดหญิงสาวเพื่อถามไถ่ แต่เป็นจังหวะที่กัญญาวีร์หันหน้ากลับมาพอดี ตัวเธอโดนมือหนาของชายหนุ่มสัมผัสทำให้สะดุ้งตกใจผลักอกอินทัชออกไปจนเต็มแรง จนตัวเธอเองก็เซไปด้านหลังเกือบจะหงายหลังลงหน้าต่างเสียแล้ว แต่ดีที่มือหนาของอินทัชคว้าเอวบางของเธอเอาไว้ได้ก่อน แล้วดึงร่างหญิงสาวให้เข้ามาในตัวห้อง แรงดึงของชายหนุ่มทำให้ตัวกัญญาวีร์ถลาเข้ามาในอ้อมอกของอินทัชพอดี

หน้าแดงระเรื่อของหญิงสาวค่อยๆ เงยขึ้นสบตาชายที่ช่วยเธอเอาไว้ เธอยังคงจ้องชายตรงหน้าอยู่แบบนั้นด้วยแววตาเปล่งประกายก่อนจะยิ้มกว้างให้เขา

“ระวังหน่อยสิ ตกลงไปมิสิทธิ์พิการได้นะ” อินทัชเอ่ยแจ้งต่อหญิงสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“จะกลัวทำไมคะก็มีหมออยู่ตรงนี้แล้วไง”

กัญญาวีร์ไม่ได้สนใจคำห่วงใยจากอินทัชแม้แต่น้อย เธอยังคงจ้องไปที่ใบหน้าหล่อละมุนนั้นของชายหนุ่ม ยิ่งได้มองเขาใกล้ๆ แบบนี้ก็ยิ่งทำให้ใจเธอเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ ดูเหมือนว่ากัญญาวีร์จะตกหลุมรักหมอหนุ่มแสนสุภาพและอ่อนโยนผู้นี้เสียแล้ว

“หมอคะ? แก้วว่า…แก้วจะชอบหมอแล้วล่ะค่ะ”

อินทัชสบตาหญิงสาวที่ยิ้มให้เขาอยู่ตรงหน้า เขารู้สึกแปลกใจกับคำพูดของกัญญาวีร์พอสมควร อินทัชค่อยๆ เลื่อนมือขึ้นมาแล้วสัมผัสไปที่แก้มนุ่มๆ ของหญิงสาวก่อนจะยิ้มหวานตอบกลับเธอเช่นกัน

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
120 Bab
ตอนที่1
แสงแดดยามเย็นส่องกระทบทั่วพื้นหญ้าสีเขียวขจีตามข้างทาง ใบไม้ ใบหญ้าต่างก็โอนเอียงพลิ้วไหวตามแรงลม บรรยากาศยามเย็นของทางเข้าหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอนช่างงดงามและสบายตายิ่งนัก ชายหนุ่มที่นั่งชันเข่าข้างหนึ่งหลังรถกระบะคันสีฟ้า กำลังหลับตาสูดเอาบรรยากาศที่แสนจะอบอวลไปด้วยกลิ่นธรรมชาติที่ใครหลายๆ คนต้องการสัมผัส ก่อนจะสะดุ้งลืมตาขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงตะโกนออกมาจากในรถขณะที่รถกำลังจอดสนิท“พ่อหนุ่มถึงแล้ว เดี๋ยวเอ็งเดินลงไปอีกหน่อยก็จะเจอหมู่บ้านอองตองแล้ว”เสียงชายสูงวัยชะเง้อออกมาจากฝั่งคนขับของรถกระบะคันเก่า เพื่อแจ้งชายหนุ่มที่ขอติดรถมาด้วยให้ทราบเมื่อถึงที่หมายอินทัช ชายหนุ่มในวัย25ปี หรือที่ใครหลายๆ คนเรียกว่าหมออิน หลังจบหลักสูตรแพทย์ทั่วไป6ปีก็ไม่ได้เรียนต่อสายแพทย์เฉพาะทาง เนื่องด้วยผู้เป็นพี่ชายเพียงคนเดียวประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตในวันที่เขาจบการศึกษาพอดี วันนั้นควรจะเป็นวันที่อินทัชควรมีความสุขที่สุด แต่กลับเป็นวันที่อินทัชต้องฝังใจเหมือนเป็นตราบาปให้ตัวเองมาจนถึงปัจจุบัน เพราะถ้าผู้พี่ชายไม่รีบร้อนที่จะขับรถมางานรับปริญญาตัวเขาเองก็คงไม่ต้องประสบอุบัติเหตุจนเส
