LOGIN"หมอคิดถึงแก้วแค่นี้เองเหรอคะ" หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อน อินทัชเองก็ไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไป เขามองหน้าหญิงสาวก่อนที่จะเริ่มบรรเลงจุมพิต
View MoreTHE SUMMER I LOST MY ‘V’ CARD
DISCLAIMER
Dearest Lanee Reader,
This is a work of fiction. All names, characters, places, and events are products of the author's imagination or are used fictitiously. Any resemblance to actual persons, living or dead, events, or locales is purely coincidental and unintentional.
This book and all its content are protected. No part of this work may be reproduced, transmitted, electronically transferred, or distributed in any form without the express written permission of the author. Unauthorized use may result in legal action. Every word in here means something to me, please respect that.
Copyright © 2026 by Ivy Lanee. All rights reserved.
— ¶ ¶ —
TRIGGER VITAL WARNINGS
Let me be very clear with you before you turn to another page.
This book contains content that some readers may find deeply distressing. I am not writing this warning to scare you away. I am writing it because I respect you enough to be honest about what lives inside these pages. This is not a soft romance. This is not a love story that plays it safe. Dominated by the three Alphas is dark, heavy, and filled with surprises.
Please read the following carefully.
- Strong language
- Explicit sexual contents
- Graphic scenes
- Stalking
- Obsessive and possessive behavior
- Emotional abuse and manipulation
- Coercion and obsessive behavior
- Betrayal
- Forced proximity and captivity
This is a dark LGBTQ romance. The love here is complicated and it is costly. The characters are flawed in ways that will frustrate you, unsettle you, and at certain points make you question everything you thought you wanted from a love story. That is intentional and frankly the point.
Please take care of yourself while reading. It is okay to put the book down, to step away, breathe, and come back only when you are ready. If you choose not to come back at all, I understand. Your mental health and your comfort matter infinitely more than any chapter I have written.
This book is strictly for readers 18 and above. You have been warned, darling. What happens next is up to you.
— ¶ ¶ —
POINT OF VIEW
This story is written in dual first-person POV. You will live primarily inside Raven’s head because that is where the real war is fought. The perspective of other characters would appear selectively when their inner worlds deepen the emotional stakes. You will always know whose head you are in. I will never leave you lost or hanging. Trust me.
— ¶ ¶ —
AUTHOR'S NOTE
Thank you all genuinely. Out of everything you could be reading right now, you chose this. That is not something I take lightly.
