ชะตารัก จอมมารไร้บัลลังก์

ชะตารัก จอมมารไร้บัลลังก์

last updateآخر تحديث : 2025-03-24
بواسطة:  rasita_suinمستمر
لغة: Thai
goodnovel18goodnovel
لا يكفي التصنيفات
64فصول
1.1Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

‘เขา’ คือจอมมารไร้ใจผู้ไม่คิดผูกพันกับผู้ใดทั้งสิ้น ‘นาง’ คือเด็กสาวที่เขาช่วยชีวิตเอาไว้ครั้งแล้วครั้งเล่า หนึ่งจุดมุ่งหมายอันยิ่งใหญ่ กับหนึ่งดวงใจรักที่พานพบ บุรุษผู้เกิดมาดังจอมมารไร้บัลลังก์จะเลือกสิ่งใด

عرض المزيد

الفصل الأول

บทนำ

“คุณหลินคะ ใบทะเบียนสมรสฉบับนี้ของคุณเป็นของปลอมค่ะ”

หลินชิงเหยียนมองเห็นพนักงานต้อนรับส่งใบทะเบียนสมรสที่เธอยื่นให้ส่งกลับคืนมาให้เธออีกครั้ง แม้ท่าทีของอีกฝ่ายยังคงสุภาพ แต่บนใบหน้ากลับฉายแววเยาะหยันออกมา

เธอหัวเราะออกมาแล้วรับมันไว้ “ฉันจะไปทำใบทะเบียนสมรสปลอมมาหลอกพวกคุณทำไมกัน?”

“บางทีอาจเพราะโปรโมชั่นพิเศษสำหรับวันครบรอบแต่งงานที่ทางเราจัดขึ้นก็ได้นะ” พนักงานต้อนรับพูดพลางเม้มปากเบา ๆ อย่างดูหมิ่น

หลินชิงเหยียนถึงกับพูดไม่ออก เรื่องโปรโมชั่นอะไรนั่น เธอไม่รู้ด้วยซ้ำ เหตุผลที่เธอเลือกมาฉลองครบรอบแต่งงานสามปีกับซ่งเหยียนจินที่ร้านอาหารแห่งนี้ ก็แค่เพราะเธอชอบบรรยากาศสวนของร้านเท่านั้น

“คุณจะมาพูดลอย ๆ ว่าใบทะเบียนสมรสของฉันเป็นของปลอมไม่ได้นะ ฉันสามารถร้องเรียนคุณได้” หลินชิงเหยียนพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาและหนักแน่นขึ้น

พนักงานต้อนรับได้ยินดังนั้นกลับทำท่าราวกับได้ยินเรื่องตลก ถอนหายใจแล้วส่ายหัวอย่างจนปัญญา

เห็นท่าทีของพนักงานต้อนรับแบบนั้น หลินชิงเหยียนขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วถามว่า “คุณแน่ใจได้ยังไงขนาดนั้น?”

พนักงานต้อนรับก้มลงพิมพ์คีย์บอร์ดอยู่สองสามครั้ง แล้วหมุนหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้หลินชิงเหยียนดู

“เมื่อครู่ตอนที่ฉันกรอกหมายเลขบัตรประชาชนของสามีคุณ ระบบก็แสดงข้อมูลประจำตัวของเขาขึ้นมาแล้วค่ะ”

“แล้วไงล่ะ?”

“เขาเองก็จองแพ็กเกจฉลองครบรอบแต่งงานของร้านเราด้วยเหมือนกันค่ะ”

พอได้ยินแบบนั้น หลินชิงเหยียนรู้สึกดีใจขึ้นมานิดหน่อย “เขาก็จองไว้เหมือนกันเหรอ?”

พนักงานต้อนรับมองหลินชิงเหยียนราวกับมองคนโง่ “คุณซ่งจองจริงค่ะ แต่เรื่องนั้นไม่เกี่ยวกับคุณ”

“หมายความว่ายังไง?”

“หมายความว่าคนที่คุณซ่งรักเป็นคนอื่น ไม่ใช่คุณค่ะ”

หลินชิงเหยียนทั้งพูดไม่ออกทั้งขำ เธอก้มตัวลงตั้งใจจะตรวจสอบอีกครั้ง แต่ตอนนั้นเองเธอกลับเห็นชื่อที่แสดงอยู่ในช่องคุณนายซ่องคือ เวินรั่วอัน

เพื่อนสนิทที่สุดของเธอ เวินรั่วอัน

นี่... นี่มันเรื่องอะไรกันแน่?

“แถมตอนนี้คุณซ่งกับภรรยาของเขายังอยู่ที่สวนดาดฟ้า กำลังฉลองครบรอบแต่งงานสามปีกันอยู่…”

ยังไม่ทันให้พนักงานต้อนรับพูดจบ หลินชิงเหยียนก็วิ่งขึ้นไปชั้นบนเสียแล้ว

สามีของเธอกับเพื่อนสนิทที่สุดของเธอกำลังฉลองครบรอบแต่งงานสามปีเหรอ?

ต้องมีอะไรเข้าใจผิดแน่ ๆ ต้องเป็นแบบนั้นแน่ ๆ!

