LOGIN5Set friend zone ประกอบไปด้วย องศา เซย์ ฉลาม ลีโอ ติณห์ จีน่า มีเรื่องของทุกคนจนจบ รวมตอนพิเศษของทุกคนด้วยค่ะ
View More-องศา-
@ห้างสรรพสินค้า "...พี่องศา ขวัญใส่ชุดนี้น่ารักไหมคะ" เสียงสดใสของ ของขวัญ ส่งผลให้ผมที่กำลังคิดอะไรเงียบๆ หลุดจากภวังค์ ตาคมหยุดมองรอยยิ้มกว้างๆ ของคนที่สองเดือนก่อนหน้านี้แทบไม่มีรอยยิ้มเปื้อนบนใบหน้า มองร่างบางๆ หมุนตัวกลับไปกลับมาเพื่อเป็นคำถามว่าผมรู้สึกยังไงกับชุดที่เธอใส่อยู่ตอนนี้ดี "ก็ดี" ทั้งที่ปากเอ่ยออกไปแบบนั้น แล้วทำไมผมถึงต้องนึกถึงผู้หญิงอีกคนด้วยวะ! "แค่ดีเหรอคะ นี่สีโปรดของขวัญเลยนะ เล็งไว้ตั้งนานแน่ะ รอพี่องศาว่างถึงได้ชวนมาด้วยกัน" "ซื้อๆ ไปเถอะ ซื้อเสร็จจะได้ทำธุระอย่างอื่น" "รีบอีกแล้วเหรอคะ" "พี่มีธุระต้องไปต่อ ก็บอกไปแล้วว่ามีเวลาให้ไม่นาน" "อยากไปกินข้าวด้วยกันต่อพอได้ไหมคะ" "พี่ให้ได้แค่กลับไปส่งที่คอนโด ถ้าจะขอมากกว่านั้นพี่จะให้กลับเอง" ผมตอบกลับอย่างไม่แยแส และแน่นอนว่าของขวัญหน้างอใส่ผมทันที "พี่ไม่ให้เวลาขวัญเลยอ่ะ แบบนี้หลังเรียนจบเราจะแต่งงานกันได้จริงๆ เหรอคะ" "ถึงตอนนั้นถ้าขวัญไม่อยากแต่งก็ไม่ต้องแต่ง พี่ไม่บังคับขวัญ จะไม่มีใครบังคับเราได้ทั้งนั้นถ้าเราสองคนไม่เต็มใจ" ผมยิ้มมุมปาก รู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูกเวลาที่ของขวัญมีความคิดในแบบเดียวกับผม ยุติบทบาทคู่รักจอมปลอมนี่ทีเถอะ ผมอยากได้ชีวิตของผมคืน! จุดเริ่มต้นระหว่างเธอกับผมมันไม่ใช่ความรัก สองเดือนที่ไปไหนมาไหนด้วยกัน ทำเหมือนคบกัน พ่อแม่อยากให้ลงเอยกัน ที่จริงแล้วมันมีเหตุผล เหตุผลที่เป็นทางออกของทุกคน แต่มันเป็นเรื่องที่โคตรซวยสำหรับผมเลย! "ไม่ดีกว่าค่ะ ขวัญไม่อยากทำให้คุณพ่อคุณแม่เสียใจ ผู้ใหญ่ให้แต่งขวัญก็จะแต่ง" แม่ง! สุดท้ายก็แค่หลอกให้กูดีใจ! "ขวัญชอบฝืนใจตัวเองเหรอ?" "ไม่ได้ฝืนใจตัวเองค่ะ เรารักกัน คนรักกันแต่งงานกันมันไม่ใช่เรื่องของการฝืนใจเลย" ผมดันปลายลิ้นเข้ากับมุมปากก่อนจะเบือนหน้าหนี อยากตอบกลับฉิบหายว่าไม่ได้รัก ไม่เคยรัก ที่ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้เพราะถูกบังคับทางอ้อมต่างหากล่ะ "พี่องศา ขวัญว่าเรามาเปิดใจคุยกันดีๆ ดีกว่าไหมคะ" เปิดใจคุยดีๆ นี่คือต้องคุยแบบไหนวะ คุยว่ามันเกิดอะไรขึ้น อธิบายว่าเราไม่เคยคบกันเลย แบบนั้นนั่นแหละคือการคุยกันดีๆ แบบดีโคตรๆ สำหรับผมเลย "ขวัญไม่เหมือนเดิมเหรอคะ ไม่สวยเหมือนเดิม ไม่น่ารักเหมือนเมื่อก่อน เอาแต่ใจและเรียกร้องเกินไปหรือเปล่าพี่องศาถึงทำเหมือนเบื่อหน่าย ทำเหมือนไม่อยากไปไหนมาไหนด้วยกันเลย" นั่นไง พอจริงจังขึ้นมาเมื่อไหร่ยัยของขวัญหน้าเหมือนตุ๊กตาอย่างที่ใครต่อใครชอบว่าก็ตั้งท่าจะร้องไห้ "อายเหรอคะที่ต้องไปไหนมาไหนกับขวัญ ถ้าเป็นแบบนั้นเราห่างกันซักพักดีไหม เผื่ออะไรๆ มันจะดีขึ้นมา" อะไรมันจะเข้าทางขนาดนี้วะ! "พี่แล้วแต่ขวัญ" "งั้นก็ห่างกันซักพักนะคะ ขวัญไม่โอเคเวลาที่พี่องศาทำเหมือนไม่ได้เต็มใจจะไปไหนมาไหนด้วยกัน" "..." "เอาเป็นว่าถ้าพี่องศาคิดได้ก็ค่อยกลับมาง้อขวัญละกัน" ของขวัญหมุนตัวกลับเข้าไปยังห้องลองชุด เปลี่ยนกลับไปใส่ชุดเดิมก่อนที่ผมจะทำหน้าที่จ่ายค่าเสื้อผ้าที่เธอตั้งใจจะซื้อให้เหมือนทุกครั้ง แตกต่างที่ทุกครั้งเธอจะยิ้มกว้างๆ และแสดงท่าทางว่าดีใจหนักมาก แต่ครั้งนี้กลับไม่ยิ้ม เลือกที่จะรอรับของแล้วเดินออกจากร้านไปเลย คอนโดS "สัส ทำไมมึงใจร้ายกับน้องได้ขนาดนั้นวะ นั่นคู่หมั้นมึงนะ" ฉลามคีบบุหรี่ออกมาจากปากก่อนที่มันจะเสนอหน้าเข้าข้างเด็กนั่น "มึงไม่สงสารแล้วหรือไง ไหนบอกว่าน้องกำลังดวงตก ทะเลาะกันแบบนี้ไม่ดีนะเว้ย ถ้ามึงคือคนที่ช่วยประคองดวงชะตาน้องไม่ให้ตกต่ำลงไปมากกว่านี้ตามที่คำทำนายบอกไว้จริงๆ ระวังจะเกิดเรื่องไม่ดีตอนที่มึงไม่ได้อยู่กับเขาก็แล้วกัน" "ที่ไอ้หลามพูดมันก็น่าคิดนะมึง มึงน่าจะรู้ดีกว่าพวกกูนะองศาว่าเวลาดวงตกน้องมันต้องเจอกับอะไรและเคยเจอกับอะไรมา" ไอ้เซย์ที่กำลังสนใจเกมส์ในโทรศัพท์สมทบขึ้นมาบ้าง คำพูดของมันจริงจังจนผมเผลอคิดตาม "พวกมึงเข้าข้างเด็กนั่นโดยไม่สนใจความรู้สึกของกูที่เป็นเพื่อนพวกมึงอ่ะนะ" "แล้วมึงจะโวยวายให้มันได้อะไรขึ้นมาวะ การเป็นแฟนกำมะลอกับสาวน้อยหน้าตุ๊กตาคนนั้นกูก็เห็นว่ามึงมีแต่ได้กับได้ น้องของขวัญนั่นน่ารักฉิบหาย ตัวงี๊โคตรขาว หุ่นแบบนั้นแม่งก็สเปคมึงไม่ใช่เหรอวะ แล้วมึงจะมาทำท่าอมทุกข์เพื่อ?" ไอ้ฉลามพูดต่อและมองหน้าผมยิ้มๆ "ถ้ามึงเบื่อมึงก็เล่นให้มันสมบทบาท กำไรเล็กๆ น้อยๆ ก็คือการสมบทบาทนั่นแหละมึงเชื่อกู" "จมปลักฉิบหาย เสือกสนใจแต่ของที่จับต้องไม่ได้" ไอ้เซย์ส่ายหน้าอย่างเอือมระอา ผมแม่งก็เบื่อขี้หน้าไอ้เวรพวกนี้แล้วเหมือนกัน "ไอ้เหี้ยติณห์กับไอ้ลีโอหายหัวไปไหนเนี่ย" "หงุดหงิดแล้วอย่ามาพาลเพื่อน พวกมันทำตัวมีประโยชน์แน่มึงไม่ต้องห่วงมันเลย" "กูแค่ถามว่าพวกมันหายหัวไปไหน" "ไปซื้อเบียร์" เซย์ตอบกลับปัดความรำคาญ มือของมันยังคงจิ้มรัวๆ ที่หน้าจอโทรศัพท์เพื่อเล่นเกมส์ตามเดิม ผมดันตัวลุกจนเต็มความสูง ก้าวขาออกไปที่บริเวณระเบียงห้องพร้อมกับเคาะบุหรี่ออกมาจากซอง เรื่องของคำทำนายยังรบกวนจิตใจไม่เคยหาย ถ้าจะพูดว่ามันเป็นแค่เรื่องงมงายไม่มีอยู่จริงก็พูดได้ไม่เต็มปากเพราะผลของมันเคยออกฤทธิ์ให้เห็นมาแล้ว สำหรับของขวัญผมคือคนสำคัญที่เธอและครอบครัวของเธอพยายามตามหา ต่างจากผมที่เฝ้ารอและนับเวลา ครบสามเดือนขึ้นมาเมื่อไหร่ ดวงชะตาเปลี่ยนแปลงตอนไหน เรื่องของเธอกับผมต้องเป็นอันยุติลงทันที! [ END ] -ของขวัญ- "...พอแล้วยัยขวัญ แกจะกินมันทำไมนักหนา นี่เมาจนพูดไม่รู้เรื่องแล้วนะ" มีน พยายามดึงแก้วเหล้าออกจากมือฉัน ที่จริงมีนพยายามดึงออกเป็นรอบที่ร้อย แต่นี่กลับเป็นครั้งแรกที่มันดึงแก้วจากมือของฉันได้สำเร็จ "เอาคืนมาเถอะมีน แกปล่อยให้ฉันกินเถอะ ตอนนี้ฉันไม่อยากให้สมองว่างจนคิดเรื่องบางเรื่องไม่รู้จักจบจักสิ้นสักที" ฉันซุกใบหน้าลงกับต้นแขนของตัวเองที่วางแนบอยู่บนโต๊ะ ดื่มไปหลายแก้ว ยังไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเมาเลยสักนิด แค่เวียนหัว จะอ้วก และยังลืมไม่ได้อยู่ดี "แกเครียดเรื่องพี่องศาสินะ" "แกบอกฉันได้ปะว่าหลังจากที่ฉันเกิดอุบัติเหตุ ชีวิตของฉันมันมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง" ยัยมีนเบิกตาขึ้น มันดูล่อกแล่กจนฉันเองก็ใจเสีย กลัวว่าสาเหตุที่ทำให้พี่องศาเปลี่ยนไปมันจะเป็นเพราะฉันที่ไม่เหมือนเดิม "ทะ ทำไมแกถึงถามแบบนี้ล่ะ" "แกบอกว่าฉันกับพี่องศาเป็นแฟนกัน เรารักกันดี เราคบกันมานาน เรียนจบจะแต่งงานกัน ทุกคนบอกฉันแบบนั้นแต่ทำไมสองเดือนมานี้พี่องศาไม่เคยสนใจฉันเหมือนเมื่อก่อนเลย เขาไม่คิดจะสนใจจนฉันเองก็ชักสงสัยว่าเมื่อก่อนฉันกับเขารักกันจริงๆ ใช่ไหม" "ของขวัญ แกกับพี่องศารักกัน ที่ตอนนี้พี่องศาเปลี่ยนไปมันอาจจะเป็นเพราะพี่เขาเรียนหนักก็ได้ แกอย่าคิดมากสิ" "เรียนหนักงั้นเหรอ..." ฉันพึมพำออกมาก่อนจะหลุดเสียงหัวเราะออกมาอย่างแผ่วเบา "ขนาดฉันตัดพ้อเขาด้วยความน้อยใจ เขายังไม่สนใจฉันเลย ฉันบอกว่าถ้าเขาไม่สนใจ ก็ขอให้เราห่างกัน เขาก็บอกว่าแล้วแต่ฉัน และพอเรียนจบ ถ้าฉันบอกว่าจะไม่แต่งงาน เขาก็บอกว่าแล้วแต่ฉันเหมือนกัน เขาเย็นชาเกินไปไหมมีน แบบนี้น่ะเหรอเขาเรียกว่าคนรักกัน" "ปกติแกชวนพี่เขาไปกินข้าว ดูหนัง ช็อปปิ้ง