พี่สาวครับ ไหนบอกว่าจะรับผิดชอบไง

พี่สาวครับ ไหนบอกว่าจะรับผิดชอบไง

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2024-12-10
โดย:  ฝากรักไว้ที่ปลายฟ้ายังไม่จบ
ภาษา: Thai
goodnovel18goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
55บท
1.6Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

ข้าจะลงนรกได้ยังไงกัน ในเมื่อมีพี่สาวคนสวยพาขึ้นสวรรค์อยู่ทุกวัน

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

1.เชื่อมั่นในความรัก

Dusun Sentani merupakan dusun terpencil yang terletak di ujung wilayah yang berbatasan dengan hutan yang lebat dan luas. Dusun ini jarang dikunjungi pendatang dari luar kota karena letaknya yang sangat jauh dari desa ataupun kota terdekat. Pendatang dari luar kota yang datang ke dusun ini biasanya bukan berkunjung ke dusun ini untuk menetap atau berjalan-jalan menikmati keindahan dusun ini, melainkan menuju hutan yang terletak di ujung Dusun Sentani.

Sebenarnya pemandangan di dusun ini cukup indah dengan pematang sawah yang bertebaran di sisi kiri dan kanan jalan masuk ke dusun ini. Pepohonan juga tampak asri dengan dedaunan hijau yang sangat menyejukkan mata. pegunungan yang tampak di kejauhan menambah indahnya panorama di dusun ini.

Selain warga dusun, hanya segelintir orang yang mengetahui sejarah Dusun Sentani. Dusun ini tadinya merupakan hutan rimba yang ditebang pepohonannya untuk dijadikan persawahan. Hutan di belakang dusun tidak pernah lagi dimasuki oleh warga dusun karena mereka menganggapnya keramat dan tidak boleh dimasuki. Tapi buat pendatang dari luar kota diijinkan oleh warga asalkan tidak melibatkan warga dusun ini sama sekali serta tidak membuat keributan yang melibatkan warga Dusun Sentani. 

Rumah warga yang agak berjauhan satu sama lain ditambah juga penerangan listrik yang seadanya membuat dusun ini agak gelap gulita di malam hari. Padahal di siang hari pemandangan rumah warga yang terbuat dari kayu ini menambah pesona keindahan dusun ini. Warga dusun sangat ramah satu sama lain, juga terhadap pendatang dari luar kota yang kadang mempunyai kepentingan di hutan ujung dusun ini. Kadang pendatang dari kota ini menyewa kamar kosong di rumah warga hanya untuk menginap beberapa hari sebelum meneruskan perjalanan memasuki Hutan Keramat.

Kadang sampai berhari-hari di hutan, barulah pendatang dari luar dusun ini muncul kembali. Warga dusun tidak peduli dengan yang dilakukan pendatang ini sepanjang tidak mengusik ketenangan mereka. Hutan di ujung dusun memang menyimpan sejuta misteri yang juga tidak ingin diungkit warga dusun karena menyangkut leluhur mereka. Mereka tidak ingin warga di luar Dusun Sentani mengetahui sejarah berdirinya Dusun Sentani yang membuat mereka tetap harus menjaga kelestarian hutan di ujung dusun.

Setelah melalui jalan yang panjang dan masih berupa tanah yang berlumpur saat hujan ini tampak sebuah rumah besar yang sangat berbeda dengan rumah-rumah warga yang terbuat dari kayu. Rumah ini sangat besar dengan bangunan betonnya dan halaman yang sangat luas yang dibatasi dengan gerbang besi di depannya.

Rumah ini terlihat sangat mewah di tengah rumah warga yang biasa saja. Walaupun sudah terlihat kusam dengan cat yang sudah mengelupas namun melihat kokohnya rumah ini dapat dipastikan rumah ini dahulu adalah rumah yang megah yang memiliki halaman yang cukup luas untuk ukuran rumah di desa. Rumah ini juga menandakan kalau pemiliknya adalah warga Dusun Sentani yang kaya raya.

