LOGINสวรรค์ลงโทษให้เทพธิดาผู้สูงส่งและเย่อหยิ่งอย่างหวังเปาเป่าลงมาจุติที่โลกมนุษย์ ภารกิจของเธอคือเอาตัวรอดให้ได้ในสภาพแวดล้อมที่เลวร้าย และต้องเปลี่ยนพ่อแม่ตัวร้ายให้กลายเป็นคนดี เหอะ! นี่มันแกล้งกันชัด ๆ
View Moreบทที่ 25 เกือบไปแล้วไหมล่ะ (1)ในขณะที่คนภายในบ้านกำลังเจรจาธุรกิจกันลับ ๆ ในความรู้สึกของคนยุคนั้น ที่หน้าบ้านหลังน้อย อันเจียหลินกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนเสื่อฟางเก่า ๆ ในมือถือตุ๊กตาไม้แกะสลักรูปกระต่ายน้อย แสร้งทำเป็นเล่นบทบาทสมมุติคนเดียวตามประสาเด็ก"กระต่ายน้อยกระโดดดึ๋ง ๆ กินหญ้า กินหญ้า" ปากขยับพูดเจื้อยแจ้ว แต่สมาธิทั้งหมดของเธอจดจ่ออยู่ที่การ ‘ฟัง’ และ ‘สัมผัส’จิตสัมผัสของเซียนหญิงแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้างครอบคลุมรัศมีห้าร้อยเมตรรอบตัวบ้าน เธอทำหน้าที่เป็นเรดาร์มนุษย์คอยสแกนคลื่นความถี่ของจิตใจผู้คนที่เดินผ่านไปมา หากเป็นชาวบ้านธรรมดา คลื่นจิตจะราบเรียบ เฉื่อยชา แต่หากเป็นผู้ล่าหรือผู้ประสงค์ร้าย คลื่นจิตจะแหลมคม ตื่นตัว และแฝงไปด้วยความก้าวร้าวทันใดนั้นคิ้วเล็ก ๆ ของอันเจียหลินก็พลันกระตุกวูบ เธอสัมผัสได้ถึงคลื่นจิตกลุ่มหนึ่งที่กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ สิ่งนั้นคือความรู้สึกวางมาด อวดเบ่ง และจ้องจับผิด‘จ้างต้าไห่กับลูกสมุนสองคน’
บทที่ 24 ค้าขายอย่างชาญฉลาด (2)วันเวลาล่วงเลยผ่านไปราวหนึ่งสัปดาห์ จ้าวเฟยเฟยและอันเจียหลิน มักจะแสร้งทำเป็นเดินผ่านหน้าบ้านของป้าเสวี่ยชิง หรือไปตักน้ำที่บ่อบาดาลด้านหลังซึ่งต้องผ่านหน้าบ้านของป้าเสวี่ยชิง เพื่อลอบสังเกตการณ์ผลลัพธ์จากระยะไกล ซึ่งสิ่งที่ปรากฏแก่สายตา ทำให้สองแม่ลูกจำต้องลอบยิ้มให้กันอย่างผู้มีชัยชนะใบหน้าของป้าเสวี่ยชิงที่เคยหยาบกร้านดำคล้ำประหนึ่งเปลือกไม้แห้ง เริ่มมีความเปลี่ยนแปลงอย่างน่าอัศจรรย์ รอยกร้านแดดที่เคยชัดเจนดูจางลง ผิวที่แห้งแตกเป็นขุยกลับมาชุ่มชื้นดูอิ่มน้ำ และที่สำคัญที่สุดฝ้าแดดปื้นใหญ่ที่แก้มทั้งสองข้าง ซึ่งอยู่คู่กับป้าเสวี่ยชิงมานับสิบปี เริ่มเลือนรางลงจนแทบมองไม่เห็นเมื่อมองจากระยะไกล ผิวหน้าของป้าเสวี่ยชิงขาวผ่องขึ้นมาถึงสองระดับ ตัดกับสีผิวที่ลำคอและแขนอย่างชัดเจน ดูคล้ายคนละคนเลยก็ว่าได้"อุ๊ยตาย! พี่สาวเสวี่ยชิง!" เสียงทักทายดังขึ้นกลางลานซักล้างริมแม่น้ำ หญิงชาวบ้านคนหนึ่งวางไม้ทุบผ้าลง จ้องมองใบหน้าของป้าเสวี่ยชิงตาค้าง"ไปทำอะไรมา? ทำไมหน้าถึงได้… ขาวผ่องขนาดนี้? เหมือนคนไปลอกค
