LOGIN-ของขวัญ-
ฉันมองหน้าคนที่ถาโถมแรงกายเข้าใส่ตัวฉันเร็วขึ้นด้วยความรู้สึกค้างๆ คาๆ 'คัพเค้ก!' ฉันได้ยินพี่องศาเอยคำนี้ออกมาอย่างชัดเจนแต่ไม่สามารถหาคำตอบได้ว่าเขากำลังหมายถึงอะไร เป็นเมนูที่ชอบหรือเป็นชื่อใครที่เกี่ยวข้องอะไรกับเขา ไม่มีโอกาสได้เอ่ยปากตั้งคำถามด้วยซ้ำ กลีบปากสวยเม้มเข้าหากันแน่น ตั้งรับร่างหนาที่ถาโถมเข้าหาอย่างรุนแรง ปึก! ปึก! ปึก! ปึก! เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่นไปทั่วห้อง แรงบีบที่หน้าอก ในขณะที่อีกข้างถูกปรนเปรอด้วยปากและลิ้นทำสติของฉันกระเจิดกระเจิง แอลกอฮอล์เย็นเฉียบที่ดื่มไปก่อนหน้าช่วยลดความเจ็บในการสูญเสียครั้งแรกได้เพียงน้อยนิด ปราศจากความปราณี เห็นใจหรือว่าสงสาร พี่องศาสะบัดเอวใส่ตัวฉันอย่างบ้าคลั่ง ภาวนาให้ตัวเองอดทนและหลังผ่านพ้นคืนนี้ทุกอย่างระหว่างเรามันจะดีขึ้น คู่หมั้นหนุ่มใจดีกับฉันมากขึ้น หยุดความเย็นชาที่พานทำให้รู้สึกน้อยใจซ้ำๆ ขอให้คืนนี้ของเราเป็นจุดเปลี่ยนตลอดไป "จะ จุก อ่าส์~" ฉันครางแทบไม่เป็นภาษา ร่องรักเจ็บแสบทุกครั้งที่ความใหญ่โตกระแทกกระทั้นเข้ามาหา พี่องศาเชิดใบหน้าขึ้นหลุดเสียงคำรามออกมาอยู่บ่อยครั้ง แก่นกายใหญ่ขยับเข้าสุดออกสุด เผลอสะดุ้งทุกครั้งที่เขาพยายามดันเข้ามาลึกๆ ร่างกายถูกมือใหญ่พลิกเปลี่ยนท่าไปมาซ้ำๆ รอยจูบที่ประทับลงบนแผ่นหลังเมื่อตัวเองอยู่ในท่าคลานเข่ามอบความรู้สึกทั้งจุกและเสียวในเวลาเดียวกัน "อ่าส์~" เสียงคำรามหลุดออกมาจากปากหนา ฝ่ามือใหญ่ล็อคเอวคอดกิ่วเอาไว้มั่น เอวสอบกระแทกกระทั้นเข้าออกแรงๆ อีกสองสามครั้งก่อนที่มวลของเหลวจะพวยพุ่งเข้าสู่กายฉันทุกหยาดหยด พายุแรงรักสงบนิ่ง เสียงสบถหยาบดังออกมาจากปากของอีกคนแต่ฉันไม่แน่ใจว่าพี่องศาพูดว่าอะไร ความเหน็ดเหนื่อยเล่นงานจนไม่อยากขยับตัว ทว่าอีกคนกลับสอดมือเข้ามารั้งตัวฉันให้หันหน้ากลับไปเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้ง ขาเรียวถูกดันให้แยกออกจากกันก่อนที่เขาจะสอดใส่ตัวตนเข้ามาในตัวฉันอีกที วันต่อมา "...