LOGIN"...ยังไงก็แล้วแต่ กูเชื่อว่าถ้ามึงไม่ยอมตัดใจจากคัพเค้ก ชีวิตมึงวุ่นวายแน่นอน"
"คนอย่างกู แค่แอบรักก็ผิดแล้วเหรอวะ?" ผมถามออกมาพร้อมกับยกยิ้มอย่างเย้ยหยัน ที่ผ่านมาแค่อยู่เฉยๆ ไม่เคยแสดงตัวว่าชอบเลยสักครั้งมันยังผิดอยู่อีกหรือไง "ก็คนมันมีเจ้าของแล้ว รอดูตัวมึงเองก่อน ถึงคิวมึงเมื่อไหร่มึงจะหวงไหมรอดูได้เลย" ไอ้ฉลามส่ายหน้าอย่างเอือมระอาก่อนจะหยัดตัวลุก สีหน้าบ่งบอกเหลือเกินว่าคนอย่างมันล่วงรู้เรื่องของอนาคตแม่งทุกเรื่อง ส่วนลีโอกับติณห์ที่ฟังอยู่ก็ยังปล่อยใจลอยๆ ไม่แสดงความคิดเห็นใดๆ ออกมาอยู่ดี ผมเดินออกมาจากห้องของฉลามพร้อมกับยกโทรศัพท์เพื่อโทรออกหาคนบางคนที่กำลังนึกถึง รอสายไม่นานปลายทางก็กรอกเสียงตอบกลับมา ( องศาว่าไงลูก ) "ช่วงบ่ายมี๊พอจะมีเวลาว่างบ้างไหมครับ ผมมีเรื่องอยากคุยกับมี๊หน่อย" ( เรื่องอะไรเหรอลูก ไม่สะดวกเข้าบ้านเหรอ? ) "ไม่อยากให้แด๊ดดี้รู้เรื่องครับ กลัวไม่สบายใจ" ( เข้าใจแล้ว องศาอยากให้มี๊ออกไปเจอที่ไหน ) "ร้านประจำของเราดีไหมครับ จำได้ว่ามี๊ชอบชาร้านนั้นมากเลย" ( ได้เลย บ่ายโมงมี๊ออกไปนะ ) "ครับ" ผมตอบรับคนในสายก่อนจะละโทรศัพท์ออกจากหู มีหลายเรื่องที่อยากคุยกับคนเป็นแม่ อยากคุยกันแค่สองคน ไม่ต้องเป็นทางการมากนักแด๊ดดี้จึงไม่จำเป็นต้องมา GREEN CAFE "...หม่ามี๊หวัดดีครับ" "เอ๋ มี๊มาช้าหรือองศามาเร็วเอ่ย" เปี่ยมรักก้าวขาเข้ามาในร้านกาแฟและพุ่งตรงไปยังโต๊ะที่ลูกชายจองไว้ องศายังดูแลตัวเองเรื่องการแต่งกายดีเยี่ยม หนุ่มแฝดของแม่โตเป็นหนุ่มมาก จะเรียนจบอยู่ร่อมร่อไม่เคยทำให้พ่อแม่ผิดหวังเรื่องอะไรเลย "ผมผ่านมาพอดีครับเลยมารอก่อน เครื่องดื่มรับเหมือนเดิมไหมครับ" "เหมือนเดิมจ๊ะ" คนเป็นแม่หย่อนตัวลงบนเก้าอี้ สายตามองตามหนุ่มแฝดที่เดินไปสั่งเครื่องดื่ม แอบเห็นว่าสาวๆ ในร้านมองตามด้วยความสนใจ "หล่อเหมือนพ่อตอนหนุ่มๆ ไม่แปลกเลยถ้าสาวจะเยอะ" คนเป็นแม่พึมพำยิ้มๆ ไม่นานเกินรอองศาก็เดินกลับมาที่เดิม "รอคิวนิดนึงนะครับ วันนี้ลูกค้าเยอะเลย" "ไม่มีปัญหา องศาอยากคุยอะไรกับมี๊เหรอลูก พูดได้เลยนะ" "เรื่องของขวัญ" เปี่ยมรักวางกระเป๋าบนโต๊ะก่อนจะพยักหน้ารับ "น้องขวัญเป็นอะไรหรือเปล่าลูก" "เมื่อคืนของขวัญบอกว่าฝันร้าย น้องดูกลัวและตกใจมาก ผมไม่แน่ใจว่าขวัญเป็นแบบนี้บ่อยแค่ไหน" "ตายจริง ของขวัญยังไม่เลิกฝันแบบนี้อีกเหรอ" เปี่ยมรักยกมือขึ้นทาบอก สีหน้าหลุดความกังวลออกมาอย่างชัดเจน "น้องบอกอะไรลูกบ้าง" "เขาบอกว่า...