Share

ความเป็นมา

last update Terakhir Diperbarui: 2025-10-31 21:21:19

เร็นและบาระก้าวตามเจ้าชายมาวินเข้าไปใน ห้องโถงแห่งพันธะ (The Pact Hall) ที่อยู่ลึกเข้าไปในทางลับใต้ดินของปราสาท ห้องโถงนี้แตกต่างจากส่วนอื่น ๆ ของปราสาทอย่างสิ้นเชิง มันไม่ได้มืดมิดหรือสกปรก แต่กลับสว่างไสวด้วยแสงจากตะเกียงหลายสิบดวงที่แขวนอยู่ตามเสาหินขนาดใหญ่

บรรยากาศในห้องโถงนั้นดูสงบและเงียบสงบ แต่สิ่งที่ทำให้เร็นและบาระต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงคือ จำนวนผู้คน ที่อยู่ภายใน

ไม่ใช่แค่มาวินเท่านั้นที่รอดชีวิต!

มีผู้คนประมาณสามสิบคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสตรีและเด็ก ๆ นั่งรวมกลุ่มกันอย่างเงียบ ๆ อยู่กลางห้องโถง พวกเขาทุกคนสวมเสื้อผ้าที่ดูเก่าและสกปรก แต่ดวงตาของพวกเขากลับเต็มไปด้วยความหวังและความสิ้นหวังที่ปะปนกันไป

ทันทีที่มาวินปรากฏตัวพร้อมกับคนแปลกหน้าสองคน เสียงกระซิบก็ดังขึ้นเบา ๆ ทั่วห้องโถง เด็ก ๆ บางคนมองพวกเขาด้วยความอยากรู้อยากเห็น บางคนก็มองด้วยความหวาดระแวง

มาวินก้าวไปยืนอยู่บนแท่นหินเล็ก ๆ ที่อยู่กลางห้อง และชูดาบสีฟ้าอ่อนของเขาขึ้น

"ทุกคน!" เสียงของมาวินดังกังวานและทรงอำนาจ "เงียบก่อน! ข้ามีข่าวสำคัญจะบอก"

ทุกคนในห้องโถงพลันเงียบสงัดและหันมามองมาวินด้วยความตั้งใจ

มาวินวางดาบลงข้างตัว แล้วชี้ไปที่เร็นและบาระ "นี่คือ ผู้ถูกเลือก ที่ถูกกลืนเข้ามาในมิตินี้ตามคำทำนาย! พวกเขาเพิ่งกำจัดขุนพลเงาที่ทรงพลังที่สุดได้ และได้นำ ผ้ายันต์แห่งการปกป้อง กลับมาสู่พวกเรา! พวกเขาคือความหวังสุดท้ายของเรา!"

เสียงปรบมือดังขึ้นเบา ๆ แต่เต็มไปด้วยความจริงใจ บาระและเร็นรู้สึกอับอายเล็กน้อย แต่ความตื้นตันใจที่พวกเขาไม่ได้อยู่โดดเดี่ยวก็ทำให้ความรู้สึกนั้นจางหายไป

บาระเดินไปข้างหน้าเล็กน้อย "สวัสดีค่ะทุกคน ดิฉันชื่อบาระ และนี่เพื่อนของดิฉัน เร็น" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง "เรามาที่นี่เพื่อกำจัดเงาปีศาจทั้งหมด และหาทางพาพวกเราทุกคนกลับไปที่โลกของเราค่ะ"

เร็นโค้งคำนับเล็กน้อยให้กับกลุ่มผู้รอดชีวิต เขาเห็นแววตาของผู้คนเหล่านั้น และรู้สึกถึงภาระความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ

หลังจากที่ฝูงชนสงบลง มาวินก็ผายมือเชิญให้เร็นและบาระไปนั่งที่โต๊ะหินขนาดใหญ่ที่อยู่มุมหนึ่งของห้องโถง มีน้ำดื่มและขนมปังแห้งวางอยู่

"นั่งก่อนเถอะ" มาวินพูด "พวกเจ้าต้องเหนื่อยมาก"

เร็นรับน้ำมาดื่มอย่างรวดเร็วเพื่อดับความกระหาย แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะถามคำถามที่ค้างคาอยู่ในใจ

