LOGIN
ณ.ทะเลหนันไห่ (南海 = ทะเลใต้) อันกว้างใหญ่ มีพระราชวังสีเขียวมรกตงดงามตั้งอยู่ วังนี้เป็นที่ประทับของพญามังกร หรือเจ้าสมุทรหนันไห่ ทะเลแดนใต้นี้...ทั้งใหญ่และลึก จึงมีสัตว์น้ำและพืชน้ำหายากอยู่มากมาย
ท่านเจ้าสมุทรมีชายาที่งดงามมาก นางเป็นนางฟ้า...ที่เง็กเซียนประทานให้ มีนามว่า ซู่เจียว (淑娇) ทั้งคู่มีโอรส 2 องค์และธิดา 1 องค์
ธิดาองค์เล็กเป็นมังกรสาวมีเกล็ดสีรุ้งที่งดงาม แต่ซุกซนมาก วันนี้้นางก็ชวนบริวารกุ้งสาวกับปลาอีก 2 ตัว ว่ายน้ำไปเก็บปะการังที่เขตแดนของ ทะเลซีไห่ (西海 = ทะเลตะวันตก)
"พวกเจ้าว่ายน้ำให้เร็วกว่านี้ได้หรือไม่ หากชักช้า...เจ้าปูเกเรจะออกมาขวางเสียก่อน"
มังกรสาวกล่าวกับบริวาร
"องค์หญิง...พวกเราเร่งเต็มที่แล้วนะเพคะ เร็วกว่านี้คงไม่ได้แล้ว"
กุ้งสาวที่เป็นบริวารบอกกับนาง
"พวกเจ้าชักช้านัก ข้าล่วงหน้าไปก่อนล่ะ พวกเจ้าเร่งตามมาก็แล้วกัน"
มังกรสาวกล่าวแล้วก็เลื้อยไปอย่างรวดเร็ว แต่มีมังกรเกล็ดสีแดงมาขวางหน้านาง เขาคือโอรสองค์รองของเจ้าสมุทรหนันไห่ มีนามว่าองค์ชาย เพ่ยหลง (沛龍)
"น้องสาม...เจ้าจะไปที่ใด"
"พี่รอง...ข้าจะไปเอาปะการัง 7 สีมาถวายเสด็จแม่"
"เจ้าช่างซุกซนจริง รู้หรือไม่...ที่แห่งนั้นอันตรายนัก ฤทธิ์เจ้ายังน้อย เจ้าไปเอาไม่ได้หรอก"
"ทำไมจะไม่ได้ ข้าจะเอาเสียอย่าง ผู้ใดจะกล้ามาขวาง"
มังกรสาวพูดอย่างถือดี พี่ชายส่ายหัว...ระอาในความดื้อดึงของนาง
"ฉีลู่ (祺璐) เจ้าทะนงตนเกินไปแล้ว อย่าคิดว่าเจ้ามีหยกวิเศษ แล้วจะทำการสิ่งใดตามอำเภอใจได้นะ"
องค์ชายเพ่ยหลงปรามนาง นั่นเพราะมังกรสาวฉีลู่เกิดมาพร้อมหยกวิเศษที่กลมดุจไข่มุก มีสีรุ้งแพรวพราวและมีอานุภาพมาก
"พี่รอง...หากพี่ไม่คิดมาช่วยข้า ก็อย่าคิดมาขัดขวาง"
มังกรสาวสีรุ้งสะบัดหน้า เลื้อยไปโดยไม่สนใจพี่ชาย องค์ชายเพ่ยหลงคิดจะให้น้องสาวได้รับบทเรียน จึงไม่ขวางนางอีก แต่กลับไปบอกองค์ชายเวยหลง (威龍)...พี่ชายคนโต
องค์ชายเวยหลงมีเกล็ดสีเงินยวง เป็นมังกรที่สุขุมรอบคอบ เขาเป็นที่รักและเกรงใจของน้อง ๆ ตอนนี้... เขากำลังนั่งฝึกเวทย์ใหม่ ๆ อยู่เพียงลำพังในห้องพัก
"พี่ใหญ่...พี่ใหญ่"
องค์ชายเพ่ยหลงส่งเสียงเรียกมาแต่ไกล องค์ชายใหญ่เงยหน้ามอง
"น้องรอง...เจ้ามีเรื่องรีบด่วนอันใดหรือ จึงเรียกพี่เสียงดังเช่นนี้"
องค์ชายเพ่ยหลงแปลงร่างเป็นมนุษย์หนุ่มรูปงาม...เดินมาหาพี่ชาย
"ฉีลู่ซุกซนนัก นางกำลังจะไปเอาปะการัง 7 สี ข้าห้ามนางก็ไม่ฟัง"
องค์ชายใหญ่ถอนใจลุกขึ้นยืน เขาร่างกายกำยำสูงใหญ่กว่าน้องชาย
"ฉีลู่ทะนงตนว่ามีหยกวิเศษ จึงได้กล้าไปยังดินแดนอันตรายเช่นนั้น"
"เราจะทำอย่างไรดีพี่ใหญ่ หากเสด็จพ่อทรงรู้เข้า...ได้เกิดเรื่องแน่"
องค์ชายใหญ่นิ่งคิด
"ข้าว่า...พวกเราตามไปเถิด"
องค์ชายเพ่ยหลงพยักหน้า สององค์ชายคืนร่างเป็นมังกร เลื้อยออกจากวังมรกต...เพื่อไปยับยั้งน้องสาว
มังกรสาวฉีลู่มาถึงดินแดนที่อยู่ของปูยักษ์ เห็นปะการัง 7 สีส่องแสงแวววาวราวอัญมณี ฉีลู่จ้องปะการังกิ่งหนึ่ง นางแปลงร่างเป็นสาวน้อยโฉมสราญ กำลังจะเอื้อมมือไปดึง แต่กลับมีปูทะเลตัวมหึมามาขวางทาง
"เจ้าคิดทำสิ่งใด"
"ข้าปรารถนาปะการังไปถวายชายาเจ้าสมุทรหนันไห่ เจ้าให้ข้าสักกิ่งได้หรือไม่"
"ไม่ได้...ปะการังเหล่านี้เป็นของสูงค่า จะให้เจ้าเปล่า ๆ ได้อย่างไร"
"เช่นนั้น...จงบอกราคามา"
เจ้าปูยักษ์ใช้ตาที่ยืดยาวสอดส่ายมองมังกรสาว
"เจ้าควรมีสิ่งที่คู่ควรกับปะการังมาแลกกับข้าสิ"
"สิ่งใดที่เจ้าคิดว่าคู่ควรเล่า"
"มุกราตรีหนันไห่..."
"อะไรนะ...เจ้านี่ช่างกล้าขอนะ ปะการังของเจ้ามีค่าปานนั้นเชียวหรือ"
"ปะการัง 7 สีนี้ไม่เพียงมีต้นเดียวในหล้า มันยังสามารถใช้ชุบชีวิตได้ ต่อให้เคยตายไปเป็นร้อยปี...ก็สามารถฟื้นคืนชีพได้ด้วยการกินปะการัง 7 สีนี้"
"วิเศษปานนั้นเชียว"
ฉีลู่ทำหน้าไม่เชื่อถือ
"แน่นอน...เช่นนี้แล้ว คู่ควรกับมุกราตรีหนันไห่หรือไม่"
"ยังไม่คู่ควร ข้ารู้นะ...ไยเจ้าจึงปรารถนามุกราตรีหนันไห่ นั่นเพราะมันสามารถช่วยให้ปีศาจเช่นเจ้าแปลงร่างเป็นมนุษย์ได้ และหากเจ้ากลืนมุกเข้าไป ชีวิตเจ้าจะยืนยาวเป็นอมตะ ค่าของมุกจึงมีมากกว่าปะการังของเจ้ามากนัก ข้าไม่โง่เอามาแลกหรอกนะ"
ฉีลู่กอดอก จ้องเจ้าปูยักษ์อย่างดูหมิ่น เจ้าปูยักษ์โกรธ
"หากไม่ยอมแลก ก็อย่าได้หวังเอาปะการังของข้าไปได้"
"ข้าจะเอาเสียอย่าง...เจ้าขวางข้าไม่ได้หรอก"
มังกรสาวฉีลู่ปราดเข้าไปจะหักกิ่งปะการัง แต่เจ้าปูยักษ์พ่นฟองน้ำใส่นาง กุ้งสาวและบริวารที่มาด้วย รีบเข้ามาช่วยนายสาว ก็ถูกก้ามปูกวาดจนกระเจิง ฉีลู่ร่ายเวทย์เรียกกระบองออกมา เจ้าปูยักษ์เห็นกระบองก็หัวเราะ
"เจ้าจะใช้มันตีข้าหรือ"
"ใช่..."
