เข้าสู่ระบบไหนหน้าแนะนำตัวบอกว่า 60-65 แล้วทำไมเปิดออกมามันถึงเป็น49ล่ะคะช่องทางการร้องเรียนเกมไม่ตรงปกนี่อยู่ที่ไหน! ฉันไม่ยอม!!
ดูเพิ่มเติม"Sudah saya bilang kamu tidak usah membuatkan saya makanan. Saya biasa sarapan sama Mauren. Apa kamu tuli?" Suara bariton itu menggema ke seluruh ruangan.
Para pelayan menunduk takut, beberapa yang lain berpura-pura tidak mendengar bos mereka yang sedang marah.Sementara itu, seorang wanita dengan perut buncitnya hanya menghela napas pelan. Ini sudah ke seribu kalinya suaminya menolak 'makanan' yang sudah susah payah ia buat."Oke--""Jalang. Berkali-kali saya bilang. Kalau saya tidak mau melihat kamu di pagi hari! Saya muak melihat wajah kamu! Kamu itu pembawa sial!" maki Mahen cepat."Mas, tap--""Diam kamu! Diam! Saya sudah pernah bilang bukan, kalau setiap pagi saya tidak ingin melihat wajah kamu.""Maaf.""Mulai besok, jangan muncul di hadapan saya lagi. Entah itu pagi, siang atau sore!" titah Mahen tak bisa dibantah.Wanita itu hanya bisa menatap suaminya dengan mata yang berkaca-kaca. Dadanya sesak menahan luka yang terus tergores, bak tergores sembilu. "Dengar pelayan semua! Mulai besok, jangan izinkan si jalang ini masuk ke rumah ini! Jika ada yang melanggar, maka akan saya pecat! Paham?" tanya Mahen pada beberapa pelayan yang berdiri ketakutan. "Apa kalian mengerti?" tanya Mahen sekali lagi dengan suara menggelegar."Mengerti Tuan," jawab mereka serempak.Seakan tak puas memakai istrinya, Mahen membanting hampir semua piring berisi makanan yang sudah dibuat istrinya dengan susah payah.PRANGPRANGMakanan itu kini berserakan di lantai, teronggok menjadi sampah. Padahal makanan itu belum sampai sepuluh menit terhidang. Para pelayan tidak ada yang berani mendekat atau membantah."Aku tidak Sudi memakan makanan dari wanita jalang."Setelah mengatakan itu Mahen segera pergi begitu saja tanpa pamit pada istrinya. Tak lupa sebelum pergi, ia melayangkan tatapan mematikan pada istrinya.Si wanita hanya bisa pasrah dengan kelakuan suaminya. Ia tidak bisa membantah atau melakukan apa pun untuk membela dirinya sendiri. Sambil mengusap air matanya, ia menatap punggung suaminya yang semakin lama semakin menjauh."Nyonya," panggil Bi Murni.Wanita paruh baya itu memeluk dan mengusap bahu Maura pelan. Sedangkan pelayan lain ada yang iba, ada pula