"ท่านมาวิน... ผมอยากจะถามว่า... ทำไมถึงมีปีศาจมากมายขนาดนี้ที่นี่? และทำไมพวกมันถึงครอบงำปราสาทได้ง่ายดายขนาดนั้น? ที่สำคัญที่สุด... พวกคุณรอดมาจากการจู่โจมของพวกมันได้ยังไง?" เร็นถามอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่สนใจความเหนื่อยล้าของตัวเอง

บาระพยักหน้าสนับสนุน "ใช่ค่ะ... แล้วทำไมพวกท่านถึงไม่ถูก 'กลืน' ไปพร้อมกับพลังงานมืดมิดพวกนั้น?"

มาวินถอนหายใจยาว แววตาที่ดูเศร้าสร้อยของเขากลับมาอีกครั้ง เขาประสานมือบนโต๊ะ และมองไปยังเพดานหินที่อยู่เหนือศีรษะ

"เรื่องราวนี้... มันยาวนานและเต็มไปด้วยความเจ็บปวด" มาวินเริ่มเล่าเรื่องราวด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา แต่เต็มไปด้วยความเศร้า

บทที่ 2: จุดเริ่มต้นของความมืดมิด (การเล่าย้อนหลัง)

"ข้าขอเริ่มจากจุดเริ่มต้น... ปราสาทแห่งนี้ไม่ได้เป็นสถานที่ร้างที่ถูกสาปเสมอไป แต่เป็นอาณาจักรที่เต็มไปด้วยความสงบสุข เราถูกปกครองด้วยกฎของ พันธะแห่งอาคม ที่บรรพบุรุษของข้าได้สร้างไว้"

มาวินหยุดไปครู่หนึ่ง เขายกมือขึ้นมาสัมผัสสร้อยคอที่สวมอยู่ใต้เสื้อเชิ้ตของเขา

"ความสงบสุขของเราถูกทำลายเมื่อประมาณหนึ่งปีที่แล้ว... จากสิ่งที่เรียกว่า การรวมร่างของเงา (The Shadow Convergence)"

เหตุการณ์ที่ 1: การรั่วไหลจากมิติอื่น

"วันนั้นเป็นวันที่เงียบสงบเหมือนปกติ ทันใดนั้นเอง แสงสว่างที่ปกป้องปราสาทของเราก็ ดับลง อย่างกะทันหัน เราไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่พ่อของข้า—กษัตริย์ในขณะนั้น—รีบเรียกประชุมขุนนางและนักบวชอาวุโส"

"มีนักบวชคนหนึ่งพบว่า ประตูมิติที่ถูกผนึกไว้ใต้ปราสาท กำลังรั่วไหล พลังงานมืดมิดที่มาจากมิติที่ถูกลืมได้เริ่มซึมซับเข้ามาในโลกของเรา พลังงานนั้นไม่ได้เป็นปีศาจ แต่เป็น สารตั้งต้น ที่ทำให้จิตใจของผู้คนอ่อนแอ"

เหตุการณ์ที่ 2: การก่อตัวของเงาปีศาจ

"พลังงานมืดนั้นเข้าสู่ร่างกายของผู้คนอย่างช้า ๆ มันทำลายความดีงามและความหวังในจิตใจของพวกเขา ผู้ที่อ่อนแอที่สุดก็เริ่ม กลายร่าง พวกเขาไม่ได้ตาย แต่กลับกลายเป็น เงาปีศาจตัวเล็ก ๆ ที่พวกเจ้าเห็นในป่า"

"เงาปีศาจเหล่านี้ในตอนแรกไม่ได้ทำอันตรายอะไร แต่เมื่อมันมีจำนวนมากขึ้น พวกมันก็เริ่มมีสติปัญญา... และสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวคือ ความสามารถในการรวมร่าง ที่พวกเจ้าได้เห็นแล้ว"

