LOGINผมเหลือบตามองเวลาบนหน้าจอโทรศัพท์ก่อนจะกระแทกลมหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย โทรศัพท์มือถือเครื่องหรูถูกโยนลงกับโซฟาก่อนจะดันตัวลุก ก้าวขาเข้าไปหาคนบางคนที่ไม่รู้ว่าจมอยู่กับความทุกข์อะไรหนักหนา
ของขวัญนั่งดื่มตั้งแต่ตีสี่จนมาถึงตีห้า คออ่อนที่ดื่มลงไปไม่กี่แก้วก็เมาได้สภาพตอนนี้จึงแตกต่างจากตอนปกติไปโดยปริยาย ร่างบอบบางแม้นั่งอยู่นิ่งๆ ยังโอนเอน ใบหน้าเนียนเริ่มแดงระเรื่อเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่พลุ่งพล่านอยู่ในร่างกาย ตากลมสวยที่เคยน่าค้นหาหยาดเยิ้ม ปากอิ่มพึมพำอะไรบางอย่างที่ผมไม่เข้าใจ "อื้อ!" น้ำเสียงหงุดหงิดเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากปะปนกับกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ตอนที่ผมอุ้มตัวเธอขึ้นจากเคาน์เตอร์ในท่าเจ้าสาว มือเรียวปัดป่ายตัวผมและพยายามลืมตาขึ้นมองเมื่อร่างกายลอยละลิ่วเหนือพื้น "องศา อะ อุ้มหนูทำไม" ผมปรายตามองเด็กสาวในอ้อมกอด ปีนเกลียวใหญ่ยิ่งตอนเมาชื่อของเขากลับหลุดจากปากเธอเปล่าๆ ปราศจากคำว่าพี่แบบที่ควรจะเป็น ปึก~ "โอ๊ย! หนูปวดหัว" ของขวัญโวยวายเมื่อผมโยนเธอลงบนเตียงกว้าง เครื่องปรับอากาศในห้องนอนทำงานอัตโนมัติ กลิ่นหอมจากน้ำหอมปรับอากาศผสานกับกลิ่นหอมสะอาดสะอ้านจากร่างบางสะกิดหัวใจแกร่งได้เป็นอย่างดี "ทำไมทำกับหนูแบบนี้ องศาใจร้าย~" "เงียบ" "หมดรักกันแล้วเหรอ ไม่รักกันแล้วใช่ไหมถึงได้..." "ไม่เคยรัก!" ผมหลุดปากพูดความจริงเมื่อใบหน้าผู้หญิงคนหนึ่งแทรกเข้ามาในความทรงจำ คนเมาที่ฟูมฟายไร้สติในตอนแรกปรือตาขึ้นมองหน้าผมอย่างตกใจ ตากลมๆ คู่นั้นมีหยาดน้ำตาพร้อมกับริมฝีปากอวบอิ่มที่สั่นระริก ของขวัญเหมือนตั้งใจจะพูดอะไรสักอย่าง ภาพผู้หญิงอีกคนที่นั่งร้องไห้ในผับกำลังฉายชัดพร้อมกับใบหน้าของขวัญที่เปื้อนน้ำตา ผมช่วยของขวัญมาจนจะสุดทางแล้ว ผมควรปล่อยมือเธอง่ายๆ แบบนี้เหรอวะ? อีกแค่เดือนเดียวทุกอย่างก็จบแล้วไหม ถึงวันเกิดของขวัญเมื่อไหร่ผู้ใหญ่ฝั่งเธอจะบอกความจริงทุกเรื่อง อธิบายว่าความทรงจำบางส่วนที่หายไปมันไม่เคยมีเรื่องราวของผมอยู่ในนั้นเหมือนที่ทุกคนพยายามปั้นเรื่องโกหก หากของขวัญรู้สึกดีต่อกันแล้วต้องมารู้ความจริงภายหลัง อย่างน้อยการช่วยเธอจนสุดทางมันก็อาจจะทำให้เด็กสาวเข้าใจและยอมจากกันแต่โดยดี "มะ เมื่อกี้~" "พี่ขอโทษ" ผมโน้มตัวลงไปประชิดร่างบางบนเตียงก่อนจะกดริมฝีปากลงบนเรียวปากเอิบอิ่มที่สั่นระริกเพราะความหวาดกลัว ในตอนที่ปากแนบชิดกันผมมองเห็นตากลมคู่นั้นกลอกกลิ้งไปด้วยหยาดน้ำตาปะปนกับความรู้สึกสับสน บดจูบให้ลึกซึ้งขึ้น หวังสิ่งเดียวคือให้ของขวัญลืมเรื่องที่ผมพูดก่อนหน้านี้ซะ ลืมมันไปจนกระทั่งความเชื่อเรื่องดวงชะตาที่จะเปลี่ยนแปลงในวันเกิดค่อยให้เธอรับรู้ความจริง ความต้องการของผมได้ผลตอนที่ผมสอดลิ้นเข้าไปในโพรงปากบาง แขนเรียวตวัดขึ้นโอบรอบลำคอของผมก่อนจะยอมเผยอปากให้ผมจูบอย่างว่าง่าย ลิ้นเล็กตวัดจูบตอบเงอะงะ ความหวานจากปากอิ่มทำให้ผมอยากเดินหน้าต่อ ยิ่งเด็กสาวยินยอม สัญชาตญาณความเป็นชายก็ยิ่งยากที่จะหยุดยั้งได้อีกต่อไป "อือ~" เสียงครวญครางเล็ดลอดออกมาอย่างแผ่วเบาเมื่อนิ้วยาวเหยียดวางทาบอกอวบพร้อมกับออกแรงขย้ำ เคล้นคลึงอย่างเบามือทว่ากลับทำร่างบางครางแทบไม่เป็นภาษา ริมฝีปากผละออกจากกันก่อนที่ของขวัญจะเชิดใบหน้าขึ้น กลิ่นหอมจากซอกคอขาวผ่องทำผมควบคุมตัวเองยากกว่าเก่า ใบหน้าหล่อเหลาซุกไซ้ซอกคอพร้อมกับขบเม้มอย่างหยอกล้อ กลิ่นกายสาวกระตุ้นความแข็งแกร่งให้เดินหน้าค้นหาทุกอย่างต่อไป "อ๊ะ~ องศา..." ริมฝีปากอวบอิ่มครางกระเส่าเมื่อชุดนอนตัวบางหลุดจากร่างกายสะอาดสะอ้าน ฝ่ามือใหญ่บีบเคล้นความอบอิ่มของก้อนเนื้อขาวผ่อง ขาเรียวบดเบียดเข้าหากันในตอนที่ผมดันตัวลงต่ำ ใช้ลิ้นและปากทักทายปลายถันสีหวานที่แข็งชันตอบรับทันทีที่ผมแตะปลายลิ้นละเลงลงไป "อ๊ะ~ สะ เสียว" ความอดทนขาดสะบั้นเมื่อคนตัวเล็กเปิดทางให้ผมด้วยความเต็มใจ นิ้วยาวเหยียดบีบเคล้นความอวบอิ่มขณะที่ปลายลิ้นตวัดรัวเร็วละเลงยอดถันและขบเม้มอย่างตะกละตะกลาม ของขวัญครวญครางออกมาด้วยความเสียวซ่าน สองมือทั้งกดและปล่อยสลับกันในยามที่ผมระรานหน้าอกของเธอหนักขึ้น เสียงกรีดร้องด้วยความเสียวถูกเปล่งออกมาเมื่อผมลากปลายลิ้นอย่างเชื่องช้าตามผิวเนียนละเอียด ความใจเย็นแปรเปลี่ยนเป็นร้อนแรงเมื่อลิ้นสากสะกิดกับยอดถันเสมือนเป็นการหยอกล้อให้คนตัวเล็กคล้อยตาม ความอดทนสะบั้นซ้ำเมื่อปากอวบอิ่มแตะลงที่แก้มสาก ผมมองคนใต้ร่างด้วยความรู้สึกที่อธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ไม่ถูก เมื่อผมหยุดการกระทำของขวัญจึงลืมตามองผมอย่างอ้อยอิ่ง อยู่ดีๆ ความน้อยใจก็ฉายชัดในตากลมคู่นั้น ความน้อยใจแปรเปลี่ยนเป็นอ้อนวอนจนผมต้องก้มลงไปจูบเธอใหม่ ใช้มืออีกข้างปลดกระดุมกางเกงยีนส์จะใช้เท้าถีบให้ร่วงลงไปอยู่ที่ปลายเตียง "แน่ใจนะว่าต้องการแบบนี้" ผมเอ่ยถามขณะที่แยกเรียวขาขาวออกจากกัน ความใหญ่โตเกินมาตรฐานเหยียดขยายอวดความยิ่งใหญ่และความพร้อมที่เต็มร้อย ผมควบคุมตัวเองได้ดีมาโดยตลอด แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่ ครั้งนี้ผมควบคุมความรู้สึกของตัวเองไม่ได้เลย "ขวัญจะเป็นขององศา แค่องศาคนเดียว~" "เลือกเองก็อย่ามาเสียใจทีหลังก็แล้วกัน" ผมแทรกกายที่กลางหว่างขา กดสายตามองต่ำตอนที่หัวเห็ดแดงก่ำจ่อปากทางรักที่เหมือนจะคับแคบมากเป็นพิเศษ ไม่แน่ใจว่าผมไม่เก่งเรื่องเล้าโลมหรือมองว่าเรื่องผมและเธอมันเป็นแค่เซ็กซ์ เอวสอบขยับเข้าหาแรงๆ กระทั้นกระแทกลำรักเข้ากับจุดอ่อนไหว ตอกเข้าหนักๆ จนสุดความยาวของมันในครั้งเดียว กึด! ปึก! "กรี้ดดดด!" เสียงกรีดร้องและแรงผวาทำผมชะงัก บดกรามเข้าหากันแน่นเมื่อความคับแคบบีบรัดช่วงล่างจนปวดหนึบไปหมด "อย่าบอกนะว่าเธอ..." "จะ เจ็บ ฮึก! มันเจ็บ~" มวลน้ำตาพรั่งพลูออกมาจากตากลมสวย คราบเลือดที่เปรอะตามลำรักเมื่อผมถอดถอนแก่นกายช้าๆ บ่งบอกว่าผมไม่ได้เข้าใจผิด ของขวัญไม่เคยผ่านมือใครมา ถือเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์เหนือความคาดหมายจริงๆ! "รู้ใช่ไหมว่าตัดสินใจไปแล้วมันกลับไปเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้แล้ว" คนใต้ร่างที่พยายามกลั้นเสียงสะอื้นพยักหน้าทั้งน้ำตา นิ้วสวยที่จิกบนแขนผมอย่างแรงตอนที่โดนผมกระแทกเปลี่ยนมาโอบกอดตัวผมเอาไว้หลวมๆ ที่พูดว่าเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้แล้ว ก็แค่บอกให้รู้เท่านั้น ขึ้นชื่อว่าผู้ชายถ้ามาถึงขั้นนี้แล้วใครมันจะไปหยุดได้กัน! ผมยกมือสางเส้นผมของตัวเองลวกๆ พยายามขยับเข้าออกในตัวของของขวัญอย่างใจเย็นทั้งที่แทบรอไม่ไหว ช่องทางรักที่ไม่เคยผ่านมือใครมาบีบรัดตัวตนของผมอย่างแรงจนเผลอเชิดใบหน้า หลุดเสียงครางออกมาอย่างพึงพอใจ ใบหน้าของคนที่ผมตั้งใจไปเจอก่อนจะกลับมาหาของขวัญฉายชัดขึ้นมาในความทรงจำอีกครั้ง ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเผลอเอ่ยชื่อผู้หญิงคนนั้นออกมา "...