แต่พอวิ่งขึ้นไปถึงดาดฟ้า พอเห็นคนสองคนนั้นกำลังกอดกัน เธอก็ชะงักหยุดทันที

ชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทผูกเนกไทดูสุขุมและหล่อเหลา ส่วนหญิงสาวในชุดราตรีสีแดงก็ดูสวยสะดุดตา ทั้งสองมองสบตากันด้วยสายตาเต็มไปด้วยความรัก

ด้านหลังมีจอขนาดใหญ่ และเมื่อเสียงดนตรีดังขึ้น บนจอก็ปรากฏตัวอักษรไม่กี่คำว่า “กล่องดนตรีแห่งกาลเวลา”

จากนั้นภาพถ่ายก็เริ่มฉายขึ้นมา ภาพแรกเป็นมุมแอบถ่าย เวินรั่วอันถือโทรศัพท์ในมือ หน้าตาเต็มไปด้วยความเขินอาย ถ่ายรูปคู่กับซ่งเหยียนจินที่อยู่ไม่ไกล

หลังจากนั้นทั้งสองก็ได้รู้จักกัน ตอนถ่ายรูปคู่ด้วยกันยังดูเกร็ง ๆ อยู่เล็กน้อย

ต่อมาพอมีโอกาสได้ทานข้าวเย็นด้วยกัน ทั้งสองก็ดูมีความสุขมาก

ยังมีภาพที่อยู่บนรถของซ่งเหยียนจิน เวินรั่วอันนั่งอยู่ตรงเบาะข้างคนขับ ที่เธอเคยคิดมาตลอดว่าเป็นที่ของตัวเองเพียงคนเดียว

ต่อจากนั้นทั้งสองก็ไปทำงานต่างเมืองด้วยกัน ไปเที่ยวด้วยกัน แถมยังไปเยี่ยมบ้านเกิดของเวินรั่วอันอีกด้วย

แต่เรื่องพวกนี้ เธอในฐานะภรรยาของซ่งเหยียนจิน และเพื่อนสนิทที่สุดของเวินรั่วอัน กลับไม่รู้อะไรเลยแม้แต่นิดเดียว

พวกเขาจูบกันท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามเย็น มองหน้ากันยิ้มอยู่บนเตียง และยังมีภาพหลังจากนั้น เวินรั่วอันนอนอยู่ในอ้อมแขนของซ่งเหยียนจินด้วยสีหน้าเหม่อละเมอ ทั้งคู่ไม่ได้สวมเสื้อผ้าเลย…

จนกระทั่งภาพสุดท้าย ซ่งเหยียนจินสวมแหวนเพชรลงบนนิ้วของเวินรั่วอัน

พร้อมกับภาพนั้น ชายหนุ่มก็หยิบช่อดอกกุหลาบขนาดใหญ่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา แล้วคุกเข่าข้างหนึ่งต่อหน้าผู้หญิงคนนั้น

“คุณนายซ่ง คืนนี้คุณสวยมากจริง ๆ!”

หญิงสาวรับช่อกุหลาบไว้ แล้วพอชายหนุ่มลุกขึ้น เธอก็พุ่งเข้าไปกอดเขา เงยหน้าขึ้นจูบที่คางของเขา

ชายหนุ่มลูบศีรษะเธออย่างอ่อนโยน ดวงตาเต็มไปด้วยความเอ็นดู

หลินชิงเหยียนมองทั้งคู่ตรงหน้าอย่างพิจารณา บางทีอาจจะแค่หน้าคล้ายกัน หรืออาจจะไม่ใช่ก็ได้ แต่...

แต่เธอไม่ได้ตาบอดนะ!

คนทั้งสองที่อยู่ไม่ไกลนั่นก็คือซ่งเหยียนจินกับเวินรั่วอัน คนหนึ่งคือสามีที่เธอรักสุดหัวใจ อีกคนคือเพื่อนสนิทที่เธอไว้ใจที่สุด!

ซ่งเหยียนบังคับตัวเองให้ใจเย็นลงก่อน แล้วเดินไปที่ทางเดินเพื่อโทรศัพท์ออกไป

ไม่นาน ปลายสายก็โทรกลับมา

“คุณหลิน ตรวจพบแล้ว คุณซ่งแต่งงานจริงเมื่อวันที่ 6 มิถุนายนเมื่อสามปีก่อน”

วันที่ 6 เดือนมิถุนายนเหรอ?

แต่เธอกับซ่งเอียนจินไปจดทะเบียนกันวันที่สิบหกเดือนมิถุนายนนี่นา

“แล้วช่องชื่อคู่สมรสล่ะ?”

“เวินรั่วอัน”

หลินชิงเหยียนรู้สึกจุกคอ “คุณ…คุณดูผิดหรือเปล่า?”

“ไม่มีทางผิดแน่นอน”

หัวใจของหลินชิงเหยียนแตกสลายเป็นเสี่ยง ๆ อย่างรุนแรง

ดังนั้น สามีของเธอไม่ใช่สามีของเธอ แต่กลับเป็นสามีของ “เพื่อนสนิทที่สุด” ของเธอ...

