ฉันมองว่าเสน่ห์ของเรื่องอยู่ที่การให้ความสำคัญกับผลพวงของการตัดสินใจ ตัวเอกไม่ได้เป็นฮีโร่แบบไม่มีข้อผิดพลาด แต่เป็นคนที่ต้องทนกับการเลือกซึ่งนำมาซึ่งความสูญเสียหลายรูปแบบ จากมุมนี้ฉากสุดท้ายที่ตัวเอกยอมแลกบางอย่างเพื่อปกป้องคนรอบข้างจึงไม่น่าแปลกใจ เป็นการปิดเรื่องแบบเป็นผู้ใหญ่—ไม่ใช่ชนะทั้งหมดแต่เลือกที่จะรักษาสิ่งที่สำคัญไว้ นั่นทำให้ตอนจบมีทั้งความขมและความอุ่นใจคล้ายความรู้สึกที่ผมเคยได้จาก 'The Last of Us' แต่โฟกัสของ 'เถื่อน' จะเน้นประเด็นสังคมและการร่วมกันสร้างใหม่มากกว่า
โทนตอนจบมีความโหดร้ายและงดงามปนกัน คล้ายกับนิยามชีวิตแบบเยือกเย็นใน 'No Country for Old Men' ตัวเอกบางคนเลือกจากไป ขณะที่คนที่อยู่ต่อก็ต้องเก็บเศษซากมาปัดฝุ่นและเดินหน้าต่อ แม้จะไม่ใช่ตอนจบที่โรแมนติก แต่มันให้การไถ่คืนแบบเรียบง่ายพอที่จะทำให้คิดต่อได้อีกหลายวัน นั่นคือความค้างคาที่ผมชอบที่สุดของเรื่องนี้