คัพเค้ก""พะ พี่องศา" ตากลมสวยสั่นระริกเมื่อร่างกายถูกร่างสูงกว่าโน้มลงมาทาบทับ แผ่นหลังบางแนบชิดกับเตียงกว้างเป็นจังหวะเดียวกับที่อีกคนกดเข่าแทรกเข้ามากลางหว่างขาส่งผลให้เรียวขาขาวแยกออกจากกันทันที"เดี๋ยวพี่ดูดพิษไข้ให้" ริมฝีปากผ่าวร้อนบดเบียดเข้าหากันแน่น พวงแก้มเนียนแดงระเรื่อ ความน้อยอกน้อยใจหายเป็นปลิดทิ้งเพียงแค่คู่หมั้นหนุ่มกลับมา"ทำไมแก้มถึงแดงขนาดนี้ ไข้ขึ้นหรือเปล่า" ฉันส่ายหน้ารัวๆ แทนคำตอบ อีกคนเลยพิสูจน์ด้วยการกดหน้าผากลงมาแนบชิด ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดกันและกันยิ่งพานกระตุ้นให้ใจดวงน้อยเต้นแรงฉันหลับตาลงเมื่อพี่องศาชกชิมริมฝีปากของฉันอีกครั้ง ดูดดุนทั้งบนและล่างก่อนจะเลื่อนใบหน้าเข้าหาซอกคอขาว ขนอ่อนลุกซู่ไปทั้งกายเพียงแค่ริมฝีปากขบเม้มซ้ำๆ ร่างบางบิดเร่าๆ ตอบสนองความเสียวซ่าน เสียงครวญครางเล็ดลอดออกมาอย่างแผ่วเบาคนตัวโตจึงยอมผละตัวออกห่าง แต่การกระทำของเขาต่อจากนั้นมันยิ่งกระตุ้นก้อนเนื้อของอกทางด้านซ้ายได้ดีกว่าเดิม"พะ พี่องศา จะทำอะไรคะ" "ดูไปเรื่อยๆ ก่อนไหม" ฉันกัดปากตัวเองอย่างแรงเมื่อฝ่ามือหนาสอดเข้ามาใต้สะโพก ดึงกางเกงนอนของฉันลงต่ำจนเปลือยเปล่าแบบที่เขาต้องการไม่เพีย
-ของขวัญ-[องศา : กินแล้วครับ] ข้อความที่เด้งกลับหลังจากที่ฉันส่งไปเกือบสองชั่วโมงให้ความรู้สึกเรียบเฉย ว่างเปล่า อยู่ดีๆ มันก็ไม่มีความตื่นเต้นแบบที่ควรจะเป็นฉันมองข้อความนั้นที่มันโชว์บนหน้าจอแม้ไม่ต้องเปิดอ่าน เพราะมันเป็นเพียงข้อความสั้นๆ มองเฉยๆ จนกระทั่งหน้าจอโทรศัพท์ดับลงอีกครั้งตากลมจึงมองออกไปทางอื่นแทนฉันพลิกตัวเปลี่ยนท่านอนจากเดิมเป็นการนอนคว่ำ ดึงผ้าห่มสีขาวสะอาดที่ทั้งผืนถูกปกคลุมไปด้วยกลิ่นหอมจากน้ำยาซักผ้าและกลิ่นโลชั่นบำรุงผิวที่ฉันใช้ประจำมาคลุมไว้ทั้งตัวเหลือแค่ใบหน้าจิ้มลิ้มโผล่พ้นออกมาคิดทบทวนสิ่งที่เจอมาเงียบๆ และไม่ปฏิเสธว่ากำลังคิดว่าคู่หมั้นหนุ่มกำลังนอกใจ!ปิ๊งป่อง!เสียงสัญญาณจากหน้าประตูห้อง ส่งผลให้ตากลมสวยตวัดหันไปยังทิศทางของประตูทันที หัวใจที่ผ่านความชามาหมาดๆ กลับมาเต้นแรงอีกครั้งเพียงแค่ฉันคิดว่าคนที่อยู่หน้าห้องคือใครมีนไม่มาเวลานี้แน่ๆ หรือถ้าจะมาอย่างน้อยๆ ก็ต้องส่งข้อความมาบอกก่อน ไม่มีทางโผล่มา แบบที่ไม่ได้บอกล่วงหน้าแบบนี้อย่างแน่นอนปิ๊งป่อง! เสียงสัญญาณหน้าห้องดังซ้ำกระตุ้นให้ฉันยอมลุกจากเตียง มองผ่านช่องเล็กๆ ของประตูจึงได้รู้ว่าคนที่อยู