อื้ออ~" แสงแดดอ่อนๆ ที่สาดเข้ามากระทบใบหน้าทำให้ฉันค่อยๆ ลืมตาและขยับตัวอย่างเชื่องช้า คิ้วสวยขมวดเข้าหาเมื่อพบว่าตัวเองตื่นขึ้นมาบนโซฟาตัวใหญ่ ครั้นจะขยับตัวเพื่อตามหาความจริงว่าฉันมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไงความเจ็บแสบช่วงล่างกลับเล่นงานทันที "ซี้ด เจ็บ!" "ถ้าไม่ไหวก็อย่าเพิ่งลุก นอนพักไปก่อนก็ได้" ตากลมตวัดไปมองที่ใบหน้าคมคายของคนที่เพิ่งก้าวขาออกมาจากห้องนอน รอยเล็บบนท่อนแขนแกร่งที่เห็นชัดเพราะพี่องศาไม่ใส่เสื้อส่งผลให้ฉันกัดปากตัวเองแน่น ไม่คิดว่าฉันจะทิ้งร่องรอยบนตัวเขาไว้เยอะขนาดนั้น แต่ถ้าเทียบกับความเจ็บปวดที่ฉันได้รับมาเมื่อคืนดีไม่ดีมันก็คงหายกัน "ทำไมขวัญถึงมานอนอยู่ตรงนี้ล่ะคะ เมื่อคืนจำได้ว่า..." "เลือดเธอเปื้อนทั้งเตียง!" ใบหน้าเนียนแดงระเรื่อทันทีที่คนตัวโตจบประโยค แว๊บหนึ่งที่ดวงตาคมกริบตวัดมามองหน้าฉัน เลยกลายเป็นฉันเองที่หลบเลี่ยงการสบตากับตาคมคู่นั้นเป็นพัลวัน "ที่หลับไป ยังฝันร้ายอยู่อีกไหม" ฉันเลือกที่จะส่ายหน้าแทนคำตอบ "ไม่แล้วค่ะ ขอบคุณนะคะที่มาอยู่เป็นเพื่อน" "อืม อยากกินอะไรหรือเปล่า พี่จะทำให้ก่อนจะออกไป" ฉันส่ายหน้าแทนคำตอบอีกครั้งก่อนจะค่อยๆ ข่มความเจ็บดันตัวลุกนั่งเพื่อเผชิญหน้ากับคนตัวโต "ถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ" "อืม ถ้าไหวก็ลุกขึ้นมากินยาด้วยพี่เตรียมไว้ให้เรียบร้อยแล้ว" "ยาอะไรคะ" "ยาคุม" ฉันมองยาที่อยู่ในมือของพี่องศาพร้อมแก้วน้ำดื่มก่อนจะรับมาถือเอาไว้ "พี่ขอโทษสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน" "...ขวัญก็ผิดที่ปล่อยให้มันเกิดขึ้น พี่องศาไม่จำเป็นต้องขอโทษค่ะ" ใบหน้าคมคายหันมองออกไปทางอื่น ต่อให้จะพยายามเดาแค่ไหน แต่ก็เดาไม่ออกด้วยซ้ำว่าคนตัวโตกำลังคิดอะไร "เมื่อคืนพี่องศาพูดคำว่า...คัพเค้ก" ใบหน้าหล่อเหลาหันกลับมามองที่ฉันทันที "ใครเหรอคะ" "หูฝาดไปเองหรือเปล่า" คำตอบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำให้ฉันพยายามทบทวนคำที่ได้ยินอีกครั้ง ในหัวก็ยังยืนยันคำเดิมว่าฉันได้ยินคำนี้ แต่มันจะมีประโยชน์อะไร ในเมื่อคนที่ฉันบอกว่าพูด ไม่ได้ยอมรับว่าเขาพูดออกมา "พี่เปลี่ยนผ้าปูที่นอนให้แล้ว ส่งผืนที่เปื้อนไปซักเรียบร้อยแล้วด้วย ถ้าวันนี้ไปเรียนไม่ไหวก็ไม่ต้องไป พักผ่อนให้เพียงพอ มีอะไรก็โทรหาพี่ละกัน" รอยยิ้มหลุดออกมาจากใบหน้าของฉันเมื่อได้ยินคำนั้น