เข้าสู่ระบบ"หมอคิดถึงแก้วแค่นี้เองเหรอคะ" หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อน อินทัชเองก็ไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไป เขามองหน้าหญิงสาวก่อนที่จะเริ่มบรรเลงจุมพิต
ดูเพิ่มเติม“หมอจะพาแก้วไปไหนคะ”กัญญาวีร์เอ่ยถามชายที่เดินกุมมือเธอลงเชิงเขาเพื่อตรงไปยังรถที่จอดเอาไว้ อินทัชเองก็ไม่ยอมบอกกล่าวอะไรกัญญาวีร์แม่แต่น้อย ชายหนุ่มได้แต่ยิ้มให้กับหญิงสาวเท่านั้น“ก็กลับเรือนหอเราไง”“เรือนหอที่ไหนคะ หมออย่าล้อเล่นกับแก้วแบบนี้สิ”“หมอพูดจริง เดี๋ยวแก้วไปถึงก็รู้เอง” แววตาอินทัชดูเจ้าเล่ห์นัก“หมอคะ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ หมอกับแก้วเข้าไปคุยกับตากับยายของแก้วให้ท่านรับรู้ด้วยได้มั้ยคะ ไหนจะแม่แก้วอีก แก้วไม่อยากให้พวกท่านมองว่าเราทำอะไรโดยที่ไม่รู้จักคิด ไม่เห็นผู้หลักผู้ใหญ่อยู่ในสายตา”“แก้วไม่ต้องห่วงเรื่องนี้หรอก งั้น…เราไปหาตากับยายและแม่ของแก้วตอนนี้เลยดีมั้ย ไปบอกพวกท่านว่าเราแต่งงานกันแล้ว”“หมอล้อเล่นอีกแล้ว แก้วไม่ได้จะบอกว่าไปตอนนี้ซะหน่อย” หญิงสาวหลุดขำเมื่อเห็นท่าทางที่จริงจังของอินทัช“งั้น…ก็ไปกัน แก้วจะได้รู้ว่าหมอล้อเล่นหรือเปล่า”เอ่ยจบ ชายหนุ่มก็กุมมือหญิงสาวไปขึ้นรถ ก่อนจะขับรถออกไปพาเธอไปยังสถานที่ที่หนึ่ง กัญญาวีร์รู้สึกแปลกใจมาก เพราะทางที่อินทัชขับมาเป็นทางเข้ามาในหมู่บ้านอองตอง และตอนนี้ชายหนุ่มก็กำลังจอดรถอยู่ที่หน้าบ้านหลังที่ทั้งคู่แสนจ
1 เดือนผ่านไปสวนแปลงดอกไม้ของกัญญาวีร์เริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น ตอนนี้หญิงสาวได้จ้างให้สะล้อเข้ามาช่วยดูแลสวนของเธอเพิ่มเติม เพื่อเป็นรายได้ให้กับครอบครัวของชายหนุ่ม ก่อนหน้านี้สะล้อทำงานรับจ้างทั่วไปตามหมู่บ้านและนอกหมู่บ้านเพื่อเอาค่าใช้จ่ายมาจุนเจือครอบครัว ด้วยความขยันขันแข็งชายหนุ่มเลยทำให้กัญญาวีร์เห็นความสามารถของชยหนุ่มในตรงนี้้กัญญาวีร์ยืนมองคนงานที่ลงแปลงดินอย่างขยันขันแข็งก็ยิ้มออกมาด้วยความพอใจ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดหญิงสาวคงจะได้ลงพันธุ์ดอกไม้ในอีกไม่กี่วันนี้“ใกล้เสร็จแล้วนี่ สวนดอกไม้ของแก้วต้องมีดอกเบญจมาศสีขาวและดอกเดซีด้วยนะ” อินทัชที่เดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มสดใส