พี่เซย์ขับรถมาส่งฉันโดยมีพี่จีน่านั่งข้างๆ พี่จีน่าพยายามคุยกับฉันตลอดทางแต่บอกตรงๆ ว่าฉันไม่มีกระจิตกระใจจะคุยเลย เหมือนจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว รอจนกระทั่งรถของพี่เซย์เลื่อนมาจอดหน้าคอนโดพี่จีน่าก็ตามลงมาส่งฉันด้วย"ขอบคุณนะคะพี่จีที่มาส่งทั้งที่ฝนตกหนักมากเลย" "น้องขวัญไม่สบายใจเรื่องอะไรหรือเปล่าบอกพี่ได้นะ น้องขวัญดูไม่โอเคเลย หรือคิดมากที่องศามันไม่รับสาย ให้พี่โทรให้ดีไหม" "ไม่เป็นไรค่ะพี่จี ถ้าหนูโทรแล้วพี่องศาไม่รับ แต่ถ้าเป็นพี่จีโทรแล้วพี่องศารับ มันก็อาจจะแปลว่าพี่องศาไม่ได้อยากคุยกับหนูตอนนี้ไหมคะ" ฉันพยายามฝืนยิ้ม เช่นเดียวกับพี่จีที่ส่ายหน้าไปมาทันที"ไม่สิ มันต้องไม่เป็นแบบนั้น" พี่จีน่าดึงมือฉันไปจับเอาไว้หรือตอนนี้สิ่งที่ฉันคิดมาก มันกำลังทำให้พี่จีน่ากังวลตาม หรือฉันควรคุยกับพี่จีน่าหรือถามออกไปตรงๆ ว่าสิ่งที่ฉันเห็นมันหมายความว่ายังไง ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร แล้วถ้าฉันถามฉันจะได้รับความจริงหรือเปล่า หลายคำถามมันตีกันรวนอยู่ในหัว แทบแยกไม่ออกเลยว่าควรจัดการกับความรู้สึกในตอนนี้ยังไงดี"พี่ขอโทรศัพท์หน่อยได้ไหมคะ" ฉันปลดล็อกโทรศัพท์ของตัวเองก่อนจะยื่นมันให้พี่จีน่า
-ของขวัญ-มหาวิทยาลัย"...พี่จี" ฉันโบกไม้โบกมือให้รุ่นพี่สาวที่ยืนเหม่ออยู่นาน ตอนแรกลังเลว่าจะรอให้พี่จีเดินออกมาจากตรงนั้นก่อนค่อยทัก ทว่ารุ่นพี่สาวกลับไม่ยอมก้าวขาออกมาจากตรงนั้นสักที สีหน้าเหมือนคนกำลังเก็บบางสิ่งบางอย่างมาคิดอยู่ในหัว เหมือนคนมีเรื่องให้ไม่สบายใจ"น้องขวัญ" พี่จีน่าสะบัดหัวแรงๆ ก่อนจะยิ้มให้ฉัน สีหน้าที่ไม่ค่อยสู้ดีส่งผลให้ฉันผายมือไปที่ฝั่งร้านกาแฟทันที"กาแฟสักแก้วไหมคะเผื่อจะดีขึ้น" "ดีเลยค่ะ น้องขวัญรีบไหมไปกับพี่นะ" "ไม่รีบค่ะ ขวัญรอเพื่อนอยู่พอดี""เคเลย" พี่จีน่าตรงไปยังร้านกาแฟพร้อมฉัน เราสั่งเครื่องดื่มพร้อมกันก่อนจะเดินมานั่งรอด้วยกัน"เมื่อคืนกลับดึกมากเหรอคะ เหมือนคนนอนน้อยเลย" "งั้นเหรอ วันนี้พี่แต่งหน้าไม่สวยหรือเปล่า รีบๆ หน่อย" รุ่นพี่สาวรีบล้วงโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าเข้าไปที่กล้องหน้าเพื่อเช็กใบหน้าของตัวเอง"เหมือนคนพักผ่อนไม่ค่อยเต็มที่ค่ะพี่จี แต่ยังสวยเหมือนเดิมนะคะ" "ปากหวานนะเนี่ย แต่ก็นั่นแหละ สวยก็ใช่ว่าจะสวยสำหรับทุกคน" "คะ?" ฉันเอียงคอมองสบตากับคนตรงหน้า ไม่เข้าใจว่าสิ่งที่พี่จีน่าพูดมันหมายความว่ายังไงหมายความว่ามีใครสักคนบอกว่า
