Share

7ปีศาจร้าย

last update Terakhir Diperbarui: 2025-10-31 21:16:03

ทันทีที่บาระและมาวินก้าวเข้ามาในอาณาเขตซ่อนตัว พวกเขาก็ทรุดตัวลงด้วยความอ่อนล้าจากการต่อสู้อันดุเดือดกลางทางเดิน ทั้งคู่มองไปที่เร็นที่ยังคงนอนหลับอยู่กลางวงชอล์กอาคม

"เร็น... เร็น ตื่นได้แล้ว" บาระเขย่าแขนเร็นเบา ๆ เธอรู้สึกใจชื้นขึ้นเมื่อเห็นว่าใบหน้าของเขาดูดีขึ้นมาก และรอยแผลภายนอกก็จางลงตามที่เธอใช้คาถารักษา

เร็นค่อย ๆ เปิดเปลือกตาที่หนักอึ้งของเขา เขาจ้องมองบาระด้วยความสับสนเล็กน้อย ก่อนที่ความทรงจำสุดท้ายของการต่อสู้กับขุนพลเงาจะย้อนกลับมา

"บาระ... ฉัน... ฉันเอาชนะมันได้ไหม?" เร็นถามเสียงแหบพร่า

"ใช่! เราทำได้ เร็น! ผ้ายันต์ช่วยเราไว้" บาระยิ้มอย่างอ่อนโยน ก่อนจะยื่นเสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีขาวที่เธอได้มาจากห้องของมาวินให้เขา "นี่... ชุดนายเต็มไปด้วยเลือดและฝุ่นแล้ว เปลี่ยนชุดเถอะนะ"

เร็นรับเสื้อมา แต่สายตาของเขาก็พลันไปสะดุดกับชายสูงโปร่งที่นั่งสงบอยู่ข้างบาระ

"บาระ... ใครน่ะ?" เร็นถามด้วยน้ำเสียงระแวดระวัง เขายกตัวขึ้นพิงกำแพงอย่างรวดเร็ว แม้จะยังรู้สึกเจ็บแปลบที่ซี่โครง

"สวัสดี เร็น" มาวินยิ้มอย่างสุภาพ

"เร็น! อย่าเพิ่งถามอะไรทั้งนั้น!" บาระรีบตัดบท เธอกลัวว่าการโต้ตอบกันจะดึงดูดความสนใจจากด้านนอก "รีบเปลี่ยนชุดซะ เร็น! ชุดนายเต็มไปด้วยเลือด พวกปีศาจมันได้กลิ่น! เราไม่ปลอดภัยที่นี่แล้ว"

เร็นมองบาระและมาวินสลับกัน เขาเห็นถึงความตึงเครียดในดวงตาของบาระ และความเหนื่อยล้าที่ฉายชัดบนใบหน้าของมาวิน เขาจึงตัดสินใจเชื่อใจบาระและไม่ซักถามต่อ

เร็นรีบถอดชุดนักเรียนที่เปื้อนเลือดและฉีกขาดออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นรอยช้ำจาง ๆ บนผิวหนังที่บ่งบอกถึงบาดแผลภายในที่รุนแรง เขาเปลี่ยนมาสวมเสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีขาวของมาวินที่ให้ความรู้สึกเย็นสบายและสะอาด

เมื่อเร็นเปลี่ยนชุดเสร็จ มาวินก็ลุกขึ้นยืน

"เอาล่ะ... พวกเจ้าไม่ปลอดภัยที่นี่อีกต่อไปแล้ว" มาวินพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง "หลังจากที่พวกเจ้ากำจัดขุนพลเงาได้ พลังงานมืดมิดในปราสาทเริ่มปั่นป่วน พวกมันจะส่ง นักล่าชั้นสูง มาตามล่าพวกเจ้าในไม่ช้า"

"นักล่าชั้นสูง?" บาระขมวดคิ้วด้วยความกังวล

"ใช่... แต่ข้าจะพาพวกเจ้าไปที่ที่ปลอดภัยกว่านี้ และข้าจะบอกทุกอย่างที่ข้ารู้" มาวินเดินไปที่กำแพงหินด้านหลังพวกเขา "ตามข้ามา... ข้าจะพาไปที่ ห้องโถงแห่งความลับ"

มาวินแตะกำแพงหินเบา ๆ ด้วยมือข้างหนึ่งที่ไม่ได้ถือดาบอยู่ เขาเริ่มร่ายคาถาโบราณด้วยภาษาที่บาระไม่เคยได้ยินมาก่อน และทันใดนั้นเอง กำแพงหินที่ดูทึบตันก็พลัน เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นช่องทางเดินแคบ ๆ ที่มืดมิดยิ่งกว่าเดิม แต่มีอากาศบริสุทธิ์ไหลเวียนอยู่ภายใน

"ไปกันเถอะ... พยายามอย่าส่งเสียงดัง และจับมือกันไว้" มาวินนำทาง

บทที่ 2: เจ็ดอสุรกายแห่งทางลับ

เร็นและบาระลุกขึ้นยืน ทั้งสองรู้สึกประหลาดใจกับการมีอยู่ของทางลับนี้ เร็นเดินเข้าไปใกล้บาระและคว้ามือเธอไว้แน่น "ระวังนะบาระ" เขากระซิบ

มาวินนำทางเข้าไปในทางเดินลับที่มืดมิด บาระเดินอยู่ตรงกลาง ส่วนเร็นปิดท้าย ทางเดินเต็มไปด้วยฝุ่นผงและกลิ่นอับชื้นที่น่าสะอิดสะเอียน เพียงไม่นานนักพวกเขาก็ถูกโจมตี

เสียง กรีดร้อง แหลมสูงดังขึ้นจากด้านหน้าของพวกเขา และทันใดนั้นเอง เงาปีศาจเจ็ดตัว ก็ปรากฏตัวขึ้น พวกมันไม่ได้มีรูปร่างเหมือนเงาปีศาจทั่วไป แต่มีรูปร่างและพลังที่แตกต่างกันอย่างน่าขนลุก

"แย่แล้ว! นักล่าชั้นสูง!" มาวินอุทานอย่างตกใจ "ข้าไม่คิดว่าพวกมันจะถูกส่งมาเร็วขนาดนี้!"

มาวินชักดาบสีฟ้าอ่อนออกมาอย่างรวดเร็ว และยืนอยู่ด้านหน้าเพื่อปกป้องบาระและเร็น

"บาระ! เร็น! พวกเจ้าต้องผ่านไปให้ได้! พวกมันคือ เจ็ดอสุรกายแห่งทางลับ พวกมันแต่ละตัวมีพลังงานเฉพาะตัว!"

1. อสุรกายคลื่นเสียง (The Sonic Abomination)

ปีศาจตัวแรกดูเหมือนกับสิ่งมีชีวิตที่ถูกพันด้วยเส้นเอ็นที่ตึงเครียด มันไม่มีปาก แต่มีช่องว่างขนาดใหญ่ที่เปล่งเสียง คลื่นเสียงความถี่สูง ออกมาทันทีที่มันปรากฏตัว คลื่นเสียงนั้นรุนแรงจนทำให้ผนังหินรอบ ๆ สั่นสะเทือน

* "อ๊าาาา!" บาระกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด คลื่นเสียงนั้นพุ่งเข้าใส่โสตประสาทของเธออย่างรุนแรง

* "ทนไว้บาระ!" เร็นตะโกน เขาพยายามใช้แขนปิดหูบาระ แต่คลื่นเสียงก็ทะลุผ่านทุกสิ่ง

* มาวิน กัดฟันแน่นและใช้ดาบของเขาฟันเข้าใส่แหล่งกำเนิดคลื่นเสียงอย่างรวดเร็ว "นี่คือตัวที่โจมตีด้วยเสียง! โจมตีที่ 'ปาก' ของมัน!" ดาบของมาวินแทงเข้าที่ช่องว่างขนาดใหญ่นั้น เสียงคลื่นเสียงพลันหยุดลงทันที และปีศาจตัวนั้นก็สลายไป

2. อสุรกายหนามพิษ (The Venom Thorn)

ทันทีที่ตัวแรกหายไป ปีศาจตัวที่สอง ก็กระโดดลงมาจากเพดาน รูปร่างของมันคล้ายแมงมุมขนาดใหญ่ที่มีหนามแหลมคมนับไม่ถ้วน มันไม่ได้โจมตีด้วยกำลัง แต่ พ่นหนามสีเขียวเรืองแสง เข้าใส่พวกเขาอย่างรวดเร็ว