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-01
Baca selengkapnya
ตอนที่2
อินทัชค่อยๆ ยื่นมือไปสัมผัสแก้มแดงๆ ของหญิงสาวที่ยิ้มหวานให้เขาตรงหน้า แววตาที่ใช้มองเธอช่างอ่อนโยนยิ่งนัก เขาสำรวจทั่วใบหน้าหญิงสาวประหนึ่งจะตรวจเช็กร่างกายเหมือนคุณหมอที่ตรวจคนไข้อย่างไงอย่างนั้น แก้มที่แดง หูที่แดงของกัญญาวีร์ทำให้อินทัชอดเอ่ยถามออกมาไม่ได้“แก้วป่วยเหรอ ทำไมแก้มถึงแดง หูก็แดงแบบนี้ล่ะ ตัวก็ไม่ร้อนนะ” เขาเอ่ยถามหญิงสาวก่อนจะคลายมือที่โอบเอวบางของหญิงสาวออก“โธ่! หมอ แก้วไม่ได้ป่วยสักหน่อย” กัญญาวีร์หน้ามุ่ยเล็กน้อย“แล้วทำไมถึงพูดอะไรแบบนี้ล่ะ” อินทัชเลิกคิ้วสงสัย“ก็แก้วชอบหมอจริงๆ นะ ที่หน้าแดงแบบนี้ก็เพราะว่าแก้วเขินหมอไง”กัญญาวีร์บิดตัวเหนียมอายจนอินทัชต้องหลุดขำออกมาเล็กน้อย เขาเอื้อมมือไปกุมศีรษะของหญิงสาวเอาไว้ด้วยความเอ็นดู พร้อมกับก้มลงเล็กน้อยเพื่อสบตาหญิงสาวที่เหนียมอายอยู่ตรงหน้า“แก้วจะมาชอบหมอได้ยังไง เราพึ่งรู้จักกันไม่ถึงวันด้วยซ้ำ” อินทัชคลายมือหนาที่กุมศีรษะนั้นออกก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมา“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ หมอไม่เคยได้ยินเหรอ…รักแรกพบไง”กัญญาวีร์ไม่ละความพยายาม เธอรู้ตัวว่านี่อาจจะเป็นเรื่องบ้าบอก็ได้ที่คนพึ่งรู้จักกันจะชอบกัน สำหรับเธอนั้นถ้ารู้สึก
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-01
Baca selengkapnya
ตอนที่3
เวลาผ่านพ้นไปหลายวัน ทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น อินทัชได้เวลาที่ต้องมาทำงานอยู่ที่ศูนย์อนามัยของหมู่บ้านเพื่อรอให้ความช่วยเหลือกับลูกบ้านยามเจ็บไข้ได้ป่วย เนื่องจากที่นี่เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่มีไม่กี่หลังคาเรือนเลยหาได้น้อยนักที่จะมีคนเจ็บป่วยรุนแรงมาขอความช่วยเหลือ ส่วนมากก็เป็นอาการไข้หวัดธรรมดาทั่วไปและอาจมีบ้างที่ต้องทำแผลให้เด็กที่วิ่งเล่นซุกซนตามประสาจนได้เลือดตกยางออกในทุกๆ วันคำปูนจะให้คนมาส่งปิ่นโตเป็นมื้อเที่ยงให้อินทัช ถึงแม่ว่าอินทัชจะบอกปัดไปแต่ด้วยความมีน้ำใจของคำปูนก็ทำให้อินทัชยอมจำนนแต่โดยดี อินทัชไม่ได้ประจำอยู่ที่ศูนย์อนามัยตลอดเวลา