เขาเกือบไม่ได้กลับมา มันมีเรื่องแบบนี้จริงๆ เหรอครับมี๊ คนเราจะฝันถึงเรื่องแย่ๆ ได้ตลอดจริงๆ เหรอ" "ของขวัญดวงตก พระท่านว่าเจ้ากรรมนายเวรตามเจอ เขาพยายามจะเอาน้องไปตอนที่น้องหลับ ที่เขายังเอาไปไม่ได้เพราะองศา ตัวเลขดวงชะตาขององศาตรงกับของน้อง ดวงชะตาของเราอุปถัมภ์น้องอยู่ ได้ถามน้องหรือเปล่าว่าน้องฝันว่าอะไรบ้าง" ผมถอนลมหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะส่ายหน้ากลับไป "มี๊รู้ว่าองศาไม่โอเคที่อยู่ดีๆ ก็มามีคู่หมั้นทั้งที่ไม่ได้รักกันมาก่อน มี๊เชื่อเรื่องโชคชะตามากกว่าความบังเอิญนะลูก โชคชะตาทำให้เรามาเจอกับเรื่องแบบนี้ การช่วยคนเป็นเรื่องที่ดี ถ้าองศาเหนื่อยมี๊ก็อยากให้องศาอดทนต่อก่อน แบบนั้นพอได้ไหมลูก" "ผมยังมีอีกเรื่องที่อยากถามมี๊ตรงๆ" เปี่ยมรักพยักหน้ารับ คนเป็นแม่พร้อมให้โอกาสพูดในสิ่งที่ลูกกังวลได้เสมอ หนุ่มแฝดคนนี้ไม่มีเรื่องอะไรปิดบังแม่อยู่แล้ว องศากล้าพูด กล้าคุย กล้าที่จะแสดงความรู้สึกของตัวเองออกมาอย่างชัดเจน "อีกหนึ่งเดือนเต็มจะถึงวันเกิดของขวัญ มี๊คิดว่าทุกอย่างมันจะจบได้จริงๆ ไหมครับ" "องศากลัวฝั่งนั้นผูกมัดเหรอ" "บางครั้งก็คิดว่าเรื่องมันอาจจะไม่ได้ง่ายขนาดนั้น เรื่องที่คุยกันมันอาจจะง่ายเกินไป เหตุการณ์จริงเราไม่สามารถเดาเอาเองได้เลย" "บ้านนั้นรับปากเราชัดเจน มี๊ขอเวลาองศาถึงแค่วันเกิดน้องเท่านั้น วันข้างหน้าถ้ามันจะเกิดอะไรขึ้น ปล่อยให้มันเป็นเรื่องของอนาคตดีไหมลูก มี๊ไม่อยากให้องศาคิดมากเกินไป" มือแม่แตะลงที่หลังมือหนุ่มแฝดผู้เป็นบุตรชายคนโตอย่างอ่อนโยน "แค่ทำหน้าที่ของตัวเองตอนนี้ให้ดีที่สุด แล้วต่อจากนี้มี๊จะไม่ขออะไรองศาอีกเลย" "ครับ เอาเป็นว่าระหว่างนี้...ผมจะดูแลของขวัญให้ดีที่สุด" อย่างน้อยๆ หากวันหนึ่งที่ต้องจากกัน ก็คิดว่าผมทำหน้าที่ของตัวเองดีที่สุดแล้วเท่านั้นก็พอ! [ END ] -ของขวัญ- ( ...ว่าไงจ๊ะคนป่วย สรุปป่วยหรือแฮงค์กันแน่เอาดีๆ ) "ปวดหัวนิดหน่อย ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว" ( แล้วนี่อยู่กับใครอ่ะ ) "จะอยู่กับใครล่ะ ก็อยู่คนเดียวไง" ( จริงดิ... ) "พูดแบบนี้แปลว่าอะไร" ฉันมองยัยมีนที่อบยิ้มส่งผ่านหน้าจอโทรศัพท์ขณะที่จ้องจับผิดฉัน ( ก็คนป่วยดูสดใสผิดหูผิดตานี่นา การมียาดีอยู่ใกล้ๆ มันก็อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้อารมณ์และสีหน้าดีขึ้นมาป่ะล่ะ ) "อยู่คนเดียว" ( หมุนกล้อง ) "ยัยมีน" ( เถอะน่าหมุนกล้องหน่อย ถึงจะไม่ได้เห็นหน้าหล่อๆ ของคู่หมั้นใครบางคน แต่ขอดูก่อนเถอะว่าคนป่วยกำลังทำอะไร ) ฉันย่นจมูกใส่คนที่ต่อรองแบบปิดหูปิดตาไม่คิดจะฟังเสียงของเพื่อนเลยสักนิด ก่อนจะหมุนกล้องไปยังหน้าจอไอแพดเพื่อให้มีนเห็นในสิ่งที่ฉันกำลังสนใจ ( ดูอะไรอยู่อ่ะ ) "วิธีทำอาหาร" ( ห๊ะ! ) "เสียงดังเกินไปแล้ว แค่ดูวิธีทำอาหารเมนูง่ายๆ ก็แค่นั้นเอง" ( เดี๋ยว! อะไรทำให้เพื่อนฉันอยากลุกขึ้นมาทำอาหารกันจ๊ะ ขอคำตอบแบบที่ชัดเจนที่สุดในสามโลกเลยนะ ) "เกินไปแล้ว ก็แค่อยากทำอาหารเป็นเหมือนคนอื่นบ้าง อยาก...น่ารักในสายตาพี่องศามั้ง" ฉันเฉลยออกมาด้วยรอยยิ้ม และแน่นอนยัยมีนยิ้มตามอย่างชอบใจ ( แกน่ารักขนาดนี้ ผู้ชายที่ไหนมันจะไม่ชอบวะขวัญ ฉันว่านะ ตัวตนของแกนี่แหละที่มันจะทำให้พี่องศาชอบแก ) "แกก็พูดเหมือนกับว่าตอนนี้เขาไม่ได้ชอบฉัน" ฉันมองยัยมีนอย่างงุนงง ทบทวนคำพูดของเพื่อนแล้วรู้สึกแปลกๆ ยังไงชอบกล ( ไม่ๆ หมายถึงสิ่งที่แกไม่สบายใจไง แกสงสัยความสัมพันธ์ระหว่างแกและพี่องศา ฉันก็กำลังบอกแกอยู่นี่ไงว่าพี่เขาชอบแกอยู่แล้ว ผู้ชายหน้าไหนก็เถอะ ต่อให้จะเย็นชาสักแค่ไหนแต่ถ้าเจอความน่ารักของแกเข้า ร้อยทั้งร้อยยังไงก็หลงเพื่อนฉันชัวร์ ) "ชมฉันเกินไปแล้ว ช่วงเย็นแกว่างไปซุปเปอร์มาเก็ตกับฉันไหมอ่ะ อยากไปซื้อของมาติดห้องครัว" ( ไม่ชวนพี่องศาของแกไปด้วยล่ะ ) "อยากชวนนะ แต่ไม่เอาดีกว่า บางทีฉันก็คิดว่าการที่ฉันพยายามเรียกร้องมากเกินไปมันอาจจะทำให้พี่องศาไม่ชอบก็ได้ แกเป็นเพื่อนสนิทของฉันนะมีน แกต้องรู้สิว่าก่อนที่ฉันจะเกิดอุบัติเหตุ ตัวตนของฉันมันเป็นยังไง สรุปพี่องศาชอบที่ฉันเป็นแบบไหน" ( เอ่อ...เขาก็ชอบที่แกเป็นแกนั่นแหละ อย่าคิดมากสิขวัญ เชื่อฉันเถอะว่าไม่มีใครไม่รักแก ) ฉันยิ้มให้ยัยมีน ยอมรับว่ามีนทำให้ฉันสบายใจขึ้นเยอะมาก ความน้อยอกน้อยใจหายเป็นปลิดทิ้ง มีความหวังขึ้นมาเยอะเลย!ครืด~ ครืด~ โทรศัพท์มือถือเครื่องหรูสั่นสะเทือนขึ้นขัดจังหวะคนที่กำลังทำหน้าที่เป็นพลขับหลังจากที่พาเธอมาขึ้นรถได้จนสำเร็จ เห็นเป็นเบอร์โทรของติณห์ที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ ไม่ได้ลังเลที่จะกดรับสายทันที“ว่า?”