Share

บทที่ 5 ลูกรักของแม่ (3) 

last update Tanggal publikasi: 2026-07-13 19:00:28

บทที่ 5 ลูกรักของแม่ (3) 

จ้าวเฟยเฟยกอดลูกสาวแน่นขึ้น สายตาของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นแบบใหม่ "ฉู่อี้… เราจะใจร้ายกับเด็กคนนี้ไม่ได้แล้วนะ เพราะเด็กคนนี้คือดาวนำโชคดวงน้อยของเรา แล้วอีกอย่างอันเจียหลินคือเครื่องผลิตความงามของฉัน! ถ้ามีลูกอยู่ด้วยทั้งคน… ฉันก็ไม่ต้องกลัวหน้าแก่หน้าเหี่ยวอีกต่อไป!"

เพ้ย! อันฉู่อี้ไม่ได้สนใจเรื่องความงาม แต่สนใจเรื่องปากท้องและความอยู่รอดของตัวเขาเอง สมองอันชาญฉลาดและเห็นแก่ตัวของเขาเริ่มประมวลผลในทันที

‘เด็กนี่ทำให้น้ำธรรมดา กลายเป็นน้ำวิเศษที่รักษาแผลภายนอกและบำรุงผิวพรรณได้ แล้วถ้าดื่มเข้าไปล่ะ? มันอาจช่วยรักษาแผลภายในร่างกาย และมันอาจจะช่วยรักษาโรคอื่นได้ด้วย? ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ลอบเอาน้ำวิเศษนี่ไปขาย คงจะทำเงินได้ไม่น้อย... หึหึ’

ความคิดเรื่องเงินทองและอำนาจแล่นปราดเข้ามาในหัว เขาแสยะยิ้มมุมปาก เค้นเสียงหัวเราะ ‘หึหึ’ อย่างผู้ร้าย ชายหนุ่มผู้เคยเย็นชาเดินเข้าไปใกล้ร่างกลม ๆ ของลูกสาว แล้วใช้นิ้วมือสาก ๆ จิ้มแก้มยุ้ย ๆ ของลูกสาวหนึ่งที

"ดาวนำโชคดวงน้อยงั้นเหรอ… ดี ๆ เลี้ยงมันไว้ ใช้งานให้คุ้ม" อันฉู่อี้กล่าวเสียงเรียบ "แต่ตอนนี้ปัญหาคือปากท้อง น้ำวิเศษของแกมันช่วยให้อิ่มท้องไม่ได้ ต่อให้นังเด็กนี่จะวิเศษวิโสแค่ไหน แต่เราก็ยังไม่มีข้าวกินอยู่ดี เราต้องหาทางออก"

จ้าวเฟยเฟยชะงักกึก จ้องมองหน้าลูกสาวไม่วางตา ดวงตาของจ้าวเฟยเฟยเต็มไปด้วยความคาดหวังบางอย่าง

“ตอนนี้พวกเราไม่มีอะไรกินเลย อันเจียหลินน้อยเป็นลูกของเรา คงจะไม่ปล่อยให้พวกเราอดตายหรอกใช่ไหม?” จ้าวเฟยเฟยเอ่ยถามลูกสาวตัวน้อยที่นอนนิ่งตาแป๋วอยู่ในอ้อมอก

“นั่นสิ!” อันฉู่อี้เอ่ยเสริมคำพูดของภรรยา พลางก้มหน้าจ้องมองใบหน้าเล็ก ๆ ของลูกสาวอย่างคาดหวังในคำตอบ

[พ่อจ๋าในโพรงดินใต้โคนต้นไม้หลังเนินเขาลูกที่สอง มีโพรงกระรอกซ่อนอยู่ ในนั้นมีไข่ไก่ป่ากับหัวมันเทศที่กระรอกสะสมไว้ รีบไปเอาเถอะก่อนที่ฝูงหมาป่าจะออกมาลาดตระเวน]

