LOGINคนหนึ่งเติบโตมาท่ามกลางความหวาดระแวง ทั้งชีวิตเขาจึงไม่ยอมเปิดใจให้ใคร กับอีกคนที่แม้จะมีอดีตอันแสนเจ็บปวดฝังใจ แต่เพราะสิ่งดีๆ ที่ได้รับ ทำให้พยายามใช้ชีวิตทุกวันให้มีความสุข เมื่อคนสองคนที่ใช้ชีวิตแบบต่างกันสุดขั้วโคจรมาเจอกัน หนึ่งเย็นชา หนึ่งอบอุ่น ความรัก ความผูกพัน และความเข้าใจ ก่อให้เกิดเป็นความรู้สึกพิเศษ กระทั่งค่อยๆ เยียวยาหัวใจให้กันและกันทีละน้อย จนแม้ในวันหนึ่งต้องจากกันไปไกลแต่เมื่อหวนคืนมาพบ คนทั้งสองก็ยังไม่เคยลืมเลือนกันและกัน...เสมอมา
View Moreบางครั้งการรอคอยก็ไม่ได้เป็นเรื่องเลวร้ายนัก การตัดสินใจด้วยความมีสติ มองเห็นถึงความเป็นไปได้ ความน่าจะเป็น รวมไปถึงไม่ตัดสินใจด้วยอารมณ์ชั่ววูบ ไม่ทำทุกอย่างตามอารมณ์ นั่นทำให้ทุกๆ อย่างเป็นไปอย่างมีเหตุมีผลที่สำคัญไปกว่านั้นการแยกจากกันก็เพื่อให้ต่างฝ่ายก็ต่างก็ได้เติบโต ต่างฝ่ายก็ต่างก็แยกไปใช้ชีวิตของตัวเอง ไม่แน่ว่าหากความทรงจำสวยงามในวัยเด็กเป็นเพียงความรู้สึกดีๆ ไม่ได้ลึกซึ้ง ต่างฝ่ายต่างอาจเสียใจในภายหลังถึงอย่างนั้นเธอกับเคลวินกลับไม่ได้เป็นอย่างนั้น มันเหมือนกับเมื่อพบกันแล้วคนทั้งสองก็ไม่ต้องการใครอื่นอีก เหมือนความรักครั้งนี้มีเพียงกันและกัน ขอเพียงเท่านั้นก็เพียงพอแล้วเพราะไปอยู่อเมริกาหลายปีมิรินมีพ่อกับแม่เพิ่มมาอีกสองคน ประธานหลี่กับคุณลิลลี่ดูแลเธอดีมาก มากจริงๆ...“ไหนคุณแม่เสร็จแล้วหรือยังนะ” เคลวินจูงคริสออกมาจากในบ้าน มิรินเงยหน้าขึ้นจากสมุดบันทึกยิ้มให้เคลวินจากนั้นปิดสมุดบันทึก“วันนี้น้องคริสเป็นเด็กดีหรือเปล่าครับ”“เป็นเด็กดีครับ” เด็กชายคริสเตียน หลี่ ตอบแม่ด้วยรอยยิ้ม“วันนี้กินข้าวเยอะมาก สงสัยชอบกับข้าวที่คุณยายทำ” เคลวินเดินเข้ามานั่งลงข้างๆ มิริน เขา
พูดจบก็ลุกขึ้นแต่โดนเคลวินรวบตัวเอาไว้ได้ เขาวางเธอลงบนตักกอดเอาไว้แน่นไม่ยอมให้เธอดิ้นหลุด “นี่ ปล่อยฉันนะ” มิรินหน้าแดงไปถึงใบหู“มิริน” เคลวินรัดแขนแน่นเข้ากว่าเดิม “แต่งงานกันนะ”มิรินเงยหน้าพรวดก่อนจะมองหน้าเขาด้วยความตกใจ“ฉันยังรักเธอคนเดียว รักมาตลอดไม่เคยเปลี่ยน รักมาตลอดสิบปีไม่เคยลืมเลือนสักวัน แล้วฉันก็รู้ว่าเธอเองไม่ได้ต่างไปจากฉัน กล่องใบนั้นฉันเห็นแล้ว กล่องความทรงจำของเราสองคน”มิรินมองเขาแล้วอ้าปากค้างไม่รู้ว่าควรพูดอะไร