S2 PUB"...น้องคนนั้นสวยว่ะ กูล็อกเป้าเรียบร้อย ห้าทุ่มเจอกัน!" ฉลามดีดปลายนิ้วพร้อมกับยกยิ้มที่มุมปาก ตาคมทอดมองไปยังร่างบอบบางของคนที่อยู่ในชุดเดรสสีชมพูสดใสฉลามมันก็เป็นแบบนี้ทุกครั้ง ชัดเจนกว่าทุกคนเสมอ ชอบคนไหนมันก็เอาคนนั้น มีแต่ผมนี่แหละที่ขยับทำอะไรตามใจตัวเองไม่ได้สักที"มึงเปลี่ยนผู้หญิงเหมือนเปลี่ยนกางเกงในเลยนะหลาม รถไฟไม่เคยชนกันหน่อยเหรอวะ เหมือนกูต้องยอมก้มหัวคารวะให้มึงเป็นอาจารย์ว่ะ" "กลัวเหี้ยไรวะ ก็รู้ๆ กันอยู่แล้ว ว่าไม่ได้จะคบจริงจังแบบนั้น รู้กันทั้งสองฝ่ายแล้วแบบนั้นจะเรียกร้องให้ได้เหี้ยไร" "มึงนี่โชคดีเหมือนกันนะ ควงไม่เคยซ้ำหน้าแต่ก็ไม่เคยมีปัญหาเลยสักที" ลีโอมองหน้าเพื่อนแบบเหนือความคาดหมาย ส่วนคนถูกชมก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เรื่องนี้ไม่มีใครสู้มันได้จริงๆ"วันนี้จีน่าไม่มาถูกปะ? เงียบ เงียบนี่แปลว่าอะไรวะ ไม่รู้หรือขี้เกียจตอบ" "แล้วมึงถามใคร?""ถามเหี้ยเซย์ไง มันสนิทกับจีที่สุดแล้วไม่ใช่เหรอวะ" "มึงมากกว่ามั้งที่สนิทกับยัยนั่นมากกว่ากู" เซย์เอ่ยขึ้นมาบ้าง วันนี้สีหน้าของมันค่อนข้างเซ็งถึงเซ็งมาก แต่ก็นะ เซย์ก็ยังเป็นเซย์ที่ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร"กูเนี่ยนะสนิ
-องศา-"...แม่ขา" เสียงสดใสของคนตัวเล็กข้างกายทักทายคนที่นั่งรออยู่ในห้องก่อนแล้ว ขาเรียวก้าวเร็วๆ ไปที่เบื้องหน้าก่อนจะพุ่งเข้าไปกอดคนที่นั่งรออยู่บนโซฟาอย่างรวดเร็ว"รอนานไหมคะ" "ไม่นานจ๊ะแม่เพิ่งจะมาถึงเหมือนกัน" ผมยกมือไหว้เมื่อแม่ของขวัญเบนสายตามาที่ผม รอยยิ้มอบอุ่นประดับบนใบหน้า ผมมักจะเจอกับรอยยิ้มนี้ทุกครั้งที่เราเจอกัน"ไปกินข้าวกันมาเหรอลูก" "ใช่ค่ะ คุณแม่ทานอะไรมาหรือยังคะให้หนูทำอะไรให้ทานไหม" "หืม? ไม่คิดว่าจะได้ยินคำถามนี้เลยนะ" ของขวัญยิ้มแห้ง ถึงอย่างนั้นก็ยังอยากอวดในสิ่งที่ตัวเองกำลังพยายาม"หนูตั้งใจจะเรียนทำอาหารค่ะ นี่คิดว่าถ้ามีเวลาว่างจะเข้าคอร์สเรียนเลยนะคะ มันต้องดีมากๆ เลยแหละ""ขนาดนั้นเชียวเร้อ แบบนี้ในอนาคตแม่คงไม่ต้องจ้างแม่บ้านล่ะมั้ง ลูกสาวจะทำอาหารเก่งแล้วนี่นา" "ได้นะคะ แต่ต้องขอเวลาเรียนรู้ก่อน รอแบบใจเย็นๆ นะคะ" แม่ของขวัญระบายรอยยิ้มออกมาอย่างอบอุ่น สังเกตเห็นว่าฝ่ามือลูบศีรษะของบุตรสาวอย่างอ่อนโยน"คุณแม่คุยกับพี่องศารอก่อนนะคะ เดี๋ยวหนูไปหาขนมและน้ำผลไม้มาให้ทานค่ะ" "ขอบใจนะลูก" ของขวัญหอมแก้มแม่ฟอดใหญ่จากนั้นก็รีบลุกออกไป ปล่อยให้ผมอยู่กับแ