เอ่ยทักทายหญิงคนรักที่ยืนยิ้มอยู่“ทำไมต้องเป็นเบญจมาศกับเดซีด้วยคะ” หญิงสาวหันมายิ้มก่อนจะถามกลับชายหนุ่มไป ทั้งที่เธอเองก็รู้คำตอบดีอยู่แล้ว“ก็ดอกไม้พวกนี้มีความหมายกับหมอไง เมื่อหลายปีก่อนมีเด็กสาวคนหนึ่งชอบเอาดอกไม้มาจีบหมออยู่เรื่อยเลยนะสิ”“อ๋อ…อย่างนี้นี่เอง แล้วเด็กสาวคนนั้นจีบหมอติดมั้ยคะ” หญิงสาวหยอกเย้ากลับอินทัชเดินเข้าไปสวมกอดหญิงสาวจากด้านหลัง มือหนาทั้งสองข้างกุมมือของเธอเอาไว้อย่างอบอุ่น
กัญญาวีร์ใช้เวลาอยู่ที่เชิงเขาค่อนข้างนาน หญิงสาวนั่งลงที่พื้นหญ้าเขียวขจี ลมพัดอ่อนๆ ในยามเย็นทำให้เธอรู้สึกดีมากนัก ที่ตรงนี้เป็นที่รวมความทรงจำมากมายของเธอและอินทัชเอาไว้เมื่อตะวันเริ่มตกดินก็ควรได้เวลาที่เธอควรกลับ กัญญาวีร์ปั่นจักรยานกลับเข้าหมู่บ้านอีกครั้ง ตอนนี้เริ่มมีแสงสว่างจากไฟตามข้างทางขึ้นมาบ้างแล้ว ในเวลาพลบค่ำแบบนี้มองเห็นไฟประดับที่มีทุกจุดของทางเดินก็ยิ่งทำให้ดูสวยงามนัก เพราะเมื่อก่อนดวงไฟตามจุดต่างๆ ไม่ได้มีมากมายขนาดนี้ ทุกอย่างที่นี่ล้วนแต่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่สะดวกสบายมากขึ้น แต่ก็ยังคงความเป็นธรรมชาติและความสงบไว้เช่นเมื่อก่อนกัญญาวีร์ปั่นจักรยานมาถึงต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งที่เธอจำได้ไม่เคยลืม หญิงสาวคิดย้อนไปเมื่อหลายปีก่อนที่เธอได้เจออินทัชที่ใต้ต้นไม้ใหญ่นี้เป็นครั้งแรก วันวานที่เป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ของเธอกับอินทัชนั้นทำให้เธอมีความสุขมากจริงๆ อบอุ่นทุกครั้งที่ได้คิดถึงวันวันเหล่านั้นหญิงสาวมองรอบๆ ต้นไม้ด้วยความอาวรณ์ ผ่านมาหลายปีต้นไม้ยิ่งสูงตระหง่านมากกว่าเดิม ไฟประดับที่ระยิบระยับตามกิ่งไม้นั้นยังดูสวยงามไม่เปลี่ยน กัญญาวีร์เดินเข้าไปนั่งใต้ต้นไม้ใหญ
หญิงสาวในเสื้อเชิ้ตแขนยาวกับกางเกงยีนสีกรม กำลังยืนหลับตากางแขนรับลมและแสงแดดยามสายที่แสนจะอบอุ่นนี้ อากาศที่นี่ยังคงสดชื่นเหมือนเช่นเคยไม่ว่าเวลาจะเปลี่ยนไปนานเท่าไหร่ กัญญาวีร์ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาและมองไปยังทางข้างหน้าที่เป็นเส้นทางมุ่งสู่หมู่บ้านอองตองหญิงสาวยิ้มร่าออกมาด้วยความสุขใจ ในที่สุดวันที่เธอเฝ้ารอคอยก็มาถึง