แชร์

99 วันก่อนหย่า
99 วันก่อนหย่า
ผู้แต่ง: มาตานานา พิธุ

99 วันก่อนหย่า (1)

ผู้เขียน: มาตานานา พิธุ
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-11 17:33:19

ตอนที่ 1

พรหมลิขิต

“แม่อยากได้หนูเรนนี่มาเป็นสะใภ้ แม่อยากอุ้มหลาน แม่ไม่รู้จะอยู่ได้ถึงเมื่อไร แม่อยากเห็นคิณเป็นฝั่งเป็นฝา”

“แต่ผมไม่ได้รักน้องนะครับ”

“อยู่ ๆ ไปก็รักกันเองนั่นแหละ ตอนนี้คิณเองก็ไม่มีใครไม่ใช่เหรอลูก”

“ไม่มีและไม่คิดจะมีครับ ผมยังไม่อยากแต่งงาน”

“เฮ้อ ! ปวดหัวจัง”

คนที่ถูกหว่านล้อมให้แต่งงานมองแม่อย่างรู้ทัน แม่ของเขาไม่ได้ป่วย แม่ไม่ได้เป็นอะไรเลย แต่ท่านกำลังทำให้เขารู้สึกผิด เพื่อเขาจะได้ตกปากรับคำแต่งงานกับยัยซาลาเปาเรนนี่

ใช่แหละ…ยัยนั่นคือซาลาเปา ภาพจำที่มีต่อเรนนี่ในวัย 12 ขวบคือ เด็กผู้หญิงตัวขาว ๆ หน้ากลม ๆ อ้วนป้อม เธอเป็นอะไรไปไม่ได้หรอก นอกจากซาลาเปา

“ไปหาหมอไหมครับ”

“หมอรักษาได้แค่กาย แต่คนจะรักษาใจแม่ได้ มีแค่ลูกชายคนเดียวของแม่เท่านั้น แต่งงานกับหนูเรนนี่เถอะนะคิณ”

อคิณถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาในวัย 28 ปี จบปริญญาโทจากอเมริกา และเป็นถึงรองประธานบริษัทเครื่องดื่มหลายชนิด และในอนาคตอันใกล้ก็จะได้ขึ้นนั่งตำแหน่งท่านประธานบริษัทแทนคุณพ่อแล้ว แต่เขากำลังถูกแม่ขอร้องแกมบังคับให้แต่งงานกับผู้หญิงที่แม่หมั้นหมายให้เขา ในตอนที่เขาอายุ 18 ปี ส่วนยัยซาลาเปานั่นอายุ 12 ขวบ

ใจก็อยากจะปฏิเสธออกไปแบบเด็ดขาด แต่ก็กลัวแม่จะน้อยอกน้อยใจ กลัวท่านคิดมาก และแน่นอนว่า แม่ไม่มีทางหยุดพูดถึงเรื่องนี้แน่นอน จนกว่าเขาจะรับปากท่าน

“ทางนั้นเขาไม่มีผัวไปแล้วหรือครับ คุณแม่ไปสืบดูหรือยัง”

“ไม่มี ๆ หนูเรนนี่รอลูกคนเดียว นี่น้องก็เรียนจบปอตรีแล้วนะลูก เพิ่งบินกลับมาจากอังกฤษเดือนที่แล้ว”

อคิณถอนหายใจแรงอีกครั้ง

“ถ้าผมไม่แต่ง…”

“แม่ก็จะไปว่าอะไรได้ ก็แล้วแต่คิณแหละ แม่เลี้ยงลูกได้แต่ตัว ชีวิตเป็นของลูก แม่จะไปบังคับลูกได้ยังไง แม่เข้าใจ ฮื้อ ! ปวดหัวจัง ไม่รู้จะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน เฮ้อ !”