บางทีพี่เขาอาจจะไม่ชอบการใช้ชีวิตแบบนั้นก็ได้ เอางี้ แกลองหาเวลาอยู่กับพี่เขาแค่สองคนดีไหม อยู่ในห้องเงียบๆ ทำอาหารง่ายๆ ให้พี่เขาทานที่ห้อง มีเวลาอยู่ด้วยกันแบบไม่มีใครมารบกวนมันอาจจะดีก็ได้นะ" ฉันคิดตามที่มีนบอก เท่าที่ฉันจำได้ เรื่องราวระหว่างฉันและพี่องศาเราแทบไม่เคยมีเวลาอยู่ด้วยกันแค่สองคนจริงๆ "แกคิดว่ามันจะดีขึ้นมาจริงๆ เหรอมีน" "ลองดูไหม ถึงยังไงซะก็ขึ้นชื่อว่าแกกับพี่เขาเป็นแฟนกัน มันไม่มีอะไรเสียหายหรอก ถ้าการอยู่ด้วยกันตามลำพังมันได้ผล ดีไม่ดีมันอาจจะทำให้แกได้พี่เขาคืนไง" ฉันกดปลายนิ้วนวดที่หว่างคิ้วและเผลอคิดตาม ใช่! ฉันอยากได้พี่องศาคืน ฉันรักเขา ฉันอยากรู้ว่าเมื่อก่อนเรารักกันแค่ไหน อยากรู้ว่ามันดีกว่าตอนนี้ไหม! [ END ]นอนคุยกันมันง่ายกว่าการนั่งคุยจริงไหม เพิ่งได้คำตอบวันนี้เลย ค่ำคืนที่ผ่านมาบอกเลยว่าเขาเสพสมจนเต็มคราบ เธอจัดหนักให้ก็ไม่หายอยาก ปล่อยให้เธอพักแป๊บเดียวเขาก็ลุกจัดต่อ ทำทุกอย่างจนอิ่มเต็มคราบ มาวันนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปภายในพริบตา จากที่ยังตึงๆ ใส่กันลิเดียร์คุยกับเขาเยอะขึ้น มีถามความเห็น มีหันมาคุยเหมือนคนไม่ได้มีเรื่องบาดหมาง ถือว่าวิธีนอนคุยได้ผลทีเดียว“เธอ…” “ว่า” “เราใช้ตังค์เธอจ่ายก่อนนะ ชาร์จแบตมือถือเดี๋ยวเราโอนคืน” ลิเดียร์หันมาบอกตอนที่เธอชวนเขาเข้าร้านเสื้อผ้า ชุดที่เขาเลือกให้เธอใส่ชั่วคราวมันก็คงไม่ถูกใจเธอแหละ“อ่า เลือกเลย เธออยากได้ตัวไหนเดี๋ยวเราจ่ายเอง” “ซื้อให้เลยเหรอ?”“อ่า” “จะพากลับวันไหน” เป็นคำถามที่ไม่ได้แฝงไว้ด้วยความเร่งรัด เหมือนเธอต้องการรู้มากกว่าว่าจำเป็นต้องมีชุดสำรองประมาณกี่ชุด เราจะอยู่ด้วยกันกี่วัน “ชอบตัวไหนก็หยิบเลย ซื้อเลย” “งั้นเราเอาตัวที่ชอบนะ”“ครับ” ลีโอกดใบหน้ารับ จากนั้นก็ปล่อยให้ลิเดียร์เลือกเสื้อผ้าตามประสาผู้หญิง ส่วนเขาเดินมาหย่อนตัวลงบนโซฟาสำหรับนั่งรอ แต่เวลาของความเป็นส่วนตัวคือสั้นมาก แทนที่จะได้นั่งรอแบบสงบสุข กลับมีผู้หญ
ในความมืดที่แม้จะเห็นไม่ชัดว่าในสายตาของอีกฝ่ายแสดงความรู้สึกแบบไหน ทว่าร่างกายกลับโหยหากันและกันชัดเจนมากกว่าสิ่งอื่นใดลีโอถอดอาภรณ์ที่อีกคนสวมใส่ ยิ้มอย่างชอบใจเมื่อลิเดียร์ไม่ได้แกล้งทำตัวใสซื่อไร้เดียงสาแบบที่เขาไม่ชอบ เขาทำเธอ เธอก็ทำเขา มือของเขาจับอกนุ่มพร้อมกับบีบอย่างมันเขี้ยว ไข่ของเขาเองก็โดนคว้าหมับ ลำรักถูกเธอบีบเช่นกัน“ซี้ด~ เธอ~ ร้ายว่ะ” “อย่างเธอต้องเจอแบบนี้แหละ” ลิเดียร์เชิดใบหน้าขึ้น เปิดทางให้ใบหน้าคมคายซุกเข้ากับซอกคอขาว สูดดมกลิ่นหอมจากกายสาวในขณะที่ร่างกายเริ่มแสดงความต้องการออกมาอย่างเก็บไม่มิด ขาสวยถูกดันให้แยกออกจากกัน ซึ่งทันทีที่ความใหญ่โตเกินมาตรฐานซึ่งถูกโอบล้อมด้วยเส้นเลือดโปดโปนสอดกระแทกเข้ากับช่องทางคับแคบ ลิเดียร์ตวัดขาขึ้นโอบรัดเอวสอบทันที “อ๊าส์~ ระ แรงๆ” ได้เลยตามที่ขอ หนุ่มหล่อสะบัดเอวสอบ ถาโถมแรงกายเข้าใส่อย่างเอาเป็นเอาตาย ทั้งที่มีอะไรกันแทบนับครั้งไม่ถ้วน แต่กลับไม่มีทีท่าว่าจะเบื่อง่ายๆ กลับกันได้แล้วก็อยากได้อีก อยากจับเธอกินซ้ำๆ ชอบเวลาที่ร่องสีชมพูขมิบตอดรัดช่วงล่างของเขาจนแน่น ชอบเสียงครางหวานๆ ที่ดังประสานออกมาเวลาที่เขากำลังหิวโหยร
“แล้วถ้าไม่ได้ทำงานนี่ยังจะมีเงินไปซีเอฟอยู่ไหมไอ้ผู้ชายหล่อๆ ล่ำๆ เนี่ย” คนถามมองตาแข็งพร้อมกับขบกรามจนแน่น ทำคนที่อมยิ้มมองอยู่ถึงกับรู้เลยว่าเขามีอาการ “หืม? พูดเหมือนหึงเลย” ลิเดียร์ยกยิ้มที่มุมปาก ปลายนิ้วเรียวลูบแก้มสากเบาๆ จนเขาคว้าหมับที่ข้อมือเธอ “กวนตีนว่ะ” “ตรงไหน แบบนี้เขาเรียกคุยกันตรงๆ มากกว่าไหม” “ตรงไป~” “ไม่ชอบแบบนี้เหรอ หรือผู้ชายชอบเชื่อเฉพาะมารยาหญิง พอพูดความจริงไม่ค่อยอยากฟัง” “แล้วที่เธอพูดเนี่ยคืออะไร ความจริงหรือมารยาหญิง?”“ความจริงสิ นี่มันปีที่เท่าไหร่แล้ว หญิงชายเท่าเทียมนะ ผู้ชายสามารถหาความสุขให้ตัวเองได้ ผู้หญิงก็ทำได้เหมือนกัน คนเราอ่ะ แค่มองว่าไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใครเป็นพอ” ลีโอฟังความคิด สัมผัสถึงทัศนคติของคนบนหน้าตักเงียบๆ เท่าที่รู้จักกัน ลิเดียร์ไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่น ไม่ได้อยากเรียกร้องเหมือนที่ผู้หญิงหลายๆ คนเคยพยายาม เธอมีจุดยืนเป็นของตัวเอง ไม่ได้คิดจะเอาชีวิตไปผูกไว้ที่ใคร ตรงไหนทำให้สบายใจเธอก็คงเลือกอยู่ตรงนั้นเหมือนเขาเลย ผู้หญิงแบบเธอก็เป็นความสบายใจของเขาเหมือนกัน อยู่ใกล้และอยากอยู่ด้วยบ่อยๆ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน หรือจะเป็นเพร