ในที่สุดก็ได้แต่นั่งก้มหน้าขมวดคิ้วเหมือนกำลังครุ่นคิด เคลวินเองก็นั่งรอเงียบๆ เขาต้องให้เวลามิรินตัดสินใจ“ฉันเองก็ไม่เคยลืมนายนะ ไหนบอกว่าไม่นาน สำหรับฉันสิบปีมันนานมากเลย” เธอพึมพำ“ถ้าอย่างงั้นก็แต่งงานกันนะ ดีมั้ย” เคลวิลกระซิบเสียงเบาข้างหูมิรินหันมาสบตากับเขาและยิ้มออกมาในที่สุดเขามั่นใจว่าเธอรู้จักสายตาแน่วแน่ของเขาดี สิบปีที่เธอรอเขาและเขาเองก็เฝ้านับวันที่จะได้กลับมาพบกันอีกครั้ง ดังนั้นเขาจะไม่ยอมเสียเธอไปอีก แค่ครั้งเดียวที่ปล่อยมือก็เพียงพอแล้วจะไม่มีครั้งที่สองอีกเด็ดขาด...“ได้ เราสองคนแต่งงานกัน”มิรินพยักหน้าพูดออกมาในที่สุด เคลวินล
“หาแฟนเข้าสิ” เอพริลหัวเราะ“เธอก็โสดยังมีหน้ามากระแนะกระแหนฉัน”“เฮ้อ” สองสาวถอนหายใจพร้อมกัน“ว่าแต่...ถึงไหนกันแล้วละ”“อะไร” มิรินเลิกคิ้วมองเพื่อนทิพวัลย์ยิ้มจับมือมิรินมากุมเอาไว้ “คราวนี้ก็อย่าปล่อยให้หลุดมือละ เอ้าดื่มย้อมใจซะแล้วไปถามเขาให้รู้เรื่องว่าจะเอายังไง”“หมายความว่ายังไง”“เขาจะกลับอเมริกาแล้วไม่รู้หรือไง”“เอ๋ เขาบอกว่ายังไม่มีกำหนดกลับนี่”“ฉันได้ยินมาว่าเขาจะกลับมะรืนนี้นี่ เธอไม่รู้?” เอพริลเองก็รู้มาเหมือนกันมิรินเม้มปากกรอกเบียร์จนหมดกระป๋อง “เขาไม่บอกอะไรฉันเลย” คิ้วเรียวขมวดมุ่น หยิบเบียร์ขึ้นมาอีกกระป๋องกรอกเข้าไปจนหมดแล้วลุกขึ้น“เฮ้ยจะไปไหน”“ไปคุยกับเขาให้รู้เรื่อง” มิรินเดินโซเซไปที่ประตู“แล้วจะไปคุยรู้เรื่องได้ยังไง เธอเริ่มเมาแล้วนะ”“ไม่รู้เรื่องก็จับกินหัวกินหางซะเลย!”เอพริลหลุดหัวเราะ “ทำเป็นเรอะ”ทิพวัลย์ถลึงตาให้อีกฝ่าย “มันใช่เวลามั้ย คนเมาไปล้อเล่นแบบนั้นได้หรือไง ตามไปเร็ว”ทั้งสองตามมาจนพบมิรินที่หน้าประตูห้องของเคลวิน เขาดูงุนงงที่ทั้งสามมายืนอยู่ที่หน้าของเขา ทั้ง...ยังเมา...หมายถึงคนของเขาเนี่ย“ฉันไว้ใจนาย คืนนี้ฝากด้วยนะ” ทิพวัลย์พู
มิรินเงยหน้าขึ้นมองเขายิ้มๆ จากกันไปสิบปีเราสองคนไม่ได้มีความรู้สึกอึดอัดต่อกัน เขายังคงมองเธอเหมือนเดิม เธอเองก็ยังคงเป็นมิรินในวันวานของเขา“นายฉีดน้ำหอมมาเหรอ”“น่าจะกลิ่นอาฟเตอร์เชฟ เมื่อเช้าโกนหนวด ไม่ชอบ?”