สิ่งหนึ่งที่สะดุดตาตั้งแต่แรกคือภาพวิชวลและสเกลดราม่าที่ภาพยนตร์เลือกจะเน้นหนักกว่าในหนังสือการ์ตูนต้นฉบับ
ผมชอบการ์ตูน 'Valérian and Laureline' เพราะมันเป็นผลงานที่ค่อยๆ ขยายโลกผ่านตอนสั้นๆ หลายเล่ม โดยมีรายละเอียดเชิงสังคม การเมือง และมุกเสียดสีแทรกอยู่เบาๆ ทำให้แต่ละโลกย่อยรู้สึกมีน้ำหนักและเหตุผลของมันเอง ขณะที่ภาพยนตร์ 'Valerian and the City of a Thousand Planets' ตัดสินใจย่อรวมหลายเส้นเลยเป็นหนึ่งเรื่องใหญ่ที่เน้นงานออกแบบและภาพเอฟเฟกต์ ทำให้บางมิติของเรื่องราวเดิมที่กระจายอยู่ในหลายเล่มถูกย่อหรือเปลี่ยนบทบาทไป
อีกอย่างที่ผมสังเกตคือการนำตัวละครเสริมมาปรับบท เช่นตัวละครนักเต้นรูปร่างเปลี่ยนได้ในหนังที่กลายเป็นโมเมนต์ภาพวิชวลมากกว่าการแทรกประเด็นเชิงสังคมเหมือนในการ์ตูน ผลคือรู้สึกเหมือนกำลังดูการ์ตูนภาพที่มีชีวิต แต่รายละเอียดเชิงความคิดบางอย่างในต้นฉบับหายไปบ้าง ตอนจบของผมเลยรู้สึกทั้งตื่นตาและเสียดายในเวลาเดียวกัน
บอกเลยว่าฉากผาดโผนใน 'Valerian and the City of a Thousand Planets' เป็นสิ่งที่ดึงสายตาฉันที่สุด และสิ่งที่น่าชื่นชมคือนักแสดงนำทั้งคู่มีส่วนร่วมกับสตันท์จริง ๆ มากกว่าที่หลายคนคิด
Cara Delevingne โดดเด่นตรงที่เธอทำเองหลายฉาก โดยเฉพาะการต่อสู้ระยะประชิดและการใช้เชือกกับวายร์ (wirework) ในฉากที่ตัวละครเธอต้องเคลื่อนไหวแบบลื่นไหลในสภาพแวดล้อมแปลกตา นอกจากจะเป็นนางแบบมาก่อนแล้ว เธอยังฟิตกับงานแอ็กชันจนเห็นได้ชัดว่ามีการฝึกหนักเพื่อทำท่าแอ็กชันต่อเนื่องให้กลมกลืนกับคาแรกเตอร์
Dane DeHaan เองก็ไม่ได้ยืนดูเฉย ๆ เขารับผิดชอบฉากที่ต้องแสดงความรวดเร็วและการเคลื่อนไหวแบบสตันท์ระดับกลาง ๆ แม้ว่าฉากอันตรายสูง ๆ จะยังมีมืออาชีพช่วย แต่ความใส่ใจในรายละเอียดของทั้งสองคนทำให้หลายช็อตดูสมจริงกว่าหนังไซไฟเฉียด CGI ธรรมดา ฉันชอบว่าสมดุลระหว่างนักแสดงกับทีมสตันท์มันลงตัว ไม่ได้ยัดเสี่ยงจนเกินไปแต่ก็ไม่ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นสแตนด์อินจนเสียความรู้สึก