Masukแกร๊ก~
"...พี่องศา!" ฉันเอ่ยชื่อคนตรงหน้าพร้อมกับพุ่งตัวเข้าไปกอดเขาไว้แน่น "เกิดอะไรขึ้น...ของขวัญ" สัมผัสได้ว่ามือหนาพยายามจะดันตัวฉันออกห่าง แต่เป็นฉันเองที่ยังกอดเขาไว้แน่น ปล่อยเสียงสะอื้นให้ดังออกมาพร้อมน้ำตา "นะ หนูฝันร้าย" ใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตาเงยขึ้นมองสบตากับคนที่กำลังมองหน้าฉันอย่างงุนงง คิ้วดกเข้มขมวดเข้าหากัน กลิ่นแอลกอฮอล์ส่งผ่านในยามที่คนตัวโตถอนลมหายใจออกมา "ทำไมถึงไม่ยอมมาสักที หนูรอพี่ตั้งนาน" "พี่บอกว่าถ้าได้กลับ นั่นก็แปลว่าอาจจะกลับหรือไม่กลับก็ได้" "หนูผิดเองที่เป็นฝ่ายรอใช่ไหม" ฉันตัดพ้อออกมาอย่างน้อยใจ ความกลัวยังคงประเดประดังเข้ามาในความรู้สึก ฝันร้ายยังฉายซ้ำอยู่ในหัว เกือบนาทีที่เขาเลือกที่จะมองหน้าฉัน สุดท้ายก็ถอนหายใจแล้วยอมดึงมือฉันกลับเข้าไปในห้องตามเดิม "พี่เอารถมาส่ง" "ทำไมถึงไปนาน เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่าคะ" "...ดื่มต่อกับเพื่อนนิดหน่อย" น้ำตาเม็ดโตหยดลงเมื่อพี่องศาจบประโยค ในมือของเขามีเพียงรีโมทรถยนต์ของฉัน ไม่มีข้าวเหมือนที่เขาบอกว่าจะซื้อมาให้เหมือนที่บอกในตอนแรก บางทีเขาอาจจะลืมเรื่องที่คุยกับฉัน ตั้งแต่ตอนที่ก้าวออกไปจากห้องนี้แล้วด้วยซ้ำไป "ทำไมตัวสั่นขนาดนี้ แค่ฝันร้ายน่ะเหรอ" "มันน่ากลัวมาก" "อย่าคิดมากขนาดนั้นสิของขวัญ ความฝันมันเป็นแค่เรื่องที่เกิดขึ้นในตอนที่เราหลับ ไม่ใช่เรื่องจริง" "แต่ทุกอย่างมันเหมือนจริงมาก หนูกลัวมาก หนูเกือบไม่ได้กลับมาเลยนะ" เสียงสะอื้นหลุดออกมาพร้อมคำพูดที่แฝงไว้ด้วยความหวาดกลัว ฉันไม่เคยลืมว่าช่วงเวลาให้หลังฉันฝันร้ายมาโดยตลอด ฝันทำนองนี้ซ้ำๆ ฝันว่าเจอคนแปลกหน้า คนเหล่านั้นพยายามจะพาฉันไปที่ไหนสักที่ พยายามหยิบยื่นสิ่งของให้ น่าแปลกที่ทุกครั้งที่ฉันฝันร้าย คนเดียวที่ปรากฏตัวในฝันกลับเป็นข้าวสวย พี่สาวที่จากโลกนี้ไปแล้ว เป็นเขาที่คอยไปอยู่เป็นเพื่อน เป็นคนเข้ามาขับไล่คนแปลกหน้าที่พยายามเข้ามาวุ่นวายกับฉัน มันเป็นเรื่องแปลกที่ฉันไม่สามารถหาคำตอบได้เลยว่าเพราะอะไรฉันถึงต้องฝันแบบนี้ซ้ำๆ "โบราณบอกว่าฝันร้ายจะกลายเป็นดี" น้ำเสียงที่เหนื่อยมากพยายามปลอบฉัน