Sayangnya rumah ini sekarang sudah tidak berpenghuni lagi. Tampak semak belukar yang sudah tinggi menutupi keseluruhan halaman rumah ini. Bahkan jalan menuju pintu depan rumah juga terhalang rumput yang tinggi. Tidak ada yang tahu siapa yang menjadi pemilik rumah ini sebelum rumah ini menjadi rumah kosong. Menurut cerita rumah ini pernah dimiliki saudagar kaya yang memiliki perkebunan di Dusun Sentani. Ada juga yang mengatakan rumah ini milik orang kaya yang sudah tidak tinggal di dusun ini lagi. Lambat laun cerita inipun menghilang dan hanya meninggalkan kesan menyeramkan di dusun ini jika malam mulai menjelang dan jalanan di depan rumah kosong ini menjadi gelap gulita.

Tidak ada penduduk dusun yang berani mendekati rumah ini jika hari sudah malam. Cerita yang beredar menyebutkan kalau ada warga Dusun Sentani yang melihat penampakan wanita cantik berambut panjang dan berpakaian serba merah dengan gaun panjangnya yang duduk di teras rumah. Ada juga cerita yang menyebutkan melihat raksasa besar yang menjadi penunggu pohon beringin besar yang tumbuh di halaman rumah ini. Ada juga yang sering mendengar suara seperti desahan dan bisikan yang pelan yang berasal dari dalam Rumah Kosong ini. Masih banyak cerita-cerita seram yang beredar di dusun ini namun tidak ada yang terbukti kebenarannya sampai saat ini.

Rumah di sebelah Rumah Kosong ini juga merupakan rumah yang cukup besar walaupun tidak sebesar rumah di sebelahnya. Berbeda dengan rumah sebelahnya yang tampak kusam tak terawat, rumah ini begitu kontras dengan cat warna-warninya yang menambah keindahan rumah ini. Halamannya pun dipenuhi tanaman bunga dan tanaman buah yang terawat rapi. Rumah ini tampak bersih walaupun banyak pepohonan dan taman bunga di halaman rumah.