เสียงไวโอลินดังขึ้นอย่างกะทันหัน หลินชิงเหยียนหันหัวไปมองด้านนอกอย่างมึนงง

ท่ามกลางแสงดาว ดอกไม้ และเสียงไวโอลินบรรเลง ซ่งเหยียนจินจับมือเวินรั่วอันไว้ แล้วทั้งคู่ก็เริ่มเต้นรำอย่างอ่อนหวานไปตามจังหวะดนตรีแสนโรแมนติก

จอขนาดใหญ่นั้นเปลี่ยนภาพอีกครั้ง เป็นภาพที่ถ่ายบนเรือสำราญ

ภาพนี้เธอก็มีเหมือนกัน เพียงแต่ในต้นฉบับเป็นรูปของพวกเขาทั้งสามคน แต่ในภาพนี้กลับตัดเธอออกไปแล้ว

เหอะ ทริปนั่นยังเป็นเธอเป็นคนจัดการเองเลยด้วยซ้ำ...

พระเจ้า!

ความโกรธแทบจะกลืนกินหลินชิงเหยียนไปทั้งตัว เธอกำมือแน่นแล้วก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างแรงกล้า

เธอจะไปเปิดโปงความจริงของพวกเขา บังคับให้ทั้งสองคนพูดออกมาว่าทำไมถึงต้องทำกับเธอแบบนี้?!

ตอนนั้นเอง เวินรั่วอันก็หยิบอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋า แล้วโบกไปมาหน้าซ่งเหยียนจิน

ซ่งเหยียนจินเบิกตากว้างทันที รีบคว้ามาดูอย่างละเอียด แล้วสีหน้าก็พลันเปลี่ยนเป็นดีใจสุดขีด

หลินชิงเยียนชะงักเท้าไปทันที ของที่เวินรั่วอันถืออยู่ในมือคือที่ตรวจครรภ์ เธอเคยใช้มันมาหลายครั้ง แต่ทุกครั้งก็ต้องผิดหวัง

“ฉันจะได้เป็นพ่อแล้ว! ฉันจะได้เป็นพ่อแล้ว!”

ซ่งเหยียนจินที่ปกติมักสุขุมเยือกเย็น ตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้น แทบอยากจะประกาศข่าวดีนี้ให้ทั้งโลกรู้

แล้วเธอก็เหมือนจะเข้าใจเหตุผลทั้งหมดแล้ว…

สองชั่วโมงต่อมา หลินชิงเยียนขับรถตามพวกซ่งเหยียนจินกลับไปที่บ้านตระกูลซ่ง

พอเวินรั่วอันลงจากรถ แม่ซ่งก็รีบออกมาต้อนรับทันที

“อันอัน ลูกสะใภ้คนดีของแม่ เหยียนจินเพิ่งโทรมาบอกว่าเธอตั้งครรภ์แล้ว โอ๊ย เรื่องนี้เป็นข่าวดีที่สุดเลยนะ! ตอนแรกที่แม่ไม่ยอมให้เหยียนจินแต่งกับหลินชิงเยียน ก็เพราะเธอเคยประสบอุบัติเหตุจนมดลูกได้รับความกระทบกระเทือน ไม่สามารถมีลูกได้!”

เวินรั่วอันจับมือแม่ซ่งไว้แล้วพูดว่า “ฉันไม่รู้สึกน้อยใจเลยค่ะ”

“เด็กดี แม่ชอบตรงที่เธอเข้าอกเข้าใจและรู้จักแยกแยะเหตุผลนี่แหละ”

หลินชิงเยียนมองแม่สามีที่ปกติพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงเย็นชา แต่ตอนนี้กลับมองเวินรั่วอันด้วยสายตาเต็มไปด้วยความเอ็นดู จับมือเรียกว่า “ลูกสะใภ้คนดี” ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แล้วพาเธอเข้าไปในบ้านตระกูลซ่ง

ก็อย่างที่คิดไว้จริง ๆ เพราะมดลูกของเธอเคยได้รับบาดเจ็บ ทำให้ตั้งครรภ์ได้ยาก ตระกูลซ่งถึงได้รังเกียจเธอ

แต่สาเหตุที่เธอบาดเจ็บสาหัส ก็เป็นเพราะเธอช่วยซ่งเหยียนจินไว้แท้ ๆ!

ตระกูลซ่งไม่อยากถูกมองว่าเป็นคนเนรคุณ ก็เลยให้ทะเบียนสมรสปลอมกับเธอ…

ตลอดสามปีที่ผ่านมา พวกเขาหลอกเธอเหมือนคนโง่มาตลอดสามปีเต็ม!

ตอนนั้นเอง โทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น เป็นสายจากคนที่เธอเคยคิดว่าเป็นคนบ้า

หลินชิงเยียนสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วพูดว่า “คุณรู้ตั้งนานแล้วใช่ไหม ว่าการแต่งงานของฉันกับซ่งเหยียนจินเป็นของปลอม?”

ตระกูลจินเป็นตระกูลมหาเศรษฐีที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองอวิ่นเฉิง และคนที่โทรหาเธอก็คือหัวหน้าตระกูลจิน

เพราะมีโครงการร่วมกับเทียนหย่วน เธอจึงมีโอกาสได้พบกับประธานจินท่านนี้สักครั้ง

แต่สิ่งที่เธอไม่คาดคิดคือ ประธานจินไม่ได้อยากเจอเธอเพราะเรื่องงานร่วมมือ แต่ต้องการให้เธอแต่งงานกับลูกชายของเขา

“ตราบใดที่คุณหลินยินดีแต่งงานกับลูกชายของฉัน และให้กำเนิดหลานชายหรือหลานสาวให้ตระกูลจินของเรา อสังหาริมทรัพย์และทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลจินในอนาคตจะเป็นของคุณทั้งหมด!”

