ログインเมื่อความรัก...เริ่มต้นด้วยความเกลียด “อย่าหวังว่าฉันจะแตะต้องเธอ…แค่หน้าก็ไม่อยากมอง” แต่เมื่อเธอกลับหันหลังจากไป…เขากลับรู้ว่า "ขาดเธอ เขาก็หายใจไม่ออก" สำหรับเขา...เธอคือความน่ารังเกียจ สำหรับเธอ...เขาคือบุญคุณที่เธอจำต้องตอบแทน
もっと見る"ผมไม่แต่ง..!
"แกต้องแต่ง..ฉันสู่ขอหนูเกลจากแม่รำเพยแล้ว งานก็เตรียมไว้หมดแล้ว
"แม่....นี่มันชีวิตของผม...จะให้ผมเอายัยลูกคนใช้นั่นมาเป็นเมียได้งัย...ถ้าแม่อยากได้หลานก็บอก..เดี๋ยวผมจะจัดการให้ ไม่ต้องแต่งงานก็ได้..
"หึ..แกจะเอาลูกที่เกิดจากอีตัวพวกนั้นมาเป็นหลานฉันเนี้ยนะ...ฝันไปเถอะ
"ก็แม่อยากได้หลานไม่ใช่เหรอ. ถึงบังคับให้ผมแต่งงานกับยัยขี้เหร่นั่น
"แกเอาตาที่ไหนดู..ถ้าหนูเกลขี้เหร่..แล้วผู้หญิงที่ไหนจะสวย
"หึ..แม่ก็เขาข้างแต่ยัยคนใช้นั่น
"แกหยุดพูด แล้วไปเตรียมตัวได้แล้ว ยังงัยวันนี้แกก็ต้องแต่ง...
"แม๊.......
"ไม่ต้องมาเรียก...ยังงัยฉันก็ยืนยันว่าฉันจะให้แกแต่งกับหนูเกล
"..แต่งกับผม..แล้วแม่ถามยัยนั่นรึยังว่าเธออยากแต่งไหม
"แต่งสิ....หรือแกมองไม่ออกว่าน้องคิดยังงัยกับแก...
"หึ..คงจะดีใจจนเนื้อเต้นทั้งแม่ทั้งลูกสินะ....” น้ำเสียงประชดของเขาเย็นเฉียบ ริมฝีปากกระตุกยิ้มเหยียดอย่างดูแคลน
"ตาเว...อย่าพูดแบบนี้กับแม่รำเพยนะ...แกรู้ไหมว่าเขาคือคนที่ช่วยชีวิตแก..ถ้าไม่มีเขาป่านนี้แกตายไปพร้อมกับพ่อของแกแล้ว..
"แม่ก็ให้เงินเป็นการตอบแทนเขาไปสิ ไม่เห็นต้องแต่งเลย...สองคนนั้นจนจะตาย..ให้เงินไปก็จบ..” คำพูดของเวหาเย็นชาราวกับไม่มีหัวใจ แววตาเย้ยหยันปนรังเกียจ
"ฉันชอบหนูเกล..หนูเกลเพียบพร้อมทุกอย่าง...ทั้งเรียนเก่ง...ทำงานบ้านเก่ง..ทำอาหารก็เก่งด้วยนะ...เหมาะกับการที่จะมาเป็นลูกสะใภ้ฉัน” แม่พูดด้วยสีหน้าภูมิใจ ชัดเจนว่ามีความรักและชื่นชมในตัวเด็กสาวคนนั้นจริงๆ
"ยังงัยก็จะบังคับผมให้แต่งกับยัยนั่นให้ได้เลยใช่ไหม..” เวหายืนจ้องแม่เขม็ง เสียงเข้มต่ำราวกับคนที่พยายามข่มความรู้สึก
"ใช่..
"ก็ได้แค่ผมมีข้อแลกเปลี่ยน
"อะไร....
