Masukคอนโด S
"...เสนอหน้ามาทำไมกันเยอะแยะวะ" ผมปรายตามองเพื่อนสนิทในกลุ่มเดียวกันที่มันเสนอหน้าอยู่กันครบทุกตัวแบบที่ฉลามบอกผมตั้งแต่แรกจริงๆ "กินน้ำก่อน" "เอากับพวกมันเหมือนกันเหรอจีน่า" เพื่อนผู้หญิงเพียงคนเดียวในกลุ่มถือขวดน้ำดื่มมายื่นให้ผม ตัดจีน่าที่ยืนอยู่ฝั่งผมออก ฉลาม เซย์ ลีโอ ติณห์ พวกมันทุกตัวอยู่ฝั่งเดียวกันแล้วมองมาที่ผมไม่วางตา "อยู่ดีๆ ก็หายไป ทุกคนเป็นห่วงนั่นแหละ เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่าองศา" ผมส่ายหน้าแทนคำตอบพร้อมกับเปิดฝาเพื่อยกน้ำขึ้นดื่ม คิดอยู่แล้วว่าเสียงกระแนะกระแหนจะดังตามมา "แล้วสรุปมึงหายหัวไปไหนมา" ไอ้เซย์เป็นฝ่ายถาม ตามด้วยไอ้ฉลามที่จี้ต่อ "เอาเรื่องเมื่อคืนด้วย มึงไปยุ่งอะไรกับคัพเค้กบอกความจริงพวกกูมา" "มึงเป็นพ่อกู?" "ไม่ใช่พ่อแต่มึงไปล่อตีนคนอื่นมาให้พวกกูซวยด้วยไง" ผมถอนลมหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย สุดท้ายไอ้คนช่างสังเกตอย่างเซย์ก็เปิดประเด็นขึ้นมา "รอยเล็บใครที่แขนมึงวะ" "เยอะจริงด้วยสัส มึงไปเอากับใครมาวะ" ไอ้ลีโอมองหน้าสลับกับจ้องรอยเล็บบนแขนผมอย่างสนใจ "ไอ้เหี้ยองศา อย่าบอกนะว่าเมื่อคืนมึงกับคัพเค้ก..." "ดูถูกผู้หญิงฉิบหาย คัพเค้กไม่มีทางทำแบบนั้น" "แล้วมึงก็เสือกทำเป็นลืมว่าผู้หญิงที่มึงกำลังปกป้องเป็นเมียชาวบ้าน มีคนเห็นว่าเมื่อคืนที่ผับมึงเข้าไปคุยกับคัพเค้กจริง แล้วอยู่ดีๆ ก็เสือกหายออกไปด้วยกัน มึงจะให้พวกกูคิดว่าไงวะ" "สรุปที่ไลน์กลุ่มดังเมื่อคืนแล้วบอกว่ามีคนจะเลี้ยงเหล้าคือมึงงั้นเหรอองศา" ไอ้ติณห์ที่รับฟังเงียบๆ ล้วงโทรศัพท์ของตัวเองออกมาจากกระเป๋า ถ้าให้เดา มันก็คงจะไปย้อนดูข้อความจากไลน์กลุ่มเมื่อคืนว่าใครเป็นคนชวนทุกคนไปที่ผับเมื่อคืน "กูจำได้ว่าก่อนที่มึงจะออกไปจากห้องน้องหน้าตุ๊กตาคู่หมั้นปลอมๆ ของมึงโทรมาบอกให้ไปรับนี่" ฉลามหรี่ตามองผมอย่างจับผิด "อย่าบอกนะว่าเป็นผับเดียวกับที่เราไปเมื่อคืน ไปรับคู่หมั้นปลอมๆ แต่ดันบังเอิญเจอคนที่ชอบแบบนี้ปะวะ" "ที่ไอ้ลีโอพูดมีโอกาสเป็นไปได้นะ ไปเจอคนที่ชอบเลยรีบเอาคู่หมั้นปลอมๆ ไปส่งจากนั้นก็กลับไปที่ผับอีกที ทำเหมือนเป็นเรื่องบังเอิญแต่จงใจนัดพวกกูไปนี่นะ" "นี่ จะขยันเดาเอาเองอะไรกันนักหนา" จีน่าคงเป็นคนเดียวที่เข้าข้างผมและเบื่อความฉลาดของไอ้พวกเวรสี่ตัวนี่เหมือนผมเช่นกัน "เอาเป็นว่าเรื่องกูกับคัพเค้กไม่มีอะไรเกินเลยจบไหม" "แล้วพวกมึงหายไปไหนด้วยกัน" ไอ้ฉลามจี้ต่อ ผมล่ะเกลียดความไวของมันเหลือเกิน "ก็แค่ออกไปคุยกันที่เงียบๆ รำคาญเสียงเพลง" "แล้วคุยกันท่าไหนรอยเล็บเต็มแขนวะ วันนี้คำพูดของมึงไม่มีน้ำหนักเลยนะองศา" ลีโอเคาะบุหรี่ออกมาจากซองพร้อมกับจุดสูบ สายตาของมันที่กำลังมองผมบ่งบอกว่ามันไม่เชื่อสิ่งที่ผมพูดเลยจริงๆ "หลังจากแยกกับคัพเค้กกูไปหาของขวัญอีกที เมื่อคืนกูนอนที่นั่น" "เมื่อคืนมึงอยู่กับน้องขวัญ อย่าบอกนะว่ารอยเล็บพวกนี้ว่าที่เมียของมึงเป็นคนทำ?" "พวกมึงก็รู้ว่ากูแค่รอเวลา เดือนหน้าถึงวันเกิดของขวัญ กูกับเด็กนั่นจะไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกันอีก อย่าใช้คำว่าเมีย!" "เย็นชาฉิบหาย สภาพแขนแบบนี้อมพระมาพูดกูก็ไม่เชื่อนะว่าแค่ข่วนแต่ไม่ได้เอากัน แต่ถ้าเอา กูก็แทบไม่อยากเชื่อว่ามึงจะกลืนน้ำลายตัวเอง" ไอ้ฉลามพูดถูกทุกอย่าง เรื่องนี้ผมเคยประกาศชัดเจนว่าแค่ทำตามหน้าที่ เรื่องระหว่างผมและของขวัญ ไม่มีเรื่องของความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวข้อง ถึงตอนนี้จะเอาไปแล้ว ความรู้สึกเดิมก็ยังชัดเจน คือถึงวันเกิดของขวัญเมื่อไหร่ เรื่องระหว่างเราเป็นอันจบลงทันที! หนึ่งเดือน มันก็แค่สามสิบวัน! "มีอะไรกับน้องจริงๆ เหรอองศา" จีน่ากอดอกถามขึ้นมาบ้าง แล้วเวรกรรมอะไรวะถึงต้องมาเล่าเรื่องนี้ให้พวกมันฟัง! "น้องน่าสงสารออก ทำแบบนั้นสุดท้ายก็ตั้งใจทิ้งไม่สงสารน้องเลยหรือไง" "เรื่องนี้กูเห็นด้วยกับจีนะ กับคนอื่นกูจะไม่อะไรเลยสักนิด รักสนุกแต่ไม่ผูกพันมันเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่กับคู่หมั้นมึงจะว่าไปแล้วน้องแม่งก็น่าสงสารนะเว้ย เขาความจำเสื่อมเพราะอุบัติเหตุความจำบางช่วงเลยหายไป น้องไม่รู้ด้วยซ้ำว่าก่อนหน้านี้มึงกับเขาไม่ได้คบกัน ไม่ได้เป็นอะไรกันทั้งนั้น ดวงมึงแค่อุปถัมภ์น้องแบบบังเอิญโคตรๆ ผู้ใหญ่เชื่อว่าถ้าคบกันน้องจะปลอดภัย ต้องรอจนกว่าจะถึงวันเกิดแล้วพื้นดวงเปลี่ยนค่อยเลิกกัน เอาจริงๆ ถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นกับกู กูก็ไม่รู้ว่าควรรู้สึกยังไงเหมือนกัน!" ผมคิดตามที่ไอ้ฉลามมันพูด ใครๆ ก็บอกว่าของขวัญน่าสงสาร วันที่หม่ามี๊ขอร้องให้ช่วยน้องที่เป็นลูกสาวของคนรู้จักยอมรับว่าผมเองก็สงสาร แต่เรื่องทุกอย่างมันกำลังยุ่งยากมากกว่าเดิมเพราะผมที่เป็นฝ่ายล้ำเส้นเข้าไป "เอาเป็นว่าจบเรื่องคัพเค้ก ถ้าผัวเขามาถามอีกของขวัญก็เป็นพยานยืนยันได้ว่าองศากับคัพเค้กไม่ได้อยู่ด้วยกัน" ติณห์สรุปทุกอย่างออกมาก่อนที่ไอ้เซย์จะดันตัวลุกจากโซฟา "งั้นก็แยกย้าย เรื่องของความรู้สึกไม่มีใครห้ามใครได้ เรื่องคู่หมั้นปลอมๆ ถ้ามึงไม่ได้รู้สึก ถึงกำหนดจบก็คือจบแค่นั้น กูกลับก่อนละกัน" "เออ แยกย้ายไป ของกินกูหมดตู้ทุกครั้งที่พวกมึงมารวมตัว" ฉลามบ่นออกมาพร้อมกับปรายตามองเพื่อนแต่ละคน "กลับ" เซย์เอ่ยอีกครั้งพร้อมกับมองจีน่า "นายกลับไปก่อนเลย ฉันจะกลับเอง" "กลับทางเดียวกัน" เซย์จ้องเขม็งที่จีน่า น่าแปลกที่มันบงการจีน่าตลอด ไม่เคยยอมต่อให้จีน่าจะต่อต้านแค่ไหนก็ตาม "บอกจะกลับเองไงเซย์ทำไมไม่ฟัง" "หรือต้องให้ลากออกไป" จีน่าชักสีหน้าออกมาอย่างหงุดหงิด สุดท้ายผู้หญิงเพียงคนเดียวในกลุ่มก็คว้าสายกระเป๋าสะพายข้างขึ้นไปคล้องบ่า จากนั้นก็เดินกระฟัดกระเฟียดออกไปจากห้องของฉลามโดยมีไอ้เซย์เดินตาม "ไอ้พวกนี้ก็บังคับกันจัง ทำตัวเหมือนผัวกับเมีย!" ฉลามเอ่ยขึ้นลอยๆ ลีโอยืนสูบบุหรี่เงียบๆ ติณห์มองตามหลังคนที่เพิ่งจะเดินตามกันออกไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย ส่วนผมเรื่องของตัวเองก็หนักหนา ไม่มีเวลาจะไปคิดเรื่องจับผิดเรื่องของคนอื่นเหมือนกัน ----------- 1 คอมเมนต์ = 1 ล้านกำลังใจ 🕊นอนคุยกันมันง่ายกว่าการนั่งคุยจริงไหม เพิ่งได้คำตอบวันนี้เลย ค่ำคืนที่ผ่านมาบอกเลยว่าเขาเสพสมจนเต็มคราบ เธอจัดหนักให้ก็ไม่หายอยาก ปล่อยให้เธอพักแป๊บเดียวเขาก็ลุกจัดต่อ ทำทุกอย่างจนอิ่มเต็มคราบ มาวันนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปภายในพริบตา จากที่ยังตึงๆ ใส่กันลิเดียร์คุยกับเขาเยอะขึ้น มีถามความเห็น มีหันมาคุยเหมือนคนไม่ได้มีเรื่องบาดหมาง ถือว่าวิธีนอนคุยได้ผลทีเดียว“เธอ…” “ว่า” “เราใช้ตังค์เธอจ่ายก่อนนะ ชาร์จแบตมือถือเดี๋ยวเราโอนคืน” ลิเดียร์หันมาบอกตอนที่เธอชวนเขาเข้าร้านเสื้อผ้า ชุดที่เขาเลือกให้เธอใส่ชั่วคราวมันก็คงไม่ถูกใจเธอแหละ“อ่า เลือกเลย เธออยากได้ตัวไหนเดี๋ยวเราจ่ายเอง” “ซื้อให้เลยเหรอ?”“อ่า” “จะพากลับวันไหน” เป็นคำถามที่ไม่ได้แฝงไว้ด้วยความเร่งรัด เหมือนเธอต้องการรู้มากกว่าว่าจำเป็นต้องมีชุดสำรองประมาณกี่ชุด เราจะอยู่ด้วยกันกี่วัน “ชอบตัวไหนก็หยิบเลย ซื้อเลย” “งั้นเราเอาตัวที่ชอบนะ”“ครับ” ลีโอกดใบหน้ารับ จากนั้นก็ปล่อยให้ลิเดียร์เลือกเสื้อผ้าตามประสาผู้หญิง ส่วนเขาเดินมาหย่อนตัวลงบนโซฟาสำหรับนั่งรอ แต่เวลาของความเป็นส่วนตัวคือสั้นมาก แทนที่จะได้นั่งรอแบบสงบสุข กลับมีผู้หญ
ในความมืดที่แม้จะเห็นไม่ชัดว่าในสายตาของอีกฝ่ายแสดงความรู้สึกแบบไหน ทว่าร่างกายกลับโหยหากันและกันชัดเจนมากกว่าสิ่งอื่นใดลีโอถอดอาภรณ์ที่อีกคนสวมใส่ ยิ้มอย่างชอบใจเมื่อลิเดียร์ไม่ได้แกล้งทำตัวใสซื่อไร้เดียงสาแบบที่เขาไม่ชอบ เขาทำเธอ เธอก็ทำเขา มือของเขาจับอกนุ่มพร้อมกับบีบอย่างมันเขี้ยว ไข่ของเขาเองก็โดนคว้าหมับ ลำรักถูกเธอบีบเช่นกัน“ซี้ด~ เธอ~ ร้ายว่ะ” “อย่างเธอต้องเจอแบบนี้แหละ” ลิเดียร์เชิดใบหน้าขึ้น เปิดทางให้ใบหน้าคมคายซุกเข้ากับซอกคอขาว สูดดมกลิ่นหอมจากกายสาวในขณะที่ร่างกายเริ่มแสดงความต้องการออกมาอย่างเก็บไม่มิด ขาสวยถูกดันให้แยกออกจากกัน ซึ่งทันทีที่ความใหญ่โตเกินมาตรฐานซึ่งถูกโอบล้อมด้วยเส้นเลือดโปดโปนสอดกระแทกเข้ากับช่องทางคับแคบ ลิเดียร์ตวัดขาขึ้นโอบรัดเอวสอบทันที “อ๊าส์~ ระ แรงๆ” ได้เลยตามที่ขอ หนุ่มหล่อสะบัดเอวสอบ ถาโถมแรงกายเข้าใส่อย่างเอาเป็นเอาตาย ทั้งที่มีอะไรกันแทบนับครั้งไม่ถ้วน แต่กลับไม่มีทีท่าว่าจะเบื่อง่ายๆ กลับกันได้แล้วก็อยากได้อีก อยากจับเธอกินซ้ำๆ ชอบเวลาที่ร่องสีชมพูขมิบตอดรัดช่วงล่างของเขาจนแน่น ชอบเสียงครางหวานๆ ที่ดังประสานออกมาเวลาที่เขากำลังหิวโหยร