"เจ้าคงไม่รู้ว่ากระดองข้าแข็งแกร่งนัก ไม่มีอาวุธใดทุบกระดองข้าแตกได้"
"เช่นนั้น...ข้าขอลองดูหน่อย"
ฉีลู่กระโดดขึ้นเหนือตัวปูยักษ์ นางฟาดกระบองลงมาที่กระดองปู เจ้าปูยักษ์ร้องลั่น รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดปานกระดองจะแตกเป็นเสี่ยง
"เป็นไปไม่ได้...เป็นไปไม่ได้"
มันร้องลั่น ที่กระดองปูมีรอยร้าว หากฟาดอีกที...เจ้าปูยักษ์ต้องตายแน่ ฉีลู่เงื้อกระบองขึ้นเตรียมจะฟาดลงมาอีกที...เพื่อปลิดชีพเจ้าปูยักษ์
องค์ชายตานเช่อได้รับรายงานจากคนสนิทแล้ว ก็ทำนิ่งเฉยไว้ก่อน เขารอจนทำพิธีไว้อาลัยเสร็จสิ้น ก็ทูลลาฮ่องเต้กลับ เขากับคนสนิทมาที่กระต๊อบของเหวินซิน เมื่อมองจนแน่ใจแล้วว่าเขายังหลับอยู่ในนั้น และใช่เหวินซินจริง ๆองค์ชายตานเช่อก็สั่งให้คนจุดไฟเผากระต๊อบของเหวินซิน เพราะกระต๊อบสร้างด้วยไม้กับฟาง จึงติดไฟอย่างรวดเร็ว และลุกลามไปทั้งหลัง เหวินซินตื่นเพราะร้อนและสำลักควัน เขาพยายามจะออกไปข้างนอกแต่ก็ออกไปไม่ได้"ช่วยด้วย...ช่วยข้าด้วย"เสียงร้องโหยหวนของเหวินซินตะโกนออกมา องค์ชายตานเช่อหัวเราะเสียงดัง"เหวินซิน...ชอบของขวัญของข้าหรือไม่ หากเจ้าไม่ทรยศข้า...เจ้าก็ไม่ต้องเป็นเช่นนี้""ตานเช่อ...ไอ้สารเลว""เสียงคนใกล้ตายนี่ช่างไพเราะนัก เหวินซิน...จงตายชดใข้ความผิดของเจ้าเถิด...ไอ้คนทรยศ""ไม่...ม่ายยยยย"เสียงร้องโหยหวนเงียบลง พร้อมกับกระต๊อบที่ไฟลุกโชน ตัวเหวินซินก็พลอยถูกเผามอดไหม้ไปด้วย"จบสิ้นกันเสียที ข้าจะกลับไปรวบรวมกองทัพ แล้วยกมาบดขยี้แคว้นฮุยหวงอีกครา ข้าต้องยึดครองดินแดนจงหยวนให้จงได้"องค์ชายตานเช่อยังไม่ยอมเลิกล้มความคิดที่จะยึดครองจงหยวน เขาและคนสนิทขี่ม้ากลับปาเจ๋อ ไม่มีผู้ใดล่ว
ทางแคว้นปาเจ๋อ...ม่อหลัวข่านกับองค์ชายตานเช่อก็ได้รู้เรื่องนี้ สองพ่อลูกที่ยังเคืองแค้นเหวินซิน นั่งพูดคุยปรึกษากัน"ท่านพ่อจะไปร่วมงานหรือไม่""ต้องไปสิ...เพราะเรายังต้องส่งเครื่องบรรณาการให้แคว้นฮุยหวงนี่""เฮอะ!...พูดแล้วก็เจ็บใจ ข้ายังแค้นใจไอ้เหวินซินไม่หาย ยังไม่ได้ชำระแค้นมันเลย""พ่อได้ยินว่ามันก่อกบฎไม่สำเร็จ ไม่รู้ว่าหนีตายไปที่ใดแล้ว""สมน้ำหน้ามัน...รนหาที่เองแท้ ๆ เสด็จพ่อ...ท่านให้ข้าเป็นตัวแทนไปร่วมงานได้หรือไม่ ข้าจะไปสืบหาไอ้คนทรยศเหวินซินให้พบ...แล้วสังหารมันเสีย หากไม่ใช่เพราะมัน...