ไม่รู้ว่าคนพูดคิดอะไรกับคำที่พูดออกมาหรือเปล่า แต่คนฟังใจฟู รู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก "ขอบคุณที่ยอมกลับมาหานะ ขับรถกลับดีๆ นะคะ" "อย่าลืมกินยา" ฉันตอบรับคำพูดของเขาด้วยการกินยาที่อยู่ในมือทันที รู้ว่าเซ็กซ์เมื่อคืนปราศจากการป้องกัน และฉันก็ไม่ได้รู้สึกเสียดายกับสิ่งที่สูญเสีย ฉันยอมเพราะฉันรัก ทุกอย่างเกิดขึ้นและผ่านพ้นไป ไม่มีความรู้สึกเสียดายเกิดขึ้นเลย! ฉันมองแผ่นหลังกว้างที่เดินออกไปจากห้องของฉันจนสุดสายตา เพียงแค่นึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ หัวใจดวงน้อยก็พลันเต้นแรงขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก มือเรียวยกขึ้นกุมที่อกทางด้านซ้ายก่อนที่รอยยิ้มเล็กๆ จะค่อยๆ ผุดขึ้นมา [ END ] -องศา- ครืด~ ครืด~ "...อืม" ผมถอนลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายพร้อมกับกรอกเสียงไปตามสายเมื่อเห็นว่าคนที่โทรเข้ามาคือไอ้ฉลาม [ มึงอยู่ไหนวะองศา เช้านี้มีคนตามหาตัวมึงให้วุ่นเลยว่ะ ] "ใคร?" [ แฟนคัพเค้ก มันบอกว่ามึงไปวอแวกับเมียมัน อย่าบอกนะว่าที่นั่งแดกเหล้าดีๆ แล้วอยู่ๆ ลุกหายไปเพราะมึงไปยุ่งกับเมียชาวบ้านจริงๆ ] "ไร้สาระฉิบหาย!" [ กูก็ว่ามันไร้สาระนะ แต่เพราะกูรู้ไงว่ามึงชอบคัพเค้กมานานกูถึงไม่กล้าพูดว่าเรื่องมันโคตรไร้สาระ กูว่ามึงเลิกสนใจผู้หญิงคนนั้นเถอะ คนอย่างมึงไม่จำเป็นต้องไปยุ่งกับผู้หญิงของใคร ] "กูกำลังกลับไว้ค่อยคุยกัน คอนโดมึงมีใครอยู่บ้าง" [ ครบแก๊งค์ ขาดแค่มึง ] "เออ กูกำลังไป"ครืด~ ครืด~ โทรศัพท์มือถือเครื่องหรูสั่นสะเทือนขึ้นขัดจังหวะคนที่กำลังทำหน้าที่เป็นพลขับหลังจากที่พาเธอมาขึ้นรถได้จนสำเร็จ เห็นเป็นเบอร์โทรของติณห์ที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ ไม่ได้ลังเลที่จะกดรับสายทันที“ว่า?”(ทักกูเสียงแจ๋วเลยนะมึง อยู่ไหนวะ โทรหาตั้งนานแล้วเสือกไม่รับสาย ต้องให้กูส่งคนไปลากมึงที่คอนโดไหม?) “ได้นะ ตามสบาย” ลีโอไหวไหล่ โน้มตัวเข้าไปหาคนข้างๆ จมูกแทบกระแทกเข้ากับแก้มเนียนในตอนที่รัดเข็มขัดนิรภัยให้ เธอจะรู้ทันหรือเปล่าอันนี้ไม่รู้ แต่ตั้งใจทำเนียนเข้าใกล้อันนี้คือเรื่องจริงเลยคิดถึงกลิ่นหอมๆ ไม่ได้กลิ่นมาตั้งหลายวัน!