* "พิษ! หนามพวกนี้มีพิษ!" มาวินเตือน

* เร็น ไม่รอช้า เขารีบกาง ผ้ายันต์ผืนที่ 1 (การปกป้อง) ขึ้นทันที คลื่นพลังงานสีทองพุ่งออกมาเป็นกำแพงป้องกัน หนามพิษที่พุ่งเข้ามากระทบกับกำแพงก็ สลายตัว กลายเป็นไอสีเขียวที่ harmless

* บาระ ใช้จังหวะนั้นร่ายคาถาเล็ก ๆ "คาถาผนึกพลัง! ที่ดวงตา!" คาถาของเธอพุ่งตรงไปยังดวงตาของปีศาจตัวนั้น ทำให้มันตาบอดชั่วขณะ มาวินใช้โอกาสนี้พุ่งเข้าไปและฟันตัดขาของมันจนขาด ปีศาจพิษล้มลง และมาวินก็จัดการแทงมันอย่างรวดเร็ว

3. อสุรกายความมืดบอด (The Blinding Void)

ปีศาจตัวที่สาม เป็นสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด รูปร่างของมันคล้ายเมฆหมอกสีดำหนาทึบที่ลอยเข้ามาในทางเดินทันทีที่มันปรากฏตัว มันดูดซับแสง ทำให้ทางเดินลับนั้นมืดมิดจนมองไม่เห็นอะไรเลย

* "มองไม่เห็น! ฉันมองไม่เห็นอะไรเลย!" เร็นรู้สึกตื่นตระหนก ความมืดมิดทำให้เขาไม่สามารถใช้ทักษะการต่อสู้ได้

* "ข้าก็มองไม่เห็นเหมือนกัน! บาระ! ใช้ผ้ายันต์!" มาวินตะโกน

* บาระคว้าผ้ายันต์แห่งการปกป้องจากมือเร็น และตัดสินใจใช้ คาถาแสงสว่าง ที่อ่อนแอที่สุดของเธอ ควบคู่กับผ้ายันต์ "ผ้ายันต์แห่งแสง! จงนำทาง!" แสงสีทองจากผ้ายันต์ผืนที่ 1 ทำปฏิกิริยากับคาถาของเธอ ทำให้เกิด แสงสว่างสีเหลืองเข้ม ที่เจาะทะลุความมืดได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

* แต่แสงนั้นก็เพียงพอ! มาวิน ที่สามารถมองเห็นเงาได้ในความสว่างริบหรี่นั้น รีบใช้ดาบแทงเข้าสู่ใจกลางของหมอกดำนั้นทันที หมอกดำสลายไปพร้อมกับเสียงร้องโหยหวน

4. อสุรกายแห่งความเกลียดชัง (The Hate Conduit)

ปีศาจตัวที่สี่ เป็นเงาสีแดงเข้มที่พุ่งเข้าใส่ จิตใจ ของพวกเขาโดยตรง มันไม่ได้โจมตีด้วยร่างกาย แต่ส่ง คลื่นความเกลียดชังและความสิ้นหวัง เข้ามาในจิตใจของบาระและเร็น

* "ฉัน... ฉันทำไม่ได้หรอก! เราจะตายที่นี่!" เสียงความสิ้นหวังดังขึ้นในหัวของเร็น

* "ฉัน... ฉันมันไม่มีค่า! ฉันรักษานายไม่ได้หรอก เร็น!" บาระรู้สึกถึงความเกลียดชังตัวเองที่พุ่งขึ้นมา

* มาวิน ซึ่งดูเหมือนจะเคยเผชิญหน้ากับปีศาจประเภทนี้มาก่อน "มันคือปีศาจแห่งจิตใจ! อย่าฟังมัน! จำไว้ว่าพวกเจ้ามาที่นี่เพื่ออะไร!" มาวินใช้ดาบฟันเข้าใส่ปีศาจสีแดงเข้มทันที

* บาระ รวบรวมสติ เธอใช้ผ้ายันต์ผืนที่ 1 แปะไว้ที่หน้าผากของเร็น และของเธอเอง พลังงานการปกป้องของผ้ายันต์ได้ ชำระล้างคลื่นความเกลียดชัง ออกไปจากจิตใจของพวกเขา ทำให้พวกเขาฟื้นคืนสติได้ทันเวลา มาวินจัดการสังหารมันได้ในที่สุด

