เข้าสู่ระบบคอนโด S
"...เสนอหน้ามาทำไมกันเยอะแยะวะ" ผมปรายตามองเพื่อนสนิทในกลุ่มเดียวกันที่มันเสนอหน้าอยู่กันครบทุกตัวแบบที่ฉลามบอกผมตั้งแต่แรกจริงๆ "กินน้ำก่อน" "เอากับพวกมันเหมือนกันเหรอจีน่า" เพื่อนผู้หญิงเพียงคนเดียวในกลุ่มถือขวดน้ำดื่มมายื่นให้ผม ตัดจีน่าที่ยืนอยู่ฝั่งผมออก ฉลาม เซย์ ลีโอ ติณห์ พวกมันทุกตัวอยู่ฝั่งเดียวกันแล้วมองมาที่ผมไม่วางตา "อยู่ดีๆ ก็หายไป ทุกคนเป็นห่วงนั่นแหละ เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่าองศา" ผมส่ายหน้าแทนคำตอบพร้อมกับเปิดฝาเพื่อยกน้ำขึ้นดื่ม คิดอยู่แล้วว่าเสียงกระแนะกระแหนจะดังตามมา "แล้วสรุปมึงหายหัวไปไหนมา" ไอ้เซย์เป็นฝ่ายถาม ตามด้วยไอ้ฉลามที่จี้ต่อ "เอาเรื่องเมื่อคืนด้วย มึงไปยุ่งอะไรกับคัพเค้กบอกความจริงพวกกูมา" "มึงเป็นพ่อกู?" "ไม่ใช่พ่อแต่มึงไปล่อตีนคนอื่นมาให้พวกกูซวยด้วยไง" ผมถอนลมหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย สุดท้ายไอ้คนช่างสังเกตอย่างเซย์ก็เปิดประเด็นขึ้นมา "รอยเล็บใครที่แขนมึงวะ" "เยอะจริงด้วยสัส มึงไปเอากับใครมาวะ" ไอ้ลีโอมองหน้าสลับกับจ้องรอยเล็บบนแขนผมอย่างสนใจ "ไอ้เหี้ยองศา อย่าบอกนะว่าเมื่อคืนมึงกับคัพเค้ก..." "ดูถูกผู้หญิงฉิบหาย คัพเค้กไม่มีทางทำแบบนั้น" "แล้วมึงก็เสือกทำเป็นลืมว่าผู้หญิงที่มึงกำลังปกป้องเป็นเมียชาวบ้าน มีคนเห็นว่าเมื่อคืนที่ผับมึงเข้าไปคุยกับคัพเค้กจริง แล้วอยู่ดีๆ ก็เสือกหายออกไปด้วยกัน มึงจะให้พวกกูคิดว่าไงวะ" "สรุปที่ไลน์กลุ่มดังเมื่อคืนแล้วบอกว่ามีคนจะเลี้ยงเหล้าคือมึงงั้นเหรอองศา" ไอ้ติณห์ที่รับฟังเงียบๆ ล้วงโทรศัพท์ของตัวเองออกมาจากกระเป๋า ถ้าให้เดา มันก็คงจะไปย้อนดูข้อความจากไลน์กลุ่มเมื่อคืนว่าใครเป็นคนชวนทุกคนไปที่ผับเมื่อคืน "กูจำได้ว่าก่อนที่มึงจะออกไปจากห้องน้องหน้าตุ๊กตาคู่หมั้นปลอมๆ ของมึงโทรมาบอกให้ไปรับนี่" ฉลามหรี่ตามองผมอย่างจับผิด "อย่าบอกนะว่าเป็นผับเดียวกับที่เราไปเมื่อคืน ไปรับคู่หมั้นปลอมๆ แต่ดันบังเอิญเจอคนที่ชอบแบบนี้ปะวะ" "ที่ไอ้ลีโอพูดมีโอกาสเป็นไปได้นะ ไปเจอคนที่ชอบเลยรีบเอาคู่หมั้นปลอมๆ ไปส่งจากนั้นก็กลับไปที่ผับอีกที ทำเหมือนเป็นเรื่องบังเอิญแต่จงใจนัดพวกกูไปนี่นะ" "นี่ จะขยันเดาเอาเองอะไรกันนักหนา" จีน่าคงเป็นคนเดียวที่เข้าข้างผมและเบื่อความฉลาดของไอ้พวกเวรสี่ตัวนี่เหมือนผมเช่นกัน "เอาเป็นว่าเรื่องกูกับคัพเค้กไม่มีอะไรเกินเลยจบไหม" "แล้วพวกมึงหายไปไหนด้วยกัน" ไอ้ฉลามจี้ต่อ ผมล่ะเกลียดความไวของมันเหลือเกิน "ก็แค่ออกไปคุยกันที่เงียบๆ รำคาญเสียงเพลง" "แล้วคุยกันท่าไหนรอยเล็บเต็มแขนวะ วันนี้คำพูดของมึงไม่มีน้ำหนักเลยนะองศา" ลีโอเคาะบุหรี่ออกมาจากซองพร้อมกับจุดสูบ สายตาของมันที่กำลังมองผมบ่งบอกว่ามันไม่เชื่อสิ่งที่ผมพูดเลยจริงๆ "หลังจากแยกกับคัพเค้กกูไปหาของขวัญอีกที เมื่อคืนกูนอนที่นั่น" "เมื่อคืนมึงอยู่กับน้องขวัญ อย่าบอกนะว่ารอยเล็บพวกนี้ว่าที่เมียของมึงเป็นคนทำ?" "พวกมึงก็รู้ว่ากูแค่รอเวลา เดือนหน้าถึงวันเกิดของขวัญ กูกับเด็กนั่นจะไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกันอีก อย่าใช้คำว่าเมีย!" "เย็นชาฉิบหาย สภาพแขนแบบนี้อมพระมาพูดกูก็ไม่เชื่อนะว่าแค่ข่วนแต่ไม่ได้เอากัน แต่ถ้าเอา กูก็แทบไม่อยากเชื่อว่ามึงจะกลืนน้ำลายตัวเอง" ไอ้ฉลามพูดถูกทุกอย่าง เรื่องนี้ผมเคยประกาศชัดเจนว่าแค่ทำตามหน้าที่ เรื่องระหว่างผมและของขวัญ ไม่มีเรื่องของความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวข้อง ถึงตอนนี้จะเอาไปแล้ว ความรู้สึกเดิมก็ยังชัดเจน คือถึงวันเกิดของขวัญเมื่อไหร่ เรื่องระหว่างเราเป็นอันจบลงทันที! หนึ่งเดือน มันก็แค่สามสิบวัน! "มีอะไรกับน้องจริงๆ เหรอองศา" จีน่ากอดอกถามขึ้นมาบ้าง แล้วเวรกรรมอะไรวะถึงต้องมาเล่าเรื่องนี้ให้พวกมันฟัง! "น้องน่าสงสารออก ทำแบบนั้นสุดท้ายก็ตั้งใจทิ้งไม่สงสารน้องเลยหรือไง" "เรื่องนี้กูเห็นด้วยกับจีนะ กับคนอื่นกูจะไม่อะไรเลยสักนิด รักสนุกแต่ไม่ผูกพันมันเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่กับคู่หมั้นมึงจะว่าไปแล้วน้องแม่งก็น่าสงสารนะเว้ย เขาความจำเสื่อมเพราะอุบัติเหตุความจำบางช่วงเลยหายไป น้องไม่รู้ด้วยซ้ำว่าก่อนหน้านี้มึงกับเขาไม่ได้คบกัน ไม่ได้เป็นอะไรกันทั้งนั้น ดวงมึงแค่อุปถัมภ์น้องแบบบังเอิญโคตรๆ ผู้ใหญ่เชื่อว่าถ้าคบกันน้องจะปลอดภัย ต้องรอจนกว่าจะถึงวันเกิดแล้วพื้นดวงเปลี่ยนค่อยเลิกกัน เอาจริงๆ ถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นกับกู