(ทักกูเสียงแจ๋วเลยนะมึง อยู่ไหนวะ โทรหาตั้งนานแล้วเสือกไม่รับสาย ต้องให้กูส่งคนไปลากมึงที่คอนโดไหม?) “ได้นะ ตามสบาย” ลีโอไหวไหล่ โน้มตัวเข้าไปหาคนข้างๆ จมูกแทบกระแทกเข้ากับแก้มเนียนในตอนที่รัดเข็มขัดนิรภัยให้ เธอจะรู้ทันหรือเปล่าอันนี้ไม่รู้ แต่ตั้งใจทำเนียนเข้าใกล้อันนี้คือเรื่องจริงเลยคิดถึงกลิ่นหอมๆ ไม่ได้กลิ่นมาตั้งหลายวัน!(ถูกสาวเทแล้วนี่ ให้กูส่งเด็กไปปลุกไหม ท่าทางลูกชายมึงจะหลับไหลไปแล้วหลายวัน เพราะใช้งานไม่ได้ก็คงต้องกระตุ้นนะ หึๆ) เสียงที่ดังตามสายส่งผลให้ลีโอปรายสายตามองคนข้างๆ แต่ลิเดียร์ไม่มองหน้าเขา เธอหันหน้าหนีไม่สนใจเรื่องที่เพื่อนเขากำลังพูดเฉยเลย“รู้ดีนะมึงอ่ะ เอาตัวเองให้รอดก่อนไหม”(ยังไง กูไม่เหมือนพวกมึงครับ ชอบกันนักเอาใจลงไปเล่นเนี่ย ถูกเทขึ้นมาก็เสียหลัก เมาคอพับกูเนี่ยต้องลากมึงขึ้นไปนอนทุกวัน หนักฉิบหาย ขาโคตรยาว) “หึ…” (นี่นะ ถ้ากูเจอหน้าลิเดียร์
“อื้ออ~” เสียงครางในลำคอดังขึ้นอย่างแผ่วเบาในยามที่ร่างบอบบางบนโซฟาขนาดใหญ่ที่ทำให้คนตัวเล็กๆ นอนหลับได้แบบสบายๆ ลิเดียร์ยกมือขึ้นแตะที่ขมับก่อนจะเปิดเปลือกตาขึ้น ไอความเย็นของเครื่องปรับอากาศสาดกระทบลงมาบผิวเนียนจนรู้สึกหนาว ถึงแม้จะมีผ้าห่มผืนไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไปคลุมอยู่บนตัวเธอก็ตาม วินาทีแรกเห็นเป็นผนังของร้าน กำลังจะควานหาโทรศัพท์เพื่อดูเวลาแต่กลับประสานสายตากับคนที่หลับนอนอยู่ใกล้เธอซะก่อน หลับนอนอยู่ใกล้ๆ ที่ไม่ได้หมายถึงนอนบนโซฟาตัวเดียวกัน แต่เขานั่งอยู่ที่พื้น ใบหน้าแนบอยู่กับโซฟาตัวที่เธอนอน ลิเดียร์ถอนหายใจพรืดใหญ่ พยายามมองหาลูกน้องคนสนิทแต่หางตาเหลือบมองผ่านกระจกใสที่มีผ้าม่านกั้น แต่ปลิวไหวตามแรงลมของพัดลมไอน้ำอีกตัวที่ตั้งอยู่ไม่ไกล มองเห็นว่าด้านนอกมันมืดแล้ว เห็นแบบนั้นลิเดียรีบคว้ากระเป๋าเพื่อควานหาโทรศัพท์ทันที “บ้าจริง…” เสียงอุทานดังขึ้นเบาๆ ตอนนี้เป็นเวลาเกือบสี่ทุ่ม นะโมต้องกลับไปแล้วแน่ๆ แล้วเขาล่ะ ทำไมเขาถึงยังไม่กลับไป “ตื่นแล้วเหรอ เป็นไงบ้าง” คนถูกรบกวนเพราะแรงดิ้นลืมตามองพลางใช้หลังมือขยี้ตาตัวเองเบาๆ มองใบหน้าเกลี้ยงเกลาของคนที่หลับไปหลายชั่วโมง