5. อสุรกายแห่งแรงโน้มถ่วง (The Gravity Shifter)

ปีศาจตัวที่ห้า มีรูปร่างคล้ายก้อนหินที่ลอยอยู่เหนือพื้น มันปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับ การบิดเบือนแรงโน้มถ่วง ในทางเดินลับ ทำให้ร่างกายของพวกเขาทั้งสามหนักอึ้งขึ้นเป็นสิบเท่า

* "หนัก! ทำไมตัวฉันถึงหนักขนาดนี้!" เร็นล้มลงกับพื้นด้วยความลำบาก

* บาระ ไม่สามารถขยับตัวได้ เธอจึงตัดสินใจร่ายคาถาที่ต้องการแค่การใช้จิต "คาถาแห่งแรงต้านทาน!"

* บาระรวบรวมพลังงานอาคมทั้งหมดที่มี และส่งมันไป ต้านทานแรงโน้มถ่วง ที่ถูกบิดเบือนนั้น ทำให้เธอและเร็นสามารถยกตัวขึ้นมาได้อย่างยากลำบาก ส่วนมาวินซึ่งมีร่างกายที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว ใช้กำลังมหาศาลพุ่งตัวเข้าไปใกล้ปีศาจ

* มาวินใช้ดาบฟันเข้าที่แกนกลางของปีศาจก้อนหินนั้นจนมันแตกสลาย แรงโน้มถ่วงกลับคืนสู่ปกติ ทำให้พวกเขาแทบจะลอยขึ้นจากพื้นด้วยความโล่ง

6. อสุรกายแห่งความเร็ว (The Velocity Horror)

ปีศาจตัวที่หก เป็นเงาปีศาจที่เพรียวบาง มันเคลื่อนที่ด้วย ความเร็วเหนือเสียง มันพุ่งเข้ามาและโจมตีมาวินอย่างรวดเร็วจนมาวินแทบจะมองไม่เห็น

* ฟุ่บ! ฟุ่บ! เงาปีศาจเคลื่อนไหวเร็วเกินไป มันข่วนเข้าที่แขนของมาวินจนเกิดรอยเลือด

* มาวิน รู้ว่าเขาไม่สามารถเอาชนะความเร็วได้ เขาจึงต้องใช้ ประสบการณ์ "เร็น! เข้าโจมตีทางซ้าย! บาระ! ใช้คาถาหยุดเวลาชั่วคราว!"

* บาระ รู้ดีว่าเธอไม่สามารถหยุดเวลาได้จริง ๆ แต่เธอร่ายคาถาที่เธอรู้ "คาถาแห่งความช้า! จงทำให้มันช้าลง!" คลื่นพลังงานสีเขียวอ่อนถูกส่งออกไปรอบตัวปีศาจ ทำให้การเคลื่อนที่ของมัน ช้าลง เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ก็เพียงพอ

* เร็น ใช้ทักษะการต่อสู้ที่รวดเร็วของเขา คว้าจังหวะที่ปีศาจช้าลงและบิดตัวหลบมีดของมาวิน พุ่งเข้าใส่และใช้ มีดอาคม ที่กลับมาอยู่ในมือ แทงเข้าที่จุดที่บาระใช้คาถาทำให้มันช้าลง ปีศาจแห่งความเร็วสลายตัวไปอย่างรวดเร็ว

7. อสุรกายแห่งพันธนาการ (The Binding Spectre)

ปีศาจตัวสุดท้าย เป็นเงาที่พุ่งเข้ามาจากด้านหลังของพวกเขา มันไม่ได้โจมตีด้วยกำลัง แต่ ปล่อยใยสีดำ ออกมาพันธนาการแขนขาของพวกเขาทั้งสาม

* "อ๊า! ขยับไม่ได้!" เร็นพยายามดึงใยสีดำออก แต่มันกลับรัดแน่นขึ้นเรื่อย ๆ

* มาวิน ใช้ดาบฟันใยนั้นอย่างรวดเร็ว แต่ใยสีดำก็งอกขึ้นมาใหม่ทันที

* บาระ รู้ว่าต้องใช้พลังงานอาคมเท่านั้นในการตัดพันธนาการนี้ เธอจึงตัดสินใจใช้ ผ้ายันต์ผืนที่ 1 อีกครั้ง เธอแปะผ้ายันต์ไว้ที่ใยที่พันแขนเธอไว้ และร่ายคาถาสั้น ๆ "คาถาแห่งการปลดปล่อย!"