(ถูกสาวเทแล้วนี่ ให้กูส่งเด็กไปปลุกไหม ท่าทางลูกชายมึงจะหลับไหลไปแล้วหลายวัน เพราะใช้งานไม่ได้ก็คงต้องกระตุ้นนะ หึๆ) เสียงที่ดังตามสายส่งผลให้ลีโอปรายสายตามองคนข้างๆ แต่ลิเดียร์ไม่มองหน้าเขา เธอหันหน้าหนีไม่สนใจเรื่องที่เพื่อนเขากำลังพูดเฉยเลย“รู้ดีนะมึงอ่ะ เอาตัวเองให้รอดก่อนไหม”(ยังไง กูไม่เหมือนพวกมึงครับ ชอบกันนักเอาใจลงไปเล่นเนี่ย ถูกเทขึ้นมาก็เสียหลัก เมาคอพับกูเนี่ยต้องลากมึงขึ้นไปนอนทุกวัน หนักฉิบหาย ขาโคตรยาว) “หึ…” (นี่นะ ถ้ากูเจอหน้าลิเดียร์
“อื้ออ~” เสียงครางในลำคอดังขึ้นอย่างแผ่วเบาในยามที่ร่างบอบบางบนโซฟาขนาดใหญ่ที่ทำให้คนตัวเล็กๆ นอนหลับได้แบบสบายๆ ลิเดียร์ยกมือขึ้นแตะที่ขมับก่อนจะเปิดเปลือกตาขึ้น ไอความเย็นของเครื่องปรับอากาศสาดกระทบลงมาบผิวเนียนจนรู้สึกหนาว ถึงแม้จะมีผ้าห่มผืนไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไปคลุมอยู่บนตัวเธอก็ตาม วินาทีแรกเห็นเป็นผนังของร้าน กำลังจะควานหาโทรศัพท์เพื่อดูเวลาแต่กลับประสานสายตากับคนที่หลับนอนอยู่ใกล้เธอซะก่อน หลับนอนอยู่ใกล้ๆ ที่ไม่ได้หมายถึงนอนบนโซฟาตัวเดียวกัน แต่เขานั่งอยู่ที่พื้น ใบหน้าแนบอยู่กับโซฟาตัวที่เธอนอน ลิเดียร์ถอนหายใจพรืดใหญ่ พยายามมองหาลูกน้องคนสนิทแต่หางตาเหลือบมองผ่านกระจกใสที่มีผ้าม่านกั้น แต่ปลิวไหวตามแรงลมของพัดลมไอน้ำอีกตัวที่ตั้งอยู่ไม่ไกล มองเห็นว่าด้านนอกมันมืดแล้ว เห็นแบบนั้นลิเดียรีบคว้ากระเป๋าเพื่อควานหาโทรศัพท์ทันที “บ้าจริง…” เสียงอุทานดังขึ้นเบาๆ ตอนนี้เป็นเวลาเกือบสี่ทุ่ม นะโมต้องกลับไปแล้วแน่ๆ แล้วเขาล่ะ ทำไมเขาถึงยังไม่กลับไป “ตื่นแล้วเหรอ เป็นไงบ้าง” คนถูกรบกวนเพราะแรงดิ้นลืมตามองพลางใช้หลังมือขยี้ตาตัวเองเบาๆ มองใบหน้าเกลี้ยงเกลาของคนที่หลับไปหลายชั่วโมง
“พี่เดียร์ มีอะไรให้หนูช่วยไหมคะ” เหมือนเป็นโชคช่วยที่ลูกน้องคนสนิทโผล่เข้ามาได้ทันเวลาพอดี“ช่วยพี่ด้วย พี่จะเป็นลม” ลิเดียร์ยกมือไขว่คว้าหาอีกคนที่ไม่ใช่เขา พยายามดิ้นออกจากอ้อมกอดของเขา ไม่ทันมีโอกาสได้เห็นสายตาของความห่วงใยที่มันหลุดออกมาจากแววตาของอีกคน “เป็นอะไร” ลีโอพยายามถาม ยิ่งเห็นเธอไขว่คว้าหาคนอื่นที่ไม่ใช่เขาก็ยิ่งหวั่นอยู่ในอก