“พี่เดียร์ มีอะไรให้หนูช่วยไหมคะ” เหมือนเป็นโชคช่วยที่ลูกน้องคนสนิทโผล่เข้ามาได้ทันเวลาพอดี“ช่วยพี่ด้วย พี่จะเป็นลม” ลิเดียร์ยกมือไขว่คว้าหาอีกคนที่ไม่ใช่เขา พยายามดิ้นออกจากอ้อมกอดของเขา ไม่ทันมีโอกาสได้เห็นสายตาของความห่วงใยที่มันหลุดออกมาจากแววตาของอีกคน “เป็นอะไร” ลีโอพยายามถาม ยิ่งเห็นเธอไขว่คว้าหาคนอื่นที่ไม่ใช่เขาก็ยิ่งหวั่นอยู่ในอก หน้าของลิเดียร์ซีดมาก มีความรู้สึกเหมือนเธอจะเวียนหน้า คลื่นไส้แบบที่บอกจริงๆ ไม่รู้ว่าความห่วงใยมันเริ่มทำงานตั้งแต่ตอนไหน แต่ฝ่ามือประคองร่างบางเอาไว้ราวกับกลัวว่าเธอจะล้ม“ขอโทษนะคะ เดี๋ยวหนูดูแลพี่เดียร์เองค่ะ” ลูกน้องสาวเข้าประคองผู้เป็นเจ้านายทันที จะประคองไปที่โซฟาเพื่อให้ได้พัก แต่อีกคนที่ถูกผลักออกกลับพุ่งตัวเข้ามาอีกครั้ง โน้มตัวลงไปอุ้มคนตัวเล็กกว่าแล้วพาไปที่โซฟาทันที“นี่! ปล่อยนะ อย่าทำแบบนี้” “อยู่เฉยๆ ไม่ไหวก็แค่บอกกันดีๆ ไหม” ลีโอมองใบหน้าซีดเซียว วางเธอลงบนโซฟาและตั้งท่าจะปลดกระดุมชุดเดรสที่เธอใส่เพื่อให้เธอหายใจโล่ง และสบายตัวขึ้น ทว่าลิเดียร์ปัดออก เธอโหยหาคนอื่นมากกว่าการให้เขาอยู่ใกล้ๆ เธอในระยะที่ประชิดจนเกินไป “ออกไป…”“
“พี่ว่าชุดนี้ก็สวยนะ ไปลองใส่ให้พี่ดูหน่อยได้ไหม” “หนูว่าชุดนี้มันไม่ค่อย…” “เถอะน่า พี่อยากรู้ว่าใส่ออกมาแล้วมันจะสวยแค่ไหน ไปลองให้พี่ดูหน่อยนะครับ” ลีโอสบตากับสาวของกายพลางยัดชุดที่เขาเพิ่งดึงลงมาใส่มือของเธอเสมือนเป็นการยัดเยียด สบตาให้รู้ว่าให้ทำอะไรก็ต้องทำ ถ้าเธออยากให้เขาพอใจ“ก็ได้ค่ะ” ลีโอดันแผ่นหลังของคนตัวเล็กเข้าไปในห้องลองชุด อดไม่ได้ที่จะหันกลับมาหาลิเดียร์อีกครั้ง “ถ้าผมเข้าไปช่วยแฟนผมเปลี่ยนชุดนี่ได้ไหมครับ” “…เชิญค่ะ” ลิเดียร์ตอบไม่สบตา พยายามมองหาลูกน้องคนสนิท หวังจะให้มาทำหน้าที่ตรงนี้แทน แต่เห็นอยู่ว่าอีกฝ่ายก็ยังติดลูกค้าเช่นกัน “แล้วถ้าทำอะไรมากกว่าดูนี่ได้ไหมครับ” มุมปากหนาผุดรอยยิ้มจางๆ สายตายังหยุดมองที่ใบหน้าสะสวยไม่วางตา“หมายความว่าไง” “ก็น่าจะรู้นะว่าคนสองคนเวลาอยู่ด้วยกันมันมักจะเกิดอะไรขึ้น หรือต้องให้ย้ำ หรืออธิบายทีละขั้นตอน เริ่มจากการถอด…” “ทุเรศ!” ลิเดียร์พูดใส่หน้าคนที่พยายามล้อเล่นกับความรู้สึกของเธอ จะเดินหนีเขาก็ตามมาตอแยไม่เลิก เธอพยายามจะหยุดแต่เขากลับเลือกที่จะไม่อยู่ ไม่จบไม่สิ้นสักที “ทำไมต้องเดินด้วยล่ะ หรือรู้สึกอะไร” “ไม่รู้สึก