บรรยากาศภายในห้องนอนซึ่งเป็นสถานที่แปลกถิ่นเงียบมากจนแทบได้ยินเสียงหัวใจของตัวเอง ในตอนที่ก้าวขาออกมาจากห้องน้ำลิเดียร์แทบวางสีหน้าไม่ถูกเมื่อเห็นว่าอีกคนมองเธอตั้งแต่ตอนที่ก้าวขาออกมาก้าวแรก ทั้งที่พยายามละเลยท่าทีแปลกๆ แต่เวลาที่รู้ตัวว่ามีคนจ้องมองมันก็อดรู้สึกไม่ได้อยู่ดี “ไปอาบน้ำได้แล้ว จะรออะไร”“ก็ลองรอดู”“เพื่อ?”“เผื่อมีคนใจดีอยากถูหลังให้ไง” มุมปากหนาผุดรอยยิ้มจางๆ คนเจ้าเล่ห์ เห็นแบบนี้แล้วรู้เลย“เพิ่งทำเล็บมาใหม่อ่ะ คงไม่ถนัดเท่าไหร่ ใช้แปรงขัดห้องน้ำถูแทนได้ไหมล่ะ” ให้ตายสิวะ กะล่อกูหลังฉีกเลยสินะ“โหดจัง ถ้าทำแบบนั้นหนังหลุดเลยนะ”“ก็ช่วยไม่ได้ เธอเรียกร้องเอง” “ใจร้ายเหมือนกันนะคนสวยๆ เนี่ย” “ผู้ชายหน้าตาดีๆ ก็ไว้ใจไม่ได้เหมือนกัน ร้ายไม่เบา” ลีโอยกยิ้มที่มุมปาก อยากจะเดินเข้าไปคลอเคลียให้หายอยาก ติดที่เธอยืนกอดอกมองหน้า ท่าทางแบบนี้มองปราดเดียวก็รู้เลยว่าตั้งการ์ดที่จะต่อต้านแน่ๆ คงเป็นเรื่องธรรมดาของคนเสน่ห์แรงนั่นแหละ หนุ่มๆ สนใจเยอะ ตัวเลือกก็เยอะเช่นกัน จะเมินจะเชิดใส่ใครก็คงได้ทั้งนั้น ระดับเธอ ลีโอเปลี่ยนไปใช้ห้องน้ำเพื่อจัดการตัวเองให้เรียบร้อย เขาหายเข
ภายในเพนท์เฮาส์หรูชั้นที่สูงสุดเสียงครวญครางเล็ดลอดออกมาจากห้องนอนไม่ขาดสาย ไอความเย็นของเครื่องปรับอากาศกระทบลงมาบนสองร่างที่แนบชิดติดกันบนเตียงนับชั่วโมงเต็มไม่สามารถดับความร้อนรุ่มที่เกิดขึ้นและยากจะดับลงเฉกเช่นทุกครั้งเซย์ รัวสะโพกเข้าหาช่องทางคับแคบไม่ยั้ง แม้จะมีเกราะป้องกันขวางกั้นถึงอย่างน
“กูว่าแล้วว่าสุดท้ายวันนึงมันต้องเป็นแบบนี้” ฉลามกุมขมับ ตาคมมองเพื่อนทั้งสองคนสลับกันไปมา และเหมือนว่าคนที่น่าห่วงมากที่สุดในตอนนี้จะเป็นจีน่า “เดี๋ยวนะไอ้หลาม มึงรู้เรื่องนี้มาก่อน?” ติณห์หรี่ตามองเช่นเดียวกับลีโอที่ให้ความสนใจ “ไอ้เวรเซย์มันหึงแม้แต่ตอนที่จีอยู่กับกู แล้วทำไมคนฉลาดๆ แบบกูจะดูไ
วันต่อมามหาวิทยาลัย ปึก~เสียงขวดน้ำดื่มถูกโยนลงบนโต๊ะม้าหินอ่อนซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของทุกคนในตอนนี้ การกระทำที่ป่าเถื่อนเรียกความสนใจจากทุกคนได้เป็นอย่างดีโดยเฉพาะตากลมสวยของผู้หญิงเพียงคนเดียวที่อยู่ในกลุ่มมือที่ประคองโทรศัพท์อยู่รีบปรับระดับลงต่ำ ความสับสนละคนห่วงใยที่ทำงานแทบทุกวินาทีไม่ได้ห
ปึก~ "โอ๊ย!" จีน่าร้องเสียงหลงเมื่อโดนอีกคนเหวี่ยงขึ้นเตียงแบบไม่ทันได้ตั้งตัวความเจ็บไม่ได้มีมากนัก แต่ที่มากที่สุดเห็นจะเป็นความรู้สึกตื่นเต้นและตกใจในเวลาเดียวกัน"อยากมีประสบการณ์มากเลยไม่ใช่เหรอ เอาสิ ในเมื่อเรารู้สึกแบบเดียวกันแล้วเธอจะมัวรออะไร" หัวใจดวงน้อยเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง ไม่ทันได้เป












reviews