เสียงเล็ก ๆ เสียงเดิมดังขึ้นในหัวของทั้งสองคนพร้อมกัน เสียงนี้มันชัดเจน แม่นยำ และระบุพิกัดเสบียงไว้อย่างละเอียด อันฉู่อี้ตาเบิกโพลง เขาหันมองหน้าภรรยาทำท่าอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ก่อนจะหันกลับไปมองทางประตูบ้านที่ปิดสนิท

"ใต้ต้นไม้… หลังเนินเขาลูกที่สอง… โพรงกระรอก…" เขาพึมพำทวนคำพูดของลูกสาวที่ดังก้องอยู่ในหัว "ถ้าจริงอย่างที่มันบอก… ก็เท่ากับว่า… ฉันจะไม่อดตายแล้ว"

"มัวพูดเพ้ออยู่ได้ รีบไปสิ!" จ้าวเฟยเฟยเอ่ยเร่งเร้า "เจียหลินบอกทางแล้ว แกยังจะยืนบื้ออยู่อีกเหรอ! ไอ้งั่ง จะรอให้คนอื่นไปค้นเจอก่อนหรือไง! หรือจะรอให้พวกฝูงหมาป่าลงมาลาดตระเวนซะก่อน"

ความหิวโหยและความโลภผลักดันให้อันฉู่อี้ลืมศักดิ์ศรีและเหตุผลทั้งปวง เขาคว้าจอบเก่า ๆ ที่วางอยู่มุมห้อง สวมหมวกขนสัตว์เพื่อกันลมหนาว แล้วพุ่งตัวออกจากบ้านไปทันที

จ้าวเฟยเฟยมองตามหลังสามี แล้วก้มลงหอมแก้มลูกสาวฟอดใหญ่

"ทำได้ดีมากเด็กดีของแม่" เธอกระซิบเสียงหวานหยดย้อยที่ฟังดูน่าขนลุก "หนูวิเศษจริง ๆ ผลิตเครื่องประทินโฉมให้แม่ไม่พอ ยังทำตัวเป็นเข็มทิศหาอาหารให้พ่อได้อีก ขอแค่มีลูกสาวอยู่ด้วยทั้งคน บ้านของเราก็จะไม่ลำบากอีกแล้ว หลินหลินลูกต้องอยู่กับแม่นะ ห้ามหนีไปไหนเด็ดขาด"

อันเจียหลินมองมารดาด้วยสายตาเรียบเฉย ในหัวของเด็กน้อยกำลังครุ่นคิดว่า ‘มนุษย์หนอมนุษย์ พอมีผลประโยชน์เข้าหน่อย ก็เปลี่ยนจากหลังเท้าเป็นหน้ามือเชียวนะ’

อันเจียหลินหลับตาลง พักผ่อนเก็บแรง เกมแห่งการเอาตัวรอดและการดัดนิสัยเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น และเธอคนนี้นี่แหละ คือกุนซือตัวน้อยผู้กุมชะตากรรมของคนในบ้านหลังนี้ ดังนั้นรับประกันได้ว่า พ่อแม่ตัวร้ายทั้งสองจะไม่ยอมทอดทิ้งเธอไปไหนอย่างแน่นอน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • 1971 เกิดใหม่มาเป็นลูกสาวนำโชคของพ่อแม่ตัวร้าย   บทที่ 48 สิ้นสุดภารกิจสวรรค์ (2) 

