LOGINผมเหลือบตามองเวลาบนหน้าจอโทรศัพท์ก่อนจะกระแทกลมหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย โทรศัพท์มือถือเครื่องหรูถูกโยนลงกับโซฟาก่อนจะดันตัวลุก ก้าวขาเข้าไปหาคนบางคนที่ไม่รู้ว่าจมอยู่กับความทุกข์อะไรหนักหนา
ของขวัญนั่งดื่มตั้งแต่ตีสี่จนมาถึงตีห้า คออ่อนที่ดื่มลงไปไม่กี่แก้วก็เมาได้สภาพตอนนี้จึงแตกต่างจากตอนปกติไปโดยปริยาย ร่างบอบบางแม้นั่งอยู่นิ่งๆ ยังโอนเอน ใบหน้าเนียนเริ่มแดงระเรื่อเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่พลุ่งพล่านอยู่ในร่างกาย ตากลมสวยที่เคยน่าค้นหาหยาดเยิ้ม ปากอิ่มพึมพำอะไรบางอย่างที่ผมไม่เข้าใจ "อื้อ!" น้ำเสียงหงุดหงิดเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากปะปนกับกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ตอนที่ผมอุ้มตัวเธอขึ้นจากเคาน์เตอร์ในท่าเจ้าสาว มือเรียวปัดป่ายตัวผมและพยายามลืมตาขึ้นมองเมื่อร่างกายลอยละลิ่วเหนือพื้น "องศา อะ อุ้มหนูทำไม" ผมปรายตามองเด็กสาวในอ้อมกอด ปีนเกลียวใหญ่ยิ่งตอนเมาชื่อของเขากลับหลุดจากปากเธอเปล่าๆ ปราศจากคำว่าพี่แบบที่ควรจะเป็น ปึก~ "โอ๊ย! หนูปวดหัว" ของขวัญโวยวายเมื่อผมโยนเธอลงบนเตียงกว้าง เครื่องปรับอากาศในห้องนอนทำงานอัตโนมัติ กลิ่นหอมจากน้ำหอมปรับอากาศผสานกับกลิ่นหอมสะอาดสะอ้านจากร่างบางสะกิดหัวใจแกร่งได้เป็นอย่างดี "ทำไมทำกับหนูแบบนี้ องศาใจร้าย~" "เงียบ" "หมดรักกันแล้วเหรอ ไม่รักกันแล้วใช่ไหมถึงได้..." "ไม่เคยรัก!" ผมหลุดปากพูดความจริงเมื่อใบหน้าผู้หญิงคนหนึ่งแทรกเข้ามาในความทรงจำ คนเมาที่ฟูมฟายไร้สติในตอนแรกปรือตาขึ้นมองหน้าผมอย่างตกใจ ตากลมๆ คู่นั้นมีหยาดน้ำตาพร้อมกับริมฝีปากอวบอิ่มที่สั่นระริก ของขวัญเหมือนตั้งใจจะพูดอะไรสักอย่าง ภาพผู้หญิงอีกคนที่นั่งร้องไห้ในผับกำลังฉายชัดพร้อมกับใบหน้าของขวัญที่เปื้อนน้ำตา ผมช่วยของขวัญมาจนจะสุดทางแล้ว ผมควรปล่อยมือเธอง่ายๆ แบบนี้เหรอวะ? อีกแค่เดือนเดียวทุกอย่างก็จบแล้วไหม ถึงวันเกิดของขวัญเมื่อไหร่ผู้ใหญ่ฝั่งเธอจะบอกความจริงทุกเรื่อง อธิบายว่าความทรงจำบางส่วนที่หายไปมันไม่เคยมีเรื่องราวของผมอยู่ในนั้นเหมือนที่ทุกคนพยายามปั้นเรื่องโกหก หากของขวัญรู้สึกดีต่อกันแล้วต้องมารู้ความจริงภายหลัง อย่างน้อยการช่วยเธอจนสุดทางมันก็อาจจะทำให้เด็กสาวเข้าใจและยอมจากกันแต่โดยดี "มะ เมื่อกี้~" "พี่ขอโทษ" ผมโน้มตัวลงไปประชิดร่างบางบนเตียงก่อนจะกดริมฝีปากลงบนเรียวปากเอิบอิ่มที่สั่นระริกเพราะความหวาดกลัว ในตอนที่ปากแนบชิดกันผมมองเห็นตากลมคู่นั้นกลอกกลิ้งไปด้วยหยาดน้ำตาปะปนกับความรู้สึกสับสน บดจูบให้ลึกซึ้งขึ้น หวังสิ่งเดียวคือให้ของขวัญลืมเรื่องที่ผมพูดก่อนหน้านี้ซะ ลืมมันไปจนกระทั่งความเชื่อเรื่องดวงชะตาที่จะเปลี่ยนแปลงในวันเกิดค่อยให้เธอรับรู้ความจริง ความต้องการของผมได้ผลตอนที่ผมสอดลิ้นเข้าไปในโพรงปากบาง แขนเรียวตวัดขึ้นโอบรอบลำคอของผมก่อนจะยอมเผยอปากให้ผมจูบอย่างว่าง่าย ลิ้นเล็กตวัดจูบตอบเงอะงะ ความหวานจากปากอิ่มทำให้ผมอยากเดินหน้าต่อ ยิ่งเด็กสาวยินยอม สัญชาตญาณความเป็นชายก็ยิ่งยากที่จะหยุดยั้งได้อีกต่อไป "อือ~" เสียงครวญครางเล็ดลอดออกมาอย่างแผ่วเบาเมื่อนิ้วยาวเหยียดวางทาบอกอวบพร้อมกับออกแรงขย้ำ เคล้นคลึงอย่างเบามือทว่ากลับทำร่างบางครางแทบไม่เป็นภาษา ริมฝีปากผละออกจากกันก่อนที่ของขวัญจะเชิดใบหน้าขึ้น กลิ่นหอมจากซอกคอขาวผ่องทำผมควบคุมตัวเองยากกว่าเก่า ใบหน้าหล่อเหลาซุกไซ้ซอกคอพร้อมกับขบเม้มอย่างหยอกล้อ กลิ่นกายสาวกระตุ้นความแข็งแกร่งให้เดินหน้าค้นหาทุกอย่างต่อไป "อ๊ะ~ องศา..." ริมฝีปากอวบอิ่มครางกระเส่าเมื่อชุดนอนตัวบางหลุดจากร่างกายสะอาดสะอ้าน ฝ่ามือใหญ่บีบเคล้นความอบอิ่มของก้อนเนื้อขาวผ่อง ขาเรียวบดเบียดเข้าหากันในตอนที่ผมดันตัวลงต่ำ ใช้ลิ้นและปากทักทายปลายถันสีหวานที่แข็งชันตอบรับทันทีที่ผมแตะปลายลิ้นละเลงลงไป "อ๊ะ~ สะ เสียว" ความอดทนขาดสะบั้นเมื่อคนตัวเล็กเปิดทางให้ผมด้วยความเต็มใจ นิ้วยาวเหยียดบีบเคล้นความอวบอิ่มขณะที่ปลายลิ้นตวัดรัวเร็วละเลงยอดถันและขบเม้มอย่างตะกละตะกลาม ของขวัญครวญครางออกมาด้วยความเสียวซ่าน สองมือทั้งกดและปล่อยสลับกันในยามที่ผมระรานหน้าอกของเธอหนักขึ้น เสียงกรีดร้องด้วยความเสียวถูกเปล่งออกมาเมื่อผมลากปลายลิ้นอย่างเชื่องช้าตามผิวเนียนละเอียด ความใจเย็นแปรเปลี่ยนเป็นร้อนแรงเมื่อลิ้นสากสะกิดกับยอดถันเสมือนเป็นการหยอกล้อให้คนตัวเล็กคล้อยตาม ความอดทนสะบั้นซ้ำเมื่อปากอวบอิ่มแตะลงที่แก้มสาก ผมมองคนใต้ร่างด้วยความรู้สึกที่อธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ไม่ถูก เมื่อผมหยุดการกระทำของขวัญจึงลืมตามองผมอย่างอ้อยอิ่ง อยู่ดีๆ ความน้อยใจก็ฉายชัดในตากลมคู่นั้น ความน้อยใจแปรเปลี่ยนเป็นอ้อนวอนจนผมต้องก้มลงไปจูบเธอใหม่ ใช้มืออีกข้างปลดกระดุมกางเกงยีนส์จะใช้เท้าถีบให้ร่วงลงไปอยู่ที่ปลายเตียง "แน่ใจนะว่าต้องการแบบนี้" ผมเอ่ยถามขณะที่แยกเรียวขาขาวออกจากกัน ความใหญ่โตเกินมาตรฐานเหยียดขยายอวดความยิ่งใหญ่และความพร้อมที่เต็มร้อย ผมควบคุมตัวเองได้ดีมาโดยตลอด แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่ ครั้งนี้ผมควบคุมความรู้สึกของตัวเองไม่ได้เลย "ขวัญจะเป็นขององศา แค่องศาคนเดียว~" "เลือกเองก็อย่ามาเสียใจทีหลังก็แล้วกัน" ผมแทรกกายที่กลางหว่างขา กดสายตามองต่ำตอนที่หัวเห็ดแดงก่ำจ่อปากทางรักที่เหมือนจะคับแคบมากเป็นพิเศษ ไม่แน่ใจว่าผมไม่เก่งเรื่องเล้าโลมหรือมองว่าเรื่องผมและเธอมันเป็นแค่เซ็กซ์ เอวสอบขยับเข้าหาแรงๆ กระทั้นกระแทกลำรักเข้ากับจุดอ่อนไหว ตอกเข้าหนักๆ จนสุดความยาวของมันในครั้งเดียว กึด! ปึก! "กรี้ดดดด!" เสียงกรีดร้องและแรงผวาทำผมชะงัก บดกรามเข้าหากันแน่นเมื่อความคับแคบบีบรัดช่วงล่างจนปวดหนึบไปหมด "อย่าบอกนะว่าเธอ..." "จะ เจ็บ ฮึก! มันเจ็บ~" มวลน้ำตาพรั่งพลูออกมาจากตากลมสวย คราบเลือดที่เปรอะตามลำรักเมื่อผมถอดถอนแก่นกายช้าๆ บ่งบอกว่าผมไม่ได้เข้าใจผิด ของขวัญไม่เคยผ่านมือใครมา ถือเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์เหนือความคาดหมายจริงๆ! "รู้ใช่ไหมว่าตัดสินใจไปแล้วมันกลับไปเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้แล้ว" คนใต้ร่างที่พยายามกลั้นเสียงสะอื้นพยักหน้าทั้งน้ำตา นิ้วสวยที่จิกบนแขนผมอย่างแรงตอนที่โดนผมกระแทกเปลี่ยนมาโอบกอดตัวผมเอาไว้หลวมๆ ที่พูดว่าเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้แล้ว ก็แค่บอกให้รู้เท่านั้น ขึ้นชื่อว่าผู้ชายถ้ามาถึงขั้นนี้แล้วใครมันจะไปหยุดได้กัน! ผมยกมือสางเส้นผมของตัวเองลวกๆ พยายามขยับเข้าออกในตัวของของขวัญอย่างใจเย็นทั้งที่แทบรอไม่ไหว ช่องทางรักที่ไม่เคยผ่านมือใครมาบีบรัดตัวตนของผมอย่างแรงจนเผลอเชิดใบหน้า หลุดเสียงครางออกมาอย่างพึงพอใจ ใบหน้าของคนที่ผมตั้งใจไปเจอก่อนจะกลับมาหาของขวัญฉายชัดขึ้นมาในความทรงจำอีกครั้ง ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเผลอเอ่ยชื่อผู้หญิงคนนั้นออกมา "...คัพเค้ก"ครืด~ ครืด~ โทรศัพท์มือถือเครื่องหรูสั่นสะเทือนขึ้นขัดจังหวะคนที่กำลังทำหน้าที่เป็นพลขับหลังจากที่พาเธอมาขึ้นรถได้จนสำเร็จ เห็นเป็นเบอร์โทรของติณห์ที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ ไม่ได้ลังเลที่จะกดรับสายทันที“ว่า?”