หน้าของลิเดียร์ซีดมาก มีความรู้สึกเหมือนเธอจะเวียนหน้า คลื่นไส้แบบที่บอกจริงๆ ไม่รู้ว่าความห่วงใยมันเริ่มทำงานตั้งแต่ตอนไหน แต่ฝ่ามือประคองร่างบางเอาไว้ราวกับกลัวว่าเธอจะล้ม“ขอโทษนะคะ เดี๋ยวหนูดูแลพี่เดียร์เองค่ะ” ลูกน้องสาวเข้าประคองผู้เป็นเจ้านายทันที จะประคองไปที่โซฟาเพื่อให้ได้พัก แต่อีกคนที่ถูกผลักออกกลับพุ่งตัวเข้ามาอีกครั้ง โน้มตัวลงไปอุ้มคนตัวเล็กกว่าแล้วพาไปที่โซฟาทันที“นี่! ปล่อยนะ อย่าทำแบบนี้” “อยู่เฉยๆ ไม่ไหวก็แค่บอกกันดีๆ ไหม” ลีโอมองใบหน้าซีดเซียว วางเธอลงบนโซฟาและตั้งท่าจะปลดกระดุมชุดเดรสที่เธอใส่เพื่อให้เธอหายใจโล่ง และสบายตัวขึ้น ทว่าลิเดียร์ปัดออก เธอโหยหาคนอื่นมากกว่าการให้เขาอยู่ใกล้ๆ เธอในระยะที่ประชิดจนเกินไป “ออกไป…”“
“พี่ว่าชุดนี้ก็สวยนะ ไปลองใส่ให้พี่ดูหน่อยได้ไหม” “หนูว่าชุดนี้มันไม่ค่อย…” “เถอะน่า พี่อยากรู้ว่าใส่ออกมาแล้วมันจะสวยแค่ไหน ไปลองให้พี่ดูหน่อยนะครับ” ลีโอสบตากับสาวของกายพลางยัดชุดที่เขาเพิ่งดึงลงมาใส่มือของเธอเสมือนเป็นการยัดเยียด สบตาให้รู้ว่าให้ทำอะไรก็ต้องทำ ถ้าเธออยากให้เขาพอใจ“ก็ได้ค่ะ” ลีโอดันแผ่นหลังของคนตัวเล็กเข้าไปในห้องลองชุด อดไม่ได้ที่จะหันกลับมาหาลิเดียร์อีกครั้ง “ถ้าผมเข้าไปช่วยแฟนผมเปลี่ยนชุดนี่ได้ไหมครับ” “…เชิญค่ะ” ลิเดียร์ตอบไม่สบตา พยายามมองหาลูกน้องคนสนิท หวังจะให้มาทำหน้าที่ตรงนี้แทน แต่เห็นอยู่ว่าอีกฝ่ายก็ยังติดลูกค้าเช่นกัน “แล้วถ้าทำอะไรมากกว่าดูนี่ได้ไหมครับ” มุมปากหนาผุดรอยยิ้มจางๆ สายตายังหยุดมองที่ใบหน้าสะสวยไม่วางตา“หมายความว่าไง” “ก็น่าจะรู้นะว่าคนสองคนเวลาอยู่ด้วยกันมันมักจะเกิดอะไรขึ้น หรือต้องให้ย้ำ หรืออธิบายทีละขั้นตอน เริ่มจากการถอด…” “ทุเรศ!” ลิเดียร์พูดใส่หน้าคนที่พยายามล้อเล่นกับความรู้สึกของเธอ จะเดินหนีเขาก็ตามมาตอแยไม่เลิก เธอพยายามจะหยุดแต่เขากลับเลือกที่จะไม่อยู่ ไม่จบไม่สิ้นสักที “ทำไมต้องเดินด้วยล่ะ หรือรู้สึกอะไร” “ไม่รู้สึก