กูก็ไม่รู้ว่าควรรู้สึกยังไงเหมือนกัน!" ผมคิดตามที่ไอ้ฉลามมันพูด ใครๆ ก็บอกว่าของขวัญน่าสงสาร วันที่หม่ามี๊ขอร้องให้ช่วยน้องที่เป็นลูกสาวของคนรู้จักยอมรับว่าผมเองก็สงสาร แต่เรื่องทุกอย่างมันกำลังยุ่งยากมากกว่าเดิมเพราะผมที่เป็นฝ่ายล้ำเส้นเข้าไป "เอาเป็นว่าจบเรื่องคัพเค้ก ถ้าผัวเขามาถามอีกของขวัญก็เป็นพยานยืนยันได้ว่าองศากับคัพเค้กไม่ได้อยู่ด้วยกัน" ติณห์สรุปทุกอย่างออกมาก่อนที่ไอ้เซย์จะดันตัวลุกจากโซฟา "งั้นก็แยกย้าย เรื่องของความรู้สึกไม่มีใครห้ามใครได้ เรื่องคู่หมั้นปลอมๆ ถ้ามึงไม่ได้รู้สึก ถึงกำหนดจบก็คือจบแค่นั้น กูกลับก่อนละกัน" "เออ แยกย้ายไป ของกินกูหมดตู้ทุกครั้งที่พวกมึงมารวมตัว" ฉลามบ่นออกมาพร้อมกับปรายตามองเพื่อนแต่ละคน "กลับ" เซย์เอ่ยอีกครั้งพร้อมกับมองจีน่า "นายกลับไปก่อนเลย ฉันจะกลับเอง" "กลับทางเดียวกัน" เซย์จ้องเขม็งที่จีน่า น่าแปลกที่มันบงการจีน่าตลอด ไม่เคยยอมต่อให้จีน่าจะต่อต้านแค่ไหนก็ตาม "บอกจะกลับเองไงเซย์ทำไมไม่ฟัง" "หรือต้องให้ลากออกไป" จีน่าชักสีหน้าออกมาอย่างหงุดหงิด สุดท้ายผู้หญิงเพียงคนเดียวในกลุ่มก็คว้าสายกระเป๋าสะพายข้างขึ้นไปคล้องบ่า จากนั้นก็เดินกระฟัดกระเฟียดออกไปจากห้องของฉลามโดยมีไอ้เซย์เดินตาม "ไอ้พวกนี้ก็บังคับกันจัง ทำตัวเหมือนผัวกับเมีย!" ฉลามเอ่ยขึ้นลอยๆ ลีโอยืนสูบบุหรี่เงียบๆ ติณห์มองตามหลังคนที่เพิ่งจะเดินตามกันออกไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย ส่วนผมเรื่องของตัวเองก็หนักหนา ไม่มีเวลาจะไปคิดเรื่องจับผิดเรื่องของคนอื่นเหมือนกัน ----------- 1 คอมเมนต์ = 1 ล้านกำลังใจ 🕊ครืด~ ครืด~ โทรศัพท์มือถือเครื่องหรูสั่นสะเทือนขึ้นขัดจังหวะคนที่กำลังทำหน้าที่เป็นพลขับหลังจากที่พาเธอมาขึ้นรถได้จนสำเร็จ เห็นเป็นเบอร์โทรของติณห์ที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ ไม่ได้ลังเลที่จะกดรับสายทันที“ว่า?”(ทักกูเสียงแจ๋วเลยนะมึง อยู่ไหนวะ โทรหาตั้งนานแล้วเสือกไม่รับสาย ต้องให้กูส่งคนไปลากมึงที่คอนโดไหม?) “ได้นะ ตามสบาย” ลีโอไหวไหล่ โน้มตัวเข้าไปหาคนข้างๆ จมูกแทบกระแทกเข้ากับแก้มเนียนในตอนที่รัดเข็มขัดนิรภัยให้ เธอจะรู้ทันหรือเปล่าอันนี้ไม่รู้ แต่ตั้งใจทำเนียนเข้าใกล้อันนี้คือเรื่องจริงเลยคิดถึงกลิ่นหอมๆ ไม่ได้กลิ่นมาตั้งหลายวัน!