ทั้งเสียงทั้งแอกติงของแม่ทำให้อคิณเพลียใจ

“แม่อยากให้คิณไปเจอน้องก่อน แล้วค่อยให้คำตอบกับแม่อีกทีก็ได้ว่า จะแต่งหรือไม่แต่ง”

“ถ้าไปเจอหน้าแล้ว ไม่แต่งก็ได้...ใช่ไหมครับ”

คุณประภากลอกตาไปมาอย่างครุ่นคิด เพราะกลัวว่า ถ้าพูดอะไรผิดไปแล้วจะเสียแผน

“ถ้าคิณได้เห็นหน้าน้อง ได้คุยกับน้อง แม่มั่นใจว่า ลูกจะต้องชอบน้อง และอยากแต่งงานกับน้องแน่นอน”

“งั้นก็นัดวันมาเลยครับ”

อคิณบอกแล้วลุกขึ้นจากโซฟา วันนี้เขามีประชุมเช้า เขาต้องรีบไปบริษัท แต่เพราะแม่มาดักเจอเขาที่ห้องรับแขก ตอนที่เขาเดินลงมาจากห้อง เขาก็เลยต้องหยุดคุยกับท่านก่อน

อคิณเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ผู้เป็นแม่ก็รีบบอกว่า

“วันนี้ หกโมงเย็น ที่ร้านประจำของครอบครัวเรา”

อคิณชะงัก เขาหันกลับไปมองหน้ามารดา พอเห็นสีหน้าและแววตาของท่าน เขาก็รู้ได้ในทันทีว่า เขาติดกับท่านเสียแล้ว

“แล้วเจอกันนะจ๊ะลูกชาย ไปทำงานเถอะ ไปได้แล้ว”

คุณประภาโบกมือไล่ลูกชาย และยิ้มอย่างผู้ชนะ

อคิณถอนหายใจแรง เขาหมุนตัวกลับเดินไปยังประตูบ้าน เขาต้องรีบไปประชุมก่อน ส่วนเรื่องลูกสาวของเพื่อนคุณแม่ เอาไว้เย็นนี้ค่อยคิดหาทางออกก็แล้วกัน

เพราะออกจากบ้านช้าไปนิด ทำให้อคิณต้องเผชิญกับการจราจรที่ติดขัดบนท้องถนน กว่าจะถึงบริษัทก็ใกล้เวลาเข้าประชุมเต็มที เขาจอดรถไว้ที่จอดรถประจำตำแหน่ง และเดินเข้าตึกทางประตูหลัง เพื่อจะเดินไปขึ้นลิฟต์

เพราะเลยเวลาเข้างานมาเกือบยี่สิบนาทีแล้ว พนักงานที่ชั้นหนึ่งจึงแทบไม่มีเลย อคิณจึงขึ้นลิฟต์ตัวแรกที่เลื่อนลงมาชั้นหนึ่งพอดี โดยไม่ได้เดินไปขึ้นลิฟต์สำหรับผู้บริหารที่อยู่ด้านในสุด

เมื่อก้าวเข้าไปยืนในลิฟต์ กดหมายเลขชั้น 32 และกำลังจะกดปิดประตูลิฟต์ เขาก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งหอบเอกสารวิ่งมาแต่ไกล

“รอด้วยค่ะ”

อคิณกดปุ่มเปิดประตูค้างเพื่อรอเธอ เมื่อหญิงสาวเข้ามาในลิฟต์แล้ว เขาจึงกดปิดประตูลิฟต์ แล้วถามเธอว่า

“ชั้นไหนครับ”

“ชั้น…เอ่อ…” คนที่เพิ่งมาตึกนี้ครั้งแรกจำไม่ได้แล้วว่า ฝ่ายบุคคลอยู่ชั้นไหน

“มาสมัครงานใช่ไหม” เขาเห็นว่าเธอติดบัตรผู้มาติดต่อตรงอกเสื้อด้านซ้าย จึงเดาเอาว่า เธอน่าจะมาสมัครงาน

“ค่ะ”

“ฝ่ายบุคคลชั้นยี่สิบสี่” เขาบอกพลางกดปุ่มตัวเลข 24

“ขอบคุณค่ะ”