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
55
1.เชื่อมั่นในความรัก
เลดี้ทีเซียสมีนามว่าเฟรญ่า น้องสาวเพียงผู้เดียวของดยุคมาทอส ทีเซียส กิจการกว่าครึ่งในจักรวรรดิคือกิจการของตระกูลทีเซียส หากจะถามถึงความร่ำรวยแน่นอนว่าทีเซียสนั้นแทบจะร่ำรวยมากเสียยิ่งกว่าองค์จักรพรรดิและตลาดสมรสในปีนั้น เหล่าบุรุษต่างจับจ้องมองมาที่สตรีเพียงผู้เดียวนั่นคือเลดี้ทีเซียสผู้มีเรือนผมสีเงินที่แสนจะโดดเด่น ใบหน้าของเฟรญ่านั้นถือเป็นสตรีผู้งดงามตามแบบฉบับของตระกูลทีเซียสที่ได้ชื่อว่างดงามหมดจดดุจพระเจ้าทรงปั้นทว่าในวัยเด็กเฟรญ่าประสบอุบัติเหตุในระหว่างการเดินทาง ทำให้ขาข้างซ้ายของเธอเดินเหินไม่สะดวกเท่าไหร่ เธอจะต้องใช้ไม้เท้าในการช่วยพยุง บาดแผลในวัยเด็กถึงแม้ว่าจะสาหัส แต่เพราะว่าเธอมีพี่ชายและพี่สะใภ้ที่ดีมาก ทำให้เฟรญ่าไม่ได้สนใจเรื่องที่ตัวเองนั้นเหมือนสินค้าที่มีตำหนิ“เจ้าไม่รู้หรอกว่าข้าอับอายมากแค่ไหนเมื่อตระกูลจามินของเรามีงานเลี้ยง แล้วแกรนด์ดัชเชสเดินลงมาด้วยขาที่พิการเช่นนี้น่ะ..”เฟรญ่าคิดว่าความรักของเธอมันจะเหมือนกับในนิยายที่เคยได้อ่าน ความรักที่สวยเหมือนกับของพี่ชายและท่านพี่เจนนีสแกรนด์ดยุคจามินคือเครือญาติที่แสนเก่าแก่ของราชวงศ์ และท่านแอชตันคือคู่ครอง
อ่านเพิ่มเติม
2.ลางร้าย
“ท่านแกรนด์ดยุคครับ ที่คุกใต้ดินเกิดระเบิด ท่านแกรนด์ดัชเชส..เสียชีวิตแล้วครับ”แอชตันหันไปมองทหารของเขาด้วยแววตาที่เบิกกว้างขึ้นมา แก้วสุราที่อยู่ในมือตกกระทบพื้นจนแตกกระจาย“เจ้าตรวจสอบดีแล้วอย่างนั้นหรือ เฟรญ่านาง..ตายแล้วจริงเหรอ?”ท่าทางของแอชตันมันราวกับว่าเขาจะทรุดฮวบลงไปตรงนั้น“คะ..ครับ ถึงแม้จะมีเหตุระเบิดและไฟไหม้แต่ทหารของเราดับไฟได้ทัน ท่านแกรนด์ดัชเชสไม่ได้เสียชีวิตจากการถูกไฟคลอก แต่ท่าน..ใช้ดาบปลิดชีพตัวเองครับ”แอชตันตกใจจนเกือบจะกัดลิ้นของตัวเอง ดวงตาปรากฏแววตื่นตระหนกเฟรญ่าตายแล้ว..เช่นนั้นเงินที่เขาจะได้จากทีเซียสก็..“นิ้ว!!..นิ้วมือของนางล่ะ นิ้วมือของนางยังอยู่หรือไม่ เอาแค่นิ้วของนางก็พอแล้ว”แค่มีนิ้วมือของนางมาประทับตราลงไปบนหนังสือรับเงิน แค่เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว ลูกของเขาและดาเนียกำลังจะเกิดอีกไม่กี่วัน เขาไม่ต้องการให้ทายาทของเขาเกิดมาด้วยความลำบาก เพราะอย่างนั้นเขาจะขาดเงินตรงนี้ไปไม่ได้อย่างเด็ดขาด..ทหารคนสนิทขบกัดริมฝีปากแน่น นี่คือท่านแกรนด์ดยุคที่เขาเชื่อมั่นอย่างนั้นหรือ? ภรรยาตายแต่ไม่เสียใจแม้แต่น้อย“เจ้าจะเอานิ้วนางไปรับเงินจากดยุคทีเซียสอย่างน