(ถูกสาวเทแล้วนี่ ให้กูส่งเด็กไปปลุกไหม ท่าทางลูกชายมึงจะหลับไหลไปแล้วหลายวัน เพราะใช้งานไม่ได้ก็คงต้องกระตุ้นนะ หึๆ) เสียงที่ดังตามสายส่งผลให้ลีโอปรายสายตามองคนข้างๆ แต่ลิเดียร์ไม่มองหน้าเขา เธอหันหน้าหนีไม่สนใจเรื่องที่เพื่อนเขากำลังพูดเฉยเลย“รู้ดีนะมึงอ่ะ เอาตัวเองให้รอดก่อนไหม”(ยังไง กูไม่เหมือนพวกมึงครับ ชอบกันนักเอาใจลงไปเล่นเนี่ย ถูกเทขึ้นมาก็เสียหลัก เมาคอพับกูเนี่ยต้องลากมึงขึ้นไปนอนทุกวัน หนักฉิบหาย ขาโคตรยาว) “หึ…” (นี่นะ ถ้ากูเจอหน้าลิเดียร์
“อื้ออ~” เสียงครางในลำคอดังขึ้นอย่างแผ่วเบาในยามที่ร่างบอบบางบนโซฟาขนาดใหญ่ที่ทำให้คนตัวเล็กๆ นอนหลับได้แบบสบายๆ ลิเดียร์ยกมือขึ้นแตะที่ขมับก่อนจะเปิดเปลือกตาขึ้น ไอความเย็นของเครื่องปรับอากาศสาดกระทบลงมาบผิวเนียนจนรู้สึกหนาว ถึงแม้จะมีผ้าห่มผืนไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไปคลุมอยู่บนตัวเธอก็ตาม วินาทีแรกเห็นเป็นผนังของร้าน กำลังจะควานหาโทรศัพท์เพื่อดูเวลาแต่กลับประสานสายตากับคนที่หลับนอนอยู่ใกล้เธอซะก่อน หลับนอนอยู่ใกล้ๆ ที่ไม่ได้หมายถึงนอนบนโซฟาตัวเดียวกัน แต่เขานั่งอยู่ที่พื้น ใบหน้าแนบอยู่กับโซฟาตัวที่เธอนอน ลิเดียร์ถอนหายใจพรืดใหญ่ พยายามมองหาลูกน้องคนสนิทแต่หางตาเหลือบมองผ่านกระจกใสที่มีผ้าม่านกั้น แต่ปลิวไหวตามแรงลมของพัดลมไอน้ำอีกตัวที่ตั้งอยู่ไม่ไกล มองเห็นว่าด้านนอกมันมืดแล้ว เห็นแบบนั้นลิเดียรีบคว้ากระเป๋าเพื่อควานหาโทรศัพท์ทันที “บ้าจริง…” เสียงอุทานดังขึ้นเบาๆ ตอนนี้เป็นเวลาเกือบสี่ทุ่ม นะโมต้องกลับไปแล้วแน่ๆ แล้วเขาล่ะ ทำไมเขาถึงยังไม่กลับไป “ตื่นแล้วเหรอ เป็นไงบ้าง” คนถูกรบกวนเพราะแรงดิ้นลืมตามองพลางใช้หลังมือขยี้ตาตัวเองเบาๆ มองใบหน้าเกลี้ยงเกลาของคนที่หลับไปหลายชั่วโมง
“พี่เดียร์ มีอะไรให้หนูช่วยไหมคะ” เหมือนเป็นโชคช่วยที่ลูกน้องคนสนิทโผล่เข้ามาได้ทันเวลาพอดี“ช่วยพี่ด้วย พี่จะเป็นลม” ลิเดียร์ยกมือไขว่คว้าหาอีกคนที่ไม่ใช่เขา พยายามดิ้นออกจากอ้อมกอดของเขา ไม่ทันมีโอกาสได้เห็นสายตาของความห่วงใยที่มันหลุดออกมาจากแววตาของอีกคน “เป็นอะไร” ลีโอพยายามถาม ยิ่งเห็นเธอไขว่คว้าหาคนอื่นที่ไม่ใช่เขาก็ยิ่งหวั่นอยู่ในอก หน้าของลิเดียร์ซีดมาก