"เงาปีศาจตัวเล็ก ๆ ที่เกิดจากชาวเมืองที่ไม่บริสุทธิ์ใจรวมร่างกันเป็น ผู้เฝ้าประตู และพวกที่เกิดจากความโลภ ความเกลียดชัง และความอิจฉาก็รวมร่างเป็น ขุนพลเงา ที่พวกเจ้าเพิ่งกำจัดไป พลังงานมืดมิดทำให้พวกมันแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ จนไม่มีใครสามารถต่อกรได้อีกต่อไป"

เหตุการณ์ที่ 3: การยึดครองและการสาปแช่งปราสาท

"ปราสาทถูกยึดครองอย่างรวดเร็ว พ่อแม่ของข้าเสียชีวิตในการต่อสู้เพื่อปกป้องเรา ท่านอาวุโสและนักบวชถูกเงาปีศาจครอบงำจนหมดสิ้น ข้าเป็นเจ้าชายองค์สุดท้ายที่เหลืออยู่ และข้าทำได้เพียงพาผู้รอดชีวิตที่เหลือรอดจากการกลืนกินหนีลงมาใต้ดิน"

"แต่การหนีไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา เงาปีศาจครอบงำมิตินี้จนสมบูรณ์ และพวกมันก็สร้าง อาณาเขตแห่งราตรี ทำให้โลกของเราอยู่ในความมืดมิดตลอดเวลา..." มาวินพูดพลางชี้ไปที่กำแพงของห้องโถงที่เต็มไปด้วยรอยร้าวที่เคยเป็นคาถาป้องกัน "จนกระทั่ง... พวกเจ้าถูก 'ดึง' เข้ามา"

บทที่ 3: ไม้เท้าแห่งพันธะและผู้ถูกเลือก

"แล้วทำไมพวกท่านถึงรอดมาจากการจู่โจมของพวกมันได้ล่ะคะ? ในเมื่ออาคมป้องกันของปราสาทก็พังไปหมดแล้ว" บาระถามด้วยความสงสัย

มาวินยิ้มอย่างอ่อนแรง "เราไม่ได้รอดด้วยพลังของข้า... แต่เป็นพลังของสิ่งนี้"

มาวินเอื้อมมือไปหยิบ ไม้เท้า เก่าแก่ที่วางพิงอยู่ข้างโต๊ะ ไม้เท้านั้นทำจากไม้สีดำสนิท แต่มี หินแก้วใสสีรุ้ง ฝังอยู่ที่ปลายไม้เท้า หินแก้วนั้นส่องแสงสลัว ๆ อยู่ตลอดเวลา

"นี่คือ ไม้เท้าแห่งพันธะ (The Scepter of the Pact)" มาวินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเคารพ "ท่านปู่ของข้า—กษัตริย์ก่อนหน้า—ได้ทิ้งมันไว้ให้ข้าพร้อมกับคำเตือนสุดท้าย"

เขาชูไม้เท้าขึ้นมาอย่างช้า ๆ "พลังของไม้เท้านี้ได้สร้าง อาณาเขตหลบซ่อนถาวร รอบบริเวณใต้ดินนี้ มันไม่ได้ป้องกันการโจมตี แต่ทำให้เรา มองไม่เห็น และ สัมผัสไม่ได้ ต่อเงาปีศาจทั้งหมด... ตราบใดที่พวกเราไม่ออกไปจากที่นี่"

เร็นจ้องมองไม้เท้าด้วยความสนใจอย่างยิ่ง "มันคือสิ่งที่ทำให้พวกคุณอยู่รอดมาได้สินะ... แต่มันไม่สามารถพาพวกคุณกลับโลกเดิมได้ใช่ไหม?"

"ถูกต้อง" มาวินพยักหน้า "ไม้เท้านี้แค่ ซ่อน เราไว้เท่านั้น มันไม่สามารถทำลายพลังงานมืดมิดที่ครอบงำมิตินี้ได้ คำทำนายบอกว่า มีเพียง ผู้ที่ถูกกลืนเข้ามาจากโลกภายนอก เท่านั้น ที่จะสามารถรวบรวม ผ้ายันต์ 5 ผืน เพื่อเปิดประตูมิติและทำลายแก่นพลังงานเงาปีศาจได้อย่างถาวร"

มาวินมองไปที่ผ้ายันต์ผืนที่ 1 ที่บาระเก็บไว้อย่างระมัดระวัง "นั่นคือเหตุผลที่ข้าดีใจอย่างยิ่งที่เห็นพวกเจ้า... ข้าเห็นผ้ายันต์ผืนแรกของคำทำนายในมือเจ้า"

"ผ้ายันต์ 5 ผืน" เร็นย้ำ "แล้วท่านรู้ไหมว่าผ้ายันต์ที่เหลืออยู่ที่ไหนบ้าง?"