“เกินไป~ หลงมันเกินไป” ลีโอกดปลายลิ้นเข้ากับกระพุ้งแก้มก่อนจะหลุดเสียงในลำคอเบาๆ ฝ่ามือใหญ่ยกขึ้นลูบใบหน้าของตัวเองลวกๆ หันไปสบตาเธออีกครั้งตอนที่เธอยัดโทรศัพท์คืนใส่มือ จากนั้นก็หมุนตัวกลับออกมาทันที หลายวันต่อมา @คอนโดมิเนียมของฉลาม“…สรุปอร่อยไหม” จีน่าถามย้ำใส่คนที่นั่งจ้องโทรศัพท์อยู่นานสองนาน จนคนอื่นๆ ภายในห้องต้องมองตาม “กำลังจะชิมเนี่ย” “แกเหม่ออะไรเนี่ย ปากก็แตก หน้าก็หมอง ถ้าแกไม่หล่อนี่คือไม่มีอะไรดีเลย จริงๆ นะ” “พูดเยอะว่ะจี รำคาญ” สวนกลับคนที่บอกว่าเขาไม่หล่อ ก็แค่นอนน้อย แดกเหล้าจนหลับบ่อยๆ ลืมดูแลตัวเองนิดหน่อย แต่มันก็ไม่ได้ทุเรศหรือแย่ขนาดนั้นไหมวะ “ฉันเป็นแม่ของหลานแกนะ” ว่าที่คุณแม่ยกมือขึ้นลูบหน้าท้องที่ยังไม่มีความผิดปกติมากมายต่อหน้าคนที่พูดคำว่ารำคาญ ทำสีหน้าของลีโออ่อนลงทันที“เออๆ หยอกน่า~ หยอกครับ” อดไม่ได้ที่ยกมือสัมผัสตัวหลาน ใครๆ ก็รัก ใครๆ ก็หลง ถึงจะยังไม่เจอกันก็รัก หลงอยู่ดี “…อาการมันหนักใช่ย่อยเลยนะ สรุปวันนั้นมึงได้ไปไหมวะ” องศาถามฉลาม เพราะวันนั้นฉลามคือคนที่ถูกโทรหาเกิดมาไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำแบบนี้ทั้งนั้น ลีโออาหารหนักแบบที่เพื่อนว่าจริ
“…ที่เราทำแบบนี้ เราไม่ได้จะขัดขวาง ไม่ได้จะกีดกันไม่ให้เธอคบกับมันนะเดียร์ แต่แค่อยากให้มั่นใจก่อนว่ามันจริงจังกับเธอจริงๆ” “คิม… ถ้าเราบอกว่าเราชอบเขาล่ะ” “ชอบ? มันมากขึ้นทุกวันใช่ไหมเธอเลยกล้าพูดอ่ะ”“ใช่ มันมากขึ้นทุกวัน ก่อนหน้านี้ที่เราเคยบอกเธอว่าเราจะหยุด จะไม่ไปต่อ มันก็เป็นเพราะเรารู้ตัวว่าเราชอบเขา แต่เขาทำให้เรารู้สึกอ่ะคิม รู้สึกว่าบางทีมันอาจจะไปต่อกันได้”“แน่ใจแค่ไหนว่ามันไม่ได้เป็นความรู้สึกของเธอแค่ฝ่ายเดียว เราไม่อยากเห็นเธอเจ็บนะเดียร์ ไม่ได้อยากให้เจ็บไม่ว่าจะเพราะใครหรือเรื่องอะไรก็ตาม” “รู้ เข้าใจทุกอย่างเลย แต่ลองให้โอกาสเขาก่อนได้ไหม ถ้ามันไม่ไหวเราสัญญาว่าจะหยุด จะไม่ฝืน แต่ขอเวลาก่อน เขาไม่ได้ทำอะไรให้เรารู้สึกแย่เลย เราอยากให้โอกาสเขา และให้โอกาสตัวเราเองด้วย” “สรุปก็คือจะคบให้ได้ ใช่ไหม” “ใช่” “งั้นเราก็คงพูดอะไรไม่ได้ นอกจากขอให้เธอดูแลตัวเอง เผื่อใจให้ดี มันไม่มีอะไรแน่นอนทั้งนั้น ถ้าเธอมั่นใจว่ารู้จักเขาพอที่จะทุ่มเทจนหมดหน้าตัก เราก็จะปล่อยเธอ” “…”“แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่มันทำให้เธอเสียใจ เราจะไม่ยอมอยู่เฉยๆ เด็ดขาด อย่างน้อยๆ เราก็ต้องปกป้องเธอ เพร