มีความรู้สึกเหมือนเธอจะเวียนหน้า คลื่นไส้แบบที่บอกจริงๆ ไม่รู้ว่าความห่วงใยมันเริ่มทำงานตั้งแต่ตอนไหน แต่ฝ่ามือประคองร่างบางเอาไว้ราวกับกลัวว่าเธอจะล้ม“ขอโทษนะคะ เดี๋ยวหนูดูแลพี่เดียร์เองค่ะ” ลูกน้องสาวเข้าประคองผู้เป็นเจ้านายทันที จะประคองไปที่โซฟาเพื่อให้ได้พัก แต่อีกคนที่ถูกผลักออกกลับพุ่งตัวเข้ามาอีกครั้ง โน้มตัวลงไปอุ้มคนตัวเล็กกว่าแล้วพาไปที่โซฟาทันที“นี่! ปล่อยนะ อย่าทำแบบนี้” “อยู่เฉยๆ ไม่ไหวก็แค่บอกกันดีๆ ไหม” ลีโอมองใบหน้าซีดเซียว วางเธอลงบนโซฟาและตั้งท่าจะปลดกระดุมชุดเดรสที่เธอใส่เพื่อให้เธอหายใจโล่ง และสบายตัวขึ้น ทว่าลิเดียร์ปัดออก เธอโหยหาคนอื่นมากกว่าการให้เขาอยู่ใกล้ๆ เธอในระยะที่ประชิดจนเกินไป “ออกไป…”“
“พี่ว่าชุดนี้ก็สวยนะ ไปลองใส่ให้พี่ดูหน่อยได้ไหม” “หนูว่าชุดนี้มันไม่ค่อย…” “เถอะน่า พี่อยากรู้ว่าใส่ออกมาแล้วมันจะสวยแค่ไหน ไปลองให้พี่ดูหน่อยนะครับ” ลีโอสบตากับสาวของกายพลางยัดชุดที่เขาเพิ่งดึงลงมาใส่มือของเธอเสมือนเป็นการยัดเยียด สบตาให้รู้ว่าให้ทำอะไรก็ต้องทำ ถ้าเธออยากให้เขาพอใจ“ก็ได้ค่ะ” ลีโอดันแผ่นหลังของคนตัวเล็กเข้าไปในห้องลองชุด อดไม่ได้ที่จะหันกลับมาหาลิเดียร์อีกครั้ง “ถ้าผมเข้าไปช่วยแฟนผมเปลี่ยนชุดนี่ได้ไหมครับ” “…เชิญค่ะ” ลิเดียร์ตอบไม่สบตา พยายามมองหาลูกน้องคนสนิท หวังจะให้มาทำหน้าที่ตรงนี้แทน แต่เห็นอยู่ว่าอีกฝ่ายก็ยังติดลูกค้าเช่นกัน “แล้วถ้าทำอะไรมากกว่าดูนี่ได้ไหมครับ” มุมปากหนาผุดรอยยิ้มจางๆ สายตายังหยุดมองที่ใบหน้าสะสวยไม่วางตา“หมายความว่าไง” “ก็น่าจะรู้นะว่าคนสองคนเวลาอยู่ด้วยกันมันมักจะเกิดอะไรขึ้น หรือต้องให้ย้ำ หรืออธิบายทีละขั้นตอน เริ่มจากการถอด…” “ทุเรศ!” ลิเดียร์พูดใส่หน้าคนที่พยายามล้อเล่นกับความรู้สึกของเธอ จะเดินหนีเขาก็ตามมาตอแยไม่เลิก เธอพยายามจะหยุดแต่เขากลับเลือกที่จะไม่อยู่ ไม่จบไม่สิ้นสักที “ทำไมต้องเดินด้วยล่ะ หรือรู้สึกอะไร” “ไม่รู้สึก