บางครั้งเขาก็รับรักษาผู้ป่วยอยู่ที่บ้านของเขาเช่นกัน หรือมีบ้างบางวันที่ปั่นจักรยานเพื่อเยี่ยมเยียนผู้สูงอายุในหมู่บ้าน อะไรที่เขาพอจะช่วยเหลือได้เขาก็ยินดีเสมอ“ก๊อก ก๊อก ก๊อก”เสียงเคาะประตูที่เปิดทิ้งเอาไว้อยู่แล้วดังขึ้น กัญญาวีร์เดินเข้ามาในห้องตรวจของอินทัชพร้อมกับมื้อกลางวันที่คำปูนฝากเอามาให้ ส่วนมากจะเป็นเธอที่อาสาเป็นคนเอามื้อเที่ยงมาให้อินทัชเสียเองถ้าวันไหนไม่ได้ติดธุระอะไร“อยู่คนเดียวแบบนี้ไม่เบื่อเหรอคะ นานๆ จะมีคน
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-01
Baca selengkapnya
ตอนที่4
รุ่งเช้าของอีกวันสาวผมยาวมัดหางม้าเดินถือกระเช้าใบใหญ่เข้ามาในบริเวณบ้านหลังหนึ่งที่รายล้อมไปด้วยหลากหลายพันธุ์ผลไม้ ทุกส่วนของบ้านแทบจะประกอบไปด้วยไม้ทั้งหมด บ้านหลังนี้ดูใหญ่โตโอ่อ่ามากพอสมควร หญิงสาวยืนอยู่ที่หน้าบ้านสักพักเพื่อรอให้เจ้าของบ้านออกมาต้อนรับ ไม่กี่นาทีต่อมาหญิงสาวในวัยสี่สิบปลายก็เดินออกมาพร้อมกับรอยยิ้มเพื่อต้อนรับหญิงสาวที่ยืนอยู่นอกตัวบ้านด้วยความเอ็นดู“หนูเตยกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วนี่หอบอะไรมาเยอะแยะ” กลอยใจแม่ของอินทัชเอ่ยทักทายหญิงสาวที่ยืนอยู่หน้าบ้าน“เป็นพวกอาหารเสริม ยาบำรุงต่างๆ ค่ะ พอดีแม่เตยเตรียมไว้ให้เอามาฝากคุณน้าค่ะ” หญิงสาวเอ่ยแจ้งด้วยความนอบน้อม“เข้าบ้านมาก่อนสิลูก” หญิงสูงวัยดังกล่าวเชื้อเชิญก่อนจะเดินนำเข้าบ้านไปเตยหรือเทวกา เป็นเพื่อนสนิทของอินทัชตั้งแต่สมัยเด็กๆ บ้านของพวกเธออยู่ใกล้กันและเติบโตมาด้วยกัน ทั้งคู่เรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยที่เดียวกันแต่คนละสาขาก็เท่านั้น ความสนิทสนมของคนทั้งคู่ในสมัยเรียนมหาวิทยาลัยทำให้ใครหลายๆ คนต่างก็เข้าใจผิดว่าทั้งคู่คบกัน ถึงจะมีใครเข้าใจแบบนั้นแต่ทั้งอินทัชและเทวกาก็ไม่ได้แก้ตัวอะไร เพราะเขาไม่ได้สนใจ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-01
Baca selengkapnya
ตอนที่5
อินทัชมองไปที่นัยน์ตาของภริดาด้วยความจดจ่อ เขาครุ่นคิดอยู่เล็กน้อยว่าทำไมหญิงสาวตรงหน้าถึงได้เอาแต่จ้องเขาอยู่แบบนั้น อินทัชกลอกสายตาไปมาเม้มปากเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามเธอไปแบบตรงๆ“คุณจ้องผมนานเกินไปแล้วนะ หรือคุณยังสงสัยในความเป็นหมอของผม”เสียงทุ้มของชายหนุ่มทำให้ภริดาละสายตาจากเขาทันที เธอเบือนหน้าออกเล็กน้อยก่อนจะหันมาสบตาอินทัชอีกครั้ง“ฉันแค่..