ตอนแรกที่ได้ยินคำพูดนั้น เธอถึงกับคิดว่าประธานจินคงแก่จนเลอะเลือนแล้ว

เธอเป็นผู้หญิงที่มีสามีอยู่แล้ว จะให้ไปแต่งกับลูกชายของเขาได้ยังไง ไม่เหลวไหลเกินไปหน่อยเหรอ?!

แต่พอมาคิดดูตอนนี้ เกรงว่าก่อนที่ประธานจินจะเสนอเรื่องนั้น เขาคงสืบเรื่องของเธอมาเรียบร้อยแล้ว และรู้ว่าเธอโดนหลอก

“คุณหลิน ฉันขอโทษที่ความจริงนี้ทำร้ายคุณ แต่ฉันเชื่อว่า ระหว่างการถูกหลอกอย่างโหดร้ายกับความจริงอันเจ็บปวด คุณคงเลือกอย่างหลังแน่นอน”

“ในเมื่อคุณสืบเรื่องของฉันแล้ว ก็น่าจะรู้ว่าฉันเคยประสบอุบัติเหตุ และตั้งครรภ์ได้ยาก”

“ฉันรู้จักแพทย์จีนแผนโบราณคนหนึ่ง เธอเคยจับชีพจรให้คุณและบอกว่าสามารถทำให้คุณตั้งครรภ์ได้ ฉันเชื่อเธอ”

หลินชิงเยียนไม่รู้ว่าแพทย์จีนแผนโบราณที่ประธานจินพูดถึงคือใคร หรือว่าเคยมาจับชีพจรให้เธอตอนไหน แต่หลังจากเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น เธอก็ไม่อาจสงสัยในความสามารถของประธานจินได้อีกเลย

เธอมองไปทางบ้านตระกูลซ่งอีกครั้ง ที่นั่นยังคงสว่างไสวไปด้วยแสงไฟ สถานที่ที่เธอเคยคิดว่าเป็น “บ้าน” ของเธอ

แต่ตอนนี้...

“ตกลง ฉันยอมแต่งงานกับลูกชายของคุณ!”

“ดีมากเลย!”

“แต่อยากได้งานแต่งที่ยิ่งใหญ่ และต้องจัดให้เร็วที่สุด!”

“แน่นอนอยู่แล้ว ตระกูลจินของเราจะรับลูกสะใภ้ทั้งที งานแต่งก็ต้องยิ่งใหญ่จนคนทั้งเมืองพูดถึง!”