ใบหน้าหญิงสาวยิ้มแย้มและสดใสอยู่ตลอดเวลา กัญญาวีร์ยืนอยู่ไม่นานก็มีเสียงชายสูงวัยบางคนตะโกนออกมาจากข้างในรถ ทำให้หญิงสาวต้องหันไปมองตามเสียงนั้นในทันที“หนู…จะเข้าไปในหมู่บ้านหรือยัง ลุงต้องไปรับลูกค้าอีกนะ” ชายสูงวัยเอ่ยถามหญิงสาวที่ยืนยิ้มอยู่“อ่อจ้า ขอโทษด้วยจ้าลุง พอดีหนูดีใจไปหน่อยที่ได้กลับมาที่นี่ งั้นเราไปกันได้เลยจ้า” หญิงสาวยิ้มตอบรับก่อนจะเดินไปเปิดประตูขึ้นรถที่จอดอยู่กัญญาวีร์จ้างรถรับจ้างในตัวเมืองให้มาส่งเธอที่หมู่บ้านอองตอง ระหว่างทางก่อนเข้าหมู่บ้านหญิงสาวให้ลุงคนขับจอดรถเพื่อที่เธอจะลงไปสูดอากาศให้เต็มปอดตามที่เธอตั้งใจเอาไว้ จนเวลาล่วงเลยไปมากทำให้ลุงคนขับต้องเอ่ยท้วงติงกัญญาวีร์มาถึงบ้านก็เห็นตากับยายมายืนรอรับที่หน้าบ้าน หญิงสาวรีบวิ่งไปกอดตากับยา
อินทัชค่อยๆ ยื่นมือไปสัมผัสแก้มแดงๆ ของหญิงสาวที่ยิ้มหวานให้เขาตรงหน้า แววตาที่ใช้มองเธอช่างอ่อนโยนยิ่งนัก เขาสำรวจทั่วใบหน้าหญิงสาวประหนึ่งจะตรวจเช็กร่างกายเหมือนคุณหมอที่ตรวจคนไข้อย่างไงอย่างนั้น แก้มที่แดง หูที่แดงของกัญญาวีร์ทำให้อินทัชอดเอ่ยถามออกมาไม่ได้“แก้วป่วยเหรอ ทำไมแก้มถึงแดง หูก็แดงแบ
แสงแดดยามเย็นส่องกระทบทั่วพื้นหญ้าสีเขียวขจีตามข้างทาง ใบไม้ ใบหญ้าต่างก็โอนเอียงพลิ้วไหวตามแรงลม บรรยากาศยามเย็นของทางเข้าหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอนช่างงดงามและสบายตายิ่งนัก ชายหนุ่มที่นั่งชันเข่าข้างหนึ่งหลังรถกระบะคันสีฟ้า กำลังหลับตาสูดเอาบรรยากาศที่แสนจะอบอวลไปด้วยกลิ่นธรรมชาติ
กัญญาวีร์รีบคลายปากของเธอที่จูบอินทัชนั้นออกด้วยความลุกลี้ลุกลน ในใจก็ขบคิดว่าตัวเองทำอะไรลงไปบ้าไปแล้วหรือไร ใบหน้าของกัญญาวีร์เริ่มแดงขึ้นเรื่อยๆ และดูเหมือนอินทัชก็ยังอยู่ในภาวะตกตะลึงอยู่พอสมควร“หมอมาจูบแก้วทำไม!” กัญญาวีร์ตะโกนออกไปด้วยแววตาหลุกหลิก ตอนนี้เธอแค่โพล่งออกไปไม่ทันได้ไตร่ตรองเพื่
อินทัชปั่นจักรยานออกจากบ้านตั้งแต่เช้าเพื่อจะแวะไปหากัญญาวีร์ที่บ้านของเธอ เขายังคงรู้สึกผิดกับเรื่องเมื่อวาน แต่ดูเหมือนว่ากัญญาวีร์จะไม่ได้อยู่บ้านเพราะเธอออกไปทำธุระแต่เช้าตรู่ อินทัชพยายามโทรติดต่อกัญญาวีร์ตั้งแต่เมื่อคืนแต่โทรไปก็ไม่ติดเหมือนเธอจะปิดเครื่องไว้ วันนี้กัญญาวีร์ขึ้นไปบนดอยกับอาสา