เราคงได้ปกครองฮุยหวงไปแล้ว""ก็ดี...พ่ออายุมากแล้ว ไม่อยากเดินทางไกล เจ้าก็ไปเป็นตัวแทนพ่อก็แล้วกัน เอาคนไปมากหน่อย""ไม่ต้อง...ข้าจะพายอดฝีมือไปเพียง 10 คนก็พอ จะขี่ม้าเร็วไปเอง""ได้...พ่อตามใจเจ้า"องค์ชายตานเช่อตาวาว มุ่งมั่นจะตามสังหารเหวินซินให้ได้ เพราะคิดว่าเขาคือคนทรยศ...ที่ทำให้แผนยึดครองแคว้นฮุยหวงของเขาไม่สำเร็จ และทำให้ปาเจ๋อต้องส่งเครื่องบรรณาการแก่แคว้นฮุยหวงทุกปีด้วยเหวินซินที่บาดเจ็บ...หนีออกจากวังหลวงในช่วงที่ทุกคนกำลังวุ่นวายในการปราบกบฎ เขาจะออกนอกเมืองก็ไม่ได้ จึงปลอ
ในขณะเดียวกัน...เทวีซีไห่ก็กลับมาที่วังในทะเลซีไห่เช่นกัน แต่พอนางจะเข้าไปในวัง กลับถูกทหารที่ครึ่งบนเป็นคนครึ่งล่างเป็นปลาสองตนขวางไว้"ไยพวกเจ้าจึงมาขวางข้า""พวกข้าได้รับคำสั่งจากท่านเจ้าสมุทร ห้ามท่านเข้าไปในวังอีกต่อไป เพราะท่านเจ้าสมุทรได้ขับท่านออกจากซีไห่แล้ว...จงไปเสีย""ไม่จริง...เสด็จพี่จะไม่ทำเช่นนี้กับข้า พวกเจ้าถอยไปนะ อย่ามาขวางข้า"ทหารปลาสองตนไม่เพียงไม่ถอย ยังใช้อาวุธในมือที่เป็นก้านปะการังตีนาง เทวีซีไห่โกรธมาก นางอ้าปากจะใช้ไฟเผาทหารปลาสองตนนั้น แต่กลับพ่นไฟออกมาไม่ได้ นางจะใชเฤทธิ์อะไรก็ไม่ได้ เพราะท่านเจ้าสมุทรได้ผนึกไม่ให้นางใช้ฤทธิ์ได้เมื่อลงทะเลทหารปลาส่งเสียงแหลมเล็กบาดหู...เรียกพรรคพวกออกมาช่วย พวกทหารปลาถือกิ่งปะการังออกมาหลายตน พวกนั้นใช้กิ่งปะการังรุมตีจนนางต้องร้องเรียกสวามีให้ช่วย"เสด็จพี่...ช่วยข้าด้วยเพคะ"เทวีซีไห่ล้มลงกับพื้น เสียงประตูวังเปิดออก ท่านเจ้าสมุทรซีไห่และโอรสทั้งสามเดินออกมา เทวีซีไห่ดีใจร้องเรียกพวกเขา"เสด็จพี่...ลูกแม่ "ทุกคนมองเทวีซีไห่ด้วยสายตาเย็นชา นางเองก็รู้สึกได้ว่าสวามีและโอรสหมางเมินเหินห่าง"ข้าบอกว่าขับเจ้าออกจากซีไห่แล
เวยหลงกับเพ่ยหลงเดินมาสวมกอดฉีลู่ คราวนี้สามพี่น้องต้องจากกันจริง ๆ แล้ว พวกเขาใจหายที่ฉีลู่จะไม่ได้ไปอยู่ที่วังมรกตด้วยกันอีก"น้องสาม...ดูแลตนเองให้ดีนะ หากมีสิ่งใดให้พี่ช่วยเหลือ ก็เรียกพี่ดัง ๆ ไม่ว่าเจ้าจะอยู่หนใด พี่ก็จะรีบไปช่วยเจ้าแน่นอน"เวยหลงบอกฉีลู่ นางเม้มปากพยักหน้าน้ำตาไหล"เจ้าห้ามลืมพี่รองคนนี้นะ พาเหว่ยเอ๋อร์มาหาพวกเราบ่อย ๆ ด้วย""รู้แล้ว...