yang tersenyum penuh arti. Maura, istri dari Mahen menumpahkan tangisnya dipelukan Bi Murni."Nyonya sabar ya, Tuan masih belum bisa menerima pernikahan ini," ujar Bi Murni menenangkan. "Iya Bi, aku ngerti," jawab Maura pelan.Wanita dengan rambut sebahu itu menghapus air matanya. Ia menatap sendu makanan yang sudah ia buat untuk suaminya kini tergeletak di lantai."Sabar ya Nya, mungkin suatu saat nanti Tuan bisa mencintai Nyonya," hibur Bi Murni.Maura tak menjawab. Sebenarnya ia tak mengharapkan cinta Mahen. Dari awal, ia hanya ingin membuat Mauren menderita. Ia merebut Mahen untuk membuat adik kembarnya menderita. Tetapi sekarang ia sadar semuanya salah, pernikahan ini juga salah.Bukan Mauren yang menderita, tetapi malah dirinya sendiri. Ternyata merebut Mahen, tidak mematikan kebahagiaan Mauren. Nyatanya kini malah hidupnya bak di neraka."Heh Bi. Dia itu Jalang. Bener kata Tuan, calon suami adiknya sendiri kok diembat. Nggak tahu diri. Udah salah masih aja dibela!" sinis Dini. Salah satu pelayan senior selain Bi Murni."Kamu ini dijaga ya ngomongnya. Jangan sembarangan," bela Bi Murni tak suka.Maura menarik tangan Bi Murni agar tak menjawab perkataan Dini."Loh memang nyatanya begitu. Tuan Mahen itu rencananya mau menikah sama Non Mauren. Eh, dia ngerayu, ngejebak Tuan Mahen pake obat perangsang. Jadi hamil deh. Apa Bibi pikir itu wanita baik?"Bi Murni terpaku. Wanita paruh baya itu tak bisa menjawab. Pada kenyataanya, yang Maura lakukan salah. Dulu, ia juga sangat menyukai Mauren. Tetapi entah mengapa yang menikah malah Maura, bukan Mauren.***เบรเดนกำลังผูกผ้าโพกหัวให้กับเจเนวี และนี่คือปัญหาเพราะว่าเขาทำมันได้ยากเย็นมากยิ่งนัก สาเหตุหลักๆ มันมาจากสายตาของเธอที่กำลังจ้องมองหน้าเขาไม่ละสายตาเลย“อย่ามองกันแบบนั้นสิครับ..”ใบหน้าที่แดงระเรื่อของเขามันน่ารักชะมัดเลย ไม่ว่าเราจะอยู่กันกี่ปีแต่ความเขินอายของเขาก็ทำให้เธออดแกล้งไม่ได้ทุกทีเลย“อันที่จริงท่านเจนนี่รออยู่ที่นี่ก็ได้นะครับ วันนี้แดดแรงยิ่งนัก ข้าจะไปขุดหัวมันมาให้ท่านเอง”“ข้าไม่อยากรออยู่เฉยๆ นี่คะ ให้ข้าไปด้วยเถอะนะ เห็นแบบนี้แต่ข้าก็ขุดหัวมันเก่งมากเลยนะ ไม่เชื่อถามมีนาได้เลย”มีนาลาออกจากการเป็นสาวใช้ของท่านแกรนด์ดัชเชสมาสร้างครอบครัวอยู่ที่ชนบท..และเบรเดนพาเธอมาเยี่ยมมีนาทุกปีเลย“ให้ท่านหญิงได้ทำด้วยเถิดเบรเดน แต่ไหนแต่ไหนท่านล้วนแล้วแต่ชื่นชอบการลงมือทำด้วยตัวเองทั้งนั้น”เบรเดนรู้ดีว่าเขาไม่สามารถขัดใจสตรีผู้นี้ได้หรอก“เช่นนั้นตามข้ามาครับ..ต้องรับปากก่อนนะครับว่าหากท่านทนแดดไม่ไหวหรือมีอาการเวียนหัวท่านจะต้องบอกข้าในทันที”“เห็นแบบนี้ข้าแข็งแรงมากกว่าที่เจ้าคิดนะ ไม่อย่างนั้นในปีแรกที่แต่งงานข้าคงจะตายไปแล้ว..”เธอกระซิบบอกเขาด้วยใบหน้าที่ระบายไปด้วยรอยยิ