    บทที่ 48 สิ้นสุดภารกิจสวรรค์ (2)หนึ่งปีต่อมาฤดูหนาว ปี ค.ศ. 1996หิมะแรกของปีโปรยปรายลงมาปกคลุมเมืองมู่ตานเจียงจนขาวโพลน เฉกเช่นเดียวกับวันที่อันเจียหลินถือกำเนิดขึ้นในบ้านดินซอมซ่อเมื่อยี่สิบห้าปีก่อน ทว่าครานี้ในวันนี้ ไม่มีลมหนาวที่เล็ดลอดเข้ามาทางรอยแตกของผนังบ้าน และไม่มีความหิวโหยที่กัดกินท้องไส้ณ คฤหาสน์ตระกูลอัน ภายในห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ที่ปูด้วยพรมเปอร์เซียสีแดงเลือดนก เตาผิงไฟหินอ่อนสไตล์ยุโรปส่งเปลวไฟลุกโชน มอบความอบอุ่นไปทั่วบริเวณ กลิ่นหอมของชาร้อนและขนมเค้กอบใหม่อบอวลอยู่ในอากาศ ที่โซฟาตัวยาวกลางห้อง อันฉู่อี้ และ จ้าวเฟยเฟย ในวัยตายาย กำลังนั่งแย่งกันอุ้มทารกน้อยฝาแฝดสองคน"นี่พี่! เบา ๆ หน่อยสิ! หลานเพิ่งกินนมมานะ เดี๋ยวก็แหวะหรอก!" จ้าวเฟยเฟยดุสามี พลางประคองทารกเพศหญิงแก้มยุ้ยไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม"ผมรู้น่า! ผมเคยเลี้ยงเจียหลินมานะ!" อันฉู่อี้เถียงกลับ แต่ตายิ้มจนเป็นสระอิ ขณะมองทารกเพศชายในมือที่กำลังคว้าปลายคางเขาเล่น "ดูสิ ๆ เจ้าตัวเล็กนี่แรงเยอะเหมือนตาไม่ม

  • 1971 เกิดใหม่มาเป็นลูกสาวนำโชคของพ่อแม่ตัวร้าย   บทที่ 48 สิ้นสุดภารกิจสวรรค์ (1)

    บทที่ 48 สิ้นสุดภารกิจสวรรค์ (1)ในขณะที่ทุกอย่างกำลังไปได้สวย จู่ ๆ เสียงปรบมือของคนรอบข้างที่ดังเกรียวกราวเพื่อแสดงความยินดี และแสงแฟลชวูบวาบในห้องโถงขนาดใหญ่ก็ดูเหมือนจะห่างไกลออกไปทุกทีในความรู้สึกของอันเจียหลินแล้วไม่กี่เสี้ยววินาทีต่อมา ก็คล้ายว่าเวลาหยุดหมุนลง...เหง่ง... เหง่ง...เหง่ง...เสียงระฆังทองคำดังกังวานก้องขึ้น ไม่ใช่จากหอนาฬิกาเมือง แต่ดังมาจากส่วนลึกของจิตวิญญาณ ดังมาจากฟากฟ้าเบื้องบนที่ไม่มีมนุษย์คนใดได้ยินนอกจากเธอแสงสว่างสีนวลตาปรากฏขึ้นที่กลางอากาศเหนือศีรษะ เป็นลำแสงศักดิ์สิทธิ์ที่ทอดตัวลงมาประหนึ่งเป็นบันไดแก้วหวังเปาเป่า… เซียนบุปผาบรรพกาลเสียงทรงอำนาจของทูตสวรรค์ผู้เป็นตัวแทนของเง็กเซียนฮ่องเต้ดังก้องในห้วงจิตของอันเจียหลินโทษทัณฑ์แห่งสวรรค์สิ้นสุดแล้ว ภารกิจดัดนิสัยมนุษย์และช่วยเหลือตระกูลอันสำเร็จลุล่วงสมบูรณ์ กระทั่งบัดนี้ ประตูนิติภาวะแห่งสวรรค์เปิดออกแล้ว เง็กเซียนฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งให้เจ้ารีบกลับคืนสู่ชั้นฟ้า เพื่อรับตำแหน่งมหา

  • 1971 เกิดใหม่มาเป็นลูกสาวนำโชคของพ่อแม่ตัวร้าย   บทที่ 47 หนึ่งเดียวในสายตา (2) 