อ่านเพิ่มเติม
3.นักเดินทาง
เอาล่ะ มาลองเรียบเรียงเรื่องราวต่างๆ ที่มันเกิดขึ้นมาแล้วก่อน ฉันไม่ควรแต่งงานกับแอชตันอีกครั้ง นี่คือเรื่องเร่งด่วนที่ควรทำที่สุดในตอนนี้ เพียงแต่เพราะว่าแอชตันคือตระกูลแกรนด์ดยุคเนี่ยนะสิ เขาไม่ได้มีเงินทองและอำนาจมากเทียบเท่าตระกูลทีเซียส แต่ถึงอย่างนั้นในสายตาของประชาชนของที่นี่ อย่างไรเสียตระกูลทีเซียสก็ไม่สามารถหักหน้าตระกูลจามินได้..การยกเลิกพิธีหมั้นหมายนั้นอาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิด..ไม่สิ หากว่าเป็นท่านพี่มาทอสแล้วละก็ ท่านพี่จะต้องยกเลิกการหมั้นหมายในทันทีที่เธอบอกว่าไม่อยากจะแต่งงานกับแอชตันแล้ว แต่ผลที่ตามมาคือเกียรติและชื่อเสียงของทีซียสที่จะต้องเสียไป..การตัดสินใจหมั้นหมายกับแอชตันมันคือความคิดและการกระทำโง่ๆ ของเธอ ที่ครั้งหนึ่งเคยหลังรักเขาจนหูหนวกตาบอด และในครั้งนี้เธอจะต้องแก้ไขเรื่องราวที่เธอก่อเอาไว้ โดยไม่ให้กระทบกระเทือนชื่อเสียงของทีเซียสและของท่านพี่มาทอสเฟรญ่าตั้งใจเอาไว้แล้วว่าในครั้งนี้ ชีวิตของเธอจะต้องไม่เหมือนเดิม..“ออกเดินทาง? ให้ตายเถอะเจ้าจะไปที่ไหนกัน”มาทอสเอ่ยถามน้องสาวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตกใจ ครั้งหนึ่งเขาเคยเกือบจะเสียนางไปจากความเคียดแ
อ่านเพิ่มเติม
4.ไม่ได้พูดเล่น
เมืองเล็กๆ ในหุบเขาที่มีบรรยากาศดีเยี่ยมในการพักผ่อน เฟรญ่ามาที่นี่ตั้งแต่เมืองสองปีก่อน เธอตั้งใจว่าจะพักผ่อนเป็นการชั่วคราว แต่ทว่าเธอดันชอบบรรยากาศความเงียบและความอบอุ่นของที่นี่มากทีเดียว ในระหว่างที่พักอยู่ที่นี่ ก็มีเจ้าของโรงแรมประกาศขายโรงแรมเพราะว่านางจะแต่งงานแล้วย้ายไปอยู่ที่เมืองอื่นกับสามี เฟรญ่ามองว่านั่นคือโชคชะตาล่ะแน่นอนว่าเงินที่เธอมีในบัญชีนั้น เธอไม่ต้องทำงานจำนวนเงินในนั้นก็เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ แบบไม่มีวันกินใช้จนหมดเลยด้วยซ้ำ เพราะมันถูกฝากเข้าเรื่อยๆ จากท่านพี่มาทอสแต่เฟรญ่าชอบที่นี่ เธอถึงได้ตัดสินใจซื้อโรงแรมนี้ต่อจากเจ้าของคนเก่า และปรับปรุงใหม่เพื่อให้โรงแรมแห่งนี้เหมาะสมกับบรรยากาศที่จะต้อนรับนักเดินทางต่างๆ ที่หลั่งไหลเข้ามา“มีห้องพักว่างรึเปล่าครับ”เฟรญ่าส่งยิ้มให้กับทหารรับจ้างคนหนึ่งที่เดินเข้ามาถาม“ไม่ทราบว่าอยากจะได้ที่พักกี่ห้องคะ”“สี่ห้องครับ ขอห้องที่ดีที่สุดสำหรับหัวหน้าของเราด้วย”เฟรญ่าหยิบตารางการเข้าพักขึ้นมาดู ปกติแล้วเธอไม่ได้เป็นพนักงานต้อนรับด้วยตัวเอง เพราะจะมีเกรซเป็นคนรับหน้าที่นี้ แต่เพราะว่าวันนี้ในหมู่บ้านมีงานเลี้ยงฤดูเก็บเกี่ยว