หากเทียบกับความน่ากลัวที่ฉันเพิ่งเผชิญมามันไม่สามารถลบล้างกันได้เลย "คืนนี้พี่อยู่ที่นี่ได้ไหมคะ" "ผู้หญิงกับผู้ชายไม่เหมาะที่จะอยู่ด้วยกัน" "แต่เราเป็นคู่หมั้นกันนะคะ หนูกลัว หนูไม่ถือ อยู่เป็นเพื่อนหนูหน่อยได้ไหม หนูขอร้อง" ฉันคว้ามือของพี่องศามาจับเอาไว้แน่น เผลอออกแรงบีบเพราะความกลัวกลับมาทำงานอีกครั้ง เพียงแค่คิดว่า เขาจะไม่อยู่เป็นเพื่อนฉันเด็ดขาด เขาจะปฏิเสธและทำทุกทางเพื่อให้ได้กลับไป "หนูขอร้อง และสัญญาว่าต่อจากนี้หนูจะไม่งี่เง่า จะไม่เรียกร้องอะไรจากพี่เด็ดขาด จะไม่ทำตัวน่ารำคาญให้พี่ต้องลำบากใจอีกเลย" "...อืม" เสียงตอบรับดังขึ้นอย่างแผ่วเบา พี่องศาอาจจะไม่ได้เต็มใจ กลับกันฉันกลับรู้สึกอุ่นใจมาก สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและปลอดภัย น่าแปลกที่ฉันมั่นใจว่าถ้าพี่องศาอยู่ตรงนี้ฉันจะไม่ฝันร้ายซ้ำ ตอนนี้แค่เขาคนเดียวที่ฉันต้องการ ความหวาดกลัวที่เกาะกุมอยู่ในใจทำให้ฉันนั่งมองประตูห้องน้ำตลอดเวลา นับนาทีและแทบนับวินาทีรอด้วยซ้ำ จนกระทั่งประตูห้องน้ำถูกเปิดและร่างสูงโปร่งก้าวขาออกมา พี่องศาชะงักไปเมื่อถูกฉันจ้องมอง ร่างสูงก้าวออกมาจากห้องน้ำด้วยสภาพพันผ้าขนหนูผืนเดียวรอบเอวสอบพอหมิ่นเหม่ "ทำไมถึงยังไม่นอน" "หนูรอพี่" "พี่จะออกไปนอนที่โซฟา" "นอนที่เตียงไม่ได้เหรอคะ" "พี่เป็นผู้ชาย" "หนูอยู่คนเดียวไม่ได้" เสียงสะอื้นพานให้คนตัวโตถอนลมหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย เขาเหมือนคนที่กำลังคิดเรื่องบางอย่างอยู่ในหัว บางทีเขาอาจจะไม่ได้อยากอยู่ที่นี่เลยสักวินาที "อยากให้อยู่ก็ยอมอยู่ให้แล้ว ไหนบอกจะไม่เรียกร้องไง" ฉันกัดปากตัวเองอย่างแรง มองร่างสูงที่ก้าวเข้าไปในห้องแต่งตัวตาละห้อย เพราะอะไรคู่หมั่นหนุ่มถึงไม่ใยดีเธอขนาดนี้ ทำไมไม่ใจดีและทำเหมือนรักกันออกมาบ้างเลย! [ END ] -องศา- ผมจัดการตัวเองในห้องแต่งตัวโทนสีชมพูของคนที่อยู่ในสถานะคู่หมั้น กวาดสายตามองเครื่องสำอางที่วางอยู่ตรงหน้า ไม่รู้เลยว่าอันไหนคือครีมบำรุงผิวหน้า สุดท้ายทำได้เพียงบีบครีมบำรุงผิวกายใส่ฝ่ามือก่อนจะลูบไล้ไปที่ใบหน้าของตัวเอง กลิ่นหอมของโลชั่นบำรุงผิว