LOGIN
ตอนที่ 1
พรหมลิขิต
“แม่อยากได้หนูเรนนี่มาเป็นสะใภ้ แม่อยากอุ้มหลาน แม่ไม่รู้จะอยู่ได้ถึงเมื่อไร แม่อยากเห็นคิณเป็นฝั่งเป็นฝา”
“แต่ผมไม่ได้รักน้องนะครับ”
“อยู่ ๆ ไปก็รักกันเองนั่นแหละ ตอนนี้คิณเองก็ไม่มีใครไม่ใช่เหรอลูก”
“ไม่มีและไม่คิดจะมีครับ ผมยังไม่อยากแต่งงาน”
“เฮ้อ ! ปวดหัวจัง”
คนที่ถูกหว่านล้อมให้แต่งงานมองแม่อย่างรู้ทัน แม่ของเขาไม่ได้ป่วย แม่ไม่ได้เป็นอะไรเลย แต่ท่านกำลังทำให้เขารู้สึกผิด เพื่อเขาจะได้ตกปากรับคำแต่งงานกับยัยซาลาเปาเรนนี่
ใช่แหละ…ยัยนั่นคือซาลาเปา ภาพจำที่มีต่อเรนนี่ในวัย 12 ขวบคือ เด็กผู้หญิงตัวขาว ๆ หน้ากลม ๆ อ้วนป้อม เธอเป็นอะไรไปไม่ได้หรอก นอกจากซาลาเปา
“ไปหาหมอไหมครับ”
“หมอรักษาได้แค่กาย แต่คนจะรักษาใจแม่ได้ มีแค่ลูกชายคนเดียวของแม่เท่านั้น แต่งงานกับหนูเรนนี่เถอะนะคิณ”
อคิณถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาในวัย 28 ปี จบปริญญาโทจากอเมริกา และเป็นถึงรองประธานบริษัทเครื่องดื่มหลายชนิด และในอนาคตอันใกล้ก็จะได้ขึ้นนั่งตำแหน่งท่านประธานบริษัทแทนคุณพ่อแล้ว แต่เขากำลังถูกแม่ขอร้องแกมบังคับให้แต่งงานกับผู้หญิงที่แม่หมั้นหมายให้เขา ในตอนที่เขาอายุ 18 ปี ส่วนยัยซาลาเปานั่นอายุ 12 ขวบ
ใจก็อยากจะปฏิเสธออกไปแบบเด็ดขาด แต่ก็กลัวแม่จะน้อยอกน้อยใจ กลัวท่านคิดมาก และแน่นอนว่า แม่ไม่มีทางหยุดพูดถึงเรื่องนี้แน่นอน จนกว่าเขาจะรับปากท่าน
“ทางนั้นเขาไม่มีผัวไปแล้วหรือครับ คุณแม่ไปสืบดูหรือยัง”
“ไม่มี ๆ หนูเรนนี่รอลูกคนเดียว นี่น้องก็เรียนจบปอตรีแล้วนะลูก เพิ่งบินกลับมาจากอังกฤษเดือนที่แล้ว”
อคิณถอนหายใจแรงอีกครั้ง
“ถ้าผมไม่แต่ง…”
“แม่ก็จะไปว่าอะไรได้ ก็แล้วแต่คิณแหละ แม่เลี้ยงลูกได้แต่ตัว ชีวิตเป็นของลูก แม่จะไปบังคับลูกได้ยังไง แม่เข้าใจ ฮื้อ ! ปวดหัวจัง ไม่รู้จะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน เฮ้อ !”