อ่านเพิ่มเติม
5.หรือเธอควรจะหนีไป
“นายหญิงครับ..”เสียงเรียกนั้นดึงความสนใจของทั้งเฟรญ่าและมาร์เซลไปไว้ที่ชายผู้เดินเข้ามาใหม่ แน่นอนว่าชายผู้นั้นมองหน้ามาร์เซลอย่างไม่ไว้ใจสักเท่าไหร่“อ่า..มาพอดีเลยสินะเบน ฝากเจ้าพาแขกของเราไปที่ห้องพักหน่อยสิ”เฟรญ่ารีบกล่าวออกมาพร้อมกับเดินออกไปจากเคาน์เตอร์ต้อนรับในทันที มาร์เซลมองตามแผ่นหลังบางของเธอ และเมื่อเห็นจังหวะการก้าวเดินที่มันผิดปกติ บวกกับมือที่ถือไม้เท้าช่วยพยุงแววตาของมาร์เซลก็หรี่ลงมาเล็กน้อย ได้โอกาสหนีพอดีเลยสินะ พอมีคนเข้ามาใหม่เธอถึงได้ไม่หันมองหน้าเขาแม้แต่นิดเดียวฉับพลันดวงตาของมาร์เซลก็เปลี่ยนเป็นประกายแวววาว เขาว่าจะอยู่ที่นี่ต่ออีกหน่อย เห็นทีว่าระยะเวลาเพียงหนึ่งเดือนคงจะไม่นานพอให้ได้เล่นสนุกซะแล้วสิเฟรญ่าเดินออกมาจากโรงแรม เธอมีบ้านอยู่ที่นี่เป็นบ้านหลังเล็กๆ ที่อยู่ถัดจากโรงแรมไปอีกหน่อย ตลอดระยะเวลาสองปีที่ผ่านมาเธอติดตามข่าวของแกรนด์ดยุคจามินอย่างใกล้ชิด ปกติแล้วในช่วงเวลานี้เขาจะต้องเดินทางไปที่เมืองหลวงเพื่อไปอยู่ที่เมืองหลวงนานแรมปีเพราะคำสั่งขององค์จักรพรรดิ ทว่าเธอไม่ได้ยินข่าวเรื่องการเดินทางนั้นของแอชตันเลย ไม่ได้ยินคำสั่งขององค์จักรพรรดิด้วย
อ่านเพิ่มเติม
6.พูดเองนะ
ทั้งๆ ที่คิดว่าจะหลบหนีไปจากตรงนั้น แต่เมื่อถึงเวลาจริงๆขาทั้งสองข้างของเฟรญ่ามันกลับก้าวเดินไม่ออก เธอกำไม้เท้าเอาไว้ในมือแน่น เมื่อเขาเดินมาประชิดตัวด้วยท่าทีหอบเหนื่อย“เฟรญ่า..จะ..เจ้าหายไปไหนมา!! แล้วมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นระหว่างเรากัน ก่อนการตกลงหมั้นหมายเจ้ากับข้าเราสองคนยังรักกันอยู่ดีๆ อยู่เลย แล้วทำไม..”“ท่านแกรนด์ดยุค สำหรับข้าแล้ว เรื่องของเรามันเป็นเพียงเรื่องราวที่ผ่านมาแล้วเท่านั้น ทั้งสองฝ่ายลงนามบนหนังสือถอนหมั้นเรียบร้อย ข้าและท่านในยามนี้เปรียบเสมือนคนแปลกหน้า ข้ามาเที่ยวที่นี่เพื่อต้องการมองดูบรรยากาศที่แสนสนุกสนานของงานเทศกาล เราต่างคนต่างไปเถอะนะคะ..”แอชตันเอื้อมมือมาจับข้อมือของเฟรญ่าเอาไว้แน่น สีหน้าของเขามันเต็มไปด้วยความวิงวอนและขอร้อง ดวงตาของแอชตันแดงก่ำราวกับว่าเขากำลังจะร้องไห้ออกมาจนถึงตอนนี้การแสดงของเขา..ยังคงนับว่ายอดเยี่ยมเหมือนเดิมเลยสินะ เขาทำแบบนี้ได้อย่างไรกัน แสดงออกมาราวกับว่ารักเธอจริงๆ ..“เฟรญ่า..ข้าไม่เคยลืมเจ้าได้เลยแม้แต่วันเดียว ท่านแม่และแครอลลีนอยากเจอเจ้ามากนะ ครอบครัวของข้าทุกคนเลยอยากจะพบเจอเจ้าอีกครั้ง กลับไปที่จามินกับข้าได้ไหม
อ่านเพิ่มเติม
7.อัดอั้นอยู่ในใจ