This story asked a lot of me to write and I hope it asks something of you to read. Leave your thoughts in the comments. Every review, every reaction, every message keeps me going on the days the words refuse to come. I read everything and I appreciate every single one of you more than I know how to say.
Now meet Raven Pookies.
With much love,
Ivy Lanee
XOXO 🌹
“หมอจะพาแก้วไปไหนคะ”กัญญาวีร์เอ่ยถามชายที่เดินกุมมือเธอลงเชิงเขาเพื่อตรงไปยังรถที่จอดเอาไว้ อินทัชเองก็ไม่ยอมบอกกล่าวอะไรกัญญาวีร์แม่แต่น้อย ชายหนุ่มได้แต่ยิ้มให้กับหญิงสาวเท่านั้น“ก็กลับเรือนหอเราไง”“เรือนหอที่ไหนคะ หมออย่าล้อเล่นกับแก้วแบบนี้สิ”“หมอพูดจริง เดี๋ยวแก้วไปถึงก็รู้เอง” แววตาอินทัชดูเจ้าเล่ห์นัก“หมอคะ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ หมอกับแก้วเข้าไปคุยกับตากับยายของแก้วให้ท่านรับรู้ด้วยได้มั้ยคะ ไหนจะแม่แก้วอีก แก้วไม่อยากให้พวกท่านมองว่าเราทำอะไรโดยที่ไม่รู้จักคิด ไม่เห็นผู้หลักผู้ใหญ่อยู่ในสายตา”“แก้วไม่ต้องห่วงเรื่องนี้หรอก งั้น…เราไปหาตากับยายและแม่ของแก้วตอนนี้เลยดีมั้ย ไปบอกพวกท่านว่าเราแต่งงานกันแล้ว”“หมอล้อเล่นอีกแล้ว แก้วไม่ได้จะบอกว่าไปตอนนี้ซะหน่อย” หญิงสาวหลุดขำเมื่อเห็นท่าทางที่จริงจังของอินทัช“งั้น…ก็ไปกัน แก้วจะได้รู้ว่าหมอล้อเล่นหรือเปล่า”เอ่ยจบ ชายหนุ่มก็กุมมือหญิงสาวไปขึ้นรถ ก่อนจะขับรถออกไปพาเธอไปยังสถานที่ที่หนึ่ง กัญญาวีร์รู้สึกแปลกใจมาก เพราะทางที่อินทัชขับมาเป็นทางเข้ามาในหมู่บ้านอองตอง และตอนนี้ชายหนุ่มก็กำลังจอดรถอยู่ที่หน้าบ้านหลังที่ทั้งคู่แสนจ
1 เดือนผ่านไปสวนแปลงดอกไม้ของกัญญาวีร์เริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น ตอนนี้หญิงสาวได้จ้างให้สะล้อเข้ามาช่วยดูแลสวนของเธอเพิ่มเติม เพื่อเป็นรายได้ให้กับครอบครัวของชายหนุ่ม ก่อนหน้านี้สะล้อทำงานรับจ้างทั่วไปตามหมู่บ้านและนอกหมู่บ้านเพื่อเอาค่าใช้จ่ายมาจุนเจือครอบครัว ด้วยความขยันขันแข็งชายหนุ่มเลยทำให้กัญญาวีร์เห็นความสามารถของชยหนุ่มในตรงนี้้กัญญาวีร์ยืนมองคนงานที่ลงแปลงดินอย่างขยันขันแข็งก็ยิ้มออกมาด้วยความพอใจ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดหญิงสาวคงจะได้ลงพันธุ์ดอกไม้ในอีกไม่กี่วันนี้“ใกล้เสร็จแล้วนี่ สวนดอกไม้ของแก้วต้องมีดอกเบญจมาศสีขาวและดอกเดซีด้วยนะ” อินทัชที่เดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มสดใส เอ่ยทักทายหญิงคนรักที่ยืนยิ้มอยู่“ทำไมต้องเป็นเบญจมาศกับเดซีด้วยคะ” หญิงสาวหันมายิ้มก่อนจะถามกลับชายหนุ่มไป ทั้งที่เธอเองก็รู้คำตอบดีอยู่แล้ว“ก็ดอกไม้พวกนี้มีความหมายกับหมอไง เมื่อหลายปีก่อนมีเด็กสาวคนหนึ่งชอบเอาดอกไม้มาจีบหมออยู่เรื่อยเลยนะสิ”“อ๋อ…อย่างนี้นี่เอง แล้วเด็กสาวคนนั้นจีบหมอติดมั้ยคะ” หญิงสาวหยอกเย้ากลับอินทัชเดินเข้าไปสวมกอดหญิงสาวจากด้านหลัง มือหนาทั้งสองข้างกุมมือของเธอเอาไว้อย่างอบอุ่น
กัญญาวีร์ใช้เวลาอยู่ที่เชิงเขาค่อนข้างนาน หญิงสาวนั่งลงที่พื้นหญ้าเขียวขจี ลมพัดอ่อนๆ ในยามเย็นทำให้เธอรู้สึกดีมากนัก ที่ตรงนี้เป็นที่รวมความทรงจำมากมายของเธอและอินทัชเอาไว้เมื่อตะวันเริ่มตกดินก็ควรได้เวลาที่เธอควรกลับ กัญญาวีร์ปั่นจักรยานกลับเข้าหมู่บ้านอีกครั้ง ตอนนี้เริ่มมีแสงสว่างจากไฟตามข้างทางขึ้นมาบ้างแล้ว ในเวลาพลบค่ำแบบนี้มองเห็นไฟประดับที่มีทุกจุดของทางเดินก็ยิ่งทำให้ดูสวยงามนัก เพราะเมื่อก่อนดวงไฟตามจุดต่างๆ ไม่ได้มีมากมายขนาดนี้ ทุกอย่างที่นี่ล้วนแต่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่สะดวกสบายมากขึ้น