* พลังงานสีทองจากผ้ายันต์พลันพุ่งออกมา และ เผาไหม้ ใยสีดำที่พันธนาการพวกเขาอยู่จนหมดสิ้น ทันทีที่ใยหายไป มาวินก็ใช้ดาบสังหารปีศาจตัวสุดท้ายนี้ได้ในที่สุด

บทที่ 3: เส้นชัยและพันธะสัญญา

พวกเขายืนหอบหายใจในทางเดินลับที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพังที่เกิดจากการต่อสู้ เร็นและบาระมองไปที่มาวินด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเประหว่างความนับถือและความประหลาดใจ

"พวกเรา... พวกเราทำได้แล้ว" บาระพูดเสียงสั่น

"ข้าไม่คิดว่าพวกเจ้าจะรับมือกับพวกมันได้ขนาดนี้" มาวินพูด ใบหน้าของเขาเปื้อนไปด้วยเลือดของปีศาจและบาดแผลเล็ก ๆ น้อย ๆ จากการต่อสู้ "พวกเจ้าแข็งแกร่งกว่าที่ข้าคิดไว้มาก"

"ท่านเองก็เหมือนกัน... ท่านมาวิน" เร็นพูด เขาเดินไปเก็บมีดอาคมของเขาขึ้นมาอย่างระมัดระวัง "ขอบคุณที่ช่วยพวกเราไว้"

"อย่าเพิ่งขอบคุณ" มาวินหันไปมองบาระอย่างจริงจัง "เจ้าใช้พลังอาคมในการต่อสู้มากเกินไปแล้วบาระ เจ้าต้องรีบไปพักฟื้น"

มาวินไม่รอช้า เขาเดินนำหน้าไปอย่างรวดเร็ว ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงปลายทางลับ มันเป็นบานประตูโลหะขนาดใหญ่ที่ถูกซ่อนไว้หลังม่านผ้าสีดำหนาทึบ มาวินแตะมือที่ประตู และบานประตูโลหะก็พลันเปิดออก เผยให้เห็น ห้องโถงขนาดใหญ่ ที่เต็มไปด้วยกองตำราโบราณและแผนที่ที่เต็มไปด้วยอักขระลึกลับ

"ที่นี่แหละ... ห้องโถงแห่งพันธะ" มาวินกล่าวอย่างเคร่งขรึม "เราปลอดภัยที่นี่... และถึงเวลาแล้วที่ข้าจะบอกความจริงทั้งหมด... รวมถึงเรื่องของเพื่อนพวกเจ้าด้วย"

เร็นและบาระมองหน้ากัน พวกเขาก้าวเข้าไปในห้องโถงแห่งความลับด้วยความระแวดระวัง แต่ก็เต็มไปด้วยความหวังที่จะได้รับคำตอบ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • 5/B ปราสาทต้องคำสาป   เส้นทางที่บิดเบือน