เจเนวีกำลังนั่งเท้าคางเพื่อมองดูพิธีอะไรสักอย่างที่แม่หมอกำลังทำกับป้ายหลุมศพของท่านอีเรน ส่วนท่านอีริค..เขากำลังตั้งอกตั้งใจมองดูการทำพิธีของแม่หมอมากทีเดียวหรือว่าเขาจะหันมาเอาดีทางด้านการทำนายและการทำพิธีอะไรพวกนั้นกันนะ“พิธีในปีนี้เสร็จแล้วค่ะ..ปีหน้าเราพบเจอกันใหม่นะคะท่านแกรนด์ดัชเชส”อีริคจ่ายเงินให้กับแม่หมอพวกนั้น ส่วนเจเนวีเธอลุกขึ้นแล้วบิดขี้เกียจเพื่อยืดเส้นยืดสาย“วันนี้รอบๆ วิหารมีงานเทศกาลนะคะท่านแกรนด์ดัชเชส หากว่าท่านไม่รีบกลับลองไปเดินเที่ยวดูได้นะคะ”เจเนวีส่งยิ้มให้กับแม่หมอ“ขอบคุณนะคะ ข้าจะลองไปเดินดูสักหน่อย”งานเทศกาลอย่างนั้นหรือ น่าตื่นเต้นชะมัดเลย“คิดอะไรซนๆ อีกรึเปล่าครับ..ที่รัก”คำว่าที่รักที่ถูกเรียกออกมาจากริมฝีปากของท่านอีริคไม่ว่าจะฟังกี่ครั้งก็ชวนให้หัวใจเต้นแรงทุกครั้งสิน่า..เธอจิ้มปลายนิ้วลงบนกรอบแว่นตาของเขา“แล้วจะตีข้ารึเปล่าคะ หากว่าข้าซนน่ะ”อีริคอมยิ้ม เขากระซิบที่ข้างหูของเจเนวีเบาๆ“ตีแน่ๆ ครับ..รับรองได้เลยว่าท่านจะต้องถูกตีที่ก้นแน่ๆ”ความหวานละมุนโอบล้อมรอบตัวเธอเอาไว้ เพียงแค่เขามองสบตามาก็ทำให้เธอรู้สึกเหมือนกับว่าโลกทั้งใบหยุดหมุน
ในชีวิตของเรานั้นจะมีสักกี่คนที่ทำให้เรารู้สึกอยากจะเป็นคนดี แน่นอนว่าในชีวิตของไอแซ็คเขาไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อน ไม่เคยนึกอยากที่จะเป็นคนดีขึ้นในสายตาของผู้อื่น..จนเขาได้มาพูดคุยและทำความรู้จักกับเจเนวีภายนอกนั้นไม่ต้องอธิบายสิ่งใดเพิ่มเติมเลยเพราะว่าเธองดงามชนิดที่ว่าแทบจะละสายตาออกไปจากใบหน้านั้นไม่ได้เลย เป็นความสวยที่เจิดจรัสราวกับดวงดาวที่ค้างอยู่บนฟ้า แต่ทว่าข่าวลือเกี่ยวกับองค์หญิงผู้นั้นไม่สู้ดีเท่าไหร่นัก นางมีดีแค่ความงามและชอบเริงรักกับบุรุษมากหน้าหลายตา..อีกทั้งจีซัสสั่งให้เขาสังหารนาง..แล้วโยนความผิดให้กับแม่เลี้ยงของเขาว่านี่คือการกระทำที่เป็นการทวงคืนอำนาจของอดีตองค์หญิง คราแรกเขาตั้งใจว่าจะทำเช่นนั้นจะสังหารเจเนวีด้วยมือคู่นี้ จัดการนางให้ย่อยยับและสิ้นซาก แต่บังเอิญว่าวันนั้นกลับมีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นกับเราเธอเอายาแปลกๆ ให้เขาทานและนั่นทำให้ส่วนลับของเขาตั้งโด่ขึ้นมาไม่ยอมล้มเป็นระยะเวลาหนึ่งเดือนเต็มๆ นั่นคือเรื่องยุ่งยากมากจริงๆ ในความคิดของไอแซ็ค เขาก่นด่าชื่อของเจเนวีออกมาวันละหลายๆ ครั้งเลยทีเดียวแต่เรื่องราวมันเริ่มเปลี่ยนไปเมื่อเขาและเธอใกล้ชิดกันมากยิ