ทั้งลิฟต์มีผู้โดยสารอยู่สองคน เมื่อจบบทสนทนาแล้ว ต่างคนต่างยืนเงียบอยู่ครู่หนึ่ง คนที่เข้าลิฟต์มาก่อนก็หันไปหาคนที่ยืนตัวลีบอยู่มุมลิฟต์แล้วทักว่า

“กระดุมเสื้อคุณหลุด”

คนถูกทักรีบก้มมองหน้าอกตัวเองด้วยความตกใจ เธอรีบหันหน้าเข้ามุม หันหลังให้คนแปลกหน้า หนีบแฟ้มเอกสารไว้ที่รักแร้ และยกมือขึ้นเพื่อจะติดกระดุมเสื้อ

แต่…กระดุมหลุดหายไปไหนแล้ว

คนตัวเล็กใจหายวาบ เธอขยุ้มคอเสื้อไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง และก้มมองหากระดุมบนพื้น แต่ก็ไม่มี มองหาจนตาแทบถลนก็ไม่เจอ

“กระดุมหายเหรอ”

“ค่ะ” เธอตอบเสียงเบาแผ่ว ไม่มั่นใจเลย ไม่กล้าเงยหน้ามองเขาด้วย ในขณะที่เธอเอาแต่ก้มหน้า อยู่ดี ๆ เสื้อสูทตัวใหญ่ก็คลุมลงบนบ่า หญิงสาวตกใจ แต่ยังไม่ทันมองหน้าเจ้าของเสื้อสูทให้ชัด ๆ เขาก็บอกกับเธอว่า

“ผมให้ยืม แล้วค่อยเอามาคืน ถึงชั้นยี่สิบสี่แล้ว ออกไปสิ”

“เอ่อ…ค่ะ”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • 99 วันก่อนหย่า   99 วันก่อนหย่า (10)

    พิธีที่เป็นทางการทำให้เรนนี่ค่อนข้างเกร็ง แต่ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับพี่คิณ คงเพราะเขาทำงานในตำแหน่งสูง ทำให้ต้องเจอะเจอผู้คนมากหน้าหลายตา และเจอกับสถานการณ์ที่ตึงเครียดมามากมาย งานแค่นี้เลยกลายเป็นเรื่องชิลล์สำหรับเขาเมื่อถึงช่วงอาฟเตอร์ปาร์ตี้ แขกผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายกลับไปจนหมดแล้ว เหลือเพียงเพื่อนฝูง ญาติสนิทรุ่นราวคราวเดียวกัน ที่ยังอยู่ร่วมงานอคิณถอดเสื้อสูทออก เขาสวมเพียงเสื้อเชิ้ต และพับแขนเสื้อขึ้นมาไว้ใต้ศอกเรนนี่เปลี่ยนชุดเป็นชุดราตรีสั้นสีขาว กระโปรงระบายเป็นชั้นน่ารัก รองเท้าผ้าใบแบรนด์เนมราคาแพงสีขาว เป็นชุดที่ให้ความรู้สึกน่ารักแบบซน ๆใบเตย พราวฟ้า และอลิส สวมชุดสำหรับเพื่อนเจ้าสาว โทนสีชมพูธีมเดียวกันทั้งสามคนเมื่อถึงเวลาเปิดฟลอร์เต้นรำอาฟเตอร์ปาร์ตี้ เฮียโรมเป็นคนพาเรนนี่ขึ้นไปส่งบนฟลอร์ที่ยกพื้นสูงกว่าพื้นปกติเล็กน้อยอคิณยืนรอเจ้าสาวเขาอยู่บนฟลอร์“ฝากน้องสาวผมด้วยนะครับ พี่คิณ”เฮียโรมวางมือบางของน้องสาวลงบนมือของอคิณ“ยินดีครับ”เจ้าบ่าวรับคำ และกุมมือบางไว้ในอุ้งมืออบอุ่น พร้อมกับวาดวงแขนอีกข้างรัดเอวคอด รั้งเจ้าสาวมากอดแนบกายเรนนี่ตกใจเล็กน้อย นี่ม