    หลังจากที่เร็นช่วยบาระออกมาจากกับดักที่ปีกทิศใต้ได้สำเร็จ ทั้งคู่รีบออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ หอสังเกตการณ์ทิศใต้ ซึ่งเป็นที่ซ่อนของผ้ายันต์ผืนสุดท้าย พวกเขาใช้ แผนที่สู่จุดเริ่มต้น ที่ได้จากบาลาซาร์เป็นเครื่องนำทาง"แผนที่บอกว่าเราต้องผ่านซากปรักหักพังเก่า ๆ ทางทิศใต้ไปอีกประมาณหนึ่งชั่วโมง" บาระกล่าวขณะที่ใช้แท่นแก้วใส (กุญแจอาคม) ชี้ทิศทางเร็นพยักหน้า "ต้องระวังให้มาก บาระ พวกเงาปีศาจรู้แล้วว่าเรากำลังจะถึงจุดสุดท้ายของการรวบรวมผ้ายันต์ พวกมันจะส่งทุกอย่างที่มีมาขวางทางเราแน่"เมื่อพวกเขาเดินเข้าสู่บริเวณที่เป็นซากปรักหักพังที่มีกำแพงหินสูงใหญ่เรียงรายอยู่มากมาย ทันใดนั้น แสงรอบตัวก็พลันบิดเบือน พวกเขารู้สึกเหมือนโลกกำลังหมุน ภาพเบื้องหน้าเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว"เร็น! นี่มันไม่ใช่แค่ซากปรักหักพัง!" บาระอุทานด้วยความตื่นตระหนก "กำแพงมันเปลี่ยนทิศทาง! เราถูกดึงเข้ามาในอาณาเขตอาคม!"พวกเขาพบว่าตัวเองยืนอยู่กลาง เขาวงกตที่ไร้จุดสิ้นสุด ที่ทำจากกำแพงหินสีดำขัดเงาสูงเสียดฟ้า กำแพงเหล่านี้ไม่ได้อยู่นิ่ง แต่ เลื่อนและเปลี่ยนตำแหน่ง ได้เองตามความตั้งใจของพลังงานมืดมิด"เขาวงกต! นี่คือ เขาวงกตแห

  • 5/B ปราสาทต้องคำสาป   การได้มาซึ่งผ้ายันต์แห่งการฟื้นฟูชีวิต

    เร็นและบาระใช้ กุญแจอาคม ที่ได้มาจากบาลาซาร์ในการเปิดประตูมิติที่นำไปสู่ สวนต้องห้าม (The Forbidden Gardens) สวนแห่งนี้ไม่ได้มืดมิดเหมือนปราสาท แต่กลับสวยงามอย่างน่าขนลุก ทุกอย่างเป็นสีเขียวมรกตและมีหมอกบาง ๆ ปกคลุมพวกเขาต้องฝ่าฟันกับ กับดักแห่งชีวิต ที่ซับซ้อน: พืชกินคน ที่มีพลังอาคม, ภูติพฤกษา ที่โจมตีด้วยภาพลวงตาแห่งความอุดมสมบูรณ์, และ ทางเดินที่บิดเบือน กาลเวลาในที่สุด พวกเขาก็มาถึงแท่นบูชาที่อยู่ใจกลางสวน ที่นั่น ผ้ายันต์ผืนที่ 4 (ผ้ายันต์แห่งการฟื้นฟูชีวิต) เรืองแสงสีทองอร่ามอยู่"เราทำได้แล้วเร็น!" บาระเอื้อมมือไปเก็บผ้ายันต์ไว้ในทันที พลังงานฟื้นฟู ที่อ่อนโยนแต่ทรงพลังแผ่ออกมาจากผ้ายันต์ผืนนั้น ทำให้ความอ่อนล้าของพวกเขาบรรเทาลงทันที"ผืนที่สี่แล้วบาระ" เร็นยิ้มอย่างโล่งอก "เหลืออีกแค่ผืนเดียวเท่านั้น... ผ้ายันต์แห่งการหยุดยั้ง!"บทที่ 2: กับดักมรณะและการถูกจับกุมพวกเขาใช้เวลาพักฟื้นเล็กน้อยในสวนต้องห้าม และใช้ แผนที่สู่จุดเริ่มต้น ที่ได้จากบาลาซาร์นำทาง พวกเขาต้องเดินทางผ่าน ปีกทางทิศใต้ของปราสาท เพื่อไปยังผ้ายันต์ผืนสุดท้ายที่เชื่อว่าถูกซ่อนอยู่ในหอสังเกตการณ์ทิศใต้เมื่อ