ชีวิตของฉันเปลี่ยนไปจากเดิมนิดหน่อย..ไม่สิไม่นิดหน่อยเพราะว่ามันเปลี่ยนไปจากเดิมมากทีเดียวข้อแรกหลังจากที่ฉันแต่งงานอย่างเรียบง่ายภายในคฤหาสน์โรแลนด์ที่มีแค่คนรู้จักและคนที่สนิทเท่านั้นที่มาร่วมงาน ท่านอีริคยังคงเป็นคาดินันอยู่เพราะแบบนั้นท่านจึงทำพิธีแต่งงานให้ฉันและท่านไอแซ็คด้วยตัวเองท่านป้ายังคงร้องไห้และก่นด่าท่านไอแซ็คไม่หยุด บ่นว่าท่านไอแซ็คนั้นไม่เหมาะสมกับฉันเลยสักนิดเดียว แต่สิ่งที่ทำให้ท่านยินดีอย่างที่สุดก็หนีไม้พ้นที่ฉันเข้าไปเป็นลูกสะใภ้ของท่านป้า จากหลานเดินทางเข้าสู่การเป็นลูกสะใภ้ ความสัมพันธ์ในครอบครัวของเราก็ยุ่งเหยิงเหมือนสายไฟฟ้าเหมือนกันนะเนี่ยเรื่องภายในระหว่างแม่สามีกับลูกสะใภ้ลืมไปได้เลยจ้าเพราะว่ามันไม่มีเรื่องอะไรแบบนั้นเกิดขึ้นมาแน่ๆ ท่านป้าเลี้ยงเจเนวีมาเองกับมือและรักเจเนวีเป็นที่สุด เพราะแบบนั้นไม่มีทางที่ท่านป้าจะด่าหรือว่าฉันเลย แต่ท่านกลับบ่นท่านไอแซ็คแทน..หลังจากที่ฉันแต่งงานท่านอีริคก็ยื่นเรื่องลาออกจากการเป็นคาดินันต่อวิหาร และเขาได้รับการยินยอมอย่างง่ายดาย นั่นทำให้ตอนนี้ท่านอีริคคือผู้ช่วยของท่านไอแซ็คไปโดยปริยาย เนื่องจากธุรกิจของตระกูลโรแลน
ได้ทีแล้วใส่ร้ายกันใหญ่เลยนะท่านแกรนด์ดยุค“องค์หญิงพ่ะย่ะค่ะ พระองค์ทรงรู้ดีว่าพลังของกระหม่อมในยามนั้นไม่เสถียร..กระหม่อมมิได้ตั้งใจที่จะปกปิดซ่อนเร้นเรื่องพลังต่อพระองค์เลยนะพ่ะย่ะค่ะ”อีริคกล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเสียใจ“ข้าเชื่อท่านอยู่แล้วค่ะ การที่เรากลับมาที่นี่ได้อย่างปลอดภัย
เสียงของเจเนวีนั้นหนักแน่นและเฉียบขาด ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้มันจะสั่นเครือราวกับว่าเธอกำลังร้องไห้แต่ประโยคสุดท้ายที่เธอสั่งให้เขาไป..มันดูเหมือนกับว่าเธอไม่ต้องการเขาแล้วจริงๆแล้ว..เขามีสิทธิ์อะไรไปเจ็บปวดกันนะ ในเมื่อเขาตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะรับใช้องค์รัชทายาท เขาไม่ต้องการถูกตราหน้าว่าตัวเองมีความ
เมื่อเจเนวีลืมตาขึ้นมาอีกครั้งภาพเบื้องหน้าก็ไม่ใช่ในหลุมดักสัตว์อีกแล้ว แต่ทว่าที่นี่คือห้องนอนของเธอที่เรือนรับรองในคฤหาสน์โรแลนด์เมื่อเธอตื่นขึ้น มีนาก็รีบเดินเข้ามาหาเธอในทันทีด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วง“องค์หญิงเพคะ อยากให้หม่อมฉันตามหมอมาตรวจดูอาการหรือไม่”ความอ่อนเพลียปรากฏให้เห็น
สิ่งใดเล่าที่เจ้าอาจหาญเรียกขานมันว่าความผิดบาป สิ่งนั้นมันคือการกระทำชั่วช้าสารเลวหรือว่ามันคือการทำให้ผู้อื่นเจ็บปวดเจียนตาย..คาดินันเอลล็อตยืนมองใบหน้าของเด็กชายผู้หนึ่ง ซึ่งกำลังโอบกอดร่างที่ไร้วิญญาณของมารดา เด็กชายผู้นั้นร่ำไห้ปริ่มจะขาดใจกับการจากไปของท่านแม่ผู้เป็นที่รัก“เด็กน้อย ถึงแม้ว่