การจัดงานแต่งต้องใช้เวลาเตรียมการ จึงกำหนดไว้ให้จัดขึ้นในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า
توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
64 فصول
บทนำ
ดึกสงัดกลางป่ามีค่ายพักของขบวนเดินทางตั้งอยู่ เงื้อมเงาทะมึนปรากฏขึ้นขณะที่ผู้คนในค่ายพักต่างหลับใหล แม้ทหารเฝ้ายามยังทำหน้าที่อย่างขยันขันแข็งหากผู้มาเยือนก็สามารถเล็ดลอดผ่านเข้าไปได้ด้วยพลังที่เหนือธรรมชาติภายในกระโจมใหญ่กลางค่ายกลุ่มควันดำคลุ้งก่อนจะค่อยรวมเป็นรูปร่างสูงใหญ่สง่าผ่าเผยทว่าเต็มไปด้วยกระไอแห่งอันตราย กระทั่งเรือนกายชัดเจน ใบหน้าคมคายงดงามราวหยกล้ำค่า ลำคอแกร่ง บ่าหนากว้าง แผงอกแน่น ช่วงเอวรับกับสะโพกและท่อนยาวแข็งแรง แม้อยู่ในชุดดำสนิทก็ไม่อาจกำบังความลำเลิศเหนือผู้ใด หน้าคมคายนิ่งเรียบเฉยหากกลับเต็มไปด้วยรัศมีแห่งความน่ากลัว“อายุยังน้อย แต่ก็นับว่ามีพลังเซียนสูงทั้งที่ถือศีลบำเพ็ญด้วยตนเอง เกิดมาเพื่อที่จะบรรลุเซียนโดยแท้ ข้าตามหาคนเช่นเจ้ามานานแล้ว โชคดีนักที่ได้พบ”คำเอ่ยนั้นไม่ได้ชื่นชมแต่อย่างใด ด้วยมุมปากบนริมฝีปากได้รูปขยับขึ้นหยัน“น่าเสียดายนัก ที่เป็นถึงองค์ชายแต่กลับไม่ต่อสู้แย่งชิง ไม่หวังต่อบังลังก์มังกร แต่จะว่าไปได้เป็นเทพเซียนมีชีวิตนิรันดร์ย่อมดีกว่าขึ้นครองแคว้นรับภาระมากมาย นับว่าเจ้าเลือกได้ฉลาด”บุตรของเจ้าแคว้นผู้นี้ฝักใฝ่บำเพ็ญเพียรตั้งแต่อายุ
اقرأ المزيد
1.องค์ชายเปลี่ยนไป (1)
หญิงงามถูกส่งตัวเข้าไปในกระโจมก่อนทหารองครักษ์จะออกมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด“คนก่อนก็ยังไม่ออกมาเลยไม่ใช่หรือ”ทหารกระซิบถามหัวหน้าองค์รักษ์ ซึ่งอีกฝ่ายก็ส่ายหน้า“จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อรับสั่งให้หาคนใหม่มา เรามีหน้าที่ทำตามรับสั่ง”หัวหน้าองครักษ์เหลียงชื่อซิ่นเองก็อ่อนใจ ไม่เคยพบเห็นการกระทำผิดแปลกเช่นนี้จากองค์ชายรองจ้าวชุนเทียนแห่งแคว้นจ้าวมาก่อน ด้วยนับแต่อายุแปดชันษาก็เข้าวัดสวดมนต์ ตั้งมั่นอยู่ในศีลในธรรมและบำเพ็ญตบะ เจ้าอาวาสเห็นว่าองค์ชายมีความตั้งใจจริงเพื่อบรรลุเซียนจึงแนะนำให้เข้าสำนักเซียนขั้นสูงชิงเฉิงที่เขาชิงซานซึ่งเป็นสถานที่บำเพ็ญเพียรปราณเซียนเพื่อบรรลุขึ้นไปอยู่บนสวรรค์ โดยญาติผู้พี่ของเจ้าอาวาสซึ่งไม่ได้ฝักใฝ่ทางสายกลางในโลกมนุษย์บำเพ็ญเพียรอยู่ และช่วยทูลสนับสนุนองค์ชายรองกับท่านเจ้าแคว้น หากกว่าท่านเจ้าแคว้นจะยินยอมก็ใช้เวลาถึงหนึ่งปีเต็ม“ประหลาดนัก องค์ชายรองไม่เคยสนใจอิสตรี ทว่านับแต่ครึ่งทางที่ผ่านมา กลับรับสั่งให้หาหญิงงามเข้าไปปรนนิบัติทุกค่ำคืน ผิดวิสัยองค์ชายนัก”ในกระโจมที่ประทับมีสัดส่วนชัดเจน พวกตนเข้าไปได้เพียงด้านหน้าที่เป็นส่วนรับรองเท่านั้น ไม่ได้ร
اقرأ المزيد
1.องค์ชายเปลี่ยนไป (2)