เป็นสัญญาณที่ทำให้รู้ตลอดเวลาว่ารอบตัวผมตอนนี้มีสตรีเพศ ยิ่งมองเห็นเสื้อผ้าและเครื่องแต่งตัวของคู่หมั้นสาว มันยิ่งย้ำชัดว่าบางสิ่งบางอย่างที่ผมอยากทำ มันไม่ใช่เวลาที่ผมควรทำ ผมไม่มีสิทธิ์ชัดเจนต่อความรู้สึกของตัวเองถ้ายังมีของขวัญอยู่ในชีวิต! ผมก้าวขาออกมาจากห้องแต่งตัวด้วยการสวมใส่กางเกงยีนส์ขายาวตัวเดิมเพียงตัวเดียว ตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อมองเห็นร่างบอบบางยืนชืดขอบเคาน์เตอร์ในห้องครัว ในมือมีแก้วเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ของขวัญยกขึ้นดื่มรวดเดียวหมดก่อนจะรินจากขวดใหม่ สีหน้าเครียดและหลุดความหวาดกลัวออกมาค่อนข้างชัดเจน "นี่มันจะตีสี่แล้วนะ ทำไมถึงยังไม่นอน" "...หนูไม่กล้านอน" "ของขวัญ!" "ถ้าเช้าแล้วพี่กลับเลยก็ได้นะคะ เช้าเมื่อไหร่หนูจะนอนเอง" ขอบตาที่แดงก่ำ ตากลมที่มีน้ำใสๆ หล่อเลี้ยงอยู่ในนั้นบ่งบอกว่าคนตัวเล็กร้องไห้ แค่ฝันบ้าบอที่พอฝันเสร็จก็ต้องตื่น ทำไมของขวัญถึงต้องกลัวขนาดนี้ อย่าบอกนะว่าแค่เรียกร้องความสนใจ! "พรุ่งนี้ไม่มีเรียน?" "หนูเคลียร์ได้" "ต้องการอะไรกันแน่บอกมาเลย" "เลิกทำเหมือนรำคาญหนูสักทีได้ไหม หนูจำไม่ได้เลยว่าก่อนที่หนูจะเกิดอุบัติเหตุ เมื่อก่อนความสัมพันธ์ของเรามันเป็นยังไง เรารักกันแบบไหน พี่เย็นชากับหนูแบบนี้ตลอดเลยเหรอ ถ้าใช่...แล้วทำไมพี่ถึงไม่ขอให้เราเลิกกัน พี่จะได้ไปทำในสิ่งที่พี่อยากทำ สิ่งที่ไม่ต้องฝืนความรู้สึกเหมือนอย่างตอนนี้นี่ไง" "ต้องทำแบบไหนถึงจะพอใจ" ร่างบางถูกกระชากเข้ามาหาตัวอย่างแรงจนแก้วในมือของขวัญร่วงลงสู่พื้น แต่มันกลับเรียกความสนใจไปจากผมและเธอไม่ได้เลย "พี่บอกหนูได้ไหมล่ะว่าตอนนี้พี่รู้สึกยังไงกันแน่ พี่ไม่รักขวัญเหมือนเดิมแล้วใช่ไหม ทำไมท่าทีของพี่มันถึงไม่เหมือนคนที่รักกันเลย" "สักวันเธอจะเข้าใจเองว่าอะไรเป็นอะไร" ผมละมือออกจากตัวของขวัญ เดินออกมาจากตรงนั้นปล่อยให้เธอยืนอยู่กับความคิดและความรู้สึกของตัวเองนอนคุยกันมันง่ายกว่าการนั่งคุยจริงไหม เพิ่งได้คำตอบวันนี้เลย ค่ำคืนที่ผ่านมาบอกเลยว่าเขาเสพสมจนเต็มคราบ เธอจัดหนักให้ก็ไม่หายอยาก