  • 99 วันก่อนหย่า   99 วันก่อนหย่า (9)

    “ก็จะไม่ให้ยอมได้ยังไงล่ะ คุณป้ากับหม่ามี้น่ะ ยกเหตุผลร้อยแปดมาอ้าง และคงหว่านล้อมให้พี่ยอมคิณแต่งงานกับฉัน เพื่อรักษาชื่อเสียงของฉัน พวกท่านพูดจนพี่คิณยินยอมตกลงทำตามที่พวกท่านต้องการ ก่อนที่ฉันจะเข้าไปในห้องนั้นเสียอีก ตอนที่ฉันเปิดประตูเข้าไปในห้อง ฉันยังไม่ทันได้พูดอะไรเลยด้วยซ้ำ พี่คิณก็บอกว่า จะรับผิดชอบเรื่องที่คุณนีราไปพูดให้ฉันเสียหาย ด้วยการแต่งงานกับฉัน”“จริง ๆ แกจะปฏิเสธก็ได้นะเรนนี่” อลิสตั้งข้อสังเกตเรนนี่ถอนหายใจ “ฉันบอกพี่คิณไปแล้วว่า ฉันโอเค ฉันไม่มีปัญหา พี่คิณไม่ต้องมารับผิดชอบเรื่องนี้ก็ได้ แต่พี่คิณกลับบอกฉันว่า เขารับปากว่า จะรับผิดชอบฉันด้วยการแต่งงานไปแล้ว ถ้าฉันปฏิเสธไม่ยอมแต่งงานกับเขา คนที่จะเสียชื่อเสียง ก็จะกลายเป็นเขา”พราวฟ้าขมวดคิ้วมุ่น “อีหยังวะ พี่คิณจะเสียชื่อเสียงได้ยังไง เขาเป็นผู้ชายนะแก”“เขาบอกว่า การที่คุณนีราไปพูดให้ฉันเสียหาย แล้วเขาไม่รับผิดชอบฉัน คนอื่นก็จะมองว่า เขาเป็นคนนิสัยไม่ดี ไร้ความรับผิดชอบ ทำให้ผู้หญิงเสียชื่อเสียงแล้วก็ลอยตัวไม่รับรู้อะไร”เพื่อนทั้งสามคนพากันขมวดคิ้วมุ่น อ้าปากค้าง สามสาวพยายามคิดตามสิ่งที่เรนนี่พูดใบเตยงงที่

  • 99 วันก่อนหย่า   99 วันก่อนหย่า (8)

    แม่ของเธอและแม่ของพี่คิณ มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกันเรนนี่ยังไม่ทันได้พูดอะไร คุณป้าภาก็พูดขึ้นมาว่า“น้องมาแล้ว บอกน้องไปสิว่า คิณจะรับผิดชอบเรื่องนี้ด้วยการแต่งงานกับน้องโดยเร็วที่สุด”เรนนี่ยังคงยืนอยู่ที่เดิม หญิงสาวกะพริบตาปริบ ๆ พยายามคิดทบทวนว่า วันนี้เกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้าง มีเรื่องไหนร้ายแรงถึงขั้นที่พี่คิณจะต้องรับผิดชอบด้วยการแต่งงานกับเธอ หวังว่าคงไม่ใช่เรื่องที่เขาให้เธอไปเป็นพนักงานธุรการหรอกนะ เรื่องแค่นี้ไม่ต้องถึงกับแต่งงานกันก็ได้คนที่ถูกคุณแม่กดดัน หันมองหน้าคนที่เพิ่งเข้ามาในห้องของเขา อคิณถอนหายใจเฮือกใหญ่ และพูดด้วยเสียงดังฟังชัด ให้ทุกคนที่อยู่ในห้องได้ยินพร้อมกันว่า“ผมจะแต่งงานกับน้องโดยเร็วที่สุดครับ คุณแม่ดูฤกษ์แต่งงานมาแล้วใช่ไหมครับ”พอได้ยินคำตอบเป็นที่น่าพอใจ คุณประภาและคุณรสรินก็มองหน้ากันแล้วยิ้มสมใจ คุณประภาหันไปบอกกับลูกชายว่า“แม่ดูมาให้แล้ว ฤกษ์ดีสำหรับงานแต่งของคิณกับน้องก็คือเดือนหน้า”“เดือนหน้า !”เพื่อนทั้งสามประสานเสียงขึ้นมาพร้อมกันทันที เมื่อเรนนี่บอกให้เพื่อนทราบผ่านการวิดีโอคอลกลุ่มว่า เธอกับพี่คิณจะแต่งงานกันเดือนหน้าเรนนี่ถอนหายใจทำหน้า