แต่ก็ยังคงความเป็นธรรมชาติและความสงบไว้เช่นเมื่อก่อนกัญญาวีร์ปั่นจักรยานมาถึงต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งที่เธอจำได้ไม่เคยลืม หญิงสาวคิดย้อนไปเมื่อหลายปีก่อนที่เธอได้เจออินทัชที่ใต้ต้นไม้ใหญ่นี้เป็นครั้งแรก วันวานที่เป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ของเธอกับอินทัชนั้นทำให้เธอมีความสุขมากจริงๆ อบอุ่นทุกครั้งที่ได้คิดถึงวันวันเหล่านั้นหญิงสาวมองรอบๆ ต้นไม้ด้วยความอาวรณ์ ผ่านมาหลายปีต้นไม้ยิ่งสูงตระหง่านมากกว่าเดิม ไฟประดับที่ระยิบระยับตามกิ่งไม้นั้นยังดูสวยงามไม่เปลี่ยน กัญญาวีร์เดินเข้าไปนั่งใต้ต้นไม้ใหญ
หญิงสาวในเสื้อเชิ้ตแขนยาวกับกางเกงยีนสีกรม กำลังยืนหลับตากางแขนรับลมและแสงแดดยามสายที่แสนจะอบอุ่นนี้ อากาศที่นี่ยังคงสดชื่นเหมือนเช่นเคยไม่ว่าเวลาจะเปลี่ยนไปนานเท่าไหร่ กัญญาวีร์ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาและมองไปยังทางข้างหน้าที่เป็นเส้นทางมุ่งสู่หมู่บ้านอองตองหญิงสาวยิ้มร่าออกมาด้วยความสุขใจ ในที่สุดวันที่เธอเฝ้ารอคอยก็มาถึง ใบหน้าหญิงสาวยิ้มแย้มและสดใสอยู่ตลอดเวลา กัญญาวีร์ยืนอยู่ไม่นานก็มีเสียงชายสูงวัยบางคนตะโกนออกมาจากข้างในรถ ทำให้หญิงสาวต้องหันไปมองตามเสียงนั้นในทันที“หนู…จะเข้าไปในหมู่บ้านหรือยัง ลุงต้องไปรับลูกค้าอีกนะ” ชายสูงวัยเอ่ยถามหญิงสาวที่ยืนยิ้มอยู่“อ่อจ้า ขอโทษด้วยจ้าลุง พอดีหนูดีใจไปหน่อยที่ได้กลับมาที่นี่ งั้นเราไปกันได้เลยจ้า” หญิงสาวยิ้มตอบรับก่อนจะเดินไปเปิดประตูขึ้นรถที่จอดอยู่กัญญาวีร์จ้างรถรับจ้างในตัวเมืองให้มาส่งเธอที่หมู่บ้านอองตอง ระหว่างทางก่อนเข้าหมู่บ้านหญิงสาวให้ลุงคนขับจอดรถเพื่อที่เธอจะลงไปสูดอากาศให้เต็มปอดตามที่เธอตั้งใจเอาไว้ จนเวลาล่วงเลยไปมากทำให้ลุงคนขับต้องเอ่ยท้วงติงกัญญาวีร์มาถึงบ้านก็เห็นตากับยายมายืนรอรับที่หน้าบ้าน หญิงสาวรีบวิ่งไปกอดตากับยา
เช้าที่สดใสอีกวันก็มาถึง อากาศที่หมู่บ้านอองตองเริ่มเย็นกว่าปกติ ภริดาตื่นแต่เช้าเพื่อรับลมเย็นและกลิ่นธรรมชาติที่แสนจะสดชื่น แผลที่เข่าของเธอดีขึ้นมากทำให้เธอสามารถเดินเหินได้สะดวกขึ้นมากกว่าเดิม แต่ก็ยังมีกะเผลกอยู่บ้างเล็กน้อยภริดาออกมาเดินเล่นตามท้องถนนหน้าบ้านของคำปูน เธอมองไปที่ใบหญ้าและใบไม
อินทัชมองไปที่นัยน์ตาของภริดาด้วยความจดจ่อ เขาครุ่นคิดอยู่เล็กน้อยว่าทำไมหญิงสาวตรงหน้าถึงได้เอาแต่จ้องเขาอยู่แบบนั้น อินทัชกลอกสายตาไปมาเม้มปากเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามเธอไปแบบตรงๆ“คุณจ้องผมนานเกินไปแล้วนะ หรือคุณยังสงสัยในความเป็นหมอของผม”เสียงทุ้มของชายหนุ่มทำให้ภริดาละสายตาจากเขาทันที เธอเบือนหน้
รุ่งเช้าของอีกวันสาวผมยาวมัดหางม้าเดินถือกระเช้าใบใหญ่เข้ามาในบริเวณบ้านหลังหนึ่งที่รายล้อมไปด้วยหลากหลายพันธุ์ผลไม้ ทุกส่วนของบ้านแทบจะประกอบไปด้วยไม้ทั้งหมด บ้านหลังนี้ดูใหญ่โตโอ่อ่ามากพอสมควร หญิงสาวยืนอยู่ที่หน้าบ้านสักพักเพื่อรอให้เจ้าของบ้านออกมาต้อนรับ ไม่กี่นาทีต่อมาหญิงสาวในวัยสี่สิบปลายก
เวลาผ่านพ้นไปหลายวัน ทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น อินทัชได้เวลาที่ต้องมาทำงานอยู่ที่ศูนย์อนามัยของหมู่บ้านเพื่อรอให้ความช่วยเหลือกับลูกบ้านยามเจ็บไข้ได้ป่วย เนื่องจากที่นี่เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่มีไม่กี่หลังคาเรือนเลยหาได้น้อยนักที่จะมีคนเจ็บป่วยรุนแรงมาขอความช่วยเหลือ ส่วนมากก็เป็นอาการไข้หวัด