(ทักกูเสียงแจ๋วเลยนะมึง อยู่ไหนวะ โทรหาตั้งนานแล้วเสือกไม่รับสาย ต้องให้กูส่งคนไปลากมึงที่คอนโดไหม?) “ได้นะ ตามสบาย” ลีโอไหวไหล่ โน้มตัวเข้าไปหาคนข้างๆ จมูกแทบกระแทกเข้ากับแก้มเนียนในตอนที่รัดเข็มขัดนิรภัยให้ เธอจะรู้ทันหรือเปล่าอันนี้ไม่รู้ แต่ตั้งใจทำเนียนเข้าใกล้อันนี้คือเรื่องจริงเลยคิดถึงกลิ่นหอมๆ ไม่ได้กลิ่นมาตั้งหลายวัน!(ถูกสาวเทแล้วนี่ ให้กูส่งเด็กไปปลุกไหม ท่าทางลูกชายมึงจะหลับไหลไปแล้วหลายวัน เพราะใช้งานไม่ได้ก็คงต้องกระตุ้นนะ หึๆ) เสียงที่ดังตามสายส่งผลให้ลีโอปรายสายตามองคนข้างๆ แต่ลิเดียร์ไม่มองหน้าเขา เธอหันหน้าหนีไม่สนใจเรื่องที่เพื่อนเขากำลังพูดเฉยเลย“รู้ดีนะมึงอ่ะ เอาตัวเองให้รอดก่อนไหม”(ยังไง กูไม่เหมือนพวกมึงครับ ชอบกันนักเอาใจลงไปเล่นเนี่ย ถูกเทขึ้นมาก็เสียหลัก เมาคอพับกูเนี่ยต้องลากมึงขึ้นไปนอนทุกวัน หนักฉิบหาย ขาโคตรยาว) “หึ…” (นี่นะ ถ้ากูเจอหน้าลิเดียร์
“อื้ออ~” เสียงครางในลำคอดังขึ้นอย่างแผ่วเบาในยามที่ร่างบอบบางบนโซฟาขนาดใหญ่ที่ทำให้คนตัวเล็กๆ นอนหลับได้แบบสบายๆ ลิเดียร์ยกมือขึ้นแตะที่ขมับก่อนจะเปิดเปลือกตาขึ้น ไอความเย็นของเครื่องปรับอากาศสาดกระทบลงมาบผิวเนียนจนรู้สึกหนาว ถึงแม้จะมีผ้าห่มผืนไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไปคลุมอยู่บนตัวเธอก็ตาม วินาทีแรกเห็นเป็นผนังของร้าน กำลังจะควานหาโทรศัพท์เพื่อดูเวลาแต่กลับประสานสายตากับคนที่หลับนอนอยู่ใกล้เธอซะก่อน หลับนอนอยู่ใกล้ๆ ที่ไม่ได้หมายถึงนอนบนโซฟาตัวเดียวกัน แต่เขานั่งอยู่ที่พื้น ใบหน้าแนบอยู่กับโซฟาตัวที่เธอนอน ลิเดียร์ถอนหายใจพรืดใหญ่ พยายามมองหาลูกน้องคนสนิทแต่หางตาเหลือบมองผ่านกระจกใสที่มีผ้าม่านกั้น แต่ปลิวไหวตามแรงลมของพัดลมไอน้ำอีกตัวที่ตั้งอยู่ไม่ไกล มองเห็นว่าด้านนอกมันมืดแล้ว เห็นแบบนั้นลิเดียรีบคว้ากระเป๋าเพื่อควานหาโทรศัพท์ทันที “บ้าจริง…” เสียงอุทานดังขึ้นเบาๆ ตอนนี้เป็นเวลาเกือบสี่ทุ่ม นะโมต้องกลับไปแล้วแน่ๆ แล้วเขาล่ะ ทำไมเขาถึงยังไม่กลับไป “ตื่นแล้วเหรอ เป็นไงบ้าง” คนถูกรบกวนเพราะแรงดิ้นลืมตามองพลางใช้หลังมือขยี้ตาตัวเองเบาๆ มองใบหน้าเกลี้ยงเกลาของคนที่หลับไปหลายชั่วโมง