"ข้ารู้คำใบ้" มาวินตอบ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความหวัง "ผ้ายันต์แต่ละผืนถูกสร้างขึ้นโดยนักบวชอาวุโสทั้งห้าคนก่อนที่พวกเขาจะถูกกลืนกิน พลังงานของพวกเขากระจายไปตามสถานที่ที่ทรงพลังที่สุดในมิตินี้"

มาวินใช้มือวาดแผนที่คร่าว ๆ บนโต๊ะหิน "ผ้ายันต์แต่ละผืนควบคุมพลังที่แตกต่างกัน:"

| ผ้ายันต์ผืนที่ | พลังที่ควบคุม | คำใบ้สถานที่ |

|---|---|---|

| 1 (เพิ่งได้มา) | การปกป้องและการเปิดเผย | (ถูกผนึกในอาวุธของผู้ถูกเลือก) |

| 2 | การควบคุมสภาพอากาศ | ภูเขาน้ำแข็งแห่งความโศกเศร้า |

| 3 | การผนึกวิญญาณ | ห้องสมุดแห่งกาลเวลาที่ถูกแช่แข็ง |

| 4 | การฟื้นฟูชีวิต | สวนต้องห้ามที่ถูกปกคลุมด้วยเลือด |

| 5 | การทำลายล้างมิติ | แท่นบูชาใต้ปราสาท (แกนกลางพลังงานมืด) |

"ผ้ายันต์ผืนที่ 5 อยู่ใกล้ที่สุด... แต่มันก็ถูกล้อมรอบด้วยพลังงานมืดมิดที่หนาแน่นที่สุดเช่นกัน" มาวินอธิบาย

บาระมองดูแผนที่และตารางที่มาวินวาดอย่างละเอียด "เราต้องไปเอาผ้ายันต์ผืนที่ 2, 3, และ 4 ก่อน เพื่อเสริมพลังให้เราก่อนที่จะไปถึงผืนที่ 5 เพื่อจบเรื่องทั้งหมด"

"แต่ท่านบอกว่ามีพวกเราอีกสองคนถูกกลืนเข้ามาด้วยไม่ใช่เหรอคะ?" เร็นถามขึ้นอย่างกังวล "ไอโกะกับโช!"

มาวินพยักหน้าด้วยใบหน้าที่หนักใจ "ใช่... พวกเขาอยู่ที่นี่... แต่พวกเขากำลังถูกข้ากักตัวไว้ชั่วคราว"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • 5/B ปราสาทต้องคำสาป   เส้นทางที่บิดเบือน

    หลังจากที่เร็นช่วยบาระออกมาจากกับดักที่ปีกทิศใต้ได้สำเร็จ ทั้งคู่รีบออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ หอสังเกตการณ์ทิศใต้ ซึ่งเป็นที่ซ่อนของผ้ายันต์ผืนสุดท้าย พวกเขาใช้ แผนที่สู่จุดเริ่มต้น ที่ได้จากบาลาซาร์เป็นเครื่องนำทาง"แผนที่บอกว่าเราต้องผ่านซากปรักหักพังเก่า ๆ ทางทิศใต้ไปอีกประมาณหนึ่งชั่วโมง" บาระกล่าวขณะที่ใช้แท่นแก้วใส (กุญแจอาคม) ชี้ทิศทางเร็นพยักหน้า "ต้องระวังให้มาก บาระ พวกเงาปีศาจรู้แล้วว่าเรากำลังจะถึงจุดสุดท้ายของการรวบรวมผ้ายันต์ พวกมันจะส่งทุกอย่างที่มีมาขวางทางเราแน่"เมื่อพวกเขาเดินเข้าสู่บริเวณที่เป็นซากปรักหักพังที่มีกำแพงหินสูงใหญ่เรียงรายอยู่มากมาย ทันใดนั้น แสงรอบตัวก็พลันบิดเบือน พวกเขารู้สึกเหมือนโลกกำลังหมุน ภาพเบื้องหน้าเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว"เร็น! นี่มันไม่ใช่แค่ซากปรักหักพัง!" บาระอุทานด้วยความตื่นตระหนก "กำแพงมันเปลี่ยนทิศทาง! เราถูกดึงเข้ามาในอาณาเขตอาคม!"พวกเขาพบว่าตัวเองยืนอยู่กลาง เขาวงกตที่ไร้จุดสิ้นสุด ที่ทำจากกำแพงหินสีดำขัดเงาสูงเสียดฟ้า กำแพงเหล่านี้ไม่ได้อยู่นิ่ง แต่ เลื่อนและเปลี่ยนตำแหน่ง ได้เองตามความตั้งใจของพลังงานมืดมิด"เขาวงกต! นี่คือ เขาวงกตแห