  • 99 วันก่อนหย่า   99 วันก่อนหย่า (7)

    นีราลุกขึ้นจากโซฟาและเดินไปหาเจ้าของห้องทำงาน เธออิงสะโพกกับพนักวางแขนเก้าอี้ที่อคิณนั่งอยู่“ทำไมเธอไม่เอาแฟ้มไปให้คุณพรชัย แล้วให้เขาเป็นคนเอาแฟ้มเข้ามาให้คุณคิณ เสนอหน้าเข้ามาทำไมไม่ทราบ”เรนนี่ร้องโอ้โห ! อยู่ในใจ ถ้าไม่ได้รับคำสั่งจากเขา เธอจะเสนอหน้าเข้ามาไหมเล่า“พอดีคุณศรีแจ้งว่า ท่านรองให้เรนนี่เป็นคนเอาแฟ้มนี้เข้ามาให้ถึงในห้องเองค่ะ”“พี่บอกกี่ครั้งแล้วว่า ให้เรียกว่า พี่คิณ”“คิณคะ ! คิณไม่ควรให้พนักงานชั้นต่ำเรียกคิณแบบนั้นนะคะ มันเป็นการตีตนเสมอเจ้านาย ดูไม่ดีค่ะ”คนถูกว่าเป็นพนักงานชั้นต่ำสูดลมหายใจลึก เพื่อสะกดอารมณ์โกรธกรุ่น ไม่ว่าจะเป็นพนักงานแผนกไหนหรือตำแหน่งไหน ทุกคนล้วนเป็นฟันเฟืองที่ทำให้บริษัทนี้ขับเคลื่อนไปได้ ไม่ควรมีใครถูกด้อยค่าว่าเป็นพนักงานชั้นต่ำเรนนี่วางแฟ้มลงบนโต๊ะค่อนข้างแรง เธอจ้องหน้านีราอย่างไม่พอใจ ยอมรับว่าตอนนี้เธอควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ยากยิ่งนัก ผู้หญิงคนนนี้ทำให้เธอโมโห เธอพูดจาไม่น่าฟัง ดูถูกคนอื่น“พี่คิณจะเอาอะไรเพิ่มไหมคะ”ถามแล้วก็ยิ้มหวานหยดย้อย ตั้งใจยั่วโมโหคนที่แสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของผู้ชาย“ก็บอกว่าไม่ให้เรียกแบบนี้ ไม่ได้ยินหรือ

  • 99 วันก่อนหย่า   99 วันก่อนหย่า (6)