“เกินไป~ หลงมันเกินไป” ลีโอกดปลายลิ้นเข้ากับกระพุ้งแก้มก่อนจะหลุดเสียงในลำคอเบาๆ ฝ่ามือใหญ่ยกขึ้นลูบใบหน้าของตัวเองลวกๆ หันไปสบตาเธออีกครั้งตอนที่เธอยัดโทรศัพท์คืนใส่มือ จากนั้นก็หมุนตัวกลับออกมาทันที หลายวันต่อมา @คอนโดมิเนียมของฉลาม“…สรุปอร่อยไหม” จีน่าถามย้ำใส่คนที่นั่งจ้องโทรศัพท์อยู่นานสองนาน จนคนอื่นๆ ภายในห้องต้องมองตาม “กำลังจะชิมเนี่ย” “แกเหม่ออะไรเนี่ย ปากก็แตก หน้าก็หมอง ถ้าแกไม่หล่อนี่คือไม่มีอะไรดีเลย จริงๆ นะ” “พูดเยอะว่ะจี รำคาญ” สวนกลับคนที่บอกว่าเขาไม่หล่อ ก็แค่นอนน้อย แดกเหล้าจนหลับบ่อยๆ ลืมดูแลตัวเองนิดหน่อย แต่มันก็ไม่ได้ทุเรศหรือแย่ขนาดนั้นไหมวะ “ฉันเป็นแม่ของหลานแกนะ” ว่าที่คุณแม่ยกมือขึ้นลูบหน้าท้องที่ยังไม่มีความผิดปกติมากมายต่อหน้าคนที่พูดคำว่ารำคาญ ทำสีหน้าของลีโออ่อนลงทันที“เออๆ หยอกน่า~ หยอกครับ” อดไม่ได้ที่ยกมือสัมผัสตัวหลาน ใครๆ ก็รัก ใครๆ ก็หลง ถึงจะยังไม่เจอกันก็รัก หลงอยู่ดี “…อาการมันหนักใช่ย่อยเลยนะ สรุปวันนั้นมึงได้ไปไหมวะ” องศาถามฉลาม เพราะวันนั้นฉลามคือคนที่ถูกโทรหาเกิดมาไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำแบบนี้ทั้งนั้น ลีโออาหารหนักแบบที่เพื่อนว่าจริ
“…ที่เราทำแบบนี้ เราไม่ได้จะขัดขวาง ไม่ได้จะกีดกันไม่ให้เธอคบกับมันนะเดียร์ แต่แค่อยากให้มั่นใจก่อนว่ามันจริงจังกับเธอจริงๆ” “คิม… ถ้าเราบอกว่าเราชอบเขาล่ะ” “ชอบ? มันมากขึ้นทุกวันใช่ไหมเธอเลยกล้าพูดอ่ะ”“ใช่ มันมากขึ้นทุกวัน ก่อนหน้านี้ที่เราเคยบอกเธอว่าเราจะหยุด จะไม่ไปต่อ มันก็เป็นเพราะเรารู้ตัวว่าเราชอบเขา แต่เขาทำให้เรารู้สึกอ่ะคิม รู้สึกว่าบางทีมันอาจจะไปต่อกันได้”“แน่ใจแค่ไหนว่ามันไม่ได้เป็นความรู้สึกของเธอแค่ฝ่ายเดียว เราไม่อยากเห็นเธอเจ็บนะเดียร์ ไม่ได้อยากให้เจ็บไม่ว่าจะเพราะใครหรือเรื่องอะไรก็ตาม” “รู้ เข้าใจทุกอย่างเลย แต่ลองให้โอกาสเขาก่อนได้ไหม ถ้ามันไม่ไหวเราสัญญาว่าจะหยุด จะไม่ฝืน แต่ขอเวลาก่อน เขาไม่ได้ทำอะไรให้เรารู้สึกแย่เลย เราอยากให้โอกาสเขา และให้โอกาสตัวเราเองด้วย” “สรุปก็คือจะคบให้ได้ ใช่ไหม” “ใช่” “งั้นเราก็คงพูดอะไรไม่ได้ นอกจากขอให้เธอดูแลตัวเอง เผื่อใจให้ดี มันไม่มีอะไรแน่นอนทั้งนั้น ถ้าเธอมั่นใจว่ารู้จักเขาพอที่จะทุ่มเทจนหมดหน้าตัก เราก็จะปล่อยเธอ” “…”“แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่มันทำให้เธอเสียใจ เราจะไม่ยอมอยู่เฉยๆ เด็ดขาด อย่างน้อยๆ เราก็ต้องปกป้องเธอ เพร



![Evil Engineerร้ายรักวิศวะเลว [ไนต์]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