พวกท่านเป็นพี่ชายที่ข้ารักที่สุดนะ พวกท่านก็ห้ามลืมข้าด้วย"ฉีลู่ร้องไห้กอดพี่ชายทั้งสอง เหวินเชียนรู้ว่าท่านเจ้าสมุทรและเทวีรักและเป็นห่วงฉีลู่มาก จึงกล่าวกับทั้งสองว่า"เสด็จพ่อเสด็จแม่และท่านพี่ทั้งสองไม่ต้องเป็นห่วงลู่เอ๋อร์ ข้าจะดูแลนางให้ดีที่สุด""พ่อเชื่อ...ว่าเจ้าทำได้"ท่านเจ้าสมุทรตบไหล่เหวินเชียน"มีเจ้าดูแลพี่ก็วางใจ พี่ฝากลู่เอ๋อร์กับหลานด้วยนะ"เวยหลงยิ้มบอกเขา เหวินเชียนประสานมือคารวะต่อทุกคน เทวีหนันไห่เสกถุงทองถุงหนึ่งส่งให้ฉีลู่"เก็บไว้ใช้ยามจำเป็นนะลูก""ขอบพระทัยเสด็จแม่เพคะ"เซินเค่อลูบเคราบอกเหวินเชียนและฉีลู่ว่า"มีอีกเรื่องหนึ่งที่ข้าต้องบอกพวกเจ้าทั้งสองคน แม้ตอนนี้องค์หญิงฉีลู่จะเป็นมนุษย์แล้ว แต่ดวงจิ
ฉีลู่กระพริบตาทำหน้างง ๆ นางหันมาเห็นเจ้าแม่หนวี่วา ก็รีบคุกเข่าลงคารวะเจ้าแม่"คารวะเจ้าแม่หนวี่วา""ลู่เอ๋อร์...ลูกแม่"เทวีหนันไห่เดินมากอดนาง"เสด็จแม่...เสด็จพ่อ พี่ใหญ่...พี่รอง เหว่ยเอ๋อ พวกท่านก็อยู่ที่นี่ด้วยหรือ แล้ว..."ฉีลู่เหลียวมองรอบตัว"เสด็จพี่เหวินเชียนเล่า เขาอยู่ที่ใดหรือเพคะ"เทวีหนันไห่อ้ำอึ้ง ไม่รู้จะตอบฉีลู่อย่างไร เวยหลงปล่อยองค์ชายน้อยให้วิ่งไปหามารดา ฉีลู่กอดหอมแก้มลูกด้วยความคิดถึงสุดหัวใจ"ซาเด็ดแม่"องค์ชายน้อยเบะปากจะร้องไห้ ฉีลู่รีบกอดปลอบไม่ให้เขาร้อง"เด็กดี...ไม่ร้องนะจ๊ะ แม่มาหาเจ้าแล้ว"ฉีลู่กอดปลอบโอรสน้อย เจ้าแม่หนวี่วาตรัสกับนางว่า"ฉีลู่...ดวงจิตมังกรของเจ้าถูกทำลายจนแตกสลายไปแล้ว แต่เจ้ายังเหลือกายเนื้อและหยกสีรุ้ง ทำให้เจ้าคืนชีวิตมาได้ นับแต่นี้...เจ้าจะกลายเป็นมนุษย์ธรรมดาแล้วนะ""เช่นนั้น...ข้าก็กลับหนันไห่ไม่ได้อีกแล้วสิเพคะ""ด้วยอานุภาพแห่งหยกสีรุ้งในกายเจ้า เจ้ายังสามารถกลับหนันไห่ได้ แต่เจ้าจะคืนรางเป็นมังกรไม่ได้อีกแล้ว ใช้เวทย์ก็ไม่ได้ เว้นแต่เจ้าจะหมั่นเพียรฝึกมันขึ้นมาใหม่"ฉีลู่พยักหน้าเข้าใจ"แม้ดวงจิตมังกรของเจ้าจะแตกสลายไปแล้ว
"ข้าก็จะฟ้องร้องต่อสวรรค์ เจ้าทำลายชีวิตลูกและสะใภ้ของข้า ข้าจะขอให้สวรรค์เลาะเอ็นเฉือนกระดูกของเจ้า...ทำให้เจ้าอัปยศไปทั้งชีวิต"ซูฮองเฮาก็ชี้หน้าเทวีซีไห่ทั้งน้ำตา"ไม่นะ...