“พี่เดียร์ มีอะไรให้หนูช่วยไหมคะ” เหมือนเป็นโชคช่วยที่ลูกน้องคนสนิทโผล่เข้ามาได้ทันเวลาพอดี“ช่วยพี่ด้วย พี่จะเป็นลม” ลิเดียร์ยกมือไขว่คว้าหาอีกคนที่ไม่ใช่เขา พยายามดิ้นออกจากอ้อมกอดของเขา ไม่ทันมีโอกาสได้เห็นสายตาของความห่วงใยที่มันหลุดออกมาจากแววตาของอีกคน “เป็นอะไร” ลีโอพยายามถาม ยิ่งเห็นเธอไขว่คว้าหาคนอื่นที่ไม่ใช่เขาก็ยิ่งหวั่นอยู่ในอก หน้าของลิเดียร์ซีดมาก มีความรู้สึกเหมือนเธอจะเวียนหน้า คลื่นไส้แบบที่บอกจริงๆ ไม่รู้ว่าความห่วงใยมันเริ่มทำงานตั้งแต่ตอนไหน แต่ฝ่ามือประคองร่างบางเอาไว้ราวกับกลัวว่าเธอจะล้ม“ขอโทษนะคะ เดี๋ยวหนูดูแลพี่เดียร์เองค่ะ” ลูกน้องสาวเข้าประคองผู้เป็นเจ้านายทันที จะประคองไปที่โซฟาเพื่อให้ได้พัก แต่อีกคนที่ถูกผลักออกกลับพุ่งตัวเข้ามาอีกครั้ง โน้มตัวลงไปอุ้มคนตัวเล็กกว่าแล้วพาไปที่โซฟาทันที“นี่! ปล่อยนะ อย่าทำแบบนี้” “อยู่เฉยๆ ไม่ไหวก็แค่บอกกันดีๆ ไหม” ลีโอมองใบหน้าซีดเซียว วางเธอลงบนโซฟาและตั้งท่าจะปลดกระดุมชุดเดรสที่เธอใส่เพื่อให้เธอหายใจโล่ง และสบายตัวขึ้น ทว่าลิเดียร์ปัดออก เธอโหยหาคนอื่นมากกว่าการให้เขาอยู่ใกล้ๆ เธอในระยะที่ประชิดจนเกินไป “ออกไป…”“
“พี่ว่าชุดนี้ก็สวยนะ ไปลองใส่ให้พี่ดูหน่อยได้ไหม” “หนูว่าชุดนี้มันไม่ค่อย…” “เถอะน่า พี่อยากรู้ว่าใส่ออกมาแล้วมันจะสวยแค่ไหน ไปลองให้พี่ดูหน่อยนะครับ” ลีโอสบตากับสาวของกายพลางยัดชุดที่เขาเพิ่งดึงลงมาใส่มือของเธอเสมือนเป็นการยัดเยียด สบตาให้รู้ว่าให้ทำอะไรก็ต้องทำ ถ้าเธออยากให้เขาพอใจ“ก็ได้ค่ะ” ลีโอดันแผ่นหลังของคนตัวเล็กเข้าไปในห้องลองชุด อดไม่ได้ที่จะหันกลับมาหาลิเดียร์อีกครั้ง “ถ้าผมเข้าไปช่วยแฟนผมเปลี่ยนชุดนี่ได้ไหมครับ” “…เชิญค่ะ” ลิเดียร์ตอบไม่สบตา พยายามมองหาลูกน้องคนสนิท หวังจะให้มาทำหน้าที่ตรงนี้แทน แต่เห็นอยู่ว่าอีกฝ่ายก็ยังติดลูกค้าเช่นกัน “แล้วถ้าทำอะไรมากกว่าดูนี่ได้ไหมครับ” มุมปากหนาผุดรอยยิ้มจางๆ สายตายังหยุดมองที่ใบหน้าสะสวยไม่วางตา“หมายความว่าไง” “ก็น่าจะรู้นะว่าคนสองคนเวลาอยู่ด้วยกันมันมักจะเกิดอะไรขึ้น หรือต้องให้ย้ำ หรืออธิบายทีละขั้นตอน เริ่มจากการถอด…” “ทุเรศ!” ลิเดียร์พูดใส่หน้าคนที่พยายามล้อเล่นกับความรู้สึกของเธอ จะเดินหนีเขาก็ตามมาตอแยไม่เลิก เธอพยายามจะหยุดแต่เขากลับเลือกที่จะไม่อยู่ ไม่จบไม่สิ้นสักที “ทำไมต้องเดินด้วยล่ะ หรือรู้สึกอะไร” “ไม่รู้สึก
