หลายคนอาจเคยเห็นคำว่า 'เจ้าหญิงผมส้ม' ปรากฏในโพสต์หรือแฟนอาร์ตแล้วสงสัยว่าเป็นตัวละครจากเรื่องไหนแน่ ๆ — คำนี้ไม่มีต้นกำเนิดเดียวที่ชัดเจนและมักถูกใช้เป็นคำเรียกแบบหลวม ๆ สำหรับตัวละครหญิงที่มีผมสีสว่าง ๆ อมส้มหรือส้มจัด และเป็นเจ้าหญิงทั้งใน
นิยาย อนิเมะ หรือเกม ตัวอย่างที่ฉันมักคิดถึงเมื่อได้ยินคำนี้คือ 'Yona' จากซีรีส์ 'Akatsuki no Yona' (หรือ 'Yona of the Dawn') เพราะเธอเป็นเจ้าหญิงที่ผมสีแดงสว่างจนบางครั้งคนไทยจะเรียกว่าเป็นสีส้มหรือแดงอมส้มได้ ความเป็นเจ้าหญิงของเธอทั้งเรื่องราวการแปรเปลี่ยนจากคนที่ถูกปกป้องมาเป็นผู้นำที่เข้มแข็งทำให้คำว่า 'เจ้าหญิงผมส้ม' เหมาะกับคาแรกเตอร์แบบนี้มาก
นอกจากนี้ยังมีตัวละครจากแฟรนไชส์เกมและสื่อตะวันตกที่แฟน ๆ เรียกกันว่าเป็นเจ้าหญิงผมส้ม เช่น 'Princess Daisy' จากซีรีส์ 'Super Mario' ซึ่งเธอเป็นเจ้าหญิงที่มีทรงผมโทนส้ม/ทองอ่อนและบุคลิกสดใสร่าเริง นี่คือกรณีที่เป็นเจ้าหญิงจริง ๆ ตามเนื้อเรื่องของเกม ส่วนในวงการอนิเมะ ตัวละครอย่าง '
asuka langley Soryu' จาก 'Neon Genesis Evangelion' หรือ 'Orihime Inoue' จาก 'Bleach' มีผมสีส้ม-แดงโดดเด่น ทั้งสองคนไม่ใช่เจ้าหญิงในความหมายทางตำแหน่ง แต่แฟน ๆ บางกลุ่มอาจล้อเลียนหรือเรียกเล่น ๆ ว่าเป็น 'เจ้าหญิงผมส้ม' เพราะบุคลิกหรือลุคของพวกเธอมีความโดดเด่นและ 'เจ้าหญิง' ในเชิงนิยามแฟนเซอร์วิสได้
เมื่อมองจากมุมกว้าง คำว่า 'เจ้าหญิงผมส้ม' มักใช้ในสองความหมายหลัก: หนึ่งคือการอ้างอิงถึงตัวละครที่เป็นเจ้าหญิงจริง ๆ และมีผมสีสว่าง เช่น 'Yona' หรือ 'Princess Daisy' สองคือการเล่นคำเรียกตัวละครสาวผมส้มที่มีบุคลิกโดดเด่นจนแฟน ๆ มอบฉายาให้ แม้จะไม่ใช่เจ้าหญิงตามตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม ถ้าเห็นคำนี้ในบริบทของแฟนอาร์ตหรือมูฟวี่คอลลาบอเรชั่น บ่อยครั้งมันเป็นการตีความคาแรกเตอร์ให้มีความเป็นเทพนิยายหรือแฟนตาซีมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องยึดกับแหล่งที่มาดั้งเดิมเสมอไป
โดยรวมแล้ว คำตอบสั้น ๆ ว่า 'เจ้าหญิงผมส้ม' อาจมาจากหลายเรื่อง ขึ้นกับภาพหรือลักษณะที่เห็น: ถ้าเป็นเจ้าหญิงจริง ๆ มาแนวเกมอาจเป็น 'Princess Daisy' ถ้าเป็นเจ้าหญิงอนิเมะที่มีเนื้อเรื่องเข้มข้นและผมแดงอมส้มก็น่าจะเป็น 'Yona' แต่ถ้าเป็นตัวละครที่แฟน ๆ เรียกแบบขำ ๆ ก็อาจหมายถึงตัวละครผมส้มที่ใครสักคน
โปรดปราน ไม่ว่าจะเป็น 'Asuka' หรือ 'Orihime' ก็ได้ ฉันชอบความหลากหลายของฉายานี้เพราะมันแสดงให้เห็นว่าผู้ชมสามารถตีความตัวละครเดียวกันได้หลายมุม และสีผมนิดเดียวก็สามารถเปลี่ยนอารมณ์และบทบาทในจินตนาการได้อย่างน่าสนใจ