มองเฉยๆ ค่ะ แล้วทำไมคุณถึงมาเป็นหมออยู่ที่นี่ล่ะคะ” ภริดารีบเปลี่ยนเรื่อง แววตาเธอดูล่อกแล่กเล็กน้อย“ผมทำเรื่องอาสามาที่นี่เอง อยู่ในเมืองแลดูจะวุ่นวายสำหรับผมเกินไปไม่ค่อยเหมาะกับผมเท่าไหร่ อยู่เงียบๆ แบบนี้เหมาะกับผมมากว่า”ระหว่างที่ทั้งคู่สนทนากันอยู่นั้น คำปูนก็ขับรถมาถึงพอดี อินทัชช่วยยกจักรยานของภริดาขึ้นท้ายกระบะรถของคำปูนและค่อยๆ ประคองภริดาขึ้นไปนั่งบนรถ“ขอบคุณหมอมากนะคะ” ภริดายิ้มให้ชายตรงหน้าเล็กน้อย“ไม่เป็นไรครับมันเป็นหน้าที่ผมอยู่แล้ว พรุ่งนี้อย่าลืมไปล้างแผลที่อนามัยด้วยล่ะ นี่!กล้องถ่ายรูปของคุณใช่มั้ย”อินทัชยื่นกล้องถ่ายรูปที่ตกอยู่ตรงบริเวณพงหญ้าไปให้แก่หญิงสาว ภริดายื่นมือรับกล้องนั้นอย่างทะนุถนอม เมื่อทุกอย่างเรียบร้
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-01
Baca selengkapnya
ตอนที่6
เช้าที่สดใสอีกวันก็มาถึง อากาศที่หมู่บ้านอองตองเริ่มเย็นกว่าปกติ ภริดาตื่นแต่เช้าเพื่อรับลมเย็นและกลิ่นธรรมชาติที่แสนจะสดชื่น แผลที่เข่าของเธอดีขึ้นมากทำให้เธอสามารถเดินเหินได้สะดวกขึ้นมากกว่าเดิม แต่ก็ยังมีกะเผลกอยู่บ้างเล็กน้อยภริดาออกมาเดินเล่นตามท้องถนนหน้าบ้านของคำปูน เธอมองไปที่ใบหญ้าและใบไม้ที่พลิ้วไหวตามแรงลมด้วยสีหน้าอิ่มเอม และก็ไม่ลืมที่จะพกกล้องคู่ใจเพื่อเอามาเก็บภาพธรรมชาติเหล่านั้นอีกด้วยระหว่างที่ชื่นชมธรรมชาติรอบๆ ตัวอยู่นั้น ภริดาก็เห็นอินทัชในชุดกาวน์สีขาวแขนสั้นกำลังปั่นจักรยานมาทางเธอพอดี ภริดาไม่รีรอรีบยกกล้องถ่ายรูปขึ้นมาถ่ายรูปชายหนุ่มอยู่หลายช็อต กว่าจะรู้ตัวอีกทีอินทัชก็ปั่นจักรยานมาจอดอยู่ตรงหน้าเธอเสียแล้ว“คุณแอบถ่ายผมเหรอ” เสียงชายหนุ่มเอ่ยถามกึ่งหยอกเล่น“เปล่าสักหน่อย ฉันก็..แค่ถ่ายพวกต้นไม้ใบหญ้า ไม่เชื่อหมอจะดูรูปในกล้องมั้ยล่ะ” ภริดาน้ำเสียงอึกอักพอสมควร กลัวหมอหนุ่มจะจับได้ว่าเธอทำอย่างที่เขาพูดจริงๆ“ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย ว่าแต่เข่าของคุณดีขึ้นแล้วใช่มั้ยถึงออกมาเดินเล่นแบบนี้”“ก็ดีขึ้นมากแล้วค่ะ ไม่ได้รู้สึกเจ็บเท่าไหร่แล้ว แล้วนี่หมอจะไปไหน
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-02
Baca selengkapnya
ตอนที่7
