บางครั้งคำแปลที่เลือกสำหรับ 'the third way of love' จะสะท้อนมุมมองของผู้แปลต่อเรื่องเพศและความสัมพันธ์ เราเคยเจอซับที่แปลเป็น 'รักนอกมาตรฐาน' ซึ่งให้การตีความแบบสังคมและเน้นการท้าทายบรรทัดฐาน นี่เป็นแนวทางที่มักใช้ในผลงานที่มีธีมเกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศ เช่นในภาพยนตร์ดราม่าคลาสสิกอย่าง 'Brokeback Mountain'
พอเป็นซับไทยที่ต้องถ่ายทอดคำว่า 'the third way of love' เรามักคำนึงถึงเรื่องจังหวะการอ่านและความสวยงามของภาษาเหมือนกัน ในงานแปลแนวโรแมนติก-ดนตรีอย่าง 'La La Land' ตัวอย่างการแปลเช่น 'ความรักในแบบใหม่' หรือ 'รักอีกแบบหนึ่ง' มักถูกนำมาใช้เพื่อให้โทนคงความโรแมนติกและไม่ฉีกออกจากอารมณ์ของฉาก
คำว่า 'the third way of love' ในซับไทยมักถูกตีความหลายแบบ ขณะที่แปลเป็นคำไทย เรามักต้องเลือกระหว่างความตรงตัวกับความเข้ากับบริบท: บางทีแปลตรงๆ ว่า 'วิถีรักที่สาม' หรือ 'รูปแบบความรักที่สาม' แต่เสียงภาษาไทยจะฟังแปลกถ้ายึดคำตรงๆ เสมอ
ในมุมของคนแปลซับที่ชอบความกระชับ ความท้าทายของการแปลง 'the third way of love' เป็นไทยคือข้อจำกัดด้านความยาวบนหน้าจอ เราเคยเจอประโยคที่ต้นฉบับสื่อความละเอียดมาก แต่ซับต้องเหลือเพียงสองบรรทัด ความเป็นไปได้หนึ่งคือใช้คำว่า 'ความรักแบบที่สาม' เพราะสั้นและฟังเป็นคำศัพท์ แต่ปัญหาคือผู้ชมอาจสงสัยว่ามันหมายถึงอะไรโดยละเอียด
รายชื่อนักแสดงหลักใน 'The Dark Tower' ที่คนนึกถึงมักจะเป็นชุดเด่น ๆ ไม่กี่คน แต่พอได้ไล่จริง ๆ ก็รู้สึกว่าทีมแคสต์เต็มไปด้วยหน้าคุ้นตาจากงานภาพยนตร์และซีรีส์ต่าง ๆ
ผมมองว่าสามชื่อที่โดดเด่นที่สุดคือ Idris Elba รับบทเป็น Roland Deschain, Matthew McConaughey ในบท Walter O'Dim หรือที่หลายคนเรียกกันว่า The Man in Black และเด็กหนุ่ม Tom Taylor ที่รับบทเป็น Jake Chambers นักแสดงทั้งสามคนเป็นแกนกลางของเรื่องและถูกวางไว้ให้ขับเคลื่อนทั้งโทนเรื่องและความตึงเครียดของพล็อต ส่วนคนอื่น ๆ ในทีมอย่าง Abbey Lee, Claudia Kim และ Jackie Earle Haley ก็เข้ามาเติมรายละเอียดทั้งในบทเด่นและบทสมทบ ทำให้ภาพรวมไม่แห้งจนเกินไป
การเห็น Idris ในลุคคาวบอยไร้ความปรานี เตือนผมถึงงานทีวีอย่าง 'Luther' ในแง่ของการมีพลังและความเงียบเย็น ส่วน Matthew ก็ยังคงชวนให้ระแวงเหมือนที่เขาทำไว้ใน 'True Detective' — สองคนนี้สร้างสมดุลที่แปลกแต่ได้ผลกับหนังที่พยายามผสมแฟนตาซีและไวลด์เวสต์ไว้ด้วยกัน ฉากระหว่าง Roland และ Jake ถึงแม้จะไม่ได้ยาวมากแต่ก็เป็นแกนอารมณ์สำคัญของหนังสำหรับผม และนักแสดงสมทบที่ว่ามาก็ช่วยขยับโลกของเรื่องให้รู้สึกว่าใหญ่มากกว่าหนังความยาวประมาณสองชั่วโมงเท่านั้น