เดินทางมาถึงเชิงเขาชิงซานขบวนขององค์ชายจ้าวชุนเทียนก็พักตั้งค่าย รั้งรอเดินทางในเช้าวันใหม่ หัวหน้าองครักษ์เหลียงก็จำต้องทำตามรับสั่งคือพยายามหาหญิงงามที่พร้อมเดินทางเข้าป่าเพื่อทำหน้าที่ปรนเปรอองค์ชายในช่วงสองวันที่เดินทางมาแทบไม่มีเมืองใหญ่เป็นเพียงหมู่บ้านชาวป่าอยู่อาศัยกันไม่กี่หลัง จำต้องส่งทหารเข้าไปในหมู่บ้านเสาะหาสาวงามที่ยินดีขายตัวรับเงิน หากก็ไม่อาจหาสาวงามให้องค์ชายได้ ทั้งบางครั้งยังถูกขับไล่อย่างน่าอับอาย และหัวหน้าองครักษ์เหลียงก็รับรู้ได้ถึงความไม่พอใจที่มากขึ้นเรื่อยๆ ของนายตน จึงต้องให้ทหารบากหน้าเข้าหมู่บ้านใกล้เชิงเขาเพื่อหาซื้อหญิงสาวเช่นเคยการหาซื้อสาวงามในหมู่บ้านเล็กทั้งยากและน่าอับอาย บรรดาทหารต่างก็ถูกก่นด่าบ้าง ไล่ตะเพิดบ้าง จนต้องถอยร่นไม่เป็นกระบวนจำต้องส่ายหน้าเพราะต้องกลับค่ายพักมือเปล่าเช่นเคย ยังดีที่พวกเขาไม่ได้อยู่ในชุดทหาร เหมือนเป็นขบวนพ่อค้าหรือคนเดินทางทั่วไปเสียมากกว่า กระนั้นก็นับว่าทำลายเกียรติของทหารแคว้นจ้าวไม่น้อย“พวกท่านต้องการซื้อผู้หญิงใช่หรือไม่”เสียงหนึ่งดังขึ้น ทหารสี่นายที่กำลังเดินออกจากหมู่บ้านหันกลับไปก็เห็นคนกลุ่มหนึ่งเดินตรง
اقرأ المزيد
2.หากอยากแก้แค้นก็ไปกับข้า (1)
เขาได้ยินเสียงคนร้องไห้...ขณะกำลังเดินพลังภายในหลอมรวมปราณเซียนฝึกวิชาใหม่ที่ตนลองริเริ่มในการใช้สองพลังผสานให้มีประสิทธิสูงสุดอยู่นั้น ประสาทสัมผัสของเขาก็เปิดรับรอบทิศ และได้ยินในระยะห่างไกลราวหูทิพย์ เป็นครั้งแรกที่รับรู้ได้เช่นนี้ ทำให้จ้าวชุนเทียนตัวปลอมลืมตาขึ้น ลุกจากเตียงที่นั่งขัดสมาธิก้าวเพียงสองก้าวร่างสูงโปร่งก็กลายเป็นกลุ่มควันหายวับไปอึดใจต่อมาร่างของชุนเทียนก็ปรากฏกลางป่าใกล้กับผู้ที่นั่งร้องไห้ข้างร่างซึ่งนอนนิ่งร่างหนึ่ง“พี่ลู่ฟาง ท่านตื่นสิ ตื่นได้แล้ว ข้ากลัว”เด็กสาวพยายามเขย่าร่างแน่นิ่งเบาๆ เอ่ยพลางสะอึกสะอื้นไปด้วยเพียงมองก็รู้ว่าคนที่นอนเฉยนั้นจากไปแล้ว ชุนเทียนตัวปลอมถอนหายใจยาวแล้วหันหลังกลับ ในชีวิตตนนั้นไม่เคยยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือผู้ใดด้วยต้องยืนหยัดให้ได้ตั้งแต่อายุยังน้อย ทว่าเสียงเล็กทำให้ต้องหยุดชะงัก“เราต้องรีบหนีพวกคนที่ซื้อเรามานะพี่ลู่ฟาง”ซื้ออย่างนั้นหรือ? อย่าบอกนะว่า...ผู้ปลอมเป็นชุนเทียนหันขวับกลับทั้งยังก้าวเข้าไปหาร่างเล็ก เสียงเหยียบหญ้าและกิ่งไม้ใบไม้บนพื้นทำให้เด็กสาวรู้ตัว เงยหน้ามองเขาด้วยท่าทางหวาดผวา“พี่ลู่ฟางตื่นเร็ว”“พี่เจ้า
اقرأ المزيد
2.หากอยากแก้แค้นก็ไปกับข้า (2)
‘อยากได้งานหรือ’หนุ่มน้อยเงยหน้าขึ้นมองผู้ถาม แล้วรีบจับขาอีกฝ่ายพลางบอกอย่างกะตือรือร้น ไม่สนใจร่างกายตนที่เพิ่งถูกร้านขายบะหมี่ไล่ออกมาและผลักล้มลงริมถนนหน้าร้านหลังเข้าไปขอทำงานแต่เสื้อผ้าสกปรกจนลูกค้ารังเกียจ ทำให้เจ้าของร้านไม่ยอมรับทั้งยังขับไสออกมาด้วยความรุนแรงว่าได้รับบาดเจ็บหรือไม่‘ขอรับ ข้าอยากได้งานทำ’ผู้ชายที่เขาคุยด้วยยิ้มมุมปาก‘ข้าจะช่วยเจ้าหาเอง’ร่างผอมเกร็นสูงโย่งรีบลุกขึ้นด้วยความยินดี แล้วอีกฝ่ายก็บอกให้เดินตามไป กระทั่งถึงสถานที่หนึ่งที่ค่อนข้างใหญ่โต แต่ตนถูกพาเข้าไปด้านหลังและยืนรอด้านนอก ครู่หนึ่งก็มีหญิงงามที่ดูมีอายุออกมากับชายผู้นั้น ทั้งสองพูดคุยกระซิบกระซาบกันก่อนหญิงนางนั้นจะก้าวมาดูเขาใกล้ๆ ด้วยสายตาพินิจแล้วใช้ผ้าปิดจมูกพลางเอ่ยถาม‘อายุเท่าไร’‘สิบสามขอรับ’‘ชื่อแซ่อะไร เป็นลูกบ้านไหน’‘ข้าชื่อ เยี่ยนเฉิน อยู่บนภูเขาในป่า ท่านแม่ข้าป่วยต้องใช้เงินซื้อยา ข้าต้องหางานทำ’เขาทำงานหาเงินเลี้ยงดูมารดามาตั้งแต่อายุสิบขวบ ไม่ว่างานใดก็ยอมทำทั้งหมด แต่เพราะต้องดูแลมารดาด้วยทำให้ไม่อาจเป็นบ่าวหรือคนงานของที่ใดได้ถาวร เมื่อกลับไปร้านเดิมก็จะถูกไล่ออกบางครั้ง