บทที่ 24 ค้าขายอย่างชาญฉลาด (1)เวลาบ่ายแก่ ๆ ของวันเดียวกันนี้ เป็นช่วงที่แดดร่มลมตกเหมาะแก่การออกมานั่งเล่น และเหมาะแก่การออกมาเดินยืดเส้นยืดสายบริเวณลานกว้างกลางหมู่บ้านหงจงซึ่งเป็นแหล่งสุมหัวนินทาของเหล่าแม่บ้านทั้งหลาย ป้าเสวี่ยชิง หญิงร่างท้วมผิวดำคล้ำ กำลังนั่งแทะเมล็ดแตงโมพลางขยับปากพูดจาออกรสออกชาติในเรื่องเมียลับของผู้นำหมู่บ้านที่อยู่หมู่บ้านข้างเคียง ป้าเสวี่ยชิงกำลังจะพูดถึงชื่อของจ้าวเฟยเฟยแต่ทว่า! พูดได้เพียงครึ่งคำ เสียงใสกังวานของหญิงสาวก็ดังแทรกขึ้นมาซะก่อน"ป้าเสวี่ยชิงจ๊ะ!"เสียงหวานหยดย้อยดังขึ้น จ้าวเฟยเฟยเดินนวยนาดเข้ามาด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มสดใส ผิวพรรณของเธอผ่องสว่างมีเลือดฝาดไหลเวียนดี ส่อให้เห็นถึงสุขภาพที่ดีของเธอ ซึ่งมันสวนทางกับความเหนื่อยล้าที่แสร้งทำเมื่อตอนบ่าย"อ้าว… ก็นึกว่าใคร ที่แท้ก็เมียของอันฉู่อี้นี่เอง หายหน้ามืดแล้วเหร๊อะ?" ป้าเสวี่ยชิงเอ่ยทักทาย สายตามองสำรวจใบหน้าเนียนกริบของจ้าวเฟยเฟยด้วยความอิจฉาริษยา "ผิวดีจริงนะเฟยเฟย ไปกินของดีอะไรมาล่ะ?"
บทที่ 23 ใช้ความสวยให้เป็นประโยชน์ (2)ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าสู่เขตรั้วบ้านดินท้ายหมู่บ้าน และลงกลอนประตูหน้าต่างมิดชิด อาการหน้ามืดคล้ายจะเป็นลมเมื่อครู่ก็หายไปเป็นปลิดทิ้ง จ้าวเฟยเฟยยืดตัวตรงสลัดคราบสาวน้อยขี้โรคออกไป เธอเดินไปตักน้ำล้างหน้าล้างตาอย่างกระฉับกระเฉง แววตามุ่งมั่นฉายชัด บทละครการแสดงของผู้หญิงชาเขียว [1] เช่นเธอนี่พอจะเป็นดาราหน้าจอกับเขาได้เลย!"แสดงละครตบตาพวกผู้ชายนี่มันเหนื่อยจริง ๆ" เธอบ่นพึมพำ ก่อนจะหันไปหาลูกสาวตัวน้อยที่นั่งรออยู่บนเตียงเตาอันเจียหลินในวัยห้าขวบย่างหกขวบ นั่งขัดสมาธิมองมารดาด้วยสายตารู้ทัน[แม่จ๋า วันนี้ล้มท่าสวยดีนะ ลูกให้สิบคะแนนเต็มสิบ] เสียงเล็ก ๆ ดังขึ้นในหัวของจ้าวเฟยเฟย สองแม่ลูกหันมองหน้ากัน แล้วต่างฝ่ายต่างอมยิ้มกรุ้มกริ่มอย่างมีเลศนัย"อย่ามาล้อแม่นะยัยตัวแสบนี่" จ้าวเฟยเฟยทำเป็นมองค้อนลูกสาว แต่ก็อมยิ้มกรุ้มกริ่มไว้ในโพรงแก้ม "หลินหลินรีบมาช่วยแม่เร็วเข้า วันนี้เรามีภารกิจสำคัญต้องทำ"จ้าวเฟยเฟยร






![ขย่มรัก ขย่มบัลลังก์ [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