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก”เสียงเคาะประตูห้องของหมอหนุ่มดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่สดใสของหญิงสาวในเสื้อแขนสั้นกระโปรงยาวเสมอเข่า วันนี้ภริดาอาสาเป็นคนนำปิ่นโตมื้อกลางวันมาส่งให้กับอินทัช เพราะเธอเองก็อยากจะมาหาเขาด้วยเหมือนกัน อยู่ที่บ้านพักทั้งวันก็ดูจะน่าเบื่อไปหน่อย“วันนี้มีพะโล้กับผัดผักหวังว่าหมอจะทานได้นะคะ”“จะเป็นอะไรผมก็ทานได้หมดแหละ วันนี้ทำไมคุณถึงมาส่งปิ่นโตให้ผมได้ล่ะ”“วันๆ นั่งๆ นอน ออกไปแต่ที่เดิมๆ ก็เบื่อเหมือนกันค่ะ เลยคิดว่ามาหาหมอน่าจะดีกว่า”“มาอยู่กับผมยิ่งจะเบื่อไปกว่าเดิมอีกนะ”“เอาแบบนี้มั้ยคะ เดี๋ยววันนี้ฉันจะอยู่ช่วยหมอ แล้วพอหมอเลิกงานก็พาฉันไปปั่นจักรยานเล่น เห็นลุงปูนบอกว่าตรงเชิงเขาท้ายหมูบ้านบรรยากาศดีมาก เราไปที่นั่นกันมั้ยคะ"“แต่เหลืออีกตั้งหลายชั่วโมงกว่าผมจะเลิกงาน คุณไม่รอเบื่อแย่เลยเหรอ”“ไม่เบื่อเลยค่ะ เดี๋ยวฉันนั่งคุยกับคนไข้ของหมอรอหมอไปก่อนก็ได้ นั่นไงมาพอดีเลย เดี๋ยวฉันไปรับหน้าให้ก่อนนะคะ” ภริดายิ้มหวานก่อนจะเดินไปหาคนไข้ดังกล่าวอินทัชมองภริดาที่เดินไปหาคนไข้ด้วยความเอ็นดู ดูเหมือนภริดาจะทำอย่างที่เธอพูดจริงๆ ตลอดทั้งวันเธอช่วยให้คนไข้ของเขาได้ผ่อนค
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-03
Baca selengkapnya
ตอนที่8
“อินพูดแบบนี้ไม่กลัวผู้หญิงคนนั้นจะเข้าใจผิดเหรอ” เทวกาเอ่ยถามอินทัชเมื่อเดินมาถึงชั้นบนของบ้าน“ไม่เห็นมีอะไรต้องกลัวนี่เราบริสุทธิ์ใจซะอย่าง” อินทันยิ้มตอบกลับ“ผู้หญิงเมื่อกี๊แฟนของอินเหรอ ดูท่าทางเธอไม่ค่อยจะพอใจเตยเท่าไหร่เลย”“ไม่ใช่ ก็เป็นคนในหมู่บ้านนี้แหละ เลิกพูดถึงคนอื่นเถอะเตยนั่งพักก่อนนะเดี๋ยวอินไปยกกระเป๋าขึ้นมาให้”เทวการู้สึกดีไม่น้อยที่รู้ว่ากัญญาวีร์ไม่ใช่แฟนของอินทัช และการแสดงออกที่อินทัชมีให้เธอวันนี้ทำให้เธอพอใจเป็นอย่างมาก อินทัชยังเป็นคนเดิมที่เธอเคยรู้จัก เพราะเขายังคงไม่สนใจว่าใครจะมองเขาและเธอแบบไหน บางครั้งเทวกาก็รู้สึกดีเหมือนกันถ้าคนอื่นจะเข้าใจผิดว่าเธอกับอินทัชคบกันอินทัชลงมาเอากระเป๋าเดินทางของเทวกาขึ้นไปไว้บนบ้าน เขามองตรงไปยังทางเดินที่กัญญาวีร์พึ่งเดินออกไปเมื่อสักครู่ อินทัชยืนมองทางเดินอยู่แบบนั้นก่อนจะละสายตาแล้วกลับขึ้นไปบนบ้านอีกครั้งเวลาผ่านล่วงเลยมาสักพักอินทัชนั่งทำงานอยู่ที่ห้องทำงานส่วนตัวของเขาด้วยความกระตือรือร้น เทวกาที่ตั้งใจเดินมาหาก็เห็นว่าอินทัชดูจริงจังและเครียดเกินไปกับงานตรงหน้า เธอจึงชวนเขาพูดคุยเพื่อผ่อนคลาย“จริงจังตลอดเลย
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-04
Baca selengkapnya
ตอนที่9