“เกินไป~ หลงมันเกินไป” ลีโอกดปลายลิ้นเข้ากับกระพุ้งแก้มก่อนจะหลุดเสียงในลำคอเบาๆ ฝ่ามือใหญ่ยกขึ้นลูบใบหน้าของตัวเองลวกๆ หันไปสบตาเธออีกครั้งตอนที่เธอยัดโทรศัพท์คืนใส่มือ จากนั้นก็หมุนตัวกลับออกมาทันที หลายวันต่อมา @คอนโดมิเนียมของฉลาม“…สรุปอร่อยไหม” จีน่าถามย้ำใส่คนที่นั่งจ้องโทรศัพท์อยู่นานสองนาน จนคนอื่นๆ ภายในห้องต้องมองตาม “กำลังจะชิมเนี่ย” “แกเหม่ออะไรเนี่ย ปากก็แตก หน้าก็หมอง ถ้าแกไม่หล่อนี่คือไม่มีอะไรดีเลย จริงๆ นะ” “พูดเยอะว่ะจี รำคาญ” สวนกลับคนที่บอกว่าเขาไม่หล่อ ก็แค่นอนน้อย แดกเหล้าจนหลับบ่อยๆ ลืมดูแลตัวเองนิดหน่อย แต่มันก็ไม่ได้ทุเรศหรือแย่ขนาดนั้นไหมวะ “ฉันเป็นแม่ของหลานแกนะ” ว่าที่คุณแม่ยกมือขึ้นลูบหน้าท้องที่ยังไม่มีความผิดปกติมากมายต่อหน้าคนที่พูดคำว่ารำคาญ ทำสีหน้าของลีโออ่อนลงทันที“เออๆ หยอกน่า~ หยอกครับ” อดไม่ได้ที่ยกมือสัมผัสตัวหลาน ใครๆ ก็รัก ใครๆ ก็หลง ถึงจะยังไม่เจอกันก็รัก หลงอยู่ดี “…อาการมันหนักใช่ย่อยเลยนะ สรุปวันนั้นมึงได้ไปไหมวะ” องศาถามฉลาม เพราะวันนั้นฉลามคือคนที่ถูกโทรหาเกิดมาไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำแบบนี้ทั้งนั้น ลีโออาหารหนักแบบที่เพื่อนว่าจริ
“…ที่เราทำแบบนี้ เราไม่ได้จะขัดขวาง ไม่ได้จะกีดกันไม่ให้เธอคบกับมันนะเดียร์ แต่แค่อยากให้มั่นใจก่อนว่ามันจริงจังกับเธอจริงๆ” “คิม… ถ้าเราบอกว่าเราชอบเขาล่ะ” “ชอบ? มันมากขึ้นทุกวันใช่ไหมเธอเลยกล้าพูดอ่ะ”“ใช่ มันมากขึ้นทุกวัน ก่อนหน้านี้ที่เราเคยบอกเธอว่าเราจะหยุด จะไม่ไปต่อ มันก็เป็นเพราะเรารู้ตัวว่าเราชอบเขา แต่เขาทำให้เรารู้สึกอ่ะคิม รู้สึกว่าบางทีมันอาจจะไปต่อกันได้”“แน่ใจแค่ไหนว่ามันไม่ได้เป็นความรู้สึกของเธอแค่ฝ่ายเดียว เราไม่อยากเห็นเธอเจ็บนะเดียร์ ไม่ได้อยากให้เจ็บไม่ว่าจะเพราะใครหรือเรื่องอะไรก็ตาม” “รู้ เข้าใจทุกอย่างเลย แต่ลองให้โอกาสเขาก่อนได้ไหม ถ้ามันไม่ไหวเราสัญญาว่าจะหยุด จะไม่ฝืน แต่ขอเวลาก่อน เขาไม่ได้ทำอะไรให้เรารู้สึกแย่เลย เราอยากให้โอกาสเขา และให้โอกาสตัวเราเองด้วย” “สรุปก็คือจะคบให้ได้ ใช่ไหม” “ใช่” “งั้นเราก็คงพูดอะไรไม่ได้ นอกจากขอให้เธอดูแลตัวเอง เผื่อใจให้ดี มันไม่มีอะไรแน่นอนทั้งนั้น ถ้าเธอมั่นใจว่ารู้จักเขาพอที่จะทุ่มเทจนหมดหน้าตัก เราก็จะปล่อยเธอ” “…”“แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่มันทำให้เธอเสียใจ เราจะไม่ยอมอยู่เฉยๆ เด็ดขาด อย่างน้อยๆ เราก็ต้องปกป้องเธอ เพร







