LOGINคนเดียวที่จะหยุดการกระทำของฉันได้ก็คงมีแค่ พี่เขาเท่านั้น คนที่เป็นทุกอย่างให้สำหรับฉัน
View Moreตอนที่1 หยิ่ง
บรื้น กึก เสียงรถหรูเคลื่อนตัวมาแล้วจอดอย่างแรง ร่างเล็ก ส่วนสูง 162 ผมสีทองประกายยาวถึงหลัง ดวงตาดุคมที่แสนเย่อหยิ่ง ริมฝีปากอวบอิ่มแต่งตัวด้วยลิปสีพีช เธอจอดรถเดินเข้าบ้านด้วยความหงุดหงิด เธอกำลังอารมณ์ไม่ดีมากๆ “ทำไมกลับมาเร็วจังเลยลูก” หญิงสาววัยกลางคนเดินออกดูว่สเกิดเสียงดังอะไร “สวัสดีค่ะ” ฉัน เมษา เรียนอักษรศาสตร์ ปี 1 เป็นคนสวยคม ความมั่นใจสูง หยิ่ง หงุดหงิดง่าย เอาแต่ใจ จะเรียกว่าคุณหนูเอาแต่ใจก็ได้ เพราะฉันไม่สนใจหรอก “ทำไมกลับเร็วจังเลยเมษา” “ปวดหัวค่ะ” “เป็นอะไรมากไหมลูก” แม่ฉันรีบถามฉันทันที “ข้ออ้างล่ะสิ กลับไปเรียน อย่ามาทำตัวเป็นเด็ก” พ่อฉันเดินมายืนข้างแม่แล้วกอดอกทำหน้านิ่ง ดูสิ มองฉันเหมือนจับผิดฉันอีกแหละ “พี่! / พ่อ” แม่และฉันเรียกขานพ่อออกมาพร้อมกัน “ลูกไม่ใช่เด็กนักเรียนแล้วนะ หัดโตได้แล้ว นี่ไม่พอใจอะไรมาอีกล่ะ ถึงได้หัวเสียกลับบ้านมา” “ไม่ได้เป็นอะไรคะ แต่ปวดหัว” “ปวดหัวของลูกมีเหตุผลอะไรมากกว่านี้ไหม” “เมษาไม่ชอบเพื่อนในห้องค่ะ” “เพราะว่า” “ก็แค่ไม่ชอบ ต้องมีเหตุผลด้วยเหรอคะ” “ต้องมีสิ ลูกจะไม่ชอบคนโดยไม่มีเหตุผลไม่ได้นะเมษา” แม่ของฉันพูดพร้อมจับแขนฉัน “กลับไปเรียน” พ่อสั่งฉันเสียงเข้ม “พ่อ!” ฉันเรียกชื่อพ่อเสียงดัง “อย่ามาขึ้นเสียงกับพ่อนะเมษา” พ่อฉันพูดเสียงนิ่ง “ขอโทษค่ะ แต่เมษาไม่ไปแล้วได้ไหม” “ไม่ได้ หน้าที่ของลูกคือไปเรียน รถพ่อก็ซื้อให้ใหม่ อยากได้อะไร พ่อก็หามาให้ แต่ลูก มีหน้าที่แต่เรียน” “ก็ได้ค่ะ” “แล้วอีกอย่าง หัดเข้าหาเพื่อนใหม่บ้าง มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนใหม่ด้วย” “ก็ได้ค่ะ” ฉันหมุนตัวแล้วเดินกลับไปขึ้นรถขับรถออกจากบ้านเพื่อไปมหาลัยอีกครั้ง ฉันปวดหัวจริงๆ นะ ไม่ได้แกล้งปวด พอมาถึงมหาลัย ฉันก็เอารถไปจอดแล้วเดินเข้าตึกไปนั่งรอเวลาเรียนในห้อง ฉันหยิบโทรศัพท์ออกมานั่งเล่นไม่ได้สนใจจะทำความรู้จักกับใคร เพราะก่อนหน้านี้ มียัยเฉิ่มใส่แว่นหนาเตอะมาทักฉัน เพราะ ฉันรำคาญยัยนี้เลยหนีกลับบ้านไง โดยบอกยัยวา อะไรสักอย่างฉันก็ไม่ได้ฟังตอนยัยนี้แนะนำตัว ฉันบอกยัยนี้ฉันปวดหัว คนอื่นๆ ก็เริ่มทยอยมา ตึก เสียงขวดน้ำวางลงโต๊ะ ขวดน้ำวางลงตรงหน้าฉัน ฉันเงยหน้ามองคนที่เอามาให้ “กินยาก่อนนะ จะได้ดีขึ้น