  • 5/B ปราสาทต้องคำสาป   ของ10อย่าง

    เร็นและบาระปีนขึ้นไปถึงชั้นบนสุดของหอคอยหลักของปราสาทอย่างทุลักทุเล หลังจากเอาชนะผู้บัญชาการเงา 10 ตนมาได้ พวกเขาทั้งเหนื่อยล้าแต่ก็เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ที่นั่นเป็นห้องขนาดใหญ่ มี คริสตัลเงาสีดำ ขนาดมหึมาลอยอยู่กลางอากาศ มันคือแหล่งพลังงานหลักที่แผ่ความมืดมิดไปทั่วปราสาทเมื่อพวกเขาเตรียมตัวที่จะใช้ ดาบแห่งพันธะสมบูรณ์ ทำลายคริสตัล ทันใดนั้น แสงสีทองอร่าม ก็พลันสาดส่องลงมาจากเพดานผู้พิทักษ์ ตนหนึ่งพลันปรากฏตัวขึ้น! เขาไม่ได้ดูเหมือนปีศาจเงาหรือภูตน้ำแข็ง แต่มีรูปลักษณ์ที่สง่างามราวกับ นักปราชญ์โบราณ ที่ล้อมรอบด้วยอักษรรูนสีทอง"จงหยุด ณ ที่แห่งนี้ ผู้ถูกเลือก" ผู้พิทักษ์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ทรงอำนาจแต่แฝงไว้ด้วยความเมตตา "ข้าคือ 'บาลาซาร์' ผู้พิทักษ์แห่งความสมดุลและหอคอย! ข้ารู้ถึงเจตนาของพวกเจ้า... แต่การทำลายนั้นง่ายเกินไป""เราไม่ได้มาเพื่อต่อสู้กับท่าน บาลาซาร์" บาระกล่าวอย่างระมัดระวัง "เรามาเพื่อหา ผ้ายันต์ผืนที่ 4 และทำลายแหล่งพลังงานที่ชั่วร้ายนี้!"บาลาซาร์ยิ้มอย่างขมขื่น "ผ้ายันต์ผืนที่ 4 ไม่ได้อยู่ที่นี่... แต่มันถูกซ่อนอยู่ใน สวนต้องห้าม และมี กุญแจอาคม ที่จำเป็นในการเปิ

  • 5/B ปราสาทต้องคำสาป   การเบี่ยงเบนเส้นทางและจุดมุ่งหมายใหม่

    เร็นและบาระไม่ได้มุ่งหน้าสู่ สวนต้องห้าม ทันทีตามที่มาวินสั่ง หลังจากเดินทางผ่านอุโมงค์ลับและออกมาสู่ทางเดินหลักของปราสาท บาระหยุดชะงัก"เร็น... ฉันคิดว่าเราไม่ควรไปสวนต้องห้ามตอนนี้" บาระกล่าวขณะที่มองไปยังยอด หอคอยหลัก ที่สูงเสียดฟ้าของปราสาทที่ปกคลุมด้วยเงามืด"ทำไมล่ะบาระ? มาวินสั่งให้เราไป..." เร็นถามด้วยความแปลกใจ"พลังงานมืดมิดที่แผ่ออกมาจากหอคอยนั้น รุนแรงกว่าเดิมมาก" บาระอธิบาย "ฉันสัมผัสได้ว่าพวกมันกำลังใช้หอคอยนี้เป็น ศูนย์กลางพลัง ในการควบคุมปีศาจทั้งหมด! ถ้าเราไปหาผ้ายันต์ผืนที่ 4 ทันที โดยที่ปล่อยให้แหล่งพลังงานนี้ทำงานต่อไป... การต่อสู้ของเราก็จะไม่มีวันสิ้นสุด! เราต้องทำลายมันก่อน!"เร็นมองไปยังดาบแห่งพันธะสมบูรณ์ในมือของเขา ดาบนั้นเรืองแสงสีม่วงอ่อน ๆ ราวกับตอบรับกับความมุ่งมั่นของบาระ"ถูกต้อง! เรามีอาวุธใหม่และทักษะใหม่ที่เพิ่งฝึกมา! เราจะทำลายแหล่งกำเนิดพลังงานนี้ก่อน แล้วค่อยไปหาผ้ายันต์ผืนที่ 4! ไปกันเถอะ... สู่หอคอย!"พวกเขาปีนขึ้นไปยังบันไดวนที่ทอดสู่ด้านบนของหอคอย แต่เมื่อพวกเขาเดินมาถึง ชั้นที่สาม ของหอคอย ทางเดินแคบ ๆ ก็พลันถูกสกัดกั้นด้วย ปีศาจเงา ถึง 10 ตน