ปล่อยให้เธอพักแป๊บเดียวเขาก็ลุกจัดต่อ ทำทุกอย่างจนอิ่มเต็มคราบ มาวันนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปภายในพริบตา จากที่ยังตึงๆ ใส่กันลิเดียร์คุยกับเขาเยอะขึ้น มีถามความเห็น มีหันมาคุยเหมือนคนไม่ได้มีเรื่องบาดหมาง ถือว่าวิธีนอนคุยได้ผลทีเดียว“เธอ…” “ว่า” “เราใช้ตังค์เธอจ่ายก่อนนะ ชาร์จแบตมือถือเดี๋ยวเราโอนคืน” ลิเดียร์หันมาบอกตอนที่เธอชวนเขาเข้าร้านเสื้อผ้า ชุดที่เขาเลือกให้เธอใส่ชั่วคราวมันก็คงไม่ถูกใจเธอแหละ“อ่า เลือกเลย เธออยากได้ตัวไหนเดี๋ยวเราจ่ายเอง” “ซื้อให้เลยเหรอ?”“อ่า” “จะพากลับวันไหน” เป็นคำถามที่ไม่ได้แฝงไว้ด้วยความเร่งรัด เหมือนเธอต้องการรู้มากกว่าว่าจำเป็นต้องมีชุดสำรองประมาณกี่ชุด เราจะอยู่ด้วยกันกี่วัน “ชอบตัวไหนก็หยิบเลย ซื้อเลย” “งั้นเราเอาตัวที่ชอบนะ”“ครับ” ลีโอกดใบหน้ารับ จากนั้นก็ปล่อยให้ลิเดียร์เลือกเสื้อผ้าตามประสาผู้หญิง ส่วนเขาเดินมาหย่อนตัวลงบนโซฟาสำหรับนั่งรอ แต่เวลาของความเป็นส่วนตัวคือสั้นมาก แทนที่จะได้นั่งรอแบบสงบสุข กลับมีผู้หญ
ในความมืดที่แม้จะเห็นไม่ชัดว่าในสายตาของอีกฝ่ายแสดงความรู้สึกแบบไหน ทว่าร่างกายกลับโหยหากันและกันชัดเจนมากกว่าสิ่งอื่นใดลีโอถอดอาภรณ์ที่อีกคนสวมใส่ ยิ้มอย่างชอบใจเมื่อลิเดียร์ไม่ได้แกล้งทำตัวใสซื่อไร้เดียงสาแบบที่เขาไม่ชอบ เขาทำเธอ เธอก็ทำเขา มือของเขาจับอกนุ่มพร้อมกับบีบอย่างมันเขี้ยว ไข่ของเขาเองก็โดนคว้าหมับ ลำรักถูกเธอบีบเช่นกัน“ซี้ด~ เธอ~ ร้ายว่ะ” “อย่างเธอต้องเจอแบบนี้แหละ” ลิเดียร์เชิดใบหน้าขึ้น เปิดทางให้ใบหน้าคมคายซุกเข้ากับซอกคอขาว สูดดมกลิ่นหอมจากกายสาวในขณะที่ร่างกายเริ่มแสดงความต้องการออกมาอย่างเก็บไม่มิด ขาสวยถูกดันให้แยกออกจากกัน ซึ่งทันทีที่ความใหญ่โตเกินมาตรฐานซึ่งถูกโอบล้อมด้วยเส้นเลือดโปดโปนสอดกระแทกเข้ากับช่องทางคับแคบ ลิเดียร์ตวัดขาขึ้นโอบรัดเอวสอบทันที “อ๊าส์~ ระ แรงๆ” ได้เลยตามที่ขอ หนุ่มหล่อสะบัดเอวสอบ ถาโถมแรงกายเข้าใส่อย่างเอาเป็นเอาตาย ทั้งที่มีอะไรกันแทบนับครั้งไม่ถ้วน แต่กลับไม่มีทีท่าว่าจะเบื่อง่ายๆ กลับกันได้แล้วก็อยากได้อีก อยากจับเธอกินซ้ำๆ ชอบเวลาที่ร่องสีชมพูขมิบตอดรัดช่วงล่างของเขาจนแน่น ชอบเสียงครางหวานๆ ที่ดังประสานออกมาเวลาที่เขากำลังหิวโหยร