    บทที่ 47 หนึ่งเดียวในสายตา (2)เถาไป๋เทียนล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทด้านใน หยิบกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มออกมา แขกเหรื่อต่างพากันกลั้นหายใจ หลายคนชะเง้อคอรอด้วยความอยากรู้อยากเห็น คิดว่าคงจะเป็นแหวนเพชรเม็ดโตเท่าไข่ห่านตามธรรมเนียมเศรษฐีใหม่แต่เมื่อเขากดเปิดฝากล่องออก สิ่งที่ปรากฏอยู่ภายใน กลับไม่ใช่เพชร นั่นก็คือ ‘แหวนเกลี้ยง’ ที่มีสีเงินยวงแปลกตา พื้นผิวเรียบลื่นและแวววาวเหมือนกับกระจกเงา ตรงกลางของแหวนฝังหยกชิ้นเล็ก ๆ ที่แกะสลักเป็นรูปหางจิ้งจอก ซึ่งเป็นเศษหยกที่เหลือจากการทำจี้สร้อยคอให้เจียหลินเมื่อสิบห้าปีก่อน"นี่ไม่ใช่ทองคำขาว และไม่ใช่แพลตตินัม" เถาไป๋เทียนเอ่ยขึ้น สายตาจับจ้องที่ดวงตาของเจียหลิน"แต่มันคือโลหะผสมไทเทเนียมชนิดพิเศษที่พี่สังเคราะห์ขึ้นในห้องแล็บ มันทนความร้อนได้สูงกว่าจุดหลอมเหลวของเหล็ก แข็งแกร่งกว่าเพชร และไม่มีวันเป็นสนิมหรือบุบสลาย"เขาย่อตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งอยู่ท่ามกลางเสียงฮือฮาของฝูงชน “เพชรอาจจะแตกได้ ทองอาจจะหมองได้ แต่แหวนวงนี้จะคงอยู่ตลอดกาล เหมือนคำ

  • 1971 เกิดใหม่มาเป็นลูกสาวนำโชคของพ่อแม่ตัวร้าย   บทที่ 47 หนึ่งเดียวในสายตา (1)

    บทที่ 47 หนึ่งเดียวในสายตา (1)‘ป่านนี้เจ้าลูกหมาป่าของฉันจะเป็นยังไงบ้างนะ? สิบห้าปีมาแล้ว ทำไมถึงยังไม่โผล่หัวมาอีก ถ้าไม่ลงเอยกับนายแล้วฉันจะทำภารกิจความรักสำเร็จได้ยังไงล่ะ หึ!’ ความคิดของเธอล่องลอยไปไกลไปสู่เมืองปักกิ่ง ตั้งแต่เถาไป๋เทียนจากไปเรียนต่อในปีนั้น ข่าวคราวของเขาก็เงียบหายไปดื้อ ๆ มีเพียงจดหมายสั้น ๆ ที่ส่งมาปีละครั้งบอกว่า ‘สบายดี ยังไม่ตาย’ และมีเงินจำนวนหนึ่งที่เขาส่งคืนมาให้พ่อแม่เธอเพื่อใช้หนี้บุญคุณ ซึ่งพ่อแม่ของเธอไม่ได้อยากได้มันคืนเลยสักนิดเถาไป๋เทียนเขาเงียบหายไปนานเกินไป จนบางครั้งเธอก็อดหวั่นใจไม่ได้ บางทีก็คิดไปเอง ว่าเขาอาจจะลืมสัญญาที่ให้ไว้กับเธอตรงริมแม่น้ำในวันนั้นแล้ว"เจียหลินลูกเป็นอะไรไป?" จ้าวเฟยเฟยสังเกตเห็นแววตาเหม่อลอยของลูกสาว จึงเอ่ยถาม "คิดถึงใครอยู่รึเปล่า?"อันเจียหลินสะดุ้งเล็กน้อย เธอรีบปรับสีหน้าให้กลับมาสดใสเหมือนอย่างเคย "เปล่าค่ะแม่ แค่หิวนิดหน่อย" เธอโกหกหน้าตาย "ขอเดินไปโซนอาหารนะคะ"ขณะที่เธอกำลังจะเดินเลี่

  • 1971 เกิดใหม่มาเป็นลูกสาวนำโชคของพ่อแม่ตัวร้าย   บทที่ 46 ท่ามกลางฝูงชน (2) 