“แล้วถ้าไม่ได้ทำงานนี่ยังจะมีเงินไปซีเอฟอยู่ไหมไอ้ผู้ชายหล่อๆ ล่ำๆ เนี่ย” คนถามมองตาแข็งพร้อมกับขบกรามจนแน่น ทำคนที่อมยิ้มมองอยู่ถึงกับรู้เลยว่าเขามีอาการ “หืม? พูดเหมือนหึงเลย” ลิเดียร์ยกยิ้มที่มุมปาก ปลายนิ้วเรียวลูบแก้มสากเบาๆ จนเขาคว้าหมับที่ข้อมือเธอ “กวนตีนว่ะ” “ตรงไหน แบบนี้เขาเรียกคุยกันตรงๆ มากกว่าไหม” “ตรงไป~” “ไม่ชอบแบบนี้เหรอ หรือผู้ชายชอบเชื่อเฉพาะมารยาหญิง พอพูดความจริงไม่ค่อยอยากฟัง” “แล้วที่เธอพูดเนี่ยคืออะไร ความจริงหรือมารยาหญิง?”“ความจริงสิ นี่มันปีที่เท่าไหร่แล้ว หญิงชายเท่าเทียมนะ ผู้ชายสามารถหาความสุขให้ตัวเองได้ ผู้หญิงก็ทำได้เหมือนกัน คนเราอ่ะ แค่มองว่าไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใครเป็นพอ” ลีโอฟังความคิด สัมผัสถึงทัศนคติของคนบนหน้าตักเงียบๆ เท่าที่รู้จักกัน ลิเดียร์ไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่น ไม่ได้อยากเรียกร้องเหมือนที่ผู้หญิงหลายๆ คนเคยพยายาม เธอมีจุดยืนเป็นของตัวเอง ไม่ได้คิดจะเอาชีวิตไปผูกไว้ที่ใคร ตรงไหนทำให้สบายใจเธอก็คงเลือกอยู่ตรงนั้นเหมือนเขาเลย ผู้หญิงแบบเธอก็เป็นความสบายใจของเขาเหมือนกัน อยู่ใกล้และอยากอยู่ด้วยบ่อยๆ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน หรือจะเป็นเพร
บรรยากาศภายในห้องนอนซึ่งเป็นสถานที่แปลกถิ่นเงียบมากจนแทบได้ยินเสียงหัวใจของตัวเอง ในตอนที่ก้าวขาออกมาจากห้องน้ำลิเดียร์แทบวางสีหน้าไม่ถูกเมื่อเห็นว่าอีกคนมองเธอตั้งแต่ตอนที่ก้าวขาออกมาก้าวแรก ทั้งที่พยายามละเลยท่าทีแปลกๆ แต่เวลาที่รู้ตัวว่ามีคนจ้องมองมันก็อดรู้สึกไม่ได้อยู่ดี “ไปอาบน้ำได้แล้ว จะรออะไร”“ก็ลองรอดู”“เพื่อ?”“เผื่อมีคนใจดีอยากถูหลังให้ไง” มุมปากหนาผุดรอยยิ้มจางๆ คนเจ้าเล่ห์ เห็นแบบนี้แล้วรู้เลย“เพิ่งทำเล็บมาใหม่อ่ะ คงไม่ถนัดเท่าไหร่ ใช้แปรงขัดห้องน้ำถูแทนได้ไหมล่ะ” ให้ตายสิวะ กะล่อกูหลังฉีกเลยสินะ“โหดจัง ถ้าทำแบบนั้นหนังหลุดเลยนะ”“ก็ช่วยไม่ได้ เธอเรียกร้องเอง” “ใจร้ายเหมือนกันนะคนสวยๆ เนี่ย” “ผู้ชายหน้าตาดีๆ ก็ไว้ใจไม่ได้เหมือนกัน ร้ายไม่เบา” ลีโอยกยิ้มที่มุมปาก อยากจะเดินเข้าไปคลอเคลียให้หายอยาก