  • 5/B ปราสาทต้องคำสาป   การได้มาซึ่งผ้ายันต์แห่งการฟื้นฟูชีวิต

    เร็นและบาระใช้ กุญแจอาคม ที่ได้มาจากบาลาซาร์ในการเปิดประตูมิติที่นำไปสู่ สวนต้องห้าม (The Forbidden Gardens) สวนแห่งนี้ไม่ได้มืดมิดเหมือนปราสาท แต่กลับสวยงามอย่างน่าขนลุก ทุกอย่างเป็นสีเขียวมรกตและมีหมอกบาง ๆ ปกคลุมพวกเขาต้องฝ่าฟันกับ กับดักแห่งชีวิต ที่ซับซ้อน: พืชกินคน ที่มีพลังอาคม, ภูติพฤกษา ที่โจมตีด้วยภาพลวงตาแห่งความอุดมสมบูรณ์, และ ทางเดินที่บิดเบือน กาลเวลาในที่สุด พวกเขาก็มาถึงแท่นบูชาที่อยู่ใจกลางสวน ที่นั่น ผ้ายันต์ผืนที่ 4 (ผ้ายันต์แห่งการฟื้นฟูชีวิต) เรืองแสงสีทองอร่ามอยู่"เราทำได้แล้วเร็น!" บาระเอื้อมมือไปเก็บผ้ายันต์ไว้ในทันที พลังงานฟื้นฟู ที่อ่อนโยนแต่ทรงพลังแผ่ออกมาจากผ้ายันต์ผืนนั้น ทำให้ความอ่อนล้าของพวกเขาบรรเทาลงทันที"ผืนที่สี่แล้วบาระ" เร็นยิ้มอย่างโล่งอก "เหลืออีกแค่ผืนเดียวเท่านั้น... ผ้ายันต์แห่งการหยุดยั้ง!"บทที่ 2: กับดักมรณะและการถูกจับกุมพวกเขาใช้เวลาพักฟื้นเล็กน้อยในสวนต้องห้าม และใช้ แผนที่สู่จุดเริ่มต้น ที่ได้จากบาลาซาร์นำทาง พวกเขาต้องเดินทางผ่าน ปีกทางทิศใต้ของปราสาท เพื่อไปยังผ้ายันต์ผืนสุดท้ายที่เชื่อว่าถูกซ่อนอยู่ในหอสังเกตการณ์ทิศใต้เมื่อ