ว่าแต่เธอกินข้าวมารึยัง” ยัยเฉิ่มพูดยิ้มพร้อมกับยื่นยามาให้ฉัน แต่ฉันเมิน ไม่สนใจ “อะ ฉันวางไว้ให้ตรงนี้นะ” ยัยเฉิ่มวางยาไว้กับขวดน้ำแล้วเดินหายไป เนี่ยแหละ แบบนี้แหละที่ฉันต้องการ ฉันไม่ได้ทักทายใครหรือต้องการทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ ถึงจะมีคนเข้ามาทักทายฉันเรื่อยๆ แต่ฉันก็ทำเมินไม่สนใจ “หยิ่งจัง สวย แต่หยิ่งไม่ไหวหรอก” “นี่ เราไปทำความรู้จักยัยแว่นหนานั่นดีกว่า ดูท่าทางหลอกใช้ง่ายดีจัง” ยัยสองคนนี้ น่าถูกฉันตบนะ นินทาฉันใกล้ขนาดนี้ พอทั้งคู่พูดเสร็จก็เดินไปทักทายยัยแว่นหนาที่เอาน้ำเอายามาให้ฉัน ยัยเฉิ่มนั้นก็ยิ้มล่าคุยกับคนไปทั่ว ไม่รู้รึไงว่าคนพวกนี้ไม่ได้หวังดีกับตัวเองเลย เฮ้อ ช่างเถอะ ไม่ใช่เรื่องของฉัน ฉันนั่งเรียนจนหมดเวลาอาจารย์ให้จับคู่กับเพื่อนเพื่อทำงาน “นี่ๆ เอวา สนใจคู่กับเราไหม เราได้ยินว่าเธอเรียนเก่งมาก ฉันใจคู่กับเราไหม” เพื่อนๆ ในคลาสต่างรุมไปชวนยัยเฉิ่มนั่น ฉันรู้เลยว่ายัยพวกนั้นหวังอะไรจากยัยเฉิ่ม “นี่ สนใจคู่กับฉันไหม” จู่ๆ มีเสียงเข้มเดินมาถามฉัน “ไม่ ฉันจะทำคนเดียว” “แต่อาจารย์สั่งให้ทำงานคู่” “อื้มรู้ แต่ฉันอยากทำคนเดียว” “ไม่สนใจจริงๆ เหรอ” “ไม่!” ฉันพูดเสียงขุ่นใส่เขา ถามอะไรเซ้าซี้ไม่เข้าเรื่อง “เอาล่ะ นักศึกษา อย่าลืมเรื่องคู่เพื่อนที่ทำงานนะ ถ้าได้แล้วมาบอกอาจารย์ว่าจะทำเนื้อหาไหน นี่ๆ พวกเธอนะ เก็บงานเพื่อนรวบรวมแล้วตามอาจารย์มาที่ห้องด้วย” อาจารย์พูดบอกแล้วสั่งยัยสองคนที่นินทาฉัน พออาจารย์เดินออกไป ฉันเห็นยัย 2 คนนี้ รีบลุกไปหายัยเฉิ่ม “เอิ่มนี่ เพื่อนๆ ถ้างานเสร็จแล้วเอางานมาวางไว้กับเอวานะ เดี๋ยวเอวาอาสาไปส่งเอง” “แต่อาจารย์บอกให้เธอไปไม่ใช่เหรอ นิ้ง” เพื่อนในคลาสพูด “พอดีเรารีบน่ะ ฝากด้วยนะเอวา” ยัยนิ้งหันไปพูดกับเอวา ยัยเฉิ่มนี้ชื่อเอวาเหรอ “ได้จ้ะ” ยัยเอวาพูดยิ้ม “เห็นไหมล่ะ งั้นเอามาฝากเอวานะ ไปก่อน” ยัยนิ้งลากเพื่อนตัวเองกำลังเดินออกจากห้อง “เดี๋ยว เอาไป อาจารย์สั่งเธอไม่ใช่ยัยนี้” ไอ้หนุ่มหน้าหล่อนี้ใคร ฉันมองเหตุการณ์อย่างพิจารณา เขาพูดพร้อมยื่นปึกงานของตัวเองให้กับยัยนิ้ง ยัยนั่นยิ้มเจื่อน ๆ ฉันว่าตลกดีนะ ฉันลุกขึ้นเดินเอาเอกสารไปยื่นให้กับยัยนิ้งเหมือนกัน “หน้าที่เธอ” ฉันพูด “อะ โอเค เดี๋ยวเราไปเองก็ได้” “อ้าว นิ้งไม่รีบเหรอ เราทำให้ก็ได้” ยัยเอวายัง ใจดีกับคนอยู่อีก ยัยนี้อ่อนต่อโลกมาก “ไม่เป็นไร เดี๋ยวเราไปเอง” ยัยนิ้งพูดยิ้มๆ กับเอวา จากนั้นก็รวบรวมงานเพื่อนๆ ไปตอนที่5 แนะนำตัว วันนี้ฉันรู้สึกสนุกมาก ๆ ถึงยัยเอวาจะพูดมากไปหน่อย แต่กับคนอื่นยัยนี้ขี้อายมาก แล้วออกจะเด๋อ ๆ ไปหน่อยก็เถอะ แต่พออยู่กับฉันมันเข้ากันได้แบบแปลก ๆ “ขอบใจมากนะเมษาที่มาส่ง เจอกันที่มหาลัยพรุ่งนี้นะ” ยัยเอวาพูดแล้วเปิดประตูรถลงไป ฉันก็ขับรถออกจากหอยัยยนี้เพื่อกลับไปมหาลัย ฉันนัดพี่สายฟ้าไว้แล้ว เอาจริงฉันกับ พี่สายฟ้า ไม่ได้เป็นอะไรกันนะ และฉันก็คิดว่าตัวเองไม่ได้คิดกับพี่สายฟ้าไปเกินกว่าพี่ชายแน่ ๆ แต่ที่ฉันติดเขา เพราะ มันมีแค่พี่สายฟ้าเท่านั้นที่ปกป้องและดูแลฉันได้ ฉันไว้ใจพี่สายฟ้า และก็เป็นพี่สายฟ้าที่หยุดความพยศของฉันได้ พ่อแม่ฉันไว้ใจพี่สายฟ้ามาก ทุกครั้งที่ฉันพยศพวกท่าน ก็เป็นพี่สายฟ้าที่มาจัดการฉันตลอด พี่เขาก็เหมือนพี่ชายฉัน พ่อแม่ฉันเอ็นดูพี่สายฟ้ามาก ยิ่งพ่อให้พี่สายฟ้ามาช่วยงานที่บริษัทช่วงนี้ด้วย มันก็แปลก ๆ ไหม แทนที่จะสอนฉันเพื่อไปรับตำแหน่งแทนท่านแต่กลับสอนงานพี่สายฟ้า แต่นั่นแหละ ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน แต่พี่สายฟ้ากับน้าแพรวดาวแม่ของพี่สายฟ้า สนิทกับครอบครัวเรามาก ๆ น้าแพรวดาวมาของเช่าตึกเพื่อเปิดสอนพิเศษนักเรียน พ่อเคยส่งฉันไปเรียนด้วยนะ พอจบมอปล
ตอนที่4 โดดเรียนฉันให้พี่สายฟ้าทำแผลให้ จากนั้นพี่สายฟ้าก็ให้ฉันเข้าเรียน เดี๋ยวนะ ฉันเจ็บตัวขนาดนี้ยังให้เข้าเรียนเนี่ยนะ เฮ้อ แต่จะเลือกอะไรได้ ถ้าพี่สายฟ้าโกรธ ฉันจะงานเข้าไง“ไหวไหมเมษา เดี๋ยวเราช่วยถือกระเป๋า”“ไม่ต้องเลย กระเป๋าฉันถือเองได้ นี่ มานี่สิเอวา ฉันอยากจะเตือนเธอนะ อย่าไว้ใจใคร อย่าเชื่อใจใครง่ายๆ แล้วอย่าทำตัวอ่อนแอ อย่าใจดีกับคนที่จ้องจะเอาเปรียบเรา เห็นไหมเพราะความใจดีของเธอ มันทำให้คนอื่นจ้องจะเอาเปรียบเธอ”“เข้าใจจ้ะ ขอบใจนะเมษา เราขอโทษด้วยที่ทำเมษาเจ็บตัว”“พอเลิกพูดเถอะ” ฉันกรอกตามองบนเมื่อเห็นยัยเอวาาทำหน้าเหมือนจะร้องไห้“เราจะรับผิดชอบเองโดยการเป็นเพื่อนกับเธอ”“ไม่จ้ะ จะมาเป็นเพื่อนหรือเป็นภาระ ฉันไม่ได้ว่างมาดูแลเธอตลอดหรอกนะเอวา”“โอเคจ้ะ ต่อจากนี้ฉันจะเป็นเพื่อนกับเธอ ต่อให้เธอจะปฏิเสธ” ยัยเอวาพูดยิ้ม“เฮ้อ ฉันว่าเธอเป็นคนน่ารำคาญมากนะ ทำไม ยัยนิ้งถึงอยากจะรู้จักกับเธอ เอ่อ แต่อย่างว่าแหละ พวกนั้นจะหลอกใช้เธอ”“ไม่เป็นไร ฉันโอเค” เอวาพูดยิ้มตาหยี ฉันถึงกับคิ้วขมวดกับท่าทางของยัยนี้“โอเคอะไรก่อน ชิ น่าหมั่นไส้”“อิอิ หิวรึเปล่า เมื่อกี้เธอยังไม่ได้กินอ