ติดที่เธอยืนกอดอกมองหน้า ท่าทางแบบนี้มองปราดเดียวก็รู้เลยว่าตั้งการ์ดที่จะต่อต้านแน่ๆ คงเป็นเรื่องธรรมดาของคนเสน่ห์แรงนั่นแหละ หนุ่มๆ สนใจเยอะ ตัวเลือกก็เยอะเช่นกัน จะเมินจะเชิดใส่ใครก็คงได้ทั้งนั้น ระดับเธอ ลีโอเปลี่ยนไปใช้ห้องน้ำเพื่อจัดการตัวเองให้เรียบร้อย เขาหายเข
“ไม่กลัวผีเหรอ?” เสียงถามส่งผลให้คนที่กำลังจะเดินหนีออกไปรับลมด้านนอกถึงกับหยุดฝีเท้า ชะงักพร้อมกับหมุนตัวกลับทันที“ที่นี่มี?”“อ่า” ได้ผลนะ ลิเดียร์เริ่มออกอาการกลัวขึ้นมาทันที“อยู่ในที่ต่างถิ่นใครเขาให้พูดเรื่องนี้กัน”“รู้ ที่พูดก็เพราะตรงนี้มันเป็นเธอไง กลัวเธอเจอ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือนอีก” “บ้าที่สุดเลย” คนตัวเล็กเดินลิ่วเข้ามาฟาดกำปั้นลงบนแผงอกกว้าง สีหน้าถึงจะยังโกรธมาก แต่ก็แสดงออกว่าเธอต้องการเขาที่ตอนนี้เป็นที่พึ่งเพียงหนึ่งเดียวเช่นกัน “ถ้ากลัว เราก็ต้องอยู่แบบสงบสุขไหม” “มันก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้วไหม ทุกอย่างมันเป็นความผิดของเธอ” “ขอโทษได้ไหมล่ะ” คำพูดของลีโอส่งผลให้คนฟังชะงัก หัวใจดวงน้อยพานเต้นไม่เป็นส่ำ ตอนนี้บรรยากาศภายในห้องเงียบมาก ได้ยินเสียงพูดคุยของกันและกันอย่างชัดเจน “ขอโทษที่ทำให้เธอไม่โอเคนะ” “ตอนนี้มันหลายเรื่องเลยนะ” “ขอโทษรวดเดียวเลยได้ไหมล่ะ ดีกันได้ไหม” “ตลกนะ คนระดับเธอมาพูดคำนี้” เจ้าของเสียงพูดหลุดเสียงในลำคอเบาๆ เธอไม่กล้าเชื่อเขาหรอก ก็อย่างที่คิดไว้ตั้งแต่แรก คนอย่างเขาไม่ได้อดอยากขนาดนั้นแน่ๆ จะเอาที่ไหนเมื่อไหร่ก็คงได้ “สุดท้ายแล้วคนเร
“…เราจะคุยกับเพื่อนก่อน เธอ!” ลิเดียร์พยายามต่อต้านเมื่ออีกคนดึงมือเธอและพาไปคนละทางกับที่เพื่อนของเขาพาเพื่อนเธอไป“ลีโอ หยุดก่อน อย่าทำแบบนี้นะ” “เพื่อนเราไม่ทำอะไรเพื่อนเธอแน่ๆ วางใจเถอะ มันจะปลอดภัย” “แล้วเธอจะพาเราไปไหน ทำไมถึงไม่ยอมให้คุยกับเพื่อน ถ้าจะให้อยู่ก็อยู่ที่นี่ไม่ใช่หรอแล้วจะพาไปไหน” “พอดีว่าเปลี่ยนใจแล้ว”“อะไรนะ เธอจะทำอะไรก็ต้องบอกกันดิ เธอจะเอาแต่ใจตัวเองแบบนี้มันไม่ได้นะ” “ขึ้นรถ”“ลีโอ!” “ถ้าเธอขึ้นรถเราจะโทรไปบอกเพื่อนเราให้ปล่อยเพื่อนเธอเดี๋ยวนี้เลย” “ทำไมต้องเอามาต่อรองกันแบบนี้”“ก็เธอดื้อเองไหมเดียร์ ถ้าเธอยอมฟังกันดีๆ มันจะเป็นแบบนี้เหรอ” ในเมื่ออีกคนไม่ยอมทำตามที่ของ่ายๆ มือใหญ่จึงกระชากประตูรถให้เปิด จากนั้นก็ดันตัวของลิเดียร์เข้าไปในรถแทนขณะที่เดินอ้อมไปยังฝั่งของคนขับ มือหนาล้วงโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋า สตาร์ทรถ จากนั้นก็กดโทรออกหาฉลามทันที (อ่า ว่า?) “ปล่อยมัน บอกมันว่าเพื่อนของมันอยู่กับกู”(ได้ๆ สรุปเด็กมึง อยู่กับมึงนะ) “เออ บอกไอ้ติณห์ดูแลร้านคนเดียวไปก่อนสักวันสองวัน ทุกอย่างลงตัวเดี๋ยวกลับมา” (เดี๋ยวนะ วันสองวัน?) “กูต้องการเวลาเคลียร์
ครืด~ ครืด~ โทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋าสะพายข้างของจีน่าดังแทรกขึ้นมาได้จังหวะพอดี ตากลมมองใบหน้าคมที่อยู่ในระยะประชิดอีกครั้งจากนั้นก็เลือกที่จะยัดผ้าในมือใส่ไว้ในอุ้งมือของใครอีกคนแทน"ฉันขอออกไปรับโทรศัพท์แป๊บนะ" ใบหน้าจิ้มลิ้มหันกลับมาบอกเมื่อเห็นว่าคนที่อยู่ในสายคือใคร คนป่วยเพียงพยักหน้าร
"...มา ไหนๆ วันนี้ก็มีโอกาสรวมตัวแบบพร้อมหน้าพร้อมตากันแล้ว เรามาฉลองกันหน่อยไหม" ฉลามควงแก้วเหล้าในมือก่อนจะยกยิ้มอย่างกรุ้มกริ่ม แว๊บหนึ่งที่สบตากับลีโอแบบเป็นอันว่ารู้กัน"ฉลองเนื่องในโอกาสที่เพื่อนมีเมียแบบเป็นตัวเป็นตนงั้นเหรอฉลาม?""อะไรก่อน กูไม่เคยมีแบบไม่เป็นตัวเป็นตนเว้ย กูเพิ่งมีคนแรก"
หมับ~ "หืม..." แรงโอบกอดจากทางด้านหลังกระตุ้นให้ใบหน้าคมคายเอี้ยวกลับไปมองทั้งที่มือยังวุ่นวายอยู่กับอาหารที่กำลังจะถูกเลือกให้เป็นมื้อค่ำ"พี่ยังไม่อาบน้ำเลยนะ" "แต่ตัวยังหอมอยู่เลยค่ะ" ใบหน้าจิ้มลิ้มมองตอบ มุมปากผุดรอยยิ้มบางๆ อย่างอารมณ์ดี"พูดแบบนีี้พี่ก็ว้าวุ่นเลยดิ กินไรดีน้าระหว่างข้าวกับ.
"ร้องไห้เลยนะนั่น" ฉลามหยั่งเชิงพร้อมกับกดปลายลิ้นเข้ากับมุมปาก ถึงตอนนี้จีน่าจะหยิกแรงๆ ที่แขนเพราะเขาพูดไม่ถูกหูแต่จำเป็นต้องเงียบไว้ก่อน อยากเห็นปฏิกิริยาของคนที่ปฏิเสธคนที่เคยบอกว่าชอบมากอย่างไม่ใยดี และสุดท้ายก็ได้เห็นแบบที่ใจต้องการ"เย็นนี้กูไม่ไปกับพวกมึงนะ มีนัดเรียบร้อยแล้ว" "นัดกับน้องข