اقرأ المزيد
3.ข้าจะอยู่กับพี่ชาย (1)
“ฝ่าบาท”หัวหน้าองครักษ์เหลียงทัดทาน ขณะที่เหล่าทหารต่างก็ทรุดลงคุกเข่าหน้าซีดเผือด“ทหารเหล่านี้ทำตามคำสั่งข้าและรับสั่งฝ่าบาท เหตุใดจึงรับสั่งลงทัณฑ์พ่ะย่ะค่ะ”“ข้าสั่งให้หาผู้ที่เต็มใจไม่ใช่บังคับ พวกเจ้าทำเรื่องน่าละอายนัก ทั้งยังทำให้คนตายไปด้วยคนนึง สมควรชดใช้ด้วยชีวิต”“ขอพระเมตตา กระหม่อมไม่ได้บังคับ...เอ่อ...”หนึ่งในนั้นรีบทูลทว่าก็เอ่ยผิดถูกเพราะเกรงว่าตนจะคอขาด“คือว่ามีคนบังคับเอาพวกนางมาขายพ่ะย่ะค่ะ”“ใช่พ่ะย่ะค่ะ มีคนเอาหญิงงามกับน้องของนางมาขาย ต้องการเงินไปแทนหนี้ที่ใช้คืนไม่หมด พวกนางไม่ยินยอมขายตนเองก็จริง แต่พวกกระหม่อมเห็นว่าหากไม่ซื้อ พวกนางอาจเป็นอันตรายได้ จึงตัดสินใจซื้อพ่ะย่ะค่ะ”อีกคนรีบช่วยเสริมสหายของตน“พวกกระหม่อมตั้งใจจะพาพวกนางมาพบหัวหน้าองครักษ์เหลียงเพื่อหารือตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อไปพ่ะย่ะค่ะ”คนที่สามรีบเอ่ยและตามด้วยคนที่สี่เช่นกัน“พวกกระหม่อมให้พวกนางเดินมาดีๆ โดยไม่ได้มัดหรือบังคับจับไว้เลยพ่ะย่ะค่ะ แต่อยู่ๆ พวกนางก็วิ่งหนีไป ตามไปถึงหน้าผาพี่สาวของนางก็อุ้มนางกระโดดลงไปแล้ว พวกกระหม่อมไม่อาจช่วยได้ทันพ่ะย่ะค่ะ”ฟังคำจากทหารแล้วเยี่ยนเฉินผู้ป
اقرأ المزيد
3.ข้าจะอยู่กับพี่ชาย (2)
หลังจากอิ่มแล้วเสี่ยวเม่ยก็นั่งนิ่งอยู่นานจนเผลอหลับไป ร่างน้อยนอนบนพื้นใกล้โต๊ะเตี้ยที่วางอาหารร่างสูงโปร่งกลับเข้ามาด้านในเห็นคนตัวเล็กนอนฟุบที่พื้นคิ้วเข้มก็ขมวดก่อนจะเดินเข้าไปดูใกล้ๆ“หลับหรือ”เมื่อแน่ใจแล้วก็ถอนหายใจ“กินอิ่มนอนหลับทั้งที่คราบน้ำตาเปื้อนแก้ม หน้าตาเนื้อตัวมอมแมม นี่แหละนะเด็ก”เอ่ยเบาๆ แล้วก็ออกไปเรียกให้ทหารมาเก็บโต๊ะ แต่กลับคิดว่าการเคลื่อนไหวของทหารใกล้ๆ อาจทำให้เด็กสาวตื่นจึงน่าจะพาไปนอนที่อื่น ไม่ใช่ห่วงแต่เขาไม่อยากเห็นเจ้าตัวนั่งเกร็งน้ำตาคลอเพราะกลัวเขาอีกคิดแล้วเยี่ยนเฉินก็จำต้องอุ้มร่างเล็กขึ้นมองหาที่ที่จะให้อีกฝ่ายนอนได้ หากก็ไม่มี จึงจำใจพาเดินไปยังส่วนที่มีเตียงนอนด้านในแล้ววางแม่หนูเจ้าน้ำตาลง ก่อนจะถอยไปยืนกอดอกมองด้วยความขัดใจ“เตียงข้าที่เคยต้อนรับสาวงามอยู่เป็นนิตย์ คืนนี้กลับกลายเป็นเด็กน้อยไม่ประสาครอบครอง”ผู้เอ่ยไม่คิดอยู่ใกล้ร่างเล็ก จำต้องยกเตียงนี้ให้นางไป“เฮ้อ...น่าเสียดาย ผู้จากไปคือพี่สาวเจ้า ผู้ยังมีชีวิตอยู่เป็นเจ้าที่ไม่อาจใช้งานได้ หากพี่สาวเจ้ายังอยู่ข้าย่อมเกลี้ยกล่อมนางให้ติดตามไปด้วยได้”เยียนเฉินเอ่ยแล้วก็หันหลังเดินออกไ
اقرأ المزيد
4.ข้าต้องการหญิงงาม ไม่ใช่ภาระ (1)
เยี่ยนเฉินก้มลงมองดวงหน้าเล็กมอมแมม สบตากับดวงตาใสซื่อบริสุทธิ์อย่างขุ่นเคือง รู้สึกเหมือนกำลังถูกกดดันด้วยแววตาแสนซื่อ“ข้าช่วยเจ้า ไม่ได้ต้องการให้เจ้ามาเป็นภาระข้า”เขากัดฟันเข่นเขี้ยวเสียงเข้ม มั่นใจว่าจะทำให้อีกฝ่ายกลัวจนถอดใจไม่อยากเกาะติดตนได้“แต่ข้าได้ยินว่าท่านต้องการผู้ติดตาม ท่านบอกให้คนไปหาผู้ที่เต็มใจไปกับท่าน”ร่างเล็กสั่นนิดๆ หากก็ยังเชิดหน้าขึ้นพูดกับเขาอย่างฉะฉาน ทว่ากลับทำให้เยี่ยนเฉินฉุนจัด มือหนาจับคางเล็กบีบเบาๆ ขณะก้มหน้าลงไปกระซิบเครียด“ข้าต้องการหญิงงาม ไม่ใช่เด็กที่เป็นภาระ ใช้งานไม่ได้เช่นเจ้า”“ข้าทำอาหารได้ดีมาก