ตอนที่3 แผลงฤทธิ์#สายฟ้าผมกำลังออกจากห้องเรียน ผมเห็นแล้วที่มีสายโทรเข้ามาหาผม 2 คน แต่ผมเรียนอยู่เลยไม่ได้รับสาย พออาจารย์ออก ผมก็กดโทรหา เมษาก่อนเลย แต่เธอไม่รับสาย ผมเลยเลือกที่จะโทรกลับหาอีกสาย ลุงเชนทร์พ่อของเมษาลุงเชนทร์ เป็นเจ้าของตึกที่แม่ผมเช่าอยู่ ผมกับแม่รู้จักกับครอบครัวของลุงเชนทร์มานานมาก‘สวัสดีครับลุงเชนทร์’‘อื้ม ตาสายฟ้า ยุ่งรึเปล่า’‘อ๋อ ผมต้องขอโทษด้วยนะครับ เมื่อกี้ไม่ได้รับสาย พอดีผมเรียนอยู่ ลุงเชนทร์มีอะไรรึเปล่าครับ’‘เมื่อเช้าเมษา หัวเสียกลับมาจะไม่ยอมไปเรียนเลยมีปากเสียงกับลุง’‘ครับ เดี๋ยวผมไปดูเธอให้นะครับ ลุงเชนทร์ไม่ต้องเป็นห่วง’‘สายฟ้า ลุงฝากหน่อยนะ จะมีแค่เราแหละที่ปราบพยศยัยเมษาได้’‘ครับ’ลุงเชนทร์กดวางสายไป ผมก็โทรหาเมษาอีกครั้ง แต่เธอก็ไม่รับสาย“เฮ้ย ไอ้สายฟ้า ไปกินข้าวกันเถอะ” ไอ้อชิเดินมาเรียกผมผมกับเพื่อนเดินกันไปหาอะไรกิน ระหว่างทางผมก็พยายามติดต่อหาเมษาตลอด“เฮ้ย ช๊อตเด็ดจากคณะอักษรว่ะ” ไอ้พอร์ชพูดพร้อมกอดคอผมให้ดูคลิปกับมัน“ไอ้พอร์ชกูยุ่งอยู่” ผมพูดพร้อมดันตัวมันให้ห่างจากผม หางตาผมดันไปสะดุดกับคลิปในโทรศัพท์มัน คนที่อยู่ในคลิปไลฟ์สด เ
ตอนที่2 หาเรื่องใส่ตัว ฉันเดินมาหาอะไรกิน เพราะนี้คือช่วงพักเที่ยง ที่คณะมีของขายมากมาย ฉันไม่อยากขับรถออกไปกินข้างนอกเพราะเดี๋ยวบ่ายก็เรียนต่อ ฉันได้ข้าวมา 1 จานและหาที่นั่งได้แล้ว ฉันนั่งลงแล้วโทรหาคน ๆ หนึ่ง ที่กำลังอยากเจอ วันนี้ฉันยังไม่เจอเขาเลยนะ แต่โทรเท่าไหร่เขาก็ไม่รับสาย หรือ ยังไม่เลิกเรียน“ นี่ๆ เอวา พวกเราฝากซื้อข้าวกับน้ำด้วยนะ เดี๋ยวพวกเราจองโต๊ะให้ ”ยัยนิ้งกับเพื่อนคู่ขานี่อีกแหละ ไหนว่ารีบไปทำธุระ ทำไมมานั่งกินข้าวที่โรงอาหารคณะได้“ อื้ม ได้สิ พวกเธอนั่งจองที่รอเลย ” เอวา ตอบ เฮ้อ ยัยนี่ก็น่าหงุดหงิด ดูไม่ออกเหรอว่า พวกนี้กำลังหลอกใช้ตัวเองอยู่ เมษา อย่าไปยุ่ง ฉันได้แต่เตือนสติตัวเอง พอยัยเอวาเดินออกไป ยัย 2 คนนี้ก็นั่งคุยกันสนุกปาก แต่งหน้าเติมหน้า แต่งอีกนิดจะขึ้นแสดงงานงิ้วได้เลยนะ“ เฮ้อ มีคนคอยซื้อข้าว ซื้อน้ำให้มันดีจริงๆ”เพื่อนคู่ขาของยัยนิ้งพูด“ ใช่ไหมล่ะ ดาว ไหนจะงานที่อาจารย์สั่ง เรา 2 คนก็แค่ฝากให้ยัยเอวาทำ แค่นั้นก็จบ มีงานส่งพร้อมเพื่อน” ยัยนิ้งพูด“ นี่ๆมันมาแล้วมันมาแล้ว” ยัยดาวเพื่อนยัยนิ้งรีบพูด“ เอิ่ม เราไม่รู้ว่าพวกเธอจะกินอะไร เราเลยซื