    บทที่ 46 ท่ามกลางฝูงชน (2)อันเจียหลิน ในวัยสาวสะพรั่ง งดงามจนทำให้ลมหายใจของผู้พบเห็นต้องสะดุดกึกไปตาม ๆ กัน เธอสวมกี่เพ้าสีส้มสด สีประจำตัวที่ตัดเย็บด้วยผ้าไหมซาตินเข้ารูป อวดสัดส่วนโค้งเว้าที่สมบูรณ์แบบ เรียวแขนสองข้างคล้องด้วยผ้าขนจิ้งจอกสีน้ำตาลไหม้ ผมยาวสลวยสีดำขลับถูกเกล้าขึ้นหลวม ๆ ปักปิ่นหยกรูปสุนัขจิ้งจอกใบหน้าจิ้มลิ้มในวัยเด็กเติบโตขึ้นเป็นใบหน้าสวยคมที่ผสมผสานความไร้เดียงสาและความเย้ายวนเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ดวงตากลมโตคู่เดิม ยังคงเป็นประกายซุกซน เฉลียวฉลาด และลึกลับยากจะหยั่งถึง‘โอ๊ะ! แสงแฟลชเยอะจัง มนุษย์พวกนี้ยังชอบเล่นกล่องแสงวูบวาบกันอยู่สินะ’ เสียงในใจของเธอบ่นพึมพำ แต่ใบหน้าภายนอกกลับส่งยิ้มหวานโปรยเสน่ห์ให้สื่อมวลชนเธอเดินผ่านกองทัพนักข่าวที่พยายามยื่นไมค์เข้ามาจ่อสัมภาษณ์ราวกับเห็นพวกเขาเป็นแค่ฝูงมดงาน บอดี้การ์ดชุดดำประจำตระกูลรีบวิ่งเข้ามากันท่าให้คุณหนูเจียหลินอย่างรู้งาน หนุ่มบอดิการ์ดหน้าหล่อคนนี้แอบฝักใฝ่ในตัวของอันเจียหลิน แต่เขานั้นรู้ดีว่าเขาต่ำต้อยเกินไปที่จะคว้าเธอมาเป็นเจ้าของ

  • 1971 เกิดใหม่มาเป็นลูกสาวนำโชคของพ่อแม่ตัวร้าย   บทที่ 46 ท่ามกลางฝูงชน (1)

    บทที่ 46 ท่ามกลางฝูงชน (1)ปี ค.ศ. 1995 ยุคสมัยแห่งทองคำและคอนกรีตได้มาถึงแผ่นดินจีนอย่างสมบูรณ์แบบ สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงที่พัดผ่านมาเมื่อทศวรรษก่อน ณ จุดนี้ได้กลายเป็นพายุเศรษฐกิจที่โหมกระหน่ำ ตึกระฟ้าผุดขึ้นราวดอกเห็ดเสียดแทงยอดเมฆในเมืองใหญ่ ป้ายไฟนีออนหลากสีสันสว่างไสวไม่ต่างจากฮ่องกงหรือโตเกียว เสียงเครื่องจักรทำงานตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ผสานกับเสียงเพลงป๊อปจากไต้หวันที่ดังกระหึ่มตามร้านค้าณ ใจกลางย่านธุรกิจใหม่ของเมืองมู่ตานเจียง ตอนนี้ขยายตัวจนกลายเป็นมหานครเศรษฐกิจแห่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตึกสูงระฟ้า 20 ชั้น ตั้งตระหง่านโดดเด่นเป็นสง่า ตัวตึกกรุกระจกสีน้ำเงินเข้มสะท้อนแสงตะวัน ยอดตึกประดับตราสัญลักษณ์พยัคฆ์ติดปีกสีทองอร่ามที่นี่คือสำนักงานใหญ่ของ ‘อันกรุ๊ป’ อาณาจักรธุรกิจยักษ์ใหญ่ที่ครอบคลุมทั้งระบบโลจิสติกส์ระดับชาติ อสังหาริมทรัพย์เกรดเอ และห้างสรรพสินค้าครบวงจรภายในห้องรับรองระดับ VVIP ชั้นบนสุดอันฉู่อี้ ในวัย 54 ปี ยืนจัดเนกไทผ้าไหมอิตาลีอยู่หน้าก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status