“เปล่า หอมดี”เคลวินยกมือลูบผมของมิริน “ดีใจจังเลย เธอไม่เปลี่ยนไปสักนิด”มิรินตาโต “จริงเหรอ เปลี่ยนนะโตขึ้นตั้งเยอะ สูงขึ้นตั้งสองสามเซนแหนะ”เห็นสายตาที่มองค้อนเขาเคลวินลูบศีรษะมิรินเบาๆ ยังไงเธอก็ยังสูงแค่ไหล่ของเขาอยู่ดี... “วันนี้น้าญาชวนไปกินข้าวเย็นที่บ้าน บอกว่าจะทำมื้อใหญ่เลี้ยงต้อนรับกลับมา แวะซื้ออะไรเพิ่มมั้ย”“ไม่ดีกว่า กลับไปช่วยแม่ทำกับข้าวดีกว่า จริงสิวันนี้ประชุมเป็นไงบ้าง”“ไม่มีอะไร พวกเขาตกใจนิดหน่อยที่ฉันมาเข้าร่วมประชุม แต่ก็นะ...เข้าใจได้” คนพวกนั้นกลัวเขาจะนึกสนุกอยากเข้ามาบริหาร ดังนั้นจึงตื่นเต้นหลังจากที่เห็นเข้าร่วมประชุมด้วยตัวเอง ทั้งที่ทุกปีเขาจะรบกวนผู้เป็นป้าไปแทน “แล้วเธอละ เมื่อไหร่จะเข้าไปทำงานในบริษัทของคุณน้า หรืออยากเรียนต่อโทก่อน”“ยังไม่ตัดสินใจเลย คุณพ่อบอกว่าไม่รีบอยากให้เรียนต่อโทก่อน หรือบางทีอาจจะต่อจนจบปริญญาเอก”เขาพยักหน้า “จร
ขณะเดียวกันนั้นที่ห้องบีเสียงซุบซิบเรื่องเด็กนักเรียนที่ย้ายมาใหม่ก็กำลังเป็นที่กล่าวขวัญของทั้งห้อง “นี่ เห็นว่าสวยมากเลยนี่”“ดูไม่เหมือนคนอเมริกันเลย เหมือนคนเอเชียมากกว่าหรือว่าจะเป็นลูกครึ่ง”“ดูเหมือนคนจีนเลย”“เห็นว่าเป็นลูกครึ่งจีนเหมือนเคลวินเลย”“จะเหมือนได้ยังไงเคลวินเป็นลูกครึ่งไทย-จีนแ
ที่น่าตกใจกว่าคือใบหน้าเขาไม่ได้น่ากลัวอย่างเวลาที่มีคนอื่นเข้ามาคุยกับเขา อีกทั้งเขายังเหมือนจะยิ้มที่มุมปากด้วยซ้ำผีหลอกแล้วซาตานกำลังยิ้ม!!“อย่าลืมหลักฐานละ ตอนหลังเลิกเรียนจะไปเช็คผล ต่ำกว่าครึ่งสองอาทิตย์ มากกว่าครึ่งเหลืออาทิตย์เดียวเหมือนเดิม” เคลวินเดินตามภควัตไปอย่างอารมณ์ดี“ตอนนี้ฉันรู
“พูดอะไรแบบนั้นลูก หนูเป็นลูกสาวของแม่นะ ลูกสาวที่แม่รักมาก จะไม่ให้แม่เป็นห่วงได้ยังไง” วิรัญญายิ้มให้มิรินอย่างอ่อนโยน“ขอบคุณนะคะแม่ ขอบคุณจริงๆ หนูรักแม่นะคะ” มิรินน้ำตาร่วงอีกครั้ง“ถ้าหนูรักแม่จริงๆ ก็ต้องเข้มแข็ง แม่จะได้ไม่ต้องห่วง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นขอให้ลูกรู้ว่าแม่คนนี้รักหนูที่สุดก็พอ
“แล้วไปทำอีท่าไหนล่ะ เจอกันวันแรกกระโดดลงไปทับเขา คราวนี้ก็ไปทำไอศกรีมเลอะเสื้อเขาอีก ลูกแม่นี่ซุ่มซ่ามจริงๆ น่าเห็นใจเคลวินเขานะ”“แม่คะ” มิรินกระเง้ากระงอดแต่เสียงแตรรถหน้าบ้านดังขึ้นเสียก่อนจึงได้แต่ลุกขึ้นมาดู “คุณพ่อกลับมาแล้ว!” มิรินรีบวิ่งออกมารับทินกรที่เพิ่งจะกลับมาถึงบ้าน “คุณพ่อขา”เสียง