อินทัชปั่นจักรยานออกจากบ้านตั้งแต่เช้าเพื่อจะแวะไปหากัญญาวีร์ที่บ้านของเธอ เขายังคงรู้สึกผิดกับเรื่องเมื่อวาน แต่ดูเหมือนว่ากัญญาวีร์จะไม่ได้อยู่บ้านเพราะเธอออกไปทำธุระแต่เช้าตรู่ อินทัชพยายามโทรติดต่อกัญญาวีร์ตั้งแต่เมื่อคืนแต่โทรไปก็ไม่ติดเหมือนเธอจะปิดเครื่องไว้ วันนี้กัญญาวีร์ขึ้นไปบนดอยกับอาสาสมัครเพื่อเยี่ยมเยียนชาวบ้านบนดอยที่ขาดแคลนสิ่งของอุปโภคบริโภค เธอทำแบบนี้ทุกปีและถ้าครั้งไหนที่เพื่อนรักของเธออย่างธัญชนกว่างก็จะมาร่วมอาสาในครั้งนี้ด้วย แต่ดูเหมือนว่าครั้งนี้ธัญชนกจะต้องปฏิเสธเพราะตารางเรียนที่แน่นจนเกินไป แต่อย่างน้อยก็ยังดีที่มีธนินเข้ามาอาสาแทนเมื่อเป้าหมายที่อินทัชต้องการพบไม่อยู่ เขาก็ปั่นจักรยานมุ่งสู่ศูนย์อนามัยต่อทันที วันนี้ที่ศูนย์อนามัยไม่ค่อยยุ่งยากเท่าไหร่พอมีเวลาให้อินทัชผ่อนคลายได้บ้าง“หมอครับ! หมอช่วยเมียผมด้วย”เสียงของชายวัยกลางคนอุ้มร่างหมดสติของผู้เป็นภรรยาที่โชกไปด้วยเลือด ตะโกนสุดเสียงเข้ามาในศูนย์อนามัยด้วยท่าทางร้อนรน จนทำให้อินทัชและพยาบาลสาวต้องช่วยกันประคองร่างนั้นให้ขึ้นนอนอยู่บนเตียงเพื่อทำการรักษาให้เร็วที่สุด“คนไข้เป็นอะไรมาคะ” ฤดี พยาบาล
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-05
Baca selengkapnya
ตอนที่10
กัญญาวีร์รีบคลายปากของเธอที่จูบอินทัชนั้นออกด้วยความลุกลี้ลุกลน ในใจก็ขบคิดว่าตัวเองทำอะไรลงไปบ้าไปแล้วหรือไร ใบหน้าของกัญญาวีร์เริ่มแดงขึ้นเรื่อยๆ และดูเหมือนอินทัชก็ยังอยู่ในภาวะตกตะลึงอยู่พอสมควร“หมอมาจูบแก้วทำไม!” กัญญาวีร์ตะโกนออกไปด้วยแววตาหลุกหลิก ตอนนี้เธอแค่โพล่งออกไปไม่ทันได้ไตร่ตรองเพื่อแก้เขินในสิ่งที่ตัวเองทำลงไปเมื่อสักครู่ กัญญาวีร์เริ่มกระสับกระส่ายอยู่ไม่เป็นสุข“หมอนี่นะ...ไปจูบแก้ว แก้วต่างหากที่…”“ก็หมอยื่นหน้ามาทำไมล่ะ แก้วไม่ทันระวังก็เลย…”กัญญาวีร์รีบตัดบท ตอนนี้เธอไม่รู้จะทำตัวยังไงแล้ว อินทัชเห็นท่าทางของกัญญาวีร์ก็ยิ่งเอ็นดู เขารู้ว่าหญิงสาวเอ่ยออกมาเพื่อจะกลบเกลื่อนความเขินอายก็เท่านั้น“หมอไม่มีอะไรแล้วใช่มั้ย งั้นหมอกลับไปได้แล้ว แก้วจะเข้าบ้านแล้วเหมือนกัน”พูดไม่ทันขาดคำ กัญญาวีร์ก็วิ่งเข้าไปในบ้านอย่างรีบร้อนไม่แม้แต่จะสบตาอินทัช ตอนนี้เธอจะกล้ายืนอยู่ต่อหน้าเขาได้ยังไง กัญญาวีร์คิดแค่ว่าตัวเองต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่หน้าไม่อายไปจูบผู้ชายแบบนั้น“อะไรของเขาเนี่ย!”อินทัชพึมพำออกมาเมื่อเห็นกัญญาวีร์วิ่งเข้าบ้านไป เขายังคงยิ้มเอ็นดูกับท่าทางของหญิงสาวไม่เ
last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-06
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status