เพราะเหล้ารัมที่ดื่มเข้าไปหลายแก้ว และเพราะจิตใจที่ไม่มั่นคงของเฟรญ่า นั่นทำให้เธอคิดว่าเธออยากจะหลบหนีไป..ถึงแม้ว่าเธอจะหนีมามากพอแล้วก็ตามดวงตาของมาร์เซลเบนสายตามองใบหน้าที่กำลังขึ้นเป็นแดงระเรื่อของฤทธิ์ของสุรา ดวงตาสีน้ำทะเลของเธอฉ่ำวาวและปรือปรอยทว่าในแววตานั้นมีความโศกเศร้าที่ราวกับว่าเธอพร้อมจะตายได้ทุกเมื่อ สตรีอายุไม่น่าจะเกินยี่สิบห้าแต่มีแววตาราวกับสตรีที่มีอายุมากกว่านั้นตัวแปรในเรื่องนี้คือแกรนด์ดยุคจามิน อย่างงั้นเหรอ เขาคนนั้นสามารถทำให้ใบหน้าที่งดงามของพี่สาวคนสวยเต็มไปด้วยร่องรอยความเศร้าหมองขนาดนี้เลยหรือ?“ทำไมถึงอยากจะหนีล่ะครับ”“...ข้าคิดว่าทหารรับจ้างจะยอมทำตามสิ่งที่ว่าจ้างทุกอย่างซะอีก”มาร์เซลส่งเสียงร้อง “หึ” ออกมาเบาๆ“นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนว่าจ้างให้ข้าลักพาตัว..ตัวเองนะครับ คำสั่งที่ไม่เคยทำมาก่อน ข้าจะต้องสอบถามรายละเอียดให้ดีหน่อยสิ”ร่างกายของเฟรญ่าโอนเอนเล็กน้อยขณะพูด เธอซบใบหน้าลงบนฝ่ามือของตัวเอง“นี่คือความรู้สึกแบบไหนกันครับ การหลบหนีของท่านมันคือการหลบหนีเพราะว่าท่านทำผิดอย่างนั้นหรือ?”“ไม่ใช่นะ! ข้าไม่ได้ทำผิดเลย!!”เป็นอีกฝ่ายต่างหากที่ทำผิด
อ่านเพิ่มเติม
8.ทำกันสองคนก็พอ
บนใบหน้าหล่อเหลาเผยให้เห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความคาดไม่ถึง เพราะที่เขามองเห็น..สตรีเบื้องหน้านั้นงดงามมากทีเดียว นางสวย เก่งและดูเข้มแข็งมากในสายตาของเขา ทว่ามาร์เซลไม่รู้มาก่อนเลยว่าภายในของนางจะแตกสลายถึงเพียงนี้“เรื่องนั้น..พี่สาวผ่านมันมาแล้วนี่ครับ”เธอผ่านมันมาแล้ว เพราะแม่เลี้ยงเสีย และพี่ชายที่ยืนหยัดปกป้องเธอมาช่วยเหลือเอาไว้ แต่กว่าที่เธอจะกลับมายิ้มได้อีกครั้งมันใช้เวลานานมากทีเดียว เธอคิดว่าเรื่องร้ายๆ ในชีวิตมันผ่านไปหมดแล้ว จนได้พบเจอกับบ้านของแอชตันเธอถามตัวเองทุกวันว่าทำไมถึงเป็นเธอที่จะต้องพบเจอเรื่องราวที่แสนเลวร้ายพวกนี้ซ้ำๆ เธอทำอะไรผิดหนักหนาถึงไม่ได้รับอนุญาตให้มีความสุข..บางทีการย้อนเวลากลับมานี้ พระเจ้าอาจจะได้ยินเสียงก่นด่าของเธอก็เป็นได้ เธอถึงได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง และสามารถเลือกทางเดินชีวิตของตัวเองได้“ข้าเคยฝัน..มันเป็นความฝันที่ยาวนานราวกับลางบอกเหตุ ข้าเชื่อมั่นในความรักและอยากจะมีความรักกับบุรุษสักคน เพียงแต่ในบ้านของชายที่ข้ารัก มีแม่ของเขาที่นิสัยเหมือนกับแม่เลี้ยงของข้า มีน้องสาวที่ชอบแย่งข้าวของทุกอย่างของข้าไป ส่วนสามีก็มีภรรยาคนใหม่ พวกเขาเ