“เกินไป~ หลงมันเกินไป” ลีโอกดปลายลิ้นเข้ากับกระพุ้งแก้มก่อนจะหลุดเสียงในลำคอเบาๆ ฝ่ามือใหญ่ยกขึ้นลูบใบหน้าของตัวเองลวกๆ หันไปสบตาเธออีกครั้งตอนที่เธอยัดโทรศัพท์คืนใส่มือ จากนั้นก็หมุนตัวกลับออกมาทันที หลายวันต่อมา @คอนโดมิเนียมของฉลาม“…สรุปอร่อยไหม” จีน่าถามย้ำใส่คนที่นั่งจ้องโทรศัพท์อยู่นานสองนาน จนคนอื่นๆ ภายในห้องต้องมองตาม “กำลังจะชิมเนี่ย” “แกเหม่ออะไรเนี่ย ปากก็แตก หน้าก็หมอง ถ้าแกไม่หล่อนี่คือไม่มีอะไรดีเลย จริงๆ นะ” “พูดเยอะว่ะจี รำคาญ” สวนกลับคนที่บอกว่าเขาไม่หล่อ ก็แค่นอนน้อย แดกเหล้าจนหลับบ่อยๆ ลืมดูแลตัวเองนิดหน่อย แต่มันก็ไม่ได้ทุเรศหรือแย่ขนาดนั้นไหมวะ “ฉันเป็นแม่ของหลานแกนะ” ว่าที่คุณแม่ยกมือขึ้นลูบหน้าท้องที่ยังไม่มีความผิดปกติมากมายต่อหน้าคนที่พูดคำว่ารำคาญ ทำสีหน้าของลีโออ่อนลงทันที“เออๆ หยอกน่า~ หยอกครับ” อดไม่ได้ที่ยกมือสัมผัสตัวหลาน ใครๆ ก็รัก ใครๆ ก็หลง ถึงจะยังไม่เจอกันก็รัก หลงอยู่ดี “…อาการมันหนักใช่ย่อยเลยนะ สรุปวันนั้นมึงได้ไปไหมวะ” องศาถามฉลาม เพราะวันนั้นฉลามคือคนที่ถูกโทรหาเกิดมาไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำแบบนี้ทั้งนั้น ลีโออาหารหนักแบบที่เพื่อนว่าจริ
“…ที่เราทำแบบนี้ เราไม่ได้จะขัดขวาง ไม่ได้จะกีดกันไม่ให้เธอคบกับมันนะเดียร์ แต่แค่อยากให้มั่นใจก่อนว่ามันจริงจังกับเธอจริงๆ” “คิม… ถ้าเราบอกว่าเราชอบเขาล่ะ” “ชอบ? มันมากขึ้นทุกวันใช่ไหมเธอเลยกล้าพูดอ่ะ”“ใช่ มันมากขึ้นทุกวัน ก่อนหน้านี้ที่เราเคยบอกเธอว่าเราจะหยุด จะไม่ไปต่อ มันก็เป็นเพราะเรารู้ตัวว่าเราชอบเขา แต่เขาทำให้เรารู้สึกอ่ะคิม รู้สึกว่าบางทีมันอาจจะไปต่อกันได้”“แน่ใจแค่ไหนว่ามันไม่ได้เป็นความรู้สึกของเธอแค่ฝ่ายเดียว เราไม่อยากเห็นเธอเจ็บนะเดียร์ ไม่ได้อยากให้เจ็บไม่ว่าจะเพราะใครหรือเรื่องอะไรก็ตาม” “รู้ เข้าใจทุกอย่างเลย แต่ลองให้โอกาสเขาก่อนได้ไหม ถ้ามันไม่ไหวเราสัญญาว่าจะหยุด จะไม่ฝืน แต่ขอเวลาก่อน เขาไม่ได้ทำอะไรให้เรารู้สึกแย่เลย เราอยากให้โอกาสเขา และให้โอกาสตัวเราเองด้วย” “สรุปก็คือจะคบให้ได้ ใช่ไหม” “ใช่” “งั้นเราก็คงพูดอะไรไม่ได้ นอกจากขอให้เธอดูแลตัวเอง เผื่อใจให้ดี มันไม่มีอะไรแน่นอนทั้งนั้น ถ้าเธอมั่นใจว่ารู้จักเขาพอที่จะทุ่มเทจนหมดหน้าตัก เราก็จะปล่อยเธอ” “…”“แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่มันทำให้เธอเสียใจ เราจะไม่ยอมอยู่เฉยๆ เด็ดขาด อย่างน้อยๆ เราก็ต้องปกป้องเธอ เพร