“แล้วถ้าไม่ได้ทำงานนี่ยังจะมีเงินไปซีเอฟอยู่ไหมไอ้ผู้ชายหล่อๆ ล่ำๆ เนี่ย” คนถามมองตาแข็งพร้อมกับขบกรามจนแน่น ทำคนที่อมยิ้มมองอยู่ถึงกับรู้เลยว่าเขามีอาการ “หืม? พูดเหมือนหึงเลย” ลิเดียร์ยกยิ้มที่มุมปาก ปลายนิ้วเรียวลูบแก้มสากเบาๆ จนเขาคว้าหมับที่ข้อมือเธอ “กวนตีนว่ะ” “ตรงไหน แบบนี้เขาเรียกคุยกันตรงๆ มากกว่าไหม” “ตรงไป~” “ไม่ชอบแบบนี้เหรอ หรือผู้ชายชอบเชื่อเฉพาะมารยาหญิง พอพูดความจริงไม่ค่อยอยากฟัง” “แล้วที่เธอพูดเนี่ยคืออะไร ความจริงหรือมารยาหญิง?”“ความจริงสิ นี่มันปีที่เท่าไหร่แล้ว หญิงชายเท่าเทียมนะ ผู้ชายสามารถหาความสุขให้ตัวเองได้ ผู้หญิงก็ทำได้เหมือนกัน คนเราอ่ะ แค่มองว่าไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใครเป็นพอ” ลีโอฟังความคิด สัมผัสถึงทัศนคติของคนบนหน้าตักเงียบๆ เท่าที่รู้จักกัน ลิเดียร์ไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่น ไม่ได้อยากเรียกร้องเหมือนที่ผู้หญิงหลายๆ คนเคยพยายาม เธอมีจุดยืนเป็นของตัวเอง ไม่ได้คิดจะเอาชีวิตไปผูกไว้ที่ใคร ตรงไหนทำให้สบายใจเธอก็คงเลือกอยู่ตรงนั้นเหมือนเขาเลย ผู้หญิงแบบเธอก็เป็นความสบายใจของเขาเหมือนกัน อยู่ใกล้และอยากอยู่ด้วยบ่อยๆ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน หรือจะเป็นเพร
บรรยากาศภายในห้องนอนซึ่งเป็นสถานที่แปลกถิ่นเงียบมากจนแทบได้ยินเสียงหัวใจของตัวเอง ในตอนที่ก้าวขาออกมาจากห้องน้ำลิเดียร์แทบวางสีหน้าไม่ถูกเมื่อเห็นว่าอีกคนมองเธอตั้งแต่ตอนที่ก้าวขาออกมาก้าวแรก ทั้งที่พยายามละเลยท่าทีแปลกๆ แต่เวลาที่รู้ตัวว่ามีคนจ้องมองมันก็อดรู้สึกไม่ได้อยู่ดี “ไปอาบน้ำได้แล้ว จะรออะไร”“ก็ลองรอดู”“เพื่อ?”“เผื่อมีคนใจดีอยากถูหลังให้ไง” มุมปากหนาผุดรอยยิ้มจางๆ คนเจ้าเล่ห์ เห็นแบบนี้แล้วรู้เลย“เพิ่งทำเล็บมาใหม่อ่ะ คงไม่ถนัดเท่าไหร่ ใช้แปรงขัดห้องน้ำถูแทนได้ไหมล่ะ” ให้ตายสิวะ กะล่อกูหลังฉีกเลยสินะ“โหดจัง ถ้าทำแบบนั้นหนังหลุดเลยนะ”“ก็ช่วยไม่ได้ เธอเรียกร้องเอง” “ใจร้ายเหมือนกันนะคนสวยๆ เนี่ย” “ผู้ชายหน้าตาดีๆ ก็ไว้ใจไม่ได้เหมือนกัน