อ่านเพิ่มเติม
9.น่าสนุก
ในตอนแรกเรายื้อกันอยู่พักหนึ่ง เพราะว่าเฟรญ่ายืนยันว่าเธอจะเดินเอง ทั้งๆ ที่ทรงตัวเองไว้แทบไม่อยู่ ส่วนมาร์เซลเขาได้แต่ยืนอยู่ข้างๆ เธอ วงแขนแสนอบอุ่นนั้นกำลังโอบเอวของเฟรญ่าเอาไว้หลวมๆ และคอยประคองร่างเล็กๆ นั่นให้อยู่ในอ้อมแขนของเขาบนใบหน้าหล่อเหลานั้นระบายรอยยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู เพราะในยามที่สตรีในอ้อมแขนไม่ได้เมา เธอมักจะทำตัวสง่างามและตั้งกำแพงใส่เขาอยู่เสมอ แต่ในยามนี้ไม่ได้เป็นเช่นนั้น พี่สาวคนสวยดูเหมือนเด็กสาวตัวน้อยที่กำลังเอาแต่ใจ“ให้ข้าอุ้มไปเถอะครับ..พี่ไม่อยากให้ถึงบ้านของพี่เร็วๆ รึไง”เธอช้อนสายตามองหน้าเขาอีกครั้ง ในมือของมาร์เซลถือไม้เท้าของเธอเอาไว้ เขาใช้ตัวเองในการช่วยประคองเธอให้เดินไปข้างหน้าได้ใบหน้าขึ้นเป็นสีกุหลาบเพราะในยามนี้เฟรญ่ากำลังรู้สึกอับอายเป็นอย่างมาก..เธอขบกัดริมฝีปากบางจนมันช้ำเลือด“คิดอะไรอยู่กันครับ”สุดท้ายเป็นมาร์เซลที่ทนไม่ไหว เขาก้มตัวลงเล็กน้อยก่อนจะช้อนร่างกายของเฟรญ่าขึ้นมาอุ้มเอาไว้ในอ้อมแขน“เจ้าทำให้ข้ารู้สึกอับอาย..”มุมปากของมาร์เซลยกสูงขึ้นมา“อับอายหรือว่าเขินอายกันครับ ถึงแม้ว่าจะอายเหมือนกันแต่ความรู้สึกมันแตกต่างกันมากเลย
อ่านเพิ่มเติม
10.ไม่ปล่อยแน่
นี่มัน..อะไรกัน? คำถามมากมายกำลังผุดขึ้นมาในใจพร้อมกับดวงตาที่เบิกกว้างของเฟรญ่าเขาจูบเธอทำไมกัน แล้ว..เธอไปจูบเขาตอบทำไม? ในหัวรู้สึกสับสนมึนงงอย่างน่าประหลาด ริมฝีปากของเธอเม้มๆ คลายๆ ด้วยความชั่งใจ“ข้าพึ่งเคยลิ้มรสสุราที่หวานขนาดนี้เป็นครั้งแรกเลยนะครับ เห็นทีว่าจะต้องมากินบ่อยๆ ซะแล้ว”เมื่อเขากล่าวจบใบหน้าของเธอก็ร้อนผ่าวขึ้นมา วันนี้เธอดื่มไปมากพอสมควร แต่ถึงแม้ว่าเธอจะเมามากแค่ไหนเรื่องใบหน้าที่แสนหล่อเหลาของเขา ฤทธิ์ของสุราที่ร้ายกาจก็ยังไม่อาจลบความน่ารักไปจากใบหน้าของเขาได้เลยเดี๋ยวนะ..นี่เธอคิดอะไรกันวะเนี่ย!!“สัญญา! ข้าต้องการประทับตราลงไปบนสัญญาให้เร็วมากที่สุด ในยามนี้ก็ดึกมากแล้ว เจ้าควรจะกลับไปพักที่โรงแรม..”มาร์เซลแย้มยิ้มออกมา“หากพี่สาวรีบถึงขนาดนั้น เรารีบประทับตราลงไปบนหนังสือสัญญาเลยก็ได้ รอข้าสักพักนะครับ”เขาเดินไปหยิบกระดาษที่วางเอาไว้บนโต๊ะทำงานของเธอขึ้นมาก่อนจะขีดเขียนข้อความลงไปในบนนั้น มาร์เซลยื่นกระดาษให้เฟรญ่าพร้อมกับปากกาขนนกเพื่อให้เธอเขียนชื่อตัวเองลงไปฉิบหายแล้วไง นี่เธอ..มองตัวหนังสือพวกนี้แทบไม่รู้เรื่องเลย อีกทั้งในหัวยังรู้สึกสับสนมึนงงจนแ
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status