"ผมแต่งกับยัยนั่นก็ได้ แต่แม่ต้องยกไนต์คลับให้เป็นคนดูแล
"ก็ได้...ฉันจะยกให้แก
ผมชื่อ เวหา อายุ 25 ปี เรียนบริหารปี 4 เป็นลูกชายคนโตของตระกูล มีน้องชายชื่อวายุ พ่อของผมเสียไปตั้งแต่ผมอายุได้ 10 ขวบ ตอนนี้ผมจึงมีแค่แม่กับน้องชาย แม่บังคับให้ผมแต่งงานกับยัยคนใช้ ซึ่งเป็นลูกสาวของคนที่เคยช่วยชีวิตผม ตั้งแต่เด็กยัยนั่นชอบเอานั่นเอานี่มาให้ผม บอกว่าชอบผมอย่างนั้นอย่างนี้ และตามผมต้อยๆ ผมไม่ชอบขี้หน้ายัยนั่นเลย เธอขี้เหร่มาก เนื้อตัวสกปรก มอมแมม น้ำมูก น้ำลายเต็มไปหมด ยิ่งเห็นยิ่งน่ารังเกียจ เจอทีไรผมไม่เคยมองหน้ายัยนั่นเลยสักครั้ง
@09.09 น.
งานแต่งงานถูกจัดขึ้นที่บ้านโดยแขกที่มาร่วมงานมีเพียงญาติสนิทเท่านั้น ขนาดเพื่อนๆของผม มันยังไม่รู้เลยว่าผมแต่งงาน สาบานเลยว่าเรื่องนี้จะให้ใครรู้ไม่ได้เด็ดขาด ฝั่งของยัยนั่นก็มีแค่แม่เธอกับคนรับใช้คนอื่นๆ
บรรยากาศภายในบ้านเงียบงัน งานแต่งถูกจัดอย่างเรียบง่าย แต่ทุกมุมถูกตกแต่งด้วยดอกไม้สีขาวนวล และกลิ่นหอมจางๆ ของดอกลิลลี่ลอยในอากาศ เย็นเช้าของวันใหม่กลับปกคลุมด้วยบรรยากาศที่ไม่มีความสุขแม้แต่นิดเดียว
เวหานั่งนิ่งอยู่ข้างเจ้าสาวด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย ขมวดคิ้วแน่นจนเกิดรอยพับตรงหน้าผาก มือที่วางบนตักกำแน่น ริมฝีปากเม้มสนิทอย่างไม่ยอมให้ความรู้สึกใดๆ เผยออกมา
"ตาเว..ทำหน้าดีๆหน่อย...แม่ดุผมในขนาดที่กำลังเข้าพิธีผมทำหน้างอบิดไปบิดมาไม่สบอารมณ์
"สวมแหวนให้น้องสิ...
"เอามือมา..ลีลาอยู่ได้..
"ขอโทษค่ะ
พิธีเสร็จสิ้นผมจึงรีบกลับคอนโดทันที...
"นี่ตาเว...ใจคอจะไม่พูดกับน้องบ้างเลยหรืองัย...
"ไม่...ผมขยะแขยง...หน้ายังไม่อยากจะมอง..
"เว แกพูดดีดีกับน้องหน่อย..
"ไม่เป็นไรค่ะ..คุณท่าน..เกลไม่ถือสาอะไร..
"อย่างเธอมีสิทธิ์อะไรมาถือสาฉัน..ยัยคนใช้
"ตาเว...!!!!...
"ถ้าแกจะไป..แกต้องพาน้องไปอยู่คอนโดด้วย
"ได้งัย...ผมไม่ยอมพายัยนี้ไปอยู่คอนโดผมหรอกครับ..
"แต่แกแต่งงานกับน้องแล้ว..แกอยู่ไหนน้องก็ต้องอยู่ด้วย...ไม่อย่างนั้นฉันจะยกเลิกการโอนหุ้นไนต์คลับให้แก
"แม่..!!!!!.... ผมพูดออกมาอย่างไม่พอใจ ..
"เธอนี้มันตัวซวยชัดๆ..ยืนเซ่ออยู่ทำไม...ไปเก็บของ..