พวกเจ้าจะทำเช่นนี้กับข้าไม่ได้"ซูฮองเฮาสะบัดหน้าเมิน เดินไปประคองไทเฮาพาเดินออกจากตำหนัก ฮ่องเต้และทุกคนก็เดินตามออกไป ท่านเจ้าสมุทรหนันไห่คืนร่างเป็นมังกร เทวีหนันไห่ก็เปลี่ยนรางเป็นดวงไฟ ทะยานขึ้นฟ้าหายไปด้วยกันเหลือเพียงเทวีซีไห่ นางมองไปรอบ ๆ ตัวที่มีแต่ซากศพนอนเกลื่อน แต่ก็ยังคิดเข้าข้างว่าตนเองไม่ผิด และไม่คิดว่าสวามีจะตัดเป็นตัดตายกับนางจริง ๆ เทวีซีไห่คืนร่างเป็นมังกรทะยานขึ้นฟ้า คิดจะกลับไปง้อสวามีให้เขายกโทษให้ณ.ชายหาดริมฝั่งทะเลหนันไห่ท่านเจ้าสมุทรและเทวีมาปรากฏตัว ณ.ที่นั้นมีเวยหลงที่อุ้มองค์ชายน้อยและเพ่ยหลงยืนรออยู่ พอเห็นท่านเจ้าสมุทรกับเทวีมา สองพี่น้องก็ก้มหัวคารวะ เทวีมาหอมแก้มองค์ชายน้อยที่เวยหลงอุ้มอยู่"เวยเอ๋อร์...เพ่ยเอ๋อร์ พวกเจ้ามาทำอันใดที่นี่ มารอพ่อกับแม่หรือ"ท่านเจ้าสมุทรถามโอรสทั้งสอง"พะย่ะค่ะ...เหว่ยเอ๋อร์ร้องเรียกหามารดา ข้าจึงพาเขามารอน้องสามที่นี่ แล้วน้องสามเล่า พวกท่านบอก
ในพระตำหนัก...ฮ่องเต้ประทับรอไต้กุ้ยเหริน เพราะได้ยินเสียงเอะอะจึงให้อี้กงกงออกไปดู อี้กงกงนำพระสนมทั้งสองเข้ามา จินกุ้ยเฟยพอเห็นพระพักตร์ฮ่องเต้...ก็บีบน้ำตา"ฝ่าบาทเพคะ...ข้าเจ็บเหลือเกิน""กุ้ยเฟย...เจ้าเป็นอันใด"ฮ่องเต้ตกใจที่เห็นนางเหมือนจะบาดเจ็บ จินกุ้ยเฟยทำมารยา...ถลาเข้าสู่อ้อมกอดของฮ่องเ
ฉินวานยืนเด่นอยู่กลางลาน ในมือมีรายชื่อของเหล่าชายฉกรรจ์ที่มารับการคัดเลือก ซึ่งมีทั้งสิ้น 42 คน"ข้าชื่อฉินวาน...เป็นหัวหน้ากรมองครักษ์ ข้าจะเรียกชื่อพวกเจ้าคราละ 2 คนให้ออกมาประลองกัน การประลองครานี้จะหาผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียว เพื่อรับตำแหน่งหัวหน้าหน่วยกิเลน จะมีการประลอง 3 อย่าง อย่างแรกคือประลอง
พลันกระแสน้ำรอบกายก็แปรเปลี่ยน มันไหลวนและบีบแน่นเข้ามาทุกที เวยหลงและเพ่ยหลงรีบคืนร่างเป็นมังกร เวยหลงสะบัดหางตีกระแสน้ำที่อัดแน่น...ไม่นานความอัดแน่นก็หายไป ไท่หลงเห็นแล้วอารมณ์เสีย"มีฝีมือไม่เลวนี่""ไท่หลง...ท่านหยุดเพียงเท่านี้เถิด อย่าให้ต้องขาดไมตรีต่อกันเลยมังกรเงินเวยหลงไม่อยากมีเรื่อง จ
องค์ชายใหญ่และองค์ชายรองมาถึงพอดี สองพี่น้องรีบเลื้อยมาหาน้องสาว แต่ช้ากว่ามังกรดำอีกตัวที่มาถึงตัวฉีลู่ก่อนพี่ชายทั้งสอง"หยุดนะ...เจ้าเป็นผู้ใดกัน กล้าดีอย่างไรจึงบุกเข้าแดนหวงห้าม ซ้ำยังมาทำร้ายบริวารของข้าอีก"มังกรดำตวาดเสียงดัง"แล้วเจ้าเล่าเป็นผู้ใด"ฉีลู่ย้อนถาม"ข้าคือองค์ชายไท่หลง (泰龍) อง