  • 5/B ปราสาทต้องคำสาป   ของ10อย่าง

    เร็นและบาระปีนขึ้นไปถึงชั้นบนสุดของหอคอยหลักของปราสาทอย่างทุลักทุเล หลังจากเอาชนะผู้บัญชาการเงา 10 ตนมาได้ พวกเขาทั้งเหนื่อยล้าแต่ก็เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ที่นั่นเป็นห้องขนาดใหญ่ มี คริสตัลเงาสีดำ ขนาดมหึมาลอยอยู่กลางอากาศ มันคือแหล่งพลังงานหลักที่แผ่ความมืดมิดไปทั่วปราสาทเมื่อพวกเขาเตรียมตัวที่จะใช้ ดาบแห่งพันธะสมบูรณ์ ทำลายคริสตัล ทันใดนั้น แสงสีทองอร่าม ก็พลันสาดส่องลงมาจากเพดานผู้พิทักษ์ ตนหนึ่งพลันปรากฏตัวขึ้น! เขาไม่ได้ดูเหมือนปีศาจเงาหรือภูตน้ำแข็ง แต่มีรูปลักษณ์ที่สง่างามราวกับ นักปราชญ์โบราณ ที่ล้อมรอบด้วยอักษรรูนสีทอง"จงหยุด ณ ที่แห่งนี้ ผู้ถูกเลือก" ผู้พิทักษ์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ทรงอำนาจแต่แฝงไว้ด้วยความเมตตา "ข้าคือ 'บาลาซาร์' ผู้พิทักษ์แห่งความสมดุลและหอคอย! ข้ารู้ถึงเจตนาของพวกเจ้า... แต่การทำลายนั้นง่ายเกินไป""เราไม่ได้มาเพื่อต่อสู้กับท่าน บาลาซาร์" บาระกล่าวอย่างระมัดระวัง "เรามาเพื่อหา ผ้ายันต์ผืนที่ 4 และทำลายแหล่งพลังงานที่ชั่วร้ายนี้!"บาลาซาร์ยิ้มอย่างขมขื่น "ผ้ายันต์ผืนที่ 4 ไม่ได้อยู่ที่นี่... แต่มันถูกซ่อนอยู่ใน สวนต้องห้าม และมี กุญแจอาคม ที่จำเป็นในการเปิ

  • 5/B ปราสาทต้องคำสาป   การเบี่ยงเบนเส้นทางและจุดมุ่งหมายใหม่

    เร็นและบาระไม่ได้มุ่งหน้าสู่ สวนต้องห้าม ทันทีตามที่มาวินสั่ง หลังจากเดินทางผ่านอุโมงค์ลับและออกมาสู่ทางเดินหลักของปราสาท บาระหยุดชะงัก"เร็น... ฉันคิดว่าเราไม่ควรไปสวนต้องห้ามตอนนี้" บาระกล่าวขณะที่มองไปยังยอด หอคอยหลัก ที่สูงเสียดฟ้าของปราสาทที่ปกคลุมด้วยเงามืด"ทำไมล่ะบาระ? มาวินสั่งให้เราไป..." เร็นถามด้วยความแปลกใจ"พลังงานมืดมิดที่แผ่ออกมาจากหอคอยนั้น รุนแรงกว่าเดิมมาก" บาระอธิบาย "ฉันสัมผัสได้ว่าพวกมันกำลังใช้หอคอยนี้เป็น ศูนย์กลางพลัง ในการควบคุมปีศาจทั้งหมด! ถ้าเราไปหาผ้ายันต์ผืนที่ 4 ทันที โดยที่ปล่อยให้แหล่งพลังงานนี้ทำงานต่อไป... การต่อสู้ของเราก็จะไม่มีวันสิ้นสุด! เราต้องทำลายมันก่อน!"เร็นมองไปยังดาบแห่งพันธะสมบูรณ์ในมือของเขา ดาบนั้นเรืองแสงสีม่วงอ่อน ๆ ราวกับตอบรับกับความมุ่งมั่นของบาระ"ถูกต้อง! เรามีอาวุธใหม่และทักษะใหม่ที่เพิ่งฝึกมา! เราจะทำลายแหล่งกำเนิดพลังงานนี้ก่อน แล้วค่อยไปหาผ้ายันต์ผืนที่ 4! ไปกันเถอะ... สู่หอคอย!"พวกเขาปีนขึ้นไปยังบันไดวนที่ทอดสู่ด้านบนของหอคอย แต่เมื่อพวกเขาเดินมาถึง ชั้นที่สาม ของหอคอย ทางเดินแคบ ๆ ก็พลันถูกสกัดกั้นด้วย ปีศาจเงา ถึง 10 ตน