ทั้งเสียงทั้งแอกติงของแม่ทำให้อคิณเพลียใจ
“แม่อยากให้คิณไปเจอน้องก่อน แล้วค่อยให้คำตอบกับแม่อีกทีก็ได้ว่า จะแต่งหรือไม่แต่ง”
“ถ้าไปเจอหน้าแล้ว ไม่แต่งก็ได้...ใช่ไหมครับ”
คุณประภากลอกตาไปมาอย่างครุ่นคิด เพราะกลัวว่า ถ้าพูดอะไรผิดไปแล้วจะเสียแผน
“ถ้าคิณได้เห็นหน้าน้อง ได้คุยกับน้อง แม่มั่นใจว่า ลูกจะต้องชอบน้อง และอยากแต่งงานกับน้องแน่นอน”
“งั้นก็นัดวันมาเลยครับ”
อคิณบอกแล้วลุกขึ้นจากโซฟา วันนี้เขามีประชุมเช้า เขาต้องรีบไปบริษัท แต่เพราะแม่มาดักเจอเขาที่ห้องรับแขก ตอนที่เขาเดินลงมาจากห้อง เขาก็เลยต้องหยุดคุยกับท่านก่อน
อคิณเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ผู้เป็นแม่ก็รีบบอกว่า
“วันนี้ หกโมงเย็น ที่ร้านประจำของครอบครัวเรา”
อคิณชะงัก เขาหันกลับไปมองหน้ามารดา พอเห็นสีหน้าและแววตาของท่าน เขาก็รู้ได้ในทันทีว่า เขาติดกับท่านเสียแล้ว
“แล้วเจอกันนะจ๊ะลูกชาย ไปทำงานเถอะ ไปได้แล้ว”
คุณประภาโบกมือไล่ลูกชาย และยิ้มอย่างผู้ชนะ
อคิณถอนหายใจแรง เขาหมุนตัวกลับเดินไปยังประตูบ้าน เขาต้องรีบไปประชุมก่อน ส่วนเรื่องลูกสาวของเพื่อนคุณแม่ เอาไว้เย็นนี้ค่อยคิดหาทางออกก็แล้วกัน
เพราะออกจากบ้านช้าไปนิด ทำให้อคิณต้องเผชิญกับการจราจรที่ติดขัดบนท้องถนน กว่าจะถึงบริษัทก็ใกล้เวลาเข้าประชุมเต็มที เขาจอดรถไว้ที่จอดรถประจำตำแหน่ง และเดินเข้าตึกทางประตูหลัง เพื่อจะเดินไปขึ้นลิฟต์
เพราะเลยเวลาเข้างานมาเกือบยี่สิบนาทีแล้ว พนักงานที่ชั้นหนึ่งจึงแทบไม่มีเลย อคิณจึงขึ้นลิฟต์ตัวแรกที่เลื่อนลงมาชั้นหนึ่งพอดี โดยไม่ได้เดินไปขึ้นลิฟต์สำหรับผู้บริหารที่อยู่ด้านในสุด
เมื่อก้าวเข้าไปยืนในลิฟต์ กดหมายเลขชั้น 32 และกำลังจะกดปิดประตูลิฟต์ เขาก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งหอบเอกสารวิ่งมาแต่ไกล
“รอด้วยค่ะ”
อคิณกดปุ่มเปิดประตูค้างเพื่อรอเธอ เมื่อหญิงสาวเข้ามาในลิฟต์แล้ว เขาจึงกดปิดประตูลิฟต์ แล้วถามเธอว่า
“ชั้นไหนครับ”
“ชั้น…เอ่อ…” คนที่เพิ่งมาตึกนี้ครั้งแรกจำไม่ได้แล้วว่า ฝ่ายบุคคลอยู่ชั้นไหน
“มาสมัครงานใช่ไหม” เขาเห็นว่าเธอติดบัตรผู้มาติดต่อตรงอกเสื้อด้านซ้าย จึงเดาเอาว่า เธอน่าจะมาสมัครงาน
“ค่ะ”
“ฝ่ายบุคคลชั้นยี่สิบสี่” เขาบอกพลางกดปุ่มตัวเลข 24
“ขอบคุณค่ะ”
ทั้งลิฟต์มีผู้โดยสารอยู่สองคน เมื่อจบบทสนทนาแล้ว ต่างคนต่างยืนเงียบอยู่ครู่หนึ่ง คนที่เข้าลิฟต์มาก่อนก็หันไปหาคนที่ยืนตัวลีบอยู่มุมลิฟต์แล้วทักว่า
“กระดุมเสื้อคุณหลุด”
คนถูกทักรีบก้มมองหน้าอกตัวเองด้วยความตกใจ เธอรีบหันหน้าเข้ามุม หันหลังให้คนแปลกหน้า หนีบแฟ้มเอกสารไว้ที่รักแร้ และยกมือขึ้นเพื่อจะติดกระดุมเสื้อ
แต่…กระดุมหลุดหายไปไหนแล้ว
คนตัวเล็กใจหายวาบ เธอขยุ้มคอเสื้อไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง และก้มมองหากระดุมบนพื้น แต่ก็ไม่มี มองหาจนตาแทบถลนก็ไม่เจอ
“กระดุมหายเหรอ”
“ค่ะ” เธอตอบเสียงเบาแผ่ว ไม่มั่นใจเลย ไม่กล้าเงยหน้ามองเขาด้วย ในขณะที่เธอเอาแต่ก้มหน้า อยู่ดี ๆ เสื้อสูทตัวใหญ่ก็คลุมลงบนบ่า หญิงสาวตกใจ แต่ยังไม่ทันมองหน้าเจ้าของเสื้อสูทให้ชัด ๆ เขาก็บอกกับเธอว่า
“ผมให้ยืม แล้วค่อยเอามาคืน ถึงชั้นยี่สิบสี่แล้ว ออกไปสิ”
“เอ่อ…ค่ะ”
เรนนี่ว่าพลางกดบั้นท้ายลง หนีบลำเอ็นไว้ด้วยกลีบเนื้อนุ่มอุ่นอ้าว เธอก้มลงไปจูบปากเขาเบา ๆ หยอกล้อด้วยการดูดกลีบปากล่างแล้วดึง กดปากย้ำ ๆ จุ๊บเบา ๆ หลายที“เรนนี่...”อคิณครางเรียกเสียงดุ เพราะน้องยั่วเขามากเกินไปแล้วเรนนี่ยิ้มพราว เธอเอาใจผัวด้วยการกดปากแนบสนิทแล้วจูบเขาอย่างอ่อนหวาน ปรนเปรอเขาด้วยจูบอย่างสุดฝีมือ“เรนนี่จ๋า...พี่อยากจับมันยัดเข้าไปในตัวหนู”อคิณบอกคลอเคลียปากนุ่ม“ดูดนมหนูก่อน แล้วหนูจะจัดการให้”เรนนี่ขยับยกลำตัวส่วนบนขึ้น เธอวางสองมือคร่อมศีรษะสามี โน้มตัวลงไป ขยับให้เม็ดหัวนมป่ายปัดที่ปากอุ่นร้อนของเขาอย่างยั่วยวนอคิณไม่ปล่อยให้เมียรอนาน เขากำสองเต้าอวบอิ่มคลึงเคล้น บีบฐานเต้านมข้างหนึ่ง ทำให้ยอดทรวงผลิพุ่ง แล้วจึงดูดแรง ๆ และตวัดลิ้นเลียระรัว“อ๊า ! พี่คิณ...”เรนนี่เสียวมาก เสียวจนหอบหายใจแรง ร่องรักเปียกแฉะ และเรียกร้องอยากได้ความใหญ่โตมาเติมเต็มเรนนี่ขยับตัวลุกขึ้นนั่งยองคร่อมสามี เธอกดมือสองข้างลงบนหน้าท้องแกร่ง“พี่คิณขา...เข้ามาใสตัวเรนนี่สิคะ เรนนี่อยากขย่มพี่คิณแล้ว”อคิณสูดลมหายใจลึก เขาจับส่วนหัวมนทู่จี้จมตรงปากทางรักชุ่มฉ่ำ ยัดเข้าไปตื้น ๆเรนนี่สูด