ร้ายไม่เบา” ลีโอยกยิ้มที่มุมปาก อยากจะเดินเข้าไปคลอเคลียให้หายอยาก ติดที่เธอยืนกอดอกมองหน้า ท่าทางแบบนี้มองปราดเดียวก็รู้เลยว่าตั้งการ์ดที่จะต่อต้านแน่ๆ คงเป็นเรื่องธรรมดาของคนเสน่ห์แรงนั่นแหละ หนุ่มๆ สนใจเยอะ ตัวเลือกก็เยอะเช่นกัน จะเมินจะเชิดใส่ใครก็คงได้ทั้งนั้น ระดับเธอ ลีโอเปลี่ยนไปใช้ห้องน้ำเพื่อจัดการตัวเองให้เรียบร้อย เขาหายเข
“ไม่กลัวผีเหรอ?” เสียงถามส่งผลให้คนที่กำลังจะเดินหนีออกไปรับลมด้านนอกถึงกับหยุดฝีเท้า ชะงักพร้อมกับหมุนตัวกลับทันที“ที่นี่มี?”“อ่า” ได้ผลนะ ลิเดียร์เริ่มออกอาการกลัวขึ้นมาทันที“อยู่ในที่ต่างถิ่นใครเขาให้พูดเรื่องนี้กัน”“รู้ ที่พูดก็เพราะตรงนี้มันเป็นเธอไง กลัวเธอเจอ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือนอีก” “บ้าที่สุดเลย” คนตัวเล็กเดินลิ่วเข้ามาฟาดกำปั้นลงบนแผงอกกว้าง สีหน้าถึงจะยังโกรธมาก แต่ก็แสดงออกว่าเธอต้องการเขาที่ตอนนี้เป็นที่พึ่งเพียงหนึ่งเดียวเช่นกัน “ถ้ากลัว เราก็ต้องอยู่แบบสงบสุขไหม” “มันก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้วไหม ทุกอย่างมันเป็นความผิดของเธอ” “ขอโทษได้ไหมล่ะ” คำพูดของลีโอส่งผลให้คนฟังชะงัก หัวใจดวงน้อยพานเต้นไม่เป็นส่ำ ตอนนี้บรรยากาศภายในห้องเงียบมาก ได้ยินเสียงพูดคุยของกันและกันอย่างชัดเจน “ขอโทษที่ทำให้เธอไม่โอเคนะ” “ตอนนี้มันหลายเรื่องเลยนะ” “ขอโทษรวดเดียวเลยได้ไหมล่ะ ดีกันได้ไหม” “ตลกนะ คนระดับเธอมาพูดคำนี้” เจ้าของเสียงพูดหลุดเสียงในลำคอเบาๆ เธอไม่กล้าเชื่อเขาหรอก ก็อย่างที่คิดไว้ตั้งแต่แรก คนอย่างเขาไม่ได้อดอยากขนาดนั้นแน่ๆ จะเอาที่ไหนเมื่อไหร่ก็คงได้ “สุดท้ายแล้วคนเร
“…เราจะคุยกับเพื่อนก่อน เธอ!” ลิเดียร์พยายามต่อต้านเมื่ออีกคนดึงมือเธอและพาไปคนละทางกับที่เพื่อนของเขาพาเพื่อนเธอไป“ลีโอ หยุดก่อน อย่าทำแบบนี้นะ” “เพื่อนเราไม่ทำอะไรเพื่อนเธอแน่ๆ วางใจเถอะ มันจะปลอดภัย” “แล้วเธอจะพาเราไปไหน ทำไมถึงไม่ยอมให้คุยกับเพื่อน ถ้าจะให้อยู่ก็อยู่ที่นี่ไม่ใช่หรอแล้วจะพาไปไหน” “พอดีว่าเปลี่ยนใจแล้ว”“อะไรนะ เธอจะทำอะไรก็ต้องบอกกันดิ เธอจะเอาแต่ใจตัวเองแบบนี้มันไม่ได้นะ” “ขึ้นรถ”“ลีโอ!” “ถ้าเธอขึ้นรถเราจะโทรไปบอกเพื่อนเราให้ปล่อยเพื่อนเธอเดี๋ยวนี้เลย” “ทำไมต้องเอามาต่อรองกันแบบนี้”“ก็เธอดื้อเองไหมเดียร์ ถ้าเธอยอมฟังกันดีๆ มันจะเป็นแบบนี้เหรอ” ในเมื่ออีกคนไม่ยอมทำตามที่ของ่ายๆ มือใหญ่จึงกระชากประตูรถให้เปิด จากนั้นก็ดันตัวของลิเดียร์เข้าไปในรถแทนขณะที่เดินอ้อมไปยังฝั่งของคนขับ มือหนาล้วงโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋า สตาร์ทรถ จากนั้นก็กดโทรออกหาฉลามทันที (อ่า ว่า?) “ปล่อยมัน บอกมันว่าเพื่อนของมันอยู่กับกู”(ได้ๆ สรุปเด็กมึง อยู่กับมึงนะ) “เออ บอกไอ้ติณห์ดูแลร้านคนเดียวไปก่อนสักวันสองวัน ทุกอย่างลงตัวเดี๋ยวกลับมา” (เดี๋ยวนะ วันสองวัน?) “กูต้องการเวลาเคลียร์
-ของขวัญ-[องศา : กินแล้วครับ] ข้อความที่เด้งกลับหลังจากที่ฉันส่งไปเกือบสองชั่วโมงให้ความรู้สึกเรียบเฉย ว่างเปล่า อยู่ดีๆ มันก็ไม่มีความตื่นเต้นแบบที่ควรจะเป็นฉันมองข้อความนั้นที่มันโชว์บนหน้าจอแม้ไม่ต้องเปิดอ่าน เพราะมันเป็นเพียงข้อความสั้นๆ มองเฉยๆ จนกระทั่งหน้าจอโทรศัพท์ดับลงอีกครั้งตากลมจึงมอ
"พะ พี่องศา" ตากลมสวยสั่นระริกเมื่อร่างกายถูกร่างสูงกว่าโน้มลงมาทาบทับ แผ่นหลังบางแนบชิดกับเตียงกว้างเป็นจังหวะเดียวกับที่อีกคนกดเข่าแทรกเข้ามากลางหว่างขาส่งผลให้เรียวขาขาวแยกออกจากกันทันที"เดี๋ยวพี่ดูดพิษไข้ให้" ริมฝีปากผ่าวร้อนบดเบียดเข้าหากันแน่น พวงแก้มเนียนแดงระเรื่อ ความน้อยอกน้อยใจหายเป็นปล
-ของขวัญ-มหาวิทยาลัย"...พี่จี" ฉันโบกไม้โบกมือให้รุ่นพี่สาวที่ยืนเหม่ออยู่นาน ตอนแรกลังเลว่าจะรอให้พี่จีเดินออกมาจากตรงนั้นก่อนค่อยทัก ทว่ารุ่นพี่สาวกลับไม่ยอมก้าวขาออกมาจากตรงนั้นสักที สีหน้าเหมือนคนกำลังเก็บบางสิ่งบางอย่างมาคิดอยู่ในหัว เหมือนคนมีเรื่องให้ไม่สบายใจ"น้องขวัญ" พี่จีน่าสะบัดหัวแร
น้อยหน่ายืนมองคนตัวสูงที่ก้าวขาออกมาจากห้องนอนอีกห้อง ตั้งใจจะเดินเข้าไปหาแต่วินาทีนั้นจำต้องหลับตาปี๋เมื่อคนตัวโตรัวหมัดกระแทกเข้ากับผนังเย็นเฉียบ มีเสียงกระแทกดังขึ้นสามครั้งติด ในยามที่ลืมตามองจึงเห็นว่ามือหนาแตกยับ“พี่เซย์ ทำไมต้องทำแบบนี้อ่ะ” คนตัวเล็กก้าวเข้าไปหา หมายจะคว้ามือมาสำรวจบาดแผลทว