  • 5/B ปราสาทต้องคำสาป   คำสั่งจากมาวินและผู้บัญชาการที่รอดชีวิต

    เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากการลงอาคมดาบแห่งพันธะสมบูรณ์เสร็จสิ้น มาวินได้เรียก จอมทัพเกรย์ อดีตผู้บัญชาการกองกำลังรักษาพระองค์ที่เหลือรอดเพียงไม่กี่คน และ อดีตองครักษ์ ที่มีความเชี่ยวชาญด้านอาวุธมาเข้าพบ"จอมทัพเกรย์!" มาวินออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "ดาบแห่งพันธะสมบูรณ์ถูกสร้างขึ้นแล้ว! แต่ดาบที่ทรงพลังนี้จะเป็นเพียงเหล็กไร้ค่า หากผู้ใช้ไม่เชี่ยวชาญ! เจ้าจงใช้เวลา 5 วันเต็ม ในการฝึกฝนเร็นและบาระให้สามารถใช้ดาบนี้ได้อย่างคล่องแคล่วและรู้ถึงขีดจำกัดสูงสุดของมัน!"จอมทัพเกรย์เป็นชายร่างกำยำ มีใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากการสู้รบ แต่ดวงตาของเขายังคงส่องประกายด้วยความภักดีและความมุ่งมั่น เขาคุกเข่าลงต่อหน้ามาวิน"พะยะค่ะ ฝ่าบาท! ข้าน้อยจะทำการฝึกฝนพวกเขาอย่างเข้มงวดที่สุด! พวกเขาจะพร้อมออกรบภายใน 5 วัน!"การฝึกฝนถูกจัดขึ้นในบริเวณที่กว้างที่สุดของห้องโถงแห่งพันธะ ที่นี่กลายเป็น สนามฝึกซ้อมชั่วคราว ที่เต็มไปด้วยเหงื่อไคลและความมุ่งมั่นบทที่ 2: การฝึกฝน 5 วันกับดาบแห่งพันธะสมบูรณ์เป้าหมายหลักของการฝึกฝน 5 วันนี้คือการทำให้เร็นสามารถใช้ดาบได้อย่างเป็นธรรมชาติราวกับมันเป็นส่วนหนึ่งของร่า

  • 5/B ปราสาทต้องคำสาป   คำมั่นสัญญาของช่างตีเหล็ก

    มาวิน, เร็น, และบาระกลับมาถึงห้องโถงแห่งพันธะด้วยความเหนื่อยล้า แต่ก็เต็มไปด้วยความสำเร็จ พวกเขามอบ แร่เหล็กแห่งเงาสะท้อน ที่มีประกายคล้ายกระจกให้แก่ไอรอนฮาร์ท ช่างตีเหล็กผู้ยิ่งใหญ่ไอรอนฮาร์ทรับแร่เหล็กนั้นไว้ด้วยความเคารพ เขาใช้มือที่หยาบกร้านสัมผัสผิวของแร่เหล็กราวกับมันเป็นสมบัติล้ำค่าที่สุด"แร่นี้... เป็นเพียงชิ้นส่วนสุดท้ายที่ขาดหายไป" ไอรอนฮาร์ทกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ "ข้าขอรับรองต่อหน้าเจ้าชายมาวินและผู้ถูกเลือกทั้งสอง... ข้าจะใช้เวลา 3 วันเต็มในการตีเหล็กให้ได้รูปทรง และอีก 1 วันเต็มในการลงอาคมแห่งพันธะสมบูรณ์!"มาวินพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม "ข้าฝากความหวังของอาณาจักรไว้ที่ท่านไอรอนฮาร์ท!""แล้วเราจะทำยังไงในช่วงสี่วันนี้คะ? เราควรไปหาผ้ายันต์ผืนต่อไปเลยไหม?" บาระถามด้วยความกระตือรือร้นมาวินส่ายศีรษะ "ไม่ได้บาระ... การบุกเข้าไปใน สวนต้องห้าม โดยไม่มีอาวุธที่สามารถผนึกพลังมืดมิดได้สมบูรณ์เป็นเรื่องที่อันตรายเกินไป"เอเลน่า ผู้อาวุโสแห่งอาคมก้าวเข้ามาหาพวกเขาด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น "พวกเจ้ายังไม่ได้ใช้เวลาที่นี่อย่างคุ้มค่าเลย... พวกเจ้าอาจได้อาวุธ แต่ คาถาอาค

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status