พี่ลู่ฟางชมเสมอว่าข้าทำอร่อย ข้าทำให้ท่านกินได้”มุมปากได้รูปอย่างชายชาตรีกระตุกยิ้มหยันพร้อมส่งเสียงในลำคอ“ใครอยากได้เจ้าไปทำอาหารกัน”“แล้วท่านอยากได้ผู้ติดตามหญิงไปทำสิ่งใด ข้าทำได้ทั้งนั้น”เป็นครั้งแรกที่เยี่ยนเฉินต้องหลับตาลงราวหลบดวงตาคู่วาววามใสซื่อ ทว่าความจริงแล้วพยายามระงับอารมณ์ขัดอกขัดใจกับความดื้อด้านของเด็กสาวตรงหน้า เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้งเขาก็ยืดตัวขึ้น ปล่อยมือจากคางเล็กแล้วมองเมินไปทางอื่นอย่างไม่คิดจะอธิบาย“นะพี่ชาย ได้โปรดให้
اقرأ المزيد
4.ข้าต้องการหญิงงาม ไม่ใช่ภาระ (2)
อาหารค่อยๆ ลำเลียงมาวางบนโต๊ะตรงหน้าขณะที่เยี่ยนเฉินมองอย่างเอื่อยเฉื่อยหากก็รู้สึกว่ามีอาหารจานหนึ่งเป็นอาหารพื้นๆ ต่างจากจานอื่นที่ปรุงแต่งอย่างน่ากินสวยงามเช่นชาววัง แม้ไม่เรื่องมากเพราะตนก็ชินกับการกินอาหารพื้นบ้านแต่ก็นึกแปลกใจ“จานนี้เป็นฝีมือเสี่ยวเม่ยพ่ะย่ะค่ะ นางขออนุญาตกระหม่อมจัดเตรียมอาหารให้ฝ่าบาท ให้ลองชิมเพื่อพิสูจน์ว่านางสามารถดูแลเรื่องนี้ได้ดีหากติดตามฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”ได้รับการเฉลยจากหัวหน้าองครักษ์ที่ดูแลควบคุมตรวจสอบอาหารให้ปลอดภัยทุกมื้อด้วยตนเองแล้วเยี่ยนเฉินก็เอ่ยย้ำ“เสี่ยวเม่ย”“พ่ะย่ะค่ะ”เพราะไม่เคยคิดให้อีกฝ่ายติดตาม เขาจึงไม่เคยสนใจชื่อแซ่เด็กสาว เพิ่งรู้จากหัวหน้าองครักษ์ว่านางชื่อนี้ กระนั้นเยี่ยนเฉินก็เพียงพยักหน้ารับรู้เล็กน้อยก่อนบอก“บอกให้นางเข้ามา”สั่งแล้วก็โบกมือให้หัวหน้าองครักษ์ที่รับคำสั่งออกไป ไม่นานเจ้าของร่างเล็กก็ก้าวเข้ามาด้วยท่าทางกระมิดกระเมี้ยน“ที่อยู่ๆ ก็หายเงียบไปเพราะอย่างนี้สินะ”เสี่ยวเม่ยพยักหน้าแล้วเหลือบมองคนตัวโตหวั่นใจว่าตนจะโดนดุหรือไม่“นั่งลงสิ กินด้วยกันนี่แหละ”“แต่ท่านอาที่อยู่ข้างนอกบอกให้รอ บอกว่าไม่ควรร่วมโต๊ะกับพี่
اقرأ المزيد
5.ความลับที่ผู้รู้ไม่อาจมีชีวิตรอด (1)
“เจ้าเป็นใคร”ดวงตาคู่คมเข้มเหลือบมองผู้พูด อีกฝ่ายเป็นเหมือนเงาทะมึนอยู่ตรงหน้าด้วยเยี่ยนเฉินไม่ได้จุดตะเกียง ไม่ต้องการให้ผู้ใดรู้ว่าตนยังไม่นอน ทว่าเพียงเสียงที่ได้ยินก็รู้ว่าเป็นผู้ใด“เหตุใดจึงปลอมแปลงเป็นองค์ชายของข้า”“หึ รู้แล้วสินะ”เยี่ยนเฉินเอ่ยเสียงเรียบอย่างไม่มีความหวั่นเกรง ทั้งยังราวกับหยันด้วยซ้ำ“ข้าสงสัยมานานแล้ว นับวันก็ยิ่งมั่นใจว่าเจ้าไม่ใช่องค์ชาย”หัวหน้าองครักษ์เหลียงเข่นเสียงหากก็ไม่ดังนัก ตนผ่านทหารยามด้านหน้าได้ไม่ยากเมื่อบอกว่ามีเรื่องด่วนต้องรีบทูลองค์ชาย หากก็ไม่อยากเสียงดังจนด้านนอกได้ยิน“สมกับเป็นหัวหน้าองครักษ์”แม้จะเอ่ยชม ทว่าแววตาคมเข้มเต็มไปด้วยความระมัดระวัง ไม่ละสายตาจากปลายดาบอีกฝ่ายแม้เพียงชั่วแวบ“องค์ชายของข้าอยู่ที่ใด”คำถามนี้ทำให้เยี่ยนเฉินยิ้มมุมปากเล็กน้อย“เจ้าคิดดูสิ คาดเดาเก่งไม่ใช่หรือ”เหลียงชื่อซิ่นขบกรามแน่น จากน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจกับแววตากระหยิ่มของอีกฝ่ายเขาก็พอเดาออกไม่อาจมีคนสองคนในเวลาเดียวกันได้ เมื่อมีตัวปลอม ตัวจริงย่อมไม่มี“เจ้าสังหารองค์ชาย”“นับว่าฉลาดทีเดียว”“บังอาจนัก ข้าไม่มีทางปล่อยเจ้ารอดมือไปแน่”“ก็ลองดู”ปล
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status