"ค่ะ
@กรุงเทพมหานคร ✈️แสงแดดยามบ่ายสาดไล้ผ่านม่านบางในบ้านหลังใหญ่ของเราอย่างอบอุ่น กลิ่นอ่อน ๆ ของดอกไม้สดจากแจกันกลางโต๊ะต้อนรับความรู้สึกที่คุ้นเคยกลับมาอีกครั้ง ผมกับมิเกลเพิ่งเดินทางกลับถึงบ้าน ทุกอย่างยังคงอบอวลไปด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก... เหมือนได้กลับมาสู่ที่ที่หัวใจเคยพรากจากกันไปนานเกินไปเสียงฝีเท้าของใครบางคนกระทบพื้นดังใกล้เข้ามา ก่อนที่ร่างเล็ก ๆ จะวิ่งพรวดเข้ามาด้วยความเร็วเต็มฝีเท้า มือเล็กโอบรัดรอบตัวมิเกลแน่น ราวกับกลัวว่าเธอจะหายไปอีกครั้ง คนตัวเล็กสั่นสะท้านเล็กน้อยก่อนจะปล่อยโฮออกมาท่ามกลางอ้อมแขนของแม่"แม่จ๋าหายไปหนายมา..."น้ำเสียงของวาโยสั่นเครือ น้ำตาไหลพรากอาบแก้มนุ่ม ริมฝีปากเบะอย่างน่าสงสาร มือน้อย ๆ จับแขนแม่แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะหายไปอีกครั้ง"โอ้ๆๆ ไม่ร้องนะคะคนเก่งของแม่.."มิเกลก้มลงกอดลูกแน่น ลูบหลังเบา ๆ อย่างปลอบโยน น้ำเสียงอ่อนโยนเปี่ยมไปด้วยความรัก สายตาของเธอเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและคิดถึงในคราวเดียวกัน ผมมองสองแม่ลูกอย่างอบอุ่นในใจ มือผมเอื้อมไปหยิบของฝากที่เตรียมไว้จากสนามบิน พร้อมเอ่ยเรียกลูกเสียงนุ่ม"วาโยดูสิ..ป๊ะป๊าซื้ออะไรมาฝาก... ""ว้าว
"ทำไม ครั้งแรกที่พี่เจอวาโย ยัยหนูถึงเรียกพี่ว่า 'ป๊ะป๊า'"น้ำเสียงของผมแม้จะแผ่วเบา แต่ก็หนักแน่น ราวกับคำถามนั้นแบกความรู้สึกมากมายที่อัดแน่นอยู่ในอกมานาน ผมมองสบตาเธอ อยากจะรู้ว่าความจริงคืออะไร นี่คือคำถามที่ผมสงสัยมาโดยตลอด ในเมื่อแต่ก่อนมิเกลไม่อยากให้ผมเจอลูก ไม่แม้แต่จะเปิดโอกาสให้ผมได้พบเจอเธอ ไม่ยอมให้ผมเฉียดเข้าไปใกล้ชีวิตแม่ลูกคู่นั้นเลย แล้วเหตุใด... ครั้งแรกที่วาโยเจอผม ดวงตากลมโตคู่นั้นจึงเรียกผมว่า “ป๊ะป๊า” อย่างไม่ลังเล..."วาโยเป็นเด็กช่างพูดช่างถาม เมื่อตอนแกยังเล็ก เกลบอกแกเสมอว่าพี่เวคือพ่อของแก แต่ด้วยความที่ลูกสาวของพี่ราม เรียกพี่รามว่าป๊ะป๊า แกเลยเรียกตามมั้งคะ"มิเกลตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่แววตาอ่อนโยนในขณะที่พูดถึงลูกสาว ใบหน้าของเธอมีรอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้นเมื่อเอ่ยถึงวาโย บ่งบอกถึงความรักที่เธอมีต่อลูกอย่างเต็มเปี่ยม แม้คำตอบนั้นจะเรียบง่าย แต่มันกลับทำให้ผมเงียบงัน ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเฝื่อน ก่อนจะเอ่ยต่ออย่างลังเล"เกล ไม่คิดจะปิดบังลูกเหรอ ในเมื่อตอนนั้นเกลคิดว่าพี่....." ดวงตาของผมมองลึกลงไปในดวงตาเธอ ขณะที่น้ำเสียงเจือความรู้สึกผิดอย่างเงียบงัน ผม