  • 5/B ปราสาทต้องคำสาป   คำสั่งจากมาวินและผู้บัญชาการที่รอดชีวิต

    เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากการลงอาคมดาบแห่งพันธะสมบูรณ์เสร็จสิ้น มาวินได้เรียก จอมทัพเกรย์ อดีตผู้บัญชาการกองกำลังรักษาพระองค์ที่เหลือรอดเพียงไม่กี่คน และ อดีตองครักษ์ ที่มีความเชี่ยวชาญด้านอาวุธมาเข้าพบ"จอมทัพเกรย์!" มาวินออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "ดาบแห่งพันธะสมบูรณ์ถูกสร้างขึ้นแล้ว! แต่ดาบที่ทรงพลังนี้จะเป็นเพียงเหล็กไร้ค่า หากผู้ใช้ไม่เชี่ยวชาญ! เจ้าจงใช้เวลา 5 วันเต็ม ในการฝึกฝนเร็นและบาระให้สามารถใช้ดาบนี้ได้อย่างคล่องแคล่วและรู้ถึงขีดจำกัดสูงสุดของมัน!"จอมทัพเกรย์เป็นชายร่างกำยำ มีใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากการสู้รบ แต่ดวงตาของเขายังคงส่องประกายด้วยความภักดีและความมุ่งมั่น เขาคุกเข่าลงต่อหน้ามาวิน"พะยะค่ะ ฝ่าบาท! ข้าน้อยจะทำการฝึกฝนพวกเขาอย่างเข้มงวดที่สุด! พวกเขาจะพร้อมออกรบภายใน 5 วัน!"การฝึกฝนถูกจัดขึ้นในบริเวณที่กว้างที่สุดของห้องโถงแห่งพันธะ ที่นี่กลายเป็น สนามฝึกซ้อมชั่วคราว ที่เต็มไปด้วยเหงื่อไคลและความมุ่งมั่นบทที่ 2: การฝึกฝน 5 วันกับดาบแห่งพันธะสมบูรณ์เป้าหมายหลักของการฝึกฝน 5 วันนี้คือการทำให้เร็นสามารถใช้ดาบได้อย่างเป็นธรรมชาติราวกับมันเป็นส่วนหนึ่งของร่า

  • 5/B ปราสาทต้องคำสาป   คำมั่นสัญญาของช่างตีเหล็ก

    มาวิน, เร็น, และบาระกลับมาถึงห้องโถงแห่งพันธะด้วยความเหนื่อยล้า แต่ก็เต็มไปด้วยความสำเร็จ พวกเขามอบ แร่เหล็กแห่งเงาสะท้อน ที่มีประกายคล้ายกระจกให้แก่ไอรอนฮาร์ท ช่างตีเหล็กผู้ยิ่งใหญ่ไอรอนฮาร์ทรับแร่เหล็กนั้นไว้ด้วยความเคารพ เขาใช้มือที่หยาบกร้านสัมผัสผิวของแร่เหล็กราวกับมันเป็นสมบัติล้ำค่าที่สุด"แร่นี้... เป็นเพียงชิ้นส่วนสุดท้ายที่ขาดหายไป" ไอรอนฮาร์ทกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ "ข้าขอรับรองต่อหน้าเจ้าชายมาวินและผู้ถูกเลือกทั้งสอง... ข้าจะใช้เวลา 3 วันเต็มในการตีเหล็กให้ได้รูปทรง และอีก 1 วันเต็มในการลงอาคมแห่งพันธะสมบูรณ์!"มาวินพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม "ข้าฝากความหวังของอาณาจักรไว้ที่ท่านไอรอนฮาร์ท!""แล้วเราจะทำยังไงในช่วงสี่วันนี้คะ? เราควรไปหาผ้ายันต์ผืนต่อไปเลยไหม?" บาระถามด้วยความกระตือรือร้นมาวินส่ายศีรษะ "ไม่ได้บาระ... การบุกเข้าไปใน สวนต้องห้าม โดยไม่มีอาวุธที่สามารถผนึกพลังมืดมิดได้สมบูรณ์เป็นเรื่องที่อันตรายเกินไป"เอเลน่า ผู้อาวุโสแห่งอาคมก้าวเข้ามาหาพวกเขาด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น "พวกเจ้ายังไม่ได้ใช้เวลาที่นี่อย่างคุ้มค่าเลย... พวกเจ้าอาจได้อาวุธ แต่ คาถาอาค

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status