พอตั้งหลักได้ พราวฟ้าก็ใช้มือสาดน้ำใส่อลิส แต่คนแกล้งเพื่อนก่อนไม่ยอม อลิสสาดน้ำใส่พราวฟ้าเหมือนกัน พอเล่นกันจนเหนื่อย พราวฟ้าก็โผไปเกาะแพ แล้วยื่นมือให้เรนนี่เป็นคนดึงเธอขึ้น ส่วนอลิสก็ยื่นมือไปให้ใบเตยเป็นคนช่วยดึงขึ้นจากน้ำพอจับมือเพื่อนที่นั่งอยู่บนแพได้ สองสาวที่อยู่ในน้ำก็มองหน้ากัน แล้วยิ้มอย่างรู้กัน ทั้งสองดึงเพื่อนที่ยังนั่งอยู่บนแพให้ตกลงมาในน้ำเหมือนกันเสียงกรีดร้องและเสียงหัวเราะดังขึ้นอีกครั้ง ทีนี้ต่างคนต่างไม่ยอมกัน สาดน้ำใส่กันอย่างสนุกสนานเรนนี่หัวเราะเสียงใส และยิ้มกว้างสนุกสนานอคิณมองเรนนี่ตลอดเวลา เขาไม่ละสายตาไปจากเมียเลย พอเห็นเธอยิ้ม หัวเราะ และสนุกกับเพื่อน ๆ เขาก็ยิ่งมองเพลิน มองไปก็ยิ้มไปหลังจากกลับมาจากล่องแพ อาบน้ำ และเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว อคิณพาสาว ๆ ไปกินข้าวที่ร้านอาหารของโรงแรม เมื่อรับประทานอาหารเสร็จแล้ว เรนนี่ไปคุยกับเพื่อน ๆ อีกห้อง อคิณนอนรอเมียที่ห้องเรนนี่คุยกับเพื่อนเพลินจนเที่ยงคืนเธอถึงกลับห้อง พอเปิดประตูเข้ามาเห็นว่าพี่คิณนอนหลับแล้ว เธอจึงปิดไฟ เปลี่ยนชุดนอน แล้วคลานขึ้นเตียงไปนอนเบียดเขาคนที่หลับไปแล้ว พอมีคนตัวอุ่น ๆ มานอนเ
สัปดาห์ที่แล้ว เรนนี่บอกสามีว่า เธอเคยถ่ายรูปรีสอร์ตที่เขาและเธอเคยไปพักตอนแต่งงานกันใหม่ ๆ ส่งไปให้เพื่อนดู เพื่อนของเธอชอบมาก และเคยชักชวนกันไปพักที่นี่ด้วย เพราะเธอคิดว่าเธอกับเขาคงหย่ากันตามกำหนด 99 วัน แต่พออยู่กันมานานเป็นปี เรนนี่ก็ยังไม่มีโอกาสได้พาเพื่อนไปเที่ยวที่รีสอร์ตนั้นสักทีพอเมียพูดถึงรีสอร์ตนั้น อคิณก็จำได้ว่า เขาเคยเกี่ยวก้อยสัญญากับเมีย ว่าจะพาเธอกลับไปเที่ยวที่นั่นอีก วันหยุดสุดสัปดาห์นี้ เขาจึงชวนเธอกับเพื่อนของเธอมาพักที่รีสอร์ตเดิม โดยมีเขาเป็นเจ้ามือออกค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ให้ทุกคน พร้อมทั้งรับบทบาทเป็นพนักงานขับรถด้วยอคิณจองห้องพักไว้สองห้อง สำหรับเพื่อนของเรนนี่นอนห้องเดียวกันทั้งสามคน ส่วนเขานอนกับเมีย พอมาถึงรีสอร์ต เพื่อน ๆ ก็แยกเอากระเป๋าไปเก็บในห้อง เรนนี่กับอคิณก็แยกเข้าห้อง ไปพักผ่อนกัน และนัดกันว่าช่วงบ่ายจะไปล่องแพเปียก“เรนนี่เก็บเสื้อผ้าเข้าตู้เรียบร้อยแล้วค่ะ พี่คิณนอนพักเถอะนะคะ เรนนี่จะไปคุยกับเพื่อน”เรนนี่คิดว่าสามีขับรถมาตั้งไกลน่าจะเหนื่อย เขาควรได้นอนหลับพักผ่อน เธอก็จะไปคุยกับเพื่อนอีกห้อง จะได้ไม่รบกวนเขาคนที่นอนพักสายตาอยู่บนเตียงถอนหายใจ
พอออกมาจากห้องจัดงาน อคิณก็เปลี่ยนมาจับมือบาง เขาพาภรรยามายืนรอขึ้นรถที่หน้าโรงแรม ระหว่างรอคนขับรถวนรถมารับ เรนนี่เงียบ ไม่พูดไม่จา กระทั่งได้ขึ้นมานั่งบนรถด้วยกัน“เรนนี่”“คะ” เรนนี่ขานรับโดยไม่หันไปมองคนเรียกอคิณยิ้มเอ็นดูภรรยา ในเมื่อเธอไม่หันมามอง เขาก็อุ้มเธอขึ้นมานั่งบนตักซะเลย“พี่คิณ !” เรนนี่ทุบอกกว้างของพ่อคนเนื้อหอมไปหนึ่งที“เป็นอะไรครับ งอนพี่เหรอ”“ไม่ได้งอนสักหน่อย”“ไม่งอนแล้วทำไมหน้าบึ้งครับ”“เรนนี่แค่เหนื่อย แล้วก็เมื่อยขาค่ะ”“เมื่อยขาเหรอครับ พี่นวดให้นะ”“ไม่ต้องค่ะ” เรนนี่จับข้อมือแกร่งไว้แน่น ไม่ยอมให้เขาบีบนวดให้พอน้องไม่ให้นวดขา คนรู้ทันเมียก็หอมแก้มนวลฟอดใหญ่“พี่คิณ !” คนงอนจิกตาดุมองอย่างเอาเรื่อง“งอนก็ยอมรับมาว่างอน พี่จะได้ง้อ”“ไม่ต้องมาง้อเลย พ่อหนุ่มเนื้อหอม”อคิณหัวเราะในลำคอ“ไม่ต้องหัวเราะเลยนะคะ เดินไปทางไหนก็มีแต่ผู้หญิงยิ้มให้ แล้วพี่คิณก็รู้จักไปทั่วเลย เนื้อหอมจนน่าหมั่นไส้”“ที่แท้ก็งอนเรื่องนี้เอง พี่ก็นึกว่าเรนนี่งอนเรื่อง…” อคิณเงียบครู่หนึ่ง เขายื่นหน้าไปใกล้น้อง กระซิบว่า “เรื่องที่พี่ไม่ซ้ำเมื่อเช้า”เรนนี่หยิกอกกว้างไปหนึ่งที“คนห
“เรนนี่...หนูแตกแล้ว”อคิณขยับบั้นเอวถี่ยิบ โถมถั่งอัดแก่นกายใส่ร่องสาว เขาเสียวจนน้ำปริ่มหัว“ตอดแรงเกินไปแล้ว เรนนี่ !”อคิณรัวบั้นเอวซอยลำกายใส่ร่องฟิตถี่ยิบ และกระแทกแรงครั้งสุดท้าย หัวมนอวบแหวกร่องปักลึกในส่วนอ่อนนุ่ม เขาปลดปล่อยตัวเองในร่องสาว กายแกร่งกระตุกเฮือก ๆ เพราะถูกร่องเนื้อตอดรัดรีดเค้นน้ำ“เรนนี่จ๋า...เมียจ๋า อื้ม...พี่ชอบอยู่ในตัวหนูจังเลย”อคิณพร่ำเพ้อเสียงแหบแห้ง เขาพรมจูบใบหน้าสวยอย่างหลงใหล จูบอ่อนหวานให้รางวัลคนน่ารักที่ยอมให้เขารักบนโต๊ะในห้องทำงาน....บทรักเร่าร้อนสิ้นสุดลงแล้ว ทว่าความหวามหวาน ละมุนซาบซ่านยังคงโอบล้อมรอบกายเรนนี่นั่งอิงแอบอยู่บนตักแกร่ง แก้มเนียนซบอยู่กับอกกว้าง สูดกลิ่นหอมแบบผู้ชายที่เธอคุ้นเคยและหลงใหล“พี่คิณคะ...”“ครับ” ขานรับแล้วก็ก้มหอมหัวน้องหนึ่งฟอดใหญ่“ถ้าเกิดว่า เลยเก้าสิบเก้าวันไปแล้ว เรนนี่ไม่อนุญาตให้พี่คิณหย่านะคะ”อคิณหัวเราะในลำคอ เขากระชับวงแขนกอดน้องแน่นขึ้น“ถึงเรนนี่อยากหย่า พี่ก็ไม่เซ็นใบหย่าให้หรอกครับ”เรนนี่อมยิ้มอยู่กับอกกว้าง“แล้วถ้าเลยเก้าสิบเก้าวันไปแล้ว เรนนี่ทำตัวไม่น่ารัก เอาแต่ใจ ขี้หึง ขี้หวง ล่ะคะ พี่คิณจ
“รู้ไหมว่าให้ผัวอดนาน ๆ มันไม่ดี”“ไม่ดียังไงคะ”เรนนี่ยิ้มยั่ว ยกสองแขนขึ้นคล้องลำคอแกร่ง ขยับยกขาขึ้นรัดเอวสอบ ทำให้กระโปรงสั้นร่นขึ้นไปกองตรงเอวคอด เธอใช้ส้นเท้ากดเหนือบั้นเอวด้านหลัง ทำให้สองกายแนบชิดจนเธอรับรู้ได้ถึงการกระตุกของลำเอ็นอวบใหญ่อคิณกัดฟันแน่น เขาตะปบบั้นท้ายอวบอัดด้วยมือข้างหนึ่ง มืออีกข้างบีบขยำกำเต้านมอวบ เขามองสบตาคนขี้ยั่ว“เพราะหนูจะโดนแทงยับ”“อื้อ !”เรนนี่ครางประท้วงในลำคอ เมื่อคนที่อัดอั้นมาหลายวันจูบเธออย่างดุดัน ปากอุ่นร้อนบดขยี้ปากอิ่มรุนแรง เขาสอดลิ้นเข้ามาลิ้มรสความหวานซ่านในปากนุ่ม ดูดดึงเอาแต่ใจปากเขาจูบ มือก็ดึงชายเสื้อออกจากขอบกระโปรง แล้วแกะกระดุมเสื้อที่เธอสวมออกจนหมด เสื้อชั้นในถูกรั้งขึ้นไปกองเหนืออกอวบ พี่คิณเลื่อนมือไปประคองแผ่นหลังเนียน ในตอนที่เขาเลื่อนใบหน้าลงมาดูดเต้านมอวบอิ่มเต็มปากเต็มคำ เขาดูดแรง ทั้งไล้เลียและขยี้เม็ดหัวนมจนร่างบางเสียวสยิว ร่องสาวหลั่งน้ำหวานฉ่ำแฉะ เปียกลื่นเต็มหว่างขาอคิณดูดสองเต้าจนเปียกชุ่มมันวาว แล้วจึงเงยหน้าขึ้นมาจูบปลายคางเล็ก เขาหอบหายใจแรง ในตอนที่เลื่อนมือลงไปกลางหว่างขา เบี่ยงเป้ากางเกงในไปไว้ข้างขาหนีบ