คำสัญญาที่รับปากไป แม้จะไม่มั่นใจว่าผมจะไม่โทษตัวเองได้จริงหรือไม่ หากได้รู้เรื่องทั้งหมด แต่ผมก็ยินดีจะฟังในทุกคำ ทุกความเจ็บปวดของเธอ มิเกลเริ่มเล่า เสียงของเธอเต็มไปด้วยอารมณ์ ความเศร้าเคลือบอยู่ในถ้อยคำ ดวงตาที่เคยสวยสดใสกลับเอ่อคลอด้วยหยดน้ำตาที่พยายามกลั้นเอาไว้"เมื่อสามปีที่แล้ว เกลรู้ว่าเกลตั้งท้องวาโยหลังจากเกลออกมาได้ 2 เดือน ตอนนั้นเกลไม่รู้จะทำยังไง มันสิ้นหวังไปหมด เกลไม่กล้าบอกใคร โดยเฉพาะพี่ เกลกลัวว่าพี่จะไม่ยอมรับเขา กลัวว่าพี่จะให้เกลเอาเขาออก เกลกลัวไปหมด "เธอเล่าทุกอย่างอย่างละเอียด น้ำเสียงแผ่วเบา มือที่กุมผมไว้สั่นเล็กน้อย ขณะที่ดวงตาของเธอมองลงต่ำคล้ายจะหลีกเลี่ยงไม่ให้ผมเห็นความปวดร้าวที่ฉายอยู่ในแววตา ผมฟังทุกถ้อยคำด้วยหัวใจที่เหมือนจะแตกสลายทุกวินาที ผมกุมมือเธอไว้แน่นกว่าเดิม อยากจะบอกให้เธอรู้ว่าผมอยู่ตรงนี้กับเธอ ไม่ได้ไปไหนแล้ว"ตอนนั้นเกลคิดแค่ว่าเกลอยากดูแลเขา อยากมีเขาอยู่ในชีวิต เพราะชีวิตของเกลไม่มีใคร ไม่เหลือใครเลยสักคน เกลเหมือนตัวคนเดียว... ""พอเกลตั้งท้องได้ราวๆ ห้าเดือน ก็เกิดภาวะครรภ์เป็นพิษ เป็นภาวะแทรกซ้อนของการตั้งครรภ์ที่เป็นอันตรายมาก
@เวลา 13.00 น. 🕗ผมตื่นลืมตาขึ้นมาในเวลาบ่ายของอีกวัน ร่างกายของผมตอนนี้มันรู้สึกเหมื่อยล้าไปหมด ไม่มีแรงแม้แต่จะลุกขึ้นจากเตียง ดูเหมือนจะตัวรุมๆคล้ายจะเป็นไข้อีกด้วย"แคะ..แคะ..."พี่เว..เป็นอะไรคะ..ไม่สบายหรือเปล่าผมมองไปยังต้นเสียงที่ตอนนี้ถือถาดอาหารเข้ามาให้ผม ตั้งแต่มิเกลเดินเข้ามาในห้องทำให้ผมสงสัยมากเหลือเกินว่าทำไมท่าทางของเธอดูปกติ ไม่มีอาการของคนเหนื่อยล้าเลยแม่แต่น้อย เธอยังคงจัดนั้นโน่นนี่ตามปกติ ต่างจากผมที่ตอนนี้ถูกเมียจับกินจนจับไข้"พี่รู้สึกเหมือนตัวรุมๆ"ไหน..เกลขอดูหน่อย มิเกลเดินเข้ามานั่งลงข้างเตียงแล้วเอาหลังมือมาแตะลงที่หน้าผากหนา"เกลว่าพี่คงจะมีไข้นะคะ...ตัวร้อนๆ..ทานข้าวแล้วทานยา เดี๋ยวเกลเอายามาให้.."ครับ... ผมยอมรับแต่โดยดี ก่อนจะทานข้าวที่เกลทำมาให้ แล้วทานยาตามที่เธอบอก"พี่เวพักผ่อนนะคะ..ผักผ่อนให้มากๆ คืนนี้จะได้มีแรง"เกล..."คะ.."เอ่อ..คือ..เมื่อคืน เกลทำถึงไหนเหรอ.."หกโมงเช้ามั้งคะ พี่เวสลบไปก่อน..เกลเลยกินต่อคนเดียว"สลบ ?"ค่ะ...จำไม่ได้เหรอคะ..."คือ..พอดีเมื่อวานพี่เหนื่อยจากงานน่ะครับ..เลยแข้งขาอ่อนไปหน่อย"อ่อ...เกลว่าแล้ว...เพราะปกติพี่