    “ถ้าเป็นที่อื่น ตกสัมภาษณ์ตั้งแต่เริ่มแนะนำตัวแล้ว แต่ไม่เป็นไร ในฐานะที่เราเป็นเด็กฝาก พี่จะรับเราเข้าทำงาน แต่...ไม่มีประสบการณ์ แถมยังเป็นเด็กจบใหม่ ให้ทำตำแหน่งธุรการทั่วไปก่อนก็แล้วกัน พี่ให้เงินเดือนขั้นต่ำ หนึ่งหมื่นหน้าพันบาท ทดลองงานสองเดือน ถ้าทดลองงานผ่านก็ค่อยมาคุยกันอีกทีว่าจะให้เปลี่ยนไปทำตำแหน่งไหน และจะเพิ่มเงินเดือนให้เท่าไร อืม...ไหน ๆ ก็มาแล้ว เริ่มทำงานวันนี้เลยก็แล้วกัน”อคิณยิ้มบาง เขายกหูโทรศัพท์เรียกเลขาส่วนตัวให้เข้ามาหา“คุณพรชัย ช่วยแนะนำเรนนี่ด้วยว่า ตำแหน่งธุรการต้องทำอะไรบ้าง”“ครับ...ท่านรอง”เรนนี่บีบมือที่ประสานกันอยู่บนตักแน่น เธอหันไปยิ้มให้คุณพรชัยที่ยืนรับคำสั่งเจ้านายอยู่ข้างโต๊ะธุรการ !เด็กฝาก !ก็ได้...เธอจะทำให้เขาเห็นว่า ไม่ว่าจะตำแหน่งอะไร เธอก็ทำได้ และทำได้ดีด้วย เธอไม่จำเป็นต้องใช้เส้นเด็กฝากในการไต่เต้าไปสู่ตำแหน่งอื่น เธอจะงานอย่างเต็มความสามารถ ทำให้เขาได้เห็นว่า เธอมีดี มีฝีมือ และได้เลื่อนตำแหน่งด้วยความสามารถของตัวเอง ไม่ใช่ในฐานะเด็กฝากตอนที่ 4ไม้กันหมาพรชัยพาเรนนี่ลงลิฟต์ไปยังแผนกธุรการที่ชั้นหนึ่ง ในแผนกมีพนักงานชายสองคน และพ

  • 99 วันก่อนหย่า   99 วันก่อนหย่า (5)

    แม่สองบ้านบอกว่าดี แต่คนที่ต้องมาเจอพี่โดยไม่ทันตั้งตัวรู้สึกไม่ดีเลย แต่เธอก็ต้องมา เพราะเธอเป็นคนผิดนัดเอง เมื่อวานหลังจากที่เธอจัดการเคลียร์กับคู่กรณีเรียบร้อย พอกลับถึงคอนโด หม่ามี้ก็โทรมาบอกว่า พรุ่งนี้เธอต้องไปสัมภาษณ์งานกับพี่คิณ วันนี้เธอจึงต้องมาสัมภาษณ์งานแต่เช้า เรนนี่ให้คนมาเอารถเข้าศูนย์เพื่อนำไปซ่อมแล้ว วันนี้เธอเลยนั่งแท็กซี่มาที่บริษัทของอคิณ เมื่อวานเรนนี่ต้องแลกบัตรก่อนขึ้นตึกไปสมัครงาน แต่วันนี้ เพียงแค่เธอแจ้งพนักงานที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ว่า มาขอพบคุณอคิณ พนักงานประชาสัมพันธ์ก็ผายมือไปที่ลิฟต์ และบอกให้เธอขึ้นไปหาเขาที่ชั้นสามสิบหกได้เลย แถมพนักงานยังเรียกชื่อเธอถูกด้วย สงสัยเขาจะแจ้งพนักงานเอาไว้ก่อนแล้ว พอเรนนี่ขึ้นมาถึงชั้นสามสิบหก เธอแจ้งพนักงานที่นั่งอยู่เคาน์เตอร์ว่ามาพบคุณอคิณ พนักงานสาวสวยก็ผายมือไปทางซ้าย และบอกเธอว่า “ห้องทำงานของท่านรองคือห้องริมสุดค่ะ ท่านรองรอพบคุณเรนนี่อยู่ในห้องนะคะ” “ขอบคุณค่ะ” เรนนี่กล่าวคำขอบคุณแล้วเดินไปตามทางเดินที่ปูด้วยพรม ชั้นนี้เป็นชั้นของผู้บริหาร ทั้งชั้นจึงมีเพียงห้องทำงานที